Home Toshiba GR-D189SB ดีมั้ย? รีวิวตู้เย็น 1 ประตู 6 คิว จากคนใช้จริง 2 เดือน

Toshiba GR-D189SB ดีมั้ย? รีวิวตู้เย็น 1 ประตู 6 คิว จากคนใช้จริง 2 เดือน

by admin
A+A-
Reset

Toshiba GR-D189SB ดีมั้ย? รีวิวตู้เย็น 1 ประตู 6.4 คิว จากคนใช้จริง 2 เดือน

Toshiba GR-D189SB ตู้เย็น 1 ประตู 6.4 คิว สี Satin Blue ในครัวคอนโด

หลังเกษียณจากงานวิศวกรเมื่อปลายปีที่แล้ว ผมตัดสินใจปล่อยบ้านเดี่ยวเก่าให้ลูกสาว แล้วย้ายเข้าคอนโด 38 ตรม. ใกล้โรงพยาบาลและตลาดเช้า ตู้เย็น 13 คิวที่ใช้มา 8 ปีเลยไม่ได้ตามมาด้วย เพราะใหญ่เกินครัวคอนโดที่กว้างพอวางได้แค่ 55 ซม. ผมเลยต้องหาตู้ใหม่ขนาดพอดีตัว

ในวัยผมที่อยู่คนเดียว ของในตู้ก็ไม่มาก น้ำดื่ม ผัก ยาแช่เย็น อาหารเหลือมื้อกลางวัน เท่านั้น ตู้เย็นใหญ่ๆ คงเปลืองไฟเปล่า เลยมองหา 1 ประตู ขนาด 6-7 คิว ที่หน้าตาไม่ลด credit ของคอนโดมากเกินไป

ลองเดินดูที่ห้าง 2 ที่ เปรียบเทียบกันราว 4 รุ่น สุดท้ายมาลงตัวที่ Toshiba GR-D189SB สี Satin Blue เพราะสีดูแพงกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ฉลากเบอร์ 5 บวกราคาอยู่ในช่วงที่รับได้ และไม่เสียเงินกับฟังก์ชั่นที่ผมไม่ได้ใช้

ใช้มา 2 เดือนแล้ว เปิดตู้เฉลี่ยวันละ 6-8 ครั้ง น้อยกว่าตอนอยู่บ้านเดี่ยวที่มีคน 4 คน เปิดทั้งวันเป็นสิบรอบ ผมเขียนรีวิวนี้ในมุมคนเกษียณที่อยู่คนเดียว ไม่ใช่มุม influencer ที่ได้สินค้ารีวิวฟรี ทั้งจุดที่ชอบและจุดที่หงุดหงิด ผมจดทุกอย่างที่เกิดขึ้น 2 เดือนแรก

ตอบเร็วก่อนอ่านยาว: คะแนนและสรุปรวบ

ผมให้ Toshiba GR-D189SB คะแนน 7.8/10 สำหรับการใช้งานในคอนโดเล็กของคนเกษียณคนเดียว จุดเด่นคือขนาดกะทัดรัดวางในครัว pantry กว้าง 55 ซม. ได้สบาย ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จริง สี Satin Blue ดูแพงกว่าราคา เสียงเงียบพอใช้นอนใกล้ได้ จุดที่ต้องยอมรับคือช่องแช่แข็งเล็กแค่พอวางถาดน้ำแข็ง 2 ถาด บวกของหนึ่งสองอย่าง ถ้าซื้อของแช่แข็งเยอะ ต้องหาตู้แช่แยก เหมาะกับคนอยู่คนเดียวหรือคู่เกษียณ ไม่เหมาะกับครอบครัวที่ทำอาหารหนักทุกวัน

สเปก Toshiba GR-D189SB ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนเล่าใช้จริง ผมขอสรุปสเปกหลักจากที่ตัดออกจากกล่อง คู่มือ และเช็คกับเว็บผู้ผลิต

  • ความจุรวม 6.4 คิว (ประมาณ 181 ลิตร): พอดีกับการอยู่คนเดียวที่มีของในตู้ราว 20-25 ชิ้น ของสด 4-5 อย่าง น้ำดื่ม 3-4 ขวด ผัก 1 ลิ้นชัก ไม่อึดอัด
  • ระบบ Direct Cool 1 ประตู: ไม่ใช่ No Frost ต้องละลายน้ำแข็งเองทุก 3-4 เดือน ในวัยผมไม่ถือเป็นปัญหา เพราะรู้จักตู้เย็นแบบนี้มาตั้งแต่อยู่บ้านพ่อแม่
  • ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: ผลคำนวณค่าไฟตามฉลากต่อปีอยู่ในช่วงราว 500 บาทต่อปี สำหรับคนวัยเกษียณที่งบไฟต้องคุม ตัวเลขนี้สบายใจ
  • สี Satin Blue (มี option สีอื่นด้วย): สีด้านไม่ลื่น รอยนิ้วมือไม่ติดเหมือนสีเงาแบบกระจก เช็ดง่าย
  • ขนาดภายนอกราว 53 × 56 × 130 ซม.: เข้าครัว pantry คอนโดส่วนใหญ่ได้ ขนถ่ายเข้าลิฟต์ขึ้นชั้น 18 ผมยกขึ้นรถเข็นคนเดียว
  • ช่องแช่แข็งเล็กประมาณ 15 ลิตร: พอวางถาดน้ำแข็ง 2 ถาด บวกไอศกรีมโคน 1 กล่อง บวกเนื้อสำรอง 1 ก้อน ไม่มากกว่านี้

ดีไซน์ Satin Blue กับวันแรกที่ตู้มาถึง

ตอนเปิดกล่องวันที่ 14 มีนาคม สี Satin Blue ที่เห็นจริงสวยกว่าในรูปออนไลน์มาก เป็นน้ำเงินอมเทาเข้มหน่อย ไม่ฉูดฉาด สีนี้ในวัยผมดูสุภาพ ไม่ใช่สีตู้เย็นวัยรุ่น

ที่จับประตูเป็นแถบยาวสีเดียวกับตู้ ไม่ใช่ที่จับโลหะแยก ผมชอบเพราะเช็ดทำความสะอาดต่อเนื่องได้ ไม่มีร่องเก็บคราบ ในวัยผมที่เริ่มขี้เกียจถูซอก เรื่องนี้สำคัญ

วันแรกตั้งตู้เสร็จ ปล่อยให้นิ่ง 4 ชั่วโมงตามคู่มือก่อนเปิด ตอนเริ่มทำงาน ผมเอาหูแนบ ฟังเสียงคอมเพรสเซอร์ คล้ายเสียงพัดลมโน้ตบุ๊กในห้องเงียบ ห่างจากเตียงผม 3.5 เมตร ไม่รบกวนตอนนอน

จุดที่งง: ขาตั้งด้านหลังปรับระดับมาไม่เท่ากันจากโรงงาน ผมต้องเอาประแจเบอร์ 10 ขันปรับเอง 15 นาที ตู้ถึงนิ่ง ถ้าซื้อแล้วเขาส่งของถึงห้องไม่ได้ติดตั้ง อาจต้องเตรียมประแจไว้ใกล้มือ ของแถมในกล่องมีถาดน้ำแข็ง 2 ถาด คู่มือภาษาไทย และ warranty card 1 ปี ไม่มี surprise พิเศษ

ใช้จริง 2 เดือน — สิ่งที่ผมเรียนรู้

หลังเปิดใช้วันแรก ของในตู้เริ่มไม่มาก ค่อยๆ เพิ่มตามจำเป็น Layout ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้นหลัก บวกลิ้นชักผัก

  • ชั้นบน: ผมวางน้ำดื่ม ขวด 1.5L 3 ขวด เนยและไข่
  • ชั้นกลาง: อาหารเหลือมื้อกลางวัน กล่องพลาสติก 2-3 กล่อง
  • ชั้นล่าง: ผัก ผลไม้ และซอสปรุงรส
  • ลิ้นชักล่างสุด: สำหรับผัก รับน้ำหนักได้พอประมาณ ใส่กะหล่ำ บวกแครอท บวกผักกาดได้สบาย

