คำถามที่คนจองมักถามก่อน: โรงแรมแถวสถานีเกียวโตกับย่านคาราสุมะถูกจองจนราคาขยับขึ้นทุกซีซั่น แล้วโรงแรมที่อยู่หน้าสถานีฮันคิวโอมิยะอย่าง The OneFive Kyoto Shijo คุ้มกว่าไหม และต้องแลกกับอะไรบ้าง คำตอบสั้นคือ ทำเลเดินทางดีกว่าที่ชื่อสถานีทำให้รู้สึก ห้องกว้างกว่าบิสซิเนสโฮเทลทั่วไป แต่ต้องรับสองเรื่อง คือไม่มีอ่างอาบน้ำ และเช็คอินบ่ายสามแบบไม่มีเข้าก่อนเวลา
โปรดทราบ: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณจองผ่านลิงก์ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อความเห็นในรีวิวนี้
สถานีฮันคิวโอมิยะไม่ค่อยอยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาเกียวโตครั้งแรก คนส่วนใหญ่จะมองหาที่พักรอบสถานีเกียวโต (JR) หรือย่านคาราสุมะ-คาวารามาจิก่อน แต่ตัวสถานีฮันคิวโอมิยะอยู่ห่างจากย่านบันเทิงคาวารามาจิแค่ราว 5 นาทีโดยรถไฟ และตัวโรงแรมก็เกาะอยู่บนแยกใหญ่กลางเมืองพอดี ทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลทำเล ห้องพัก และนโยบายของ The OneFive Kyoto Shijo มาสรุปให้ก่อนคุณกดจอง
ทำเล The OneFive Kyoto Shijo หน้าสถานีฮันคิวโอมิยะ ทางออก 3
โรงแรมตั้งอยู่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของแยกชิโจ-โฮริคาวะ ย่านชิโมเกียว-คุ ใจกลางเกียวโต จุดอ้างอิงที่หาง่ายที่สุดคือ ฮันคิวสายเกียวโต สถานีโอมิยะ ทางออก 3 ออกจากทางออกแล้วเลี้ยวซ้าย เดินถึงไฟแดงที่สองจะเห็น 7-Eleven อยู่ทางซ้ายมือ ตัวโรงแรมอยู่ติดกับ 7-Eleven นั้นเลย ระยะรวมราว 3 นาที ถ้าคุณลากกระเป๋าใบใหญ่มา เส้นนี้เป็นทางเรียบบนฟุตปาธ ไม่ต้องขึ้นบันไดยาว จึงจัดการง่ายกว่าหลายโรงแรมที่อ้างว่าใกล้สถานีแต่ต้องลากข้ามสะพานลอย
จุดที่ทำให้ทำเลนี้ใช้งานได้จริงคือมันเชื่อมหลายระบบในรัศมีเดินถึง ฮันคิวสายเกียวโตพาคุณเข้าย่านคาวารามาจิราว 5 นาที ด้านหน้าโรงแรมยังมีรถราง Randen (สถานีชิโจ-โอมิยะ) ที่วิ่งไปทางอาราชิยามะ และถ้าเดินไปทางทิศตะวันออกราว 10 นาทีจะถึงสถานีรถไฟใต้ดินสายคาราสุมะ (สถานีชิโจ) ป้ายรถบัสเมืองก็อยู่หน้าโรงแรม ทำให้เส้นทางไปวัดและจุดเที่ยวที่รถไฟไม่ถึงทำได้สะดวก
เรื่องระยะเดินไปจุดเที่ยว ข้อมูลโรงแรมระบุย่านช้อปปิ้งชิโจ-คาราสุมะราว 10 นาทีเดิน ปราสาทนิโจราว 13 ถึง 15 นาที วัดมิบุเดระราว 15 นาที ส่วนตลาดนิชิกิมีข้อมูลขัดกันระหว่างแหล่ง ตั้งแต่ราว 11 ถึง 20 นาทีเดิน ทีมงานจึงแนะนำให้เผื่อเป็นราว 15 ถึง 20 นาทีเดิน หรือนั่งรถไฟ 5 นาทีจะสบายกว่า ส่วนวัดคิโยมิซุและศาลเจ้ายาซากะใช้รถบัสราว 20 นาที
ห้องพัก 17 ตร.ม. มีอะไร และอะไรที่ไม่มี
ห้องหลักที่นี่เป็นแบบดับเบิลและทวิน ขนาด 17 ตารางเมตร ดับเบิลใช้เตียงกว้าง 160 ซม. หนึ่งหลัง ทวินใช้เตียงกว้าง 110 ซม. สองหลัง ตัวเลข 17 ตร.ม. ฟังดูไม่หวือหวา แต่ในมาตรฐานโรงแรมธุรกิจญี่ปุ่นที่หลายแห่งให้ห้อง 11 ถึง 13 ตร.ม. ถือว่ากว้างกว่าค่าเฉลี่ยพอสมควร ในการเข้าพักจริง ห้องขนาดนี้พอวางกระเป๋าใบใหญ่สองใบแล้วยังเปิดเดินได้ และมีโต๊ะทำงานที่กว้างกว่าปกติ เหมาะถ้าคุณตั้งใจนั่งทำงานหรือพักหลายคืน
ในห้องมีตู้เย็นเล็ก กาต้มน้ำ ทีวีจอแบน เซฟ ไดร์เป่าผม ชุดนอนกับสลิปเปอร์ พื้นปูพรม และมีปลั๊กหลายช่องกับไฟอ่านหนังสือข้างเตียง จุดที่ต้องรู้ก่อนจองคือห้องน้ำเป็นฝักบัวระบบ multi-function อย่างเดียว ไม่มีอ่างอาบน้ำ ถ้าคุณเป็นสายแช่น้ำร้อนหลังเดินเที่ยวทั้งวัน ที่นี่ตอบโจทย์ไม่ได้ ส่วนไมโครเวฟไม่ได้อยู่ในห้อง แต่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ต้องลงไปใช้ที่ชั้นล่าง
จุดบวกที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือ ห้องส่วนใหญ่หันออกถนนและมีหน้าต่างเห็นวิวเมือง ซึ่งโรงแรมกลางเกียวโตหลายแห่งไม่ได้ให้ และอาคารยังดูใหม่สะอาดเพราะเพิ่งรีโนเวตช่วงรีแบรนด์
เดินทางจากสนามบินคันไซและสถานีเกียวโตยังไง
The OneFive Kyoto Shijo ไม่ได้อยู่ติดสถานีเกียวโต (JR) จึงต้องวางแผนช่วงต่อรถนิดหน่อย เส้นที่ตรงที่สุดจากสถานีเกียวโตคือ ออกมาที่ท่ารถบัสเมืองหมายเลข B-1 ขึ้นรถบัสสาย 9 แล้วลงป้าย ชิโจ-โฮริคาวะ ซึ่งอยู่หน้าโรงแรมพอดี เหมาะถ้าคุณมีกระเป๋าหนักและไม่อยากเปลี่ยนรถไฟหลายต่อ อีกทางคือนั่งแท็กซี่จากสถานีเกียวโตราว 10 นาที
จากสนามบินคันไซ (KIX) ระยะโดยรถยนต์อยู่ที่ราว 100 นาที ถ้าใช้ขนส่งสาธารณะ วิธีที่คนนิยมคือนั่ง Haruka เข้าสถานีเกียวโตก่อน แล้วค่อยต่อรถบัสหรือแท็กซี่ตามด้านบน หรือเปลี่ยนไปขึ้นฮันคิวเพื่อมาลงสถานีโอมิยะ ค่าโดยสารและตารางเดินรถเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา แนะนำเช็กแอปเดินทางก่อนออกเสมอ
รอบโรงแรมมีอะไร ของกิน ซูเปอร์ ร้านสะดวกซื้อ
จุดแข็งของทำเลนี้คือเรื่องกินและของใช้ ชั้นล่างของโรงแรมเป็น 7-Eleven เปิด 24 ชั่วโมง สะดวกมากเวลากลับดึกหรืออยากได้ของกินก่อนนอน เดินไปทางทิศตะวันออกตามถนนชิโจราว 3 นาทีจะเจอซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ Life และเดินต่ออีกราว 1 นาทีมี Fresco สาขาชิโจ-คาราสุมะ จุดนี้ทำให้ที่นี่เหมาะกับคนพักยาวหรือสายทำกับข้าวเองมากกว่าโรงแรมที่อยู่กลางย่านท่องเที่ยวล้วน
ฝั่งร้านอาหาร รอบสถานีโอมิยะมีร้านจำพวกแมคโดนัลด์ คาเฟ่ และร้านข้าวหน้าเนื้อแบบนั่งกินเร็ว เปิดถึงดึกหลายร้าน ทำให้คุณไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อหามื้อค่ำ ถ้าอยากนั่งเล่นเงียบ ๆ โรงแรมมีเลานจ์ที่ชั้น 2 เปิด 11:00 ถึง 22:00 มีกาแฟฟรี ใช้เป็นมุมทำงานนอกห้องได้
เรื่องที่คนจองมักพลาดก่อนเข้าพัก
มีสามเรื่องที่หน้า OTA มักไม่เน้น แต่กระทบทริปจริง เรื่องแรกคือเวลาเช็คอิน 15:00 และเช็คเอาต์ 10:00 โดยข้อมูลแผนการจองระบุชัดว่าไม่มีบริการเช็คอินก่อนเวลาหรือเช็คเอาต์สาย ถ้าเที่ยวบินคุณถึงเช้าหรือออกบ่าย ต้องวางแผนฝากกระเป๋าไว้ที่ฟรอนต์แล้วออกไปเดินก่อน
เรื่องที่สองคือภาษีที่พักเมืองเกียวโต ที่เก็บแยกจากค่าห้องและจ่ายที่ฟรอนต์ตอนเช็คอิน อัตราคร่าว ๆ คือ 200 เยนเมื่อค่าห้องต่ำกว่า 20,000 เยน 500 เยนสำหรับ 20,000 ถึงต่ำกว่า 50,000 เยน และ 1,000 เยนเมื่อ 50,000 เยนขึ้นไป ต่อคนต่อคืน เผื่อเงินสดเยนติดตัวไว้ เรื่องที่สามคือไม่มีอ่างอาบน้ำตามที่บอกไปแล้ว และไมโครเวฟอยู่พื้นที่ส่วนกลาง ไม่ใช่ในห้อง
มีอีกประเด็นที่สวนความคาดหมาย OTA หลายเจ้าติดป้ายที่นี่เป็นโรงแรม 4 ดาว แต่ในทางใช้งานจริงมันคือโรงแรมธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นฐานพักได้ดี ไม่ใช่โรงแรมที่มาเพื่อบริการหรูในตัว ตั้งความคาดหวังให้ตรงจะพอใจกว่า
จาก the b สู่ The OneFive Kyoto Shijo โรงแรมที่หลายคนเรียกผิด
ถ้าคุณค้นชื่อโรงแรมแล้วเจอทั้ง the b Kyoto Shijo และ The OneFive Kyoto Shijo ปนกัน ไม่ได้เข้าผิดที่ อาคารนี้เปิดปี 2018 ในชื่อ the b Kyoto Shijo ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2020 เปลี่ยนผู้บริหารมาเป็นเครือ OneFive Hotels (เดิมคือ Hakata Hotels) และรีแบรนด์เป็น The OneFive Kyoto Shijo จนถึงปัจจุบัน ลิงก์และรูปเก่าบางส่วนบนเว็บจองยังอ้างชื่อเดิมอยู่ จึงทำให้ดูสับสน
เรื่องนี้มีผลกับการตัดสินใจสองทาง ทางแรกคืออาคารผ่านการรีโนเวตช่วงรีแบรนด์ ทำให้ห้องและส่วนกลางยังดูใหม่กว่าตัวเลขปีเปิด 2018 ที่เห็น ทางที่สองคือถ้าคุณอ่านรีวิวเก่า ๆ ที่ยังใช้ชื่อ the b ก็ถือเป็นรีวิวของตึกเดียวกันได้ แต่ควรเช็กว่าเป็นช่วงหลังปี 2020 เพื่อให้ตรงกับการบริหารปัจจุบัน คะแนนผู้เข้าพักบน Booking.com สำหรับการเดินทางแบบคู่อยู่ที่ราว 8.8 ถึง 8.9 ณ ช่วงที่ทีมงานตรวจข้อมูลเดือนมิถุนายน 2026
ข้อดีและข้อควรพิจารณา
ข้อดี
- ทำเลหน้าสถานีฮันคิวโอมิยะ ทางออก 3 เดินราว 3 นาที พร้อม 7-Eleven ชั้นล่าง: หมายความว่าคุณลงรถไฟแล้วถึงล็อบบี้โดยแทบไม่ต้องลากกระเป๋าไกล และมีของกินของใช้ตลอด 24 ชม. ใต้ตึก ช่วยให้วันที่กลับดึกหรือถึงเกียวโตค่ำไม่ต้องออกไปหาอะไรไกล
- ห้อง 17 ตร.ม. กว้างกว่าค่าเฉลี่ยบิสซิเนสโฮเทล และมีโต๊ะทำงานใหญ่: แปลว่ากางกระเป๋าใหญ่สองใบยังเดินได้ และนั่งทำงานหรือพักหลายคืนได้สบายกว่าห้องญี่ปุ่นทั่วไปที่อึดอัด เหมาะกับสาย long stay และคนทำงานทางไกล
- เชื่อมหลายระบบขนส่งในรัศมีเดิน ทั้งฮันคิว รถราง Randen และ subway คาราสุมะ: หมายความว่าคุณเลือกเส้นทางไปแต่ละจุดเที่ยวได้ยืดหยุ่น เข้าคาวารามาจิ 5 นาทีรถไฟ ไปