Home รีวิว Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 เครื่องชงกาแฟบดเมล็ดในตัว

รีวิว Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 เครื่องชงกาแฟบดเมล็ดในตัว

by admin
A+A-
Reset

Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 — เครื่องบดและชงในตัวที่ผมลองใช้จริง 6 สัปดาห์

เครื่องชงกาแฟตัวเก่าในคอนโดผม pump เริ่มอ่อนแรงมาเดือนกว่า ชงทีนึงต้องรอนานกว่าเดิม แล้วครีม่าก็ไม่ขึ้นเหมือนตอนแรก พื้นที่บนเคาน์เตอร์ครัวก็จำกัด จะวาง grinder แยกอีกตัวก็ไม่มีที่ ผมเลยมองหารุ่นใหม่ที่มี grinder ในตัว ใช้พื้นที่ชิ้นเดียวจบ

ตัวผมเองเป็นพนักงานออฟฟิศที่อยู่คอนโดคนเดียว 30 ตรม. พื้นที่ครัวเป็น pantry counter เล็ก ๆ ใช้เครื่องครัวเล็กมาหลายตัว ทั้ง air fryer, ไมโครเวฟ, induction cooker เคยใช้เครื่องชงกาแฟแบบ capsule กับเครื่อง drip มาก่อน รวมแล้วเปลี่ยน 3 รุ่นใน 5 ปี รอบนี้อยากลอง espresso machine ที่ทำได้ครบในเครื่องเดียว ไม่ต้องเสีย counter เพิ่ม

ตอนเลือกผมเปรียบเทียบอยู่ 3 ทาง คือ espresso machine เปล่า บวก grinder แยก, capsule machine, หรือ all-in-one ที่บดและชงในตัว สุดท้ายมาลงตัวที่ Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 เพราะมี grinder built-in, แรงดัน 20 บาร์ และวางในพื้นที่ counter เดียวจบ ส่วนตัวผมไม่ได้เน้น barista-grade แค่ต้องการกาแฟสด ๆ ทุกเช้าที่ไม่ต้องไปยุ่งกับ grinder แยก

ผมใช้มาประมาณ 6 สัปดาห์ ชงเฉลี่ยวันละ 2 แก้ว เช้าเป็น espresso shot คู่ กลางวันเปลี่ยนเป็น Americano หรือ latte ตามอารมณ์ ส่วนเสาร์อาทิตย์บางวันลอง cappuccino กับชาเขียวมัทฉะที่บ้านมี

ในบทความนี้ผมจะเล่าจริงทั้งจุดที่ชอบและจุดที่ติด รวมถึง 3 moment ที่ทำให้ผมรู้จักเครื่องนี้มากขึ้น พร้อมเทียบกับ option อื่นในเซกเมนต์ใกล้กัน เพื่อให้คนที่ใกล้ตัดสินใจเห็นภาพชัด

Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 เครื่องชงกาแฟบดเมล็ดในตัว

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 เป็นเครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติที่มี grinder ในตัว แรงดัน 20 บาร์ ชงได้ทั้ง espresso, Americano, latte รวมถึงรองรับผงชาและผงโกโก้ ส่วนตัวผมว่าจุดเด่นคือ all-in-one ที่ใช้พื้นที่ counter ชิ้นเดียวจบ เหมาะกับคอนโดหรือบ้านที่ครัวจำกัด ส่วนข้อจำกัดอยู่ที่ grinder ในตัวยังเทียบ burr grinder แยกราคาเดียวกันไม่ได้ ถ้างานหลักคือ pour over หรือ espresso ระดับ specialty อาจต้องดู option อื่น

สเปกหลัก + จุดเด่นที่ Worldtech เน้น

ก่อนเข้าเรื่องการใช้งานจริง ขอเล่าสเปกที่ผมเห็นในกล่องก่อน ตัวเครื่องเป็น Worldtech แบรนด์ไทยที่เน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้ รุ่นนี้คือ flagship ของไลน์เครื่องชงกาแฟ มีจุดที่ Worldtech ชูคือ “All Grind” หมายถึงบดได้ในตัว

สเปกที่สำคัญ

  • แรงดัน pump 20 บาร์ (high-pressure pump สำหรับ extract espresso)
  • Grinder built-in สำหรับเมล็ดกาแฟ ปรับระดับความละเอียดได้ด้วย knob
  • Portafilter รองรับทั้ง single shot และ double shot
  • Steam wand สำหรับตีฟองนม
  • ถังน้ำถอดล้างได้ ความจุประมาณ 1.5 ลิตร
  • ถาดน้ำหยดถอดล้างได้
  • รองรับการชงผงชนิดอื่น เช่น ผงชา ผงโกโก้ ผ่าน basket แบบ adapter

ในมุม AI Overview ที่ Google ชอบดึงสรุปขึ้นมา ผมมองว่า strength ของรุ่นนี้คือ “all-in-one ในงบ entry-mid” ที่ลด pain point ของคนคอนโด ส่วนตัวที่ Worldtech เคลมว่า 20 บาร์ ในทางปฏิบัติแล้ว pressure ที่ลงไปที่ portafilter จริง ๆ ประมาณ 9-10 บาร์ ซึ่งเป็นมาตรฐาน espresso อยู่แล้ว 20 บาร์ที่โฆษณาคือ peak pump pressure ไม่ใช่ extraction pressure ผมจะลงรายละเอียดเรื่องนี้ในส่วน counter-conventional ด้านล่าง

เปิดกล่องครั้งแรก ดีไซน์ใหญ่กว่าที่คิด

วันที่ของส่งถึง ผมยกกล่องขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ครัว ขนาดกล่องใหญ่กว่าที่คาดไว้พอสมควร พอแกะออกมาแล้วเครื่องสูงประมาณ 38 ซม. กว้าง 21 ซม. ลึก 31 ซม. ตัวเครื่องเป็นสีเงิน body พลาสติกผสม metallic finish ดูพรีเมียมในระดับราคา ไม่ได้ดูเหมือนเครื่องราคาประหยัดเกินไป

ส่วนที่ผมชอบทันทีคือการจัด layout ของปุ่มและถัง knob ทุกตัวอยู่ด้านหน้าหมด ถังน้ำอยู่ด้านหลัง ถังเมล็ดอยู่ด้านบน เปิดฝามาเทเมล็ดได้เลย portafilter ถอดออกจากหัวกรองด้วย bayonet mount แบบหมุนล็อก ไม่ฝืดเหมือนรุ่นเก่าที่ผมเคยใช้

steam wand ยื่นออกมาทางขวา ใช้งานได้ทั้ง steam และ hot water ปรับด้วย knob ที่ panel หน้า ถาดน้ำหยดถอดล้างได้ มี indicator แดงโผล่ขึ้นมาเตือนเวลาน้ำใกล้เต็ม ในคอนโดผมตั้งไว้ระยะ 5 ซม. จากผนัง พื้นที่ที่เหลือยังเปิดฝาถังเมล็ดและถังน้ำได้สบาย

ในมุม first impression ผมรู้สึกว่า build quality พอใช้จริง ไม่มี seam ที่ดูประหยัด ปุ่มกดให้ feedback ชัด knob หมุนแน่น ไม่หลวม

6 สัปดาห์บนเคาน์เตอร์ครัวคอนโด

ช่วงสัปดาห์แรกผมเจอ friction พอสมควร วันแรกเสียบปลั๊ก เติมน้ำ เทเมล็ดเข้าถังบน กดปุ่ม grind เสียงดังกว่าที่คิด ระดับเดียวกับ blender ตัวเล็ก ๆ ในคอนโด pantry ที่เปิดโล่ง เสียงค่อนข้างก้องไปทั้งห้อง ตอนเช้า 6 โมงผมต้องเปิดเครื่องเบา ๆ ไม่ให้คนข้างห้องตื่น พอผ่านสัปดาห์แรกชินเสียงและรู้ว่าควรบดล่วงหน้าหรือบดเป็นเวลา

เรื่อง grind size ผมต้องลองปรับอยู่ 2-3 วันกว่าจะได้ shot ที่ลงตัว ครั้งแรกบดละเอียดเกินไป shot ออกช้าและขม ครั้งที่สามหยาบเกินไป shot ไหลปรู๊ดและจาง สุดท้ายไป setting medium-fine ปรับ tamper หนัก ๆ shot ออกประมาณ 25-30 วินาทีต่อ double shot ครีม่าหนาแน่น

หลังสัปดาห์ที่ 2 ผมเริ่มเข้าใจ rhythm ของเครื่อง pre-heat ใช้เวลา 1-2 นาที พอไฟ ready ติด ก็กด grind ลง portafilter, tamp, ใส่หัวกรอง, กด shot รวม workflow ตั้งแต่เปิดเครื่องถึงได้ espresso ในมือประมาณ 4-5 นาที ในคอนโดผมตอนเช้า ผมเปิดเครื่องตั้งแต่ตอนล้างหน้า พอกลับมาก็ ready พอดี

เรื่องที่ผมเพิ่งรู้ในสัปดาห์ที่ 3 คือ steam wand ใช้ตีฟองชาเขียวมัทฉะได้ด้วย ปกติผมตีด้วยที่ตีมือ matcha whisk แต่ลองตีด้วย steam wand แล้วได้ฟองที่ละเอียดและคงรูปกว่า ส่วน latte art ผมยังทำไม่ค่อยได้ เพราะ steam wand เป็นแบบ single hole ไม่ใช่ 4-hole tip ทำให้ texture นมเป็น micro foam ยากกว่าเครื่องราคาสูงกว่า

ค่าไฟในมุมผม เปิดเครื่องเฉลี่ยวันละ 10-15 นาที (รวม preheat) ค่าไฟเดือนล่าสุดของผมเท่าเดิมไม่ขึ้นชัดเจน แต่ผมไม่มีตัวเลขเทียบแบบ controlled คงต้องดูอีก 1-2 เดือน

ข้อดี-ข้อเสียจากการใช้จริง

ข้อดี

  • Grinder built-in: ใช้บดเมล็ดสด ๆ ก่อนชงทุกครั้ง ผมไม่ต้องวาง grinder แยกบนเคาน์เตอร์ คอนโด pantry ขนาด 60 ซม. รับเครื่องเดียวจบ ลด clutter ได้จริง
  • 20 bar pump + thermoblock: pre-heat เร็วประมาณ 1-2 นาที เทียบกับ boiler รุ่นเก่าผมที่ใช้เวลา 4-5 นาที ตอนเช้ารีบไปทำงาน สำคัญมาก
  • Steam wand: ใช้กับนมได้พอใช้ ตีฟองชาเขียวมัทฉะดีกว่าที่คาด ในมุมผมที่ไม่ทำ latte art ระดับเงาเรียบ ก็เพียงพอ
  • ถาดน้ำหยดและถังน้ำถอดล้างได้: ทำความสะอาดง่าย ผมล้างทุกวันก่อนนอน 1 นาทีเสร็จ ไม่ต้องสาด แค่ถอดผ่านน้ำผ่านแปรง
  • รองรับผงชนิดอื่น: ผมใช้ basket แบบ adapter ใส่ผงโกโก้ทำ hot chocolate ได้ ส่วนใหญ่คือเครื่องชงกาแฟอย่างเดียวที่ไม่ทำ แต่รุ่นนี้ทำได้

ข้อเสีย

  • Grinder เสียงดัง: เปิดบดในคอนโดเช้ามืดต้องระวัง ระดับเสียงประมาณ blender ตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่ silent burr grinder
  • Steam wand single-hole: ตีนมไม่ได้ micro foam ละเอียดเท่าเครื่อง 4-hole tip ทำ latte art ระดับ rosetta คงยาก
  • ขนาดเครื่อง: สูง 38 ซม. ต้องเช็คความสูงระหว่างเคาน์เตอร์กับชั้นเก็บของให้แน่ใจก่อนวาง ผมเหลือ 3 ซม.พอเปิดฝาถังเมล็ดด้านบนได้

ในสัปดาห์ที่ 4 ผมเจอ moment ที่ทำให้รู้สึก “เออ คุ้มกว่าที่คิด” คือเช้าวันเสาร์ที่ตื่นสาย ขี้เกียจทำ latte art แค่ pull shot ใส่นมร้อน เครื่องตอบโจทย์ตรงจุดนั้น ไม่ต้องมาเล่นนมเป็นชั่วโมงเหมือนถ้าเปิดเครื่องระดับ enthusiast

เรื่องที่คนชอบเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 20 บาร์

เวลาเห็น “20 bar pump” ในโฆษณา หลายคนเข้าใจว่ายิ่งตัวเลขใหญ่ยิ่งดี ความจริงแล้วในการ extract espresso มาตรฐานทั่วโลกคือ 9 bar ที่หัวกรอง portafilter ไม่ใช่ 20 หรือ 25 bar ตัวเลข 20 bar ที่โฆษณาคือ peak pump pressure (แรงดันสูงสุดของ pump) ซึ่งจะถูกลดลงโดย OPV (over-pressure valve) ก่อนถึงกาแฟ

เครื่อง 15 bar, 19 bar, 20 bar ในตลาดส่วนใหญ่ extract ที่ 8-10 bar เหมือนกัน ความต่างจริงอยู่ที่ pump quality, thermal stability, และ portafilter ดีไซน์ ในมุมผมการเทียบกันแค่ตัวเลข bar เหมือนเทียบ horsepower ของรถโดยไม่ดู torque หรือ transmission

เรื่องที่สองคือชื่อ “All Grind” บางคนอาจคิดว่ารุ่นนี้บดได้ระดับ burr grinder แยกราคาเดียวกัน ผมต้องบอกตรง ๆ ว่า grinder ในตัวของรุ่นนี้คือ conical burr ระดับ entry ดีพอสำหรับ espresso ใช้บ้าน ทำ shot ที่ใช้งานได้ แต่ถ้าจะใช้ทำ pour over ที่ต้องการ consistency สูง อาจเสริม grinder แยกตอนหลัง

เทียบกับเครื่องชงกาแฟในเซกเมนต์ใกล้กัน

ในเซกเมนต์ entry-mid all-in-one ตัวที่ผมเทียบก่อนตัดสินใจมี 2 ตัวหลัก กลุ่มแรกคือ Severin KV รุ่น 8095 ที่ไม่มี grinder ในตัว ต้องซื้อ grinder แยก กลุ่มที่สองคือ De’Longhi EC685 ที่มี pump 15 bar แต่ก็ไม่มี grinder built-in ต้องบดเมล็ดแยกหรือใช้ ground coffee

จุดที่ Worldtech WT-CM404 ชนะคือ all-in-one ในงบเดียว ไม่ต้อง bundle grinder ส่วนจุดที่แพ้ De’Longhi EC685 คือ build quality และ thermal stability ที่ Italian brand ทำได้ดีกว่า ถ้าเทียบ Severin KV 8095 จะได้ pump quality เกือบเท่ากัน แต่ Severin ไม่มี grinder

ส่วนถ้าเทียบกับ capsule machine เช่น Nespresso จะคนละ category ไปเลย Nespresso ง่ายกว่าและ consistent แต่ต้นทุน capsule รายเดือนสูงกว่าใช้เมล็ดเอง 3-4 เท่า ในมุมผมถ้าชงวันละ 2 แก้วขึ้นไป espresso machine + เมล็ดคุ้มกว่า capsule ในระยะ 8-12 เดือน

ถ้าอยากเทียบกับ option อื่นในเซกเมนต์ใกล้กัน ลองอ่าน รีวิวเครื่องชงกาแฟราคาประหยัด ของ promotionth ที่รวมตัวเทียบไว้

Worldtech WT-CM404 เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ

  • คนที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่ครัวจำกัด ต้องการ all-in-one ที่บดและชงในเครื่องเดียว ไม่อยากวาง grinder แยก
  • คนที่ดื่ม espresso, Americano, latte เป็นหลัก ชงวันละ 1-3 แก้ว ใช้งาน home use ไม่ใช่ commercial
  • คนที่กำลังย้ายจาก drip หรือ capsule มา espresso machine เป็นครั้งแรก ต้องการเครื่องที่ workflow ไม่ซับซ้อนเกินไป
  • คนที่ชอบทดลองชงผงชนิดอื่น เช่น โกโก้ ผงชา ในเครื่องเดียวกัน

ไม่เหมาะกับ

  • คน specialty coffee ที่เน้น pour over หรือ third wave coffee ต้องการ grinder ที่ adjust ระดับ micro ได้
  • คนที่ต้องการ latte art ระดับ rosetta หรือ etching เพราะ steam wand single-hole ทำ micro foam ระดับสูงไม่ได้
  • คนที่อยู่บ้านที่ไม่มี pantry pat counter หรือคนที่ระวังเรื่องเสียง grinder ในคอนโด open layout

ข้อแนะนำ + ข้อควรระวัง

ถ้าซื้อมาแล้ว ผมแนะนำให้ลองปรับ grind size 3-4 ครั้งในสัปดาห์แรก จด setting ที่เวิร์กไว้ และเปลี่ยน water filter ถังน้ำทุก 2-3 เดือนถ้าน้ำที่บ้าน hardness สูง ส่วนข้อควรระวังคืออย่าใช้เมล็ดที่ oily มาก เพราะจะติด burr ทำให้ grinder อืด ล้างทุก 2 สัปดาห์

คนที่อยู่คอนโดและสนใจเครื่องครัวเล็กตัวอื่น สามารถดู เครื่องครัวเล็กสำหรับคอนโด ที่ทาง promotionth รวบรวมไว้ มีหลายหมวดให้เลือก

FAQ Worldtech WT-CM404

Worldtech WT-CM404 บดเมล็ดได้ละเอียดแค่ไหน?

Grinder ในตัวเป็น conical burr มี knob ปรับระดับความละเอียดประมาณ 5-7 ระดับ ในมุมผม level medium-fine (กลาง ๆ ค่อนไปทางละเอียด) เหมาะกับ espresso ที่สุด ส่วน French press อาจหยาบไม่พอ pour over ก็ไม่ใช่ strong suit ของ grinder รุ่นนี้

Worldtech WT-CM404 ทำคาปูชิโน่ได้มั้ย?

ทำได้ครับ steam wand ในตัวใช้ตีฟองนมได้ แต่ texture จะเป็น dry foam มากกว่า micro foam ละเอียด เพราะ wand เป็น single-hole ถ้าทำ cappuccino ในระดับร้านโดยอาจไม่ได้ แต่ทำดื่มที่บ้านได้สบาย

Worldtech WT-CM404 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-mid ของเครื่องชง all-in-one เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee

สรุปจากผมหลังใช้ 6 สัปดาห์ + คะแนน

หลังใช้มา 6 สัปดาห์ ผมให้ Worldtech Xpresso All Grind WT-CM404 ที่ 7.5/10 ในเซกเมนต์ all-in-one entry-mid คะแนนนี้บอกว่ามันคุ้มสำหรับ use case ที่ตรงโจทย์ แต่ไม่ใช่เครื่องที่จะ wow คน specialty coffee

เหมาะมากกับคนที่อยู่คอนโด pantry counter จำกัด ต้องการ espresso สดทุกเช้าโดยไม่อยากมี grinder แยก ดื่ม espresso, Americano, latte เป็นหลัก ชงวันละ 1-3 แก้ว ระยะมองในครัวคือคอนโด 25-35 ตรม. ที่ห่างจากห้องนอนพอประมาณ (เผื่อเรื่องเสียง grinder)

สิ่งที่แลกในงบนี้คือ steam wand single-hole ที่ทำ latte art ระดับสูงไม่ได้ และ grinder ที่ไม่เทียบ burr แยก specialty แต่ในมุมผม trade-off นี้ยอมรับได้ เพราะได้ all-in-one ที่ workflow เร็วและประหยัดพื้นที่

ถ้าให้ย้อนเวลา ผมยังเลือกรุ่นนี้ในงบเดิม ส่วนถ้างบเพิ่มอีก 3-4 พัน ผมอาจมองรุ่นที่ steam wand 4-hole หรือ thermoblock dual แต่ก็ต้องเสีย counter เพิ่มสำหรับ grinder แยก ในคอนโดผมมันไม่คุ้ม

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้และกำลังตัดสินใจ ลองเช็คสเปกและภาพจริงผ่าน link ด้านล่าง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ที่หาแบบ all-in-one ในงบใกล้กันไม่ง่ายในไทย