เรื่องค่าไฟ บิลค่าไฟเดือนเมษายนของผมอยู่ที่ 720 บาท (ห้องคอนโด 38 ตรม. แอร์เปิดกลางวัน 4-5 ชม.) เดือนก่อนตู้มาถึงคือ 690 บาท ส่วนต่าง 30 บาทที่อาจมาจากตู้เย็นใหม่ ไม่ถือว่าเปลือง ฉลากเบอร์ 5 ของจริง

มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนเดือนแรก ผมตั้ง thermostat ที่ระดับ 5 (สูงสุด) จากความเคยชินตู้บ้านเก่า ผลคือผักในลิ้นชักล่างเย็นเกินจนแข็ง ผมต้องลดมาที่ระดับ 3 ตอนนี้ใช้ระดับ 3 ตลอด ผักไม่เสีย ผลไม้ไม่นิ่ม

อีกเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้ใหม่ ช่องแช่แข็ง 1 ประตูแบบนี้มีน้ำแข็งเกาะธรรมชาติช้าๆ ผมต้องวางแผนละลายน้ำแข็งทุก 3 เดือน ครั้งแรกผมจดในปฏิทินไว้ 14 มิถุนายน เปิดประตูทิ้ง 4 ชั่วโมง รองด้วยผ้าขนหนู ใช้ไดร์เป่าอ่อนๆ จะเร็วขึ้น

เสียงคอมเพรสเซอร์ตอนกลางคืน ผมวัดด้วยแอป dB Meter ในมือถือได้ราว 38-40 dB ห่างจากตัวตู้ 1 เมตร ถือว่าเงียบสำหรับ direct cool ขนาดนี้ ตู้เย็นในห้องนอนเดิมตอนอยู่บ้านพ่อแม่ที่จำได้คือดังกว่านี้

ข้อดีที่ใช้แล้วยืนยัน และข้อเสียที่ต้องยอมรับ

ข้อดี:

  • ขนาด 6.4 คิวพอดีกับการอยู่คนเดียว ไม่เหลือพื้นที่ว่างเปล่าเสียไฟ: ตู้ใหญ่กว่านี้สำหรับคนเดียวเปลืองไฟกับการทำความเย็นที่ว่าง ในมุมคนเกษียณงบจำกัด ผมรู้สึกเลือกถูก
  • ฉลากเบอร์ 5 ของจริง ค่าไฟไม่กระโดด: ตามที่เล่าในส่วนก่อน บิลต่างจากเดือนก่อนไม่ถึง 50 บาทสำหรับการมีตู้เย็นเพิ่ม คุ้มกว่าตู้ราคาถูกที่ไม่มีฉลาก
  • สี Satin Blue สวยกว่าคาด ดูแลง่าย เช็ดได้ทุกผ้า: ผมใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เปียกหมาดๆ เช็ดสัปดาห์ละครั้ง ไม่ทิ้งรอย ไม่เห็นรอยนิ้วเหมือนสีกระจกของรุ่นอื่น
  • ขนาด external 53 ซม. กว้าง เข้าครัว pantry คอนโดส่วนใหญ่ได้: ผมวัดครัวคอนโดเพื่อนหลายห้องก่อนเลือก ตู้ส่วนใหญ่ที่กว้างเกิน 60 ซม. เข้าไม่ได้ ตู้นี้ลงตัว

ข้อเสีย:

  • ช่องแช่แข็งเล็กจริงๆ ไม่เกินไอศกรีม 1 กล่อง: ถ้าซื้อเนื้อ ลูกชิ้น ทูน่ากระป๋อง แช่แข็งเยอะๆ ต้องคิดใหม่ ผมแก้ด้วยการซื้อทีละน้อย กินทันที
  • ต้องละลายน้ำแข็งเอง direct cool ไม่ใช่ no frost: ในวัยผมไม่เห็นเป็นปัญหา แต่คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยใช้ตู้แบบนี้ อาจหงุดหงิดทุก 3 เดือน
  • ไม่มี inverter เสียงเปลี่ยนระดับชัดเวลาเครื่องตัด-ทำงาน: คนนอนหลับเบาอาจสะดุ้งตอนเครื่องเริ่มทำงานใหม่หลังตัด ผมไม่ค่อยรู้สึก เพราะวัยนี้นอนหลับลึก

