ตู้เย็นเก่ามีปัญหา ทำไมผมเลือก Toshiba GR-C149
ตู้เย็นเก่าในคอนโดผมเริ่มมีปัญหาคอมเพรสเซอร์ส่งเสียงจี่ๆ ตอนกลางคืน บางทีตื่นมากลางดึกเพราะเสียงที่ดังออกมาจากครัว เปิดประตูดูในเช้าวันถัดมาก็เริ่มเห็นน้ำแข็งเกาะหนาผิดปกติ ดูแล้วใกล้ถึงเวลาต้องเปลี่ยน เลยตั้งใจหาตู้เย็นใหม่มาทดแทน เน้นรุ่น 1 ประตูเพราะพื้นที่ครัวในคอนโดมีจำกัด เปิดดูใน Shopee อยู่หลายวัน เปรียบเทียบสเปกกับรีวิวจนสุดท้ายมาลงตัวที่ Toshiba GR-C149 ขนาด 5.2 คิว
ผมทำงานออฟฟิศ อยู่คอนโด 30 ตรม. กับคู่ ครัวเป็น pantry counter เล็กๆ ตู้เย็นต้องวางในช่องที่กั้นไว้แล้ว ขนาดประมาณ 50×55 ซม. รุ่นใหญ่กว่านี้คือเข้าไม่ได้แล้ว ใช้ตู้เย็นแค่เก็บของกินประจำวัน เครื่องดื่ม กับวัตถุดิบทำกับข้าวเย็นๆ ไม่ได้ตุนของเยอะแบบครอบครัวใหญ่ ของแช่แข็งหลักๆ ก็มีเนื้อสัตว์ปลีกย่อย ไอศกรีม น้ำแข็ง
ก่อนตัดสินใจผมดูอยู่ 3 ตัวเลือก คือ Toshiba GR-C149, Sharp รุ่นใกล้กัน 5.2 คิว และ Haier 5 คิว สุดท้ายเลือก GR-C149 เพราะใช้สาร R600a ที่ผู้ผลิตบอกประหยัดไฟกว่าน้ำยารุ่นเก่า มี Super Direct Cool ส่งความเย็นตรงสู่ช่องแช่ แล้วก็ดูรีวิวคนใช้จริงในไทย คอมเพรสเซอร์โทชิบ้าค่อนข้างทน รับประกันคอมฯ ยาว 5 ปี ตัวเครื่อง 1-2 ปี ในเซกเมนต์ราคานี้ถือว่ารับประกันดี
ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ตอนนี้ เปิด 24 ชม. ตามปกติ มีเปิด-ปิดประตูประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน แช่ของสด เครื่องดื่ม กับของแช่แข็งบ้าง วันธรรมดาแช่น้อย วันเสาร์-อาทิตย์แช่เยอะหน่อยเพราะตุนของไว้ทำกับข้าว
ในรีวิวนี้ผมจะเล่าตามจริงทั้งจุดที่ชอบและจุดที่อาจไม่ถูกใจคนอื่น ค่าไฟจริงเดือนล่าสุด ปัญหาตอนติดตั้ง และคิดยังไงถ้าจะให้ย้อนกลับไปเลือกใหม่ครับ
คำตอบสั้น ๆ ก่อนอ่านยาว
Toshiba GR-C149 เหมาะกับคอนโดและหอพักที่มีคนอยู่ 1-2 คน วางในช่องครัวเล็กได้สบาย ดีไซน์เรียบเข้ากับห้องส่วนใหญ่ ใช้สาร R600a บวก Super Direct Cool ทำความเย็นเร็ว ในงบไม่ถึงหกพันถือว่าคุ้ม ข้อจำกัดหลักคือเป็น Manual Defrost ต้องละลายน้ำแข็งเองทุก 2-3 เดือน และถ้าใช้กับครอบครัว 3 คนขึ้น ความจุอาจไม่พอ ผมให้คะแนนรวม 7.8 จาก 10 ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตูระดับเริ่มต้น
สเปก Toshiba GR-C149 ที่ผมเลือก พร้อมจุดเด่น
ก่อนพูดเรื่องใช้งานจริง ขอลงสเปกหลักให้ดูครบก่อน เพราะมีหลายคนถามผมว่าสเปกตู้เย็นรุ่นนี้ในเอกสารกับที่ Shopee ตรงกันไหม ผมเช็คกับเว็บ Toshiba Lifestyle แล้วตรงกันครับ
- ความจุรวม 5.2 คิว ประมาณ 142-145 ลิตร แบ่งเป็นช่องแช่เย็นกับช่องแช่แข็งภายในประตูเดียว เหมาะกับคนเดียวหรือคู่ที่ไม่ตุนของเยอะ
- ระบบ Super Direct Cool ส่งความเย็นตรงสู่ช่องแช่เย็นผ่านช่องส่งลมเย็นในช่องแช่แข็ง จุดดีคือทำความเย็นเร็ว แต่จุดที่ต้องเข้าใจคือเป็นระบบ Direct Cool ไม่ใช่ No Frost จะมีน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งหลังใช้ไปสักพัก
- น้ำยาทำความเย็น R600a เป็นสารทำความเย็นกลุ่มไฮโดรคาร์บอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตามที่ผู้ผลิตบอกช่วยประหยัดไฟกว่าน้ำยา R134a รุ่นก่อน ส่วนตัวผมเห็นจริงเรื่องค่าไฟ แต่จะเล่าตัวเลขในส่วนถัดไป
- ขอบยางถอดล้างได้ ออกแบบให้ดึงออกมาเช็ดทำความสะอาดด้วยมือเปล่า มีแถบแม่เหล็กภายในทำให้ปิดแน่น ผมเคยเจอตู้เย็นเก่าที่ขอบยางสกปรกมากแล้วถอดล้างไม่ได้ จุดนี้ของ GR-C149 ดีกว่าชัด
- การรับประกัน คอมเพรสเซอร์ 5 ปี ตัวเครื่อง 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับร้านที่ซื้อ) ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตูในงบหลักห้าพันต้นๆ ถือว่ารับประกันยาวพอ
ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตูระดับเริ่มต้น สเปก GR-C149 ไม่ใช่ตัวที่หรูที่สุด แต่ครบเครื่องสำหรับคนใช้คอนโดและหอพักครับ ที่บ้านผมตั้งใจซื้อรุ่นที่ไม่ overkill ตามขนาดห้อง รุ่นนี้พอดี
ดีไซน์ Toshiba GR-C149 หน้าตาเป็นยังไงเมื่อวางในคอนโด
วันที่เครื่องส่งมาถึง ผมแกะกล่องในห้องโถง น้ำหนักประมาณ 25-27 กก. ยังเข็นเข้าครัวคนเดียวได้สบาย ตัวเครื่องสี Mirror Silver (รุ่นที่ผมเลือก) ลายผิวเรียบ ไม่ใช่กระจกเงาสะท้อนภาพแบบรุ่นแพง ดูทันสมัยแต่ไม่หรูเกินจน clash กับห้องคอนโดสไตล์ minimal ที่ผมตั้งใจให้เป็น
ขนาดตัวเครื่องจริงๆ กว้างประมาณ 49 ซม. ลึก 52-53 ซม. สูงประมาณ 121 ซม. วางในช่อง pantry ที่ผมเตรียมไว้ 50×55 ซม. พอดี เหลือช่องว่างด้านหลังประมาณ 2-3 ซม. ซึ่ง ตอนแรกผมยังคิดว่าน่าจะพอ แต่หลังจากใช้ไปสองวันมีเรื่องให้ขยับใหม่ (จะเล่าในส่วนใช้งานจริง)
มือจับเป็นแบบฝังในประตู ไม่ยื่นออกมา ดูเรียบและไม่เกะกะตอนเดินผ่าน เปิดประตูได้ราว 100-110 องศา ภายในมีไฟ LED เล็กๆ ส่องเฉพาะช่องแช่เย็น ส่วนช่องแช่แข็งไม่มีไฟ ตอนกลางคืนเปิดดูในช่องแข็งจะมืดนิดหน่อย
การแบ่งช่องภายใน ช่องแช่แข็งอยู่ด้านบนสุด ขนาดพอแช่ถาดน้ำแข็ง 2-3 ถาดบวกเนื้อสัตว์ปลีกย่อย ส่วนช่องแช่เย็นด้านล่างมีชั้นวางพลาสติกแบบลูกฟูก 2 ชั้น ปรับระดับได้ มีลิ้นชักผักด้านล่างสุดขนาดกลาง ที่ฝาประตูมีช่องวางขวดน้ำขนาดใหญ่กว่ารุ่นใกล้กันที่ผมเทียบ ใส่ขวดน้ำดื่ม 1.5 ลิตรได้ 2-3 ขวด พอใช้สำหรับคู่จริงๆ
ใช้งานจริง 7 สัปดาห์ ค่าไฟ เสียง การจัดของ
มาถึงส่วนที่หลายคนรอ ใช้งานจริงเป็นยังไงบ้าง ผมจะเล่าเรียงเป็นเรื่องๆ
ค่าไฟเดือนล่าสุดในคอนโดผม 380 บาท ห้อง 30 ตรม. เปิดแอร์ทุกคืน 6-7 ชม. มีตู้เย็น GR-C149 เปิด 24 ชม. รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ อย่างกาต้มน้ำ ไมโครเวฟ พัดลม เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ใช้ตู้เย็นเก่า 2 ประตูรุ่น 10 ปี ค่าไฟอยู่ที่ 470-490 บาท ค่าไฟลดลงไปประมาณ 90 บาท ผมไม่ได้บอกว่ามาจาก GR-C149 ทั้งหมด เพราะอาจรวมเรื่องอุณหภูมินอกบ้านด้วย แต่ตู้เย็นใหม่ R600a มีส่วนช่วยชัดเจน
เสียงตอนคอมเพรสเซอร์ทำงาน นี่คือ Friction Moment ของผม วันแรกที่ติดตั้ง ผมวางตู้เย็นชิดผนังเกินไป เผื่อช่องด้านหลังแค่ 2 ซม. ตอนกลางคืนสองวันแรก compressor มีเสียงต่ำๆ ผมเริ่มกังวลว่าเสีย แล้วก็เห็นคู่มือว่าต้องเว้นด้านหลัง 5-6 ซม. ขั้นต่ำ ผมขยับห่างผนัง 6 ซม. เสียงเบาลงเห็นได้ชัด หลังจากนั้นตอนกลางคืนแทบไม่ได้ยินเลย ยกเว้นช่วงที่ compressor cycle on/off เป็นเสียงเบาเหมือนคลื่น
ระบบ Super Direct Cool ทำงานเร็ว หลังจากใส่ของเข้าไปครั้งแรก ผมตั้งเทอร์โมสตัทไว้ระดับ 3 จาก 5 ผ่านไป 2-3 ชม. ช่องแช่แข็งทำน้ำแข็งได้ ขวดน้ำในประตูเย็นภายใน 4-5 ชม. แม้จะเป็นรุ่น Direct Cool ที่ไม่เร็วเท่า No Frost แต่สำหรับ use case ที่บ้านผมก็พอแล้ว ไม่ได้แช่ของเยอะให้ต้องลุ้น
Learning Moment เรื่อง Manual Defrost หลังใช้ไป 6 สัปดาห์ ผมเริ่มเห็นน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งหนาขึ้น ตามคู่มือบอกว่าต้อง defrost เองทุก 2-3 เดือน วิธีคือปิดเครื่อง เอาของออก เปิดประตูทิ้งไว้ 3-4 ชม. รอน้ำแข็งละลาย เช็ดให้แห้งแล้วเปิดใหม่ ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน นี่คือสิ่งที่คนซื้อตู้เย็น 1 ประตูบางคนลืม ถ้าจะให้สบายไม่ต้องยุ่งเลย ต้องเลือกรุ่น No Frost ซึ่งราคาขึ้นไปอีกพันสองพัน
ส่วน รีวิวตู้เย็นมินิบาร์ ในหมวดเดียวกัน ผมเคยอ่านเทียบราคาก่อนตัดสินใจ แต่มินิบาร์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.7-3 คิว ซึ่งเล็กไปสำหรับ 2 คน เลยข้ามไปดูช่วง 5 คิวแทน
ข้อดี ข้อเสีย Toshiba GR-C149
หลังใช้ 7 สัปดาห์ ผมแยกข้อดีข้อเสียได้ค่อนข้างชัด ลองดูทีละข้อครับ
ข้อดี
- น้ำยา R600a + Super Direct Cool: ทำความเย็นเร็วและประหยัดไฟกว่าตู้เย็นเก่ารุ่น 10 ปีของผม ค่าไฟเดือนล่าสุดลดลงจากเดิมประมาณ 90 บาท ส่งผลต่อ budget เดือนชัด
- ขนาดกะทัดรัด 5.2 คิว: วางในช่อง pantry counter 50×55 ซม. ของคอนโดได้พอดี เหลือพื้นที่ครัวให้ใช้ทำกับข้าวจริง ไม่ต้องเสียที่ให้ตู้เย็นขนาดใหญ่เกิน
- ขอบยางถอดล้าง: ดึงออกมาล้างได้ด้วยมือเปล่า ผมเช็ดทำความสะอาดง่ายกว่าตู้เย็นเก่าที่ขอบยางยึดติด เก็บคราบไม่ออก ใช้นานยังกลิ่นไม่อับ
- ช่องประตูใส่ขวดน้ำใหญ่: ใส่ขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้ 2-3 ขวด พอใช้สำหรับ 2 คน ไม่ต้องเสียเนื้อที่ในชั้นวางหลัก
- การรับประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี: ในเซกเมนต์ราคาเดียวกัน บางแบรนด์ให้แค่ 3 ปี ความยาวของประกันคอมฯ คือสิ่งที่ผมให้น้ำหนักเยอะ เพราะคอมฯ คือชิ้นที่เสียบ่อยและซ่อมแพง
ข้อเสีย
- Manual Defrost ทุก 2-3 เดือน: ต้องละลายน้ำแข็งเองในช่องแช่แข็ง ใช้เวลาครึ่งวัน คนที่ไม่อยากยุ่งอาจรู้สึกเสียเวลา ถ้างบเพิ่มได้อีก ผมแนะนำให้พิจารณารุ่น No Frost
- ช่องแช่แข็งเล็ก: แช่ถาดน้ำแข็ง 2-3 ถาด บวกเนื้อสัตว์ปลีกย่อยพอ ถ้าจะตุนเนื้อสัตว์ทั้งเดือนคงไม่พอ ต้องไปดูรุ่น 6 คิวขึ้น
- ช่องไฟ LED แค่ในช่องแช่เย็น: ช่องแช่แข็งไม่มีไฟ ตอนกลางคืนเปิดดูในช่องแข็งต้องเปิดไฟครัวด้วย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้ามีก็จะดีกว่า
spec ดูเหมือนเล็ก แต่จุดที่หลายคนมองข้าม
มีจุดที่ผมเห็นว่าคนเลือกตู้เย็น 1 ประตูชอบมองข้าม คือ การแบ่งช่องภายใน หลายคนเลือกจากตัวเลข คิว อย่างเดียว 5.2 vs 5.5 vs 6 ผมก็เคยเป็นแบบนั้นตอนซื้อเครื่องเก่า แต่จริงๆ ที่ส่งผลต่อการใช้คือ design ภายใน ช่องแช่แข็งกว้างแค่ไหน ลิ้นชักผักลึกแค่ไหน ชั้นวางปรับได้ไหม
GR-C149 ช่องที่ผมว่าออกแบบดีคือ ช่องประตูใส่ขวดน้ำใหญ่ ซึ่งรุ่นในเซกเมนต์เดียวกันบางตัวมีช่องเล็กกว่า ใส่ขวดน้ำ 1.5 ลิตรไม่ลง ต้องเอามาตั้งในชั้นวางหลัก กินที่ของของอื่น
อีกจุดคือ คนคิดว่าตู้เย็น 1 ประตูเปลืองไฟ จริงๆ ในรุ่นใหม่ที่ใช้ R600a + Direct Cool ปริมาณการใช้ไฟต่อปีต่ำกว่าตู้เย็น 2 ประตูรุ่นเก่ามาก เพราะปริมาตรเล็กกว่า cooling load ต่ำกว่า ส่วนตัวผมเห็นจริงจากบิลค่าไฟ ตู้เย็นเก่า 2 ประตู 10 ปีของบ้านเดิมกินมากกว่ารุ่นใหม่ 1 ประตูที่ใช้อยู่ตอนนี้ ในตู้เย็น 1 ประตูระดับเริ่มต้นด้วยกัน GR-C149 ก็ถือว่าทำได้ดีในเรื่องนี้
Toshiba GR-C149 vs ตู้เย็นเล็กรุ่นอื่น เลือกตัวไหน
คู่แข่งหลักในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตู 5-5.5 คิวที่ผมเทียบก่อนซื้อมี 2 รุ่น
Toshiba GR-C149 vs Sharp รุ่น Direct Cool ใกล้กัน: Sharp มีรุ่น 5.2 คิวที่ราคาใกล้กัน สเปกใกล้เคียง ใช้ R600a เหมือนกัน ต่างที่ Toshiba มี Super Direct Cool ทำความเย็นในช่องแช่เย็นเร็วกว่าเล็กน้อย และรับประกันคอมเพรสเซอร์ยาวกว่า ส่วน Sharp มีดีไซน์หลากสีกว่า เลือกได้มากกว่า ถ้าเน้นสีและดีไซน์ Sharp น่าสน ถ้าเน้นคอมฯ ทน + ประกันยาว Toshiba ตอบโจทย์
Toshiba GR-C149 vs Haier 5 คิว: Haier ราคาถูกกว่าเล็กน้อย ขนาดใกล้กัน แต่ Toshiba รับประกันคอมเพรสเซอร์ยาวกว่า และในรีวิวคนใช้จริงในไทย โทชิบ้าอายุเฉลี่ยยาวกว่า ผมเลยยอมจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยเพื่อความสบายใจระยะยาว
ถ้าคุณกำลังหา ตู้เย็น 2 ประตูยี่ห้อไหนดี เพราะมีคนในบ้าน 3-4 คนหรือใหญ่กว่า GR-C149 อาจไม่ใช่คำตอบ ต้องไปดูที่ 7-9 คิวขึ้น
Toshiba GR-C149 เหมาะกับใคร
หลังใช้ 7 สัปดาห์ ผมว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม
เหมาะกับ
- คนอยู่คอนโดหรืออพาร์ทเม้นท์ 25-35 ตรม. คนเดียวหรือคู่ ที่ต้องการตู้เย็น 1 ประตูประหยัดที่
- คนที่ใช้ตู้เย็นเก็บของกินประจำวัน เครื่องดื่ม ไม่ตุนเนื้อสัตว์เป็นกิโล
- คนที่งบประมาณ 5,000-6,000 บาท ต้องการแบรนด์ที่รับประกันคอมเพรสเซอร์ยาว
- คนที่ไม่ติดเรื่อง Manual Defrost ทุก 2-3 เดือน
- นักศึกษาหอพักที่ต้องการตู้เย็นจริงจัง ไม่ใช่มินิบาร์
ไม่เหมาะกับ
- ครอบครัว 3-4 คนขึ้นที่ต้องตุนของในตู้เย็น ขนาด 5.2 คิวไม่พอ ต้องดูที่ 7 คิวขึ้น
- คนที่ไม่อยาก defrost เอง ต้องดูรุ่น No Frost ราคาเพิ่มอีกหลักพัน
- คนที่ต้องการตู้เย็นมี Inverter ประหยัดไฟแบบ premium รุ่นนี้เป็น Direct Cool ธรรมดา ไม่มี Inverter
ข้อแนะนำก่อนซื้อ
- วัดพื้นที่วางก่อนสั่ง เผื่อช่องด้านหลังขั้นต่ำ 5-6 ซม. ด้านข้าง 2-3 ซม. ไม่งั้น compressor เสียงดังกว่าปกติ
- เตรียม timer ในมือถือเตือน defrost ทุก 2-3 เดือน จะได้ไม่ลืม
- ปรับเทอร์โมสตัทไว้ระดับ 3 จาก 5 สำหรับการใช้งานปกติ ระดับ 5 จะทำงานหนักเกินและกินไฟมาก
คำถามที่หลายคนสงสัย Toshiba GR-C149
Q: Toshiba GR-C149 เหมาะกับห้องขนาดเท่าไหร่?
A: เหมาะกับคอนโด 25-35 ตรม. ที่มีคนอยู่ 1-2 คน ครัวเล็กแบบ pantry counter วางในช่อง 50×55 ซม. ได้พอดี ถ้าครัวใหญ่กว่านี้และมีคนในบ้าน 3 คนขึ้น ความจุ 5.2 คิวอาจไม่พอ
Q: Toshiba GR-C149 กินไฟเยอะมั้ย?
A: ไม่เยอะครับ ที่บ้านผมเปิด 24 ชม. รวมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นและแอร์ในห้อง 30 ตรม. ค่าไฟเดือนล่าสุดอยู่ที่ 380 บาท เทียบกับตู้เย็นเก่า 2 ประตูรุ่น 10 ปี ลดลงไปประมาณ 90 บาท สาร R600a มีส่วนช่วย
Q: Toshiba GR-C149 รับประกันกี่ปี?
A: คอมเพรสเซอร์ 5 ปี ตัวเครื่อง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับร้านที่ซื้อ ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตูราคา 5,000 บาทต้นๆ ถือว่าประกันยาว ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วง เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee
สรุปรีวิว Toshiba GR-C149 หลังใช้ 7 สัปดาห์
คะแนนรวมที่ผมให้คือ 7.8 จาก 10 ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตูระดับเริ่มต้น ไม่ใช่ตู้เย็นที่หรูที่สุดในตลาด แต่ทำหน้าที่ครบสำหรับ use case คอนโดและหอพัก ใครงบไม่ถึงหกพันแต่ต้องการแบรนด์ที่รับประกันคอมเพรสเซอร์ยาว ก็จบที่รุ่นนี้ได้
Use case ที่เหมาะตามที่ผมใช้คือ คอนโด 25-35 ตรม. คนอยู่ 1-2 คน เก็บของกินประจำวัน เครื่องดื่ม วัตถุดิบทำกับข้าวเย็นๆ ช่องประตูใส่ขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้ 2-3 ขวด ชั้นวางในตู้พอใส่ของจำเป็น ลิ้นชักผักขนาดกลาง ทุกอย่างพอดีกับ 2 คน
ส่วนที่ต้องยอมแลกคือ Manual Defrost ทุก 2-3 เดือน ช่องแช่แข็งขนาดไม่ใหญ่ และไม่มี Inverter ถ้าต้องการ feature เหล่านี้ ต้องขึ้นไปเซกเมนต์ 6,500-8,000 บาท แต่ในงบของ GR-C149 ทุกอย่างที่ได้ก็คุ้มแล้วในมุมผม
ถ้าให้ผมย้อนกลับไปเลือกใหม่ ผมยังเลือก GR-C149 สำหรับคอนโดของตัวเอง แต่ถ้าจะซื้อให้บ้านพ่อแม่ที่มีคนในบ้าน 4 คน คงดูรุ่น 6.4 คิวขึ้นไป หรือไม่ก็ขยับไปตู้เย็น 2 ประตู ขนาดต้องเลือกตาม use case จริง ไม่ใช่ตามแบรนด์
สำหรับใครที่อยู่ในคอนโดและมองหาตู้เย็นในเซกเมนต์ entry ที่ไม่ overkill รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดี แบรนด์ที่ผ่านเวลามาแล้วและมีบริการหลังการขายในไทยพอสมควร