สิ่งที่ผมคิดว่าคนชอบเข้าใจผิดเรื่องตู้เย็น 1 ประตู

คนรุ่นใหม่หลายคนมองตู้เย็น 1 ประตูว่าเป็นตู้ของหอนักศึกษา หรือตู้ของคนงบน้อย ในวัยผม ผมไม่เห็นด้วย

ผมเคยใช้ตู้เย็น 2 ประตู 13 คิวมา 8 ปีกับครอบครัว 4 คน ตอนนั้นจำเป็น แต่พออยู่คนเดียว ของในตู้น้อยลง 70% ตู้ใหญ่กลายเป็นภาระ มีพื้นที่ว่างทำความเย็นเปล่า เปลืองไฟทุกวัน ค่าไฟต่อปีต่างกันได้ 600-800 บาท

อีกจุด ตู้เย็นเล็กไม่ได้แปลว่าสเปกถูกตัดมือสอง ฉลากเบอร์ 5 เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งตู้ใหญ่และตู้เล็ก ระบบ Direct Cool ของ Toshiba ที่ใช้ในรุ่น 6 คิวก็เหมือนของรุ่น 5 คิว ไม่มีการลดสเปก สำหรับใครก็ตามที่กำลังเปลี่ยนช่วงชีวิต เกษียณ ย้ายเข้าคอนโด หรืออยู่คนเดียว อย่ายึดติดกับขนาดเดิม

เทียบกับรุ่นใกล้เคียง: ตัวไหนเหมาะกับใคร

ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตู 6-7 คิว ผมเทียบกับอีก 2 รุ่นก่อนตัดสินใจ Hitachi 1 ประตู และ Mitsubishi 1 ประตู ขนาดใกล้กัน

Toshiba GR-D189SB ที่ผมเลือก เด่นที่สีและดีไซน์ภายนอก สี Satin Blue เรียบเข้ากับห้อง modern คอนโดมากกว่าคู่แข่ง Hitachi รุ่นใกล้กันเน้นความเย็นเร็ว แต่ราคาสูงกว่าราว 800-1,000 บาท ในวัยผมไม่ต้องการความเย็นเร็วเหนือสเปก Mitsubishi รุ่นใกล้กันเสียงเงียบกว่าเล็กน้อย แต่หน้าตาเรียบจนดูเหมือนตู้สำนักงาน ไม่เหมาะกับห้องอยู่อาศัยที่ผมอยากให้สวย

ถ้าคุณกำลังศึกษาตัวเลือกตู้เย็นเพิ่ม ลองอ่าน รีวิวรวมตู้เย็นที่น่าซื้อ เปรียบเทียบหลายรุ่นในที่เดียว และถ้าสนใจตู้เย็น 2 ประตูสำหรับครอบครัว รีวิว Hitachi HRTN5255MPSVTH เป็นอีกตัวเลือกที่ผมเคยศึกษาก่อนเลือกย้ายมาตู้เล็ก

Toshiba GR-D189SB เหมาะกับใคร (และไม่เหมาะกับใคร)

เหมาะกับ:

  • คนเกษียณที่ย้ายเข้าคอนโดเล็กลงจากบ้านเดี่ยว: เหมือนผมเอง ของในตู้น้อยลง ตู้ใหญ่กลายเป็นภาระค่าไฟ
  • คนวัยทำงานอยู่คอนโดคนเดียวหรือคู่ ไม่ได้ทำอาหารหนักทุกวัน: ขนาดพอดี ฉลากเบอร์ 5 ค่าไฟไม่กระโดด
  • คนต้องการตู้เย็นเสริมในห้องนอนหรือ home office: ขนาดกะทัดรัดวางได้ ไม่กินที่
  • หอพักนักศึกษาที่ห้องไม่ใหญ่ พื้นที่จำกัด: กว้าง 53 ซม. เข้าได้แทบทุกห้อง

ไม่เหมาะกับ:

  • ครอบครัว 4 คนขึ้นไป ทำอาหารทุกมื้อ: ความจุไม่พอ ต้องไปดู 2 ประตู 13 คิวขึ้น
  • คนที่ซื้อของแช่แข็งเยอะ ลูกชิ้น เนื้อ ปลาเก็บนาน: ช่องแช่แข็ง 15 ลิตรไม่พอ
  • คนที่ต้องการ no frost ไม่ต้องละลายน้ำแข็งเลย: รุ่นนี้ direct cool

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ก่อนซื้อ วัดพื้นที่ครัวคอนโดของคุณก่อน กว้าง 53 ซม. ไม่ใช่ขนาดที่ทุกครัวรับได้ ลองจัดของในตู้เก่าก่อนว่าจริงๆ ใช้พื้นที่กี่ % ถ้าน้อยกว่า 60% ตู้ปัจจุบันใหญ่เกินไป เผื่องบประมาณค่าขนส่ง Shopee บางที่ไม่รวมขึ้นห้อง ผมต้องจ้างเพิ่ม

คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับ Toshiba GR-D189SB

Q: Toshiba GR-D189SB ความจุพอสำหรับคนกี่คน?

A: ในประสบการณ์ผม 6.4 คิวพอดีสำหรับ 1-2 คน ที่ทำอาหารบ้างไม่ทุกมื้อ ถ้า 3 คนขึ้นไป หรือทำกับข้าวเก็บไว้เยอะ ควรไปดูรุ่น 2 ประตู 10-13 คิวจะคุ้มกว่า

Q: ตู้เย็น Toshiba GR-D189SB กินไฟเยอะมั้ย?

A: ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ค่าไฟตามฉลากต่อปีอยู่ในช่วงราว 500 บาท จากที่ผมใช้จริง 2 เดือน บิลค่าไฟต่างจากเดือนก่อนแค่ราว 30 บาท ถือว่าเบามาก

Q: Toshiba GR-D189SB ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชั่นแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry ของตู้เย็น 1 ประตู เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee ก่อนสั่ง

สรุปและความเห็นปิดท้าย

หลังใช้ครบ 2 เดือน ผมให้ Toshiba GR-D189SB คะแนน 7.8/10 เป็นตู้เย็น 1 ประตูที่ทำหน้าที่ครบในงบนี้ ไม่มีฟังก์ชั่นเกินจำเป็นที่ทำให้ราคาแพง ไม่มีจุดที่รู้สึกถูกตัด corner จนเสียประสบการณ์ใช้

สำหรับคนเกษียณวัยผมที่ย้ายเข้าคอนโดเล็กลง คนวัยทำงานที่อยู่คนเดียวในคอนโด หรือคู่หนุ่มสาวที่เริ่มชีวิตในห้องไม่ใหญ่ ตู้นี้ตอบโจทย์ทั้งขนาด สี ฉลากประหยัดไฟ และราคา

แต่ถ้าคุณเป็นครอบครัว 4 คนขึ้น ทำอาหารทุกมื้อ ซื้อของแช่แข็งเก็บนาน ตู้นี้ไม่เหมาะแน่ๆ ขนาด 6.4 คิวจะทำให้คุณต้องไปตลาดทุก 2-3 วัน เพราะของไม่พอเก็บ

ถ้าให้ย้อนกลับไปวันแรกที่ผมย้ายเข้าคอนโด ผมยังเลือกรุ่นนี้ ไม่เปลี่ยน เหตุผลหลักคือผมไม่อยากเปลืองค่าไฟกับตู้ใหญ่เกินจำเป็นในวัยที่งบเกษียณต้องคุม

ก่อนกดสั่ง ผมแนะนำให้วัดพื้นที่ครัวก่อน เช็คโปรหลายร้านเปรียบเทียบ และตัดสินใจจากสไตล์การกินจริงๆ ไม่ใช่จากนิสัยตู้เย็นที่เคยใช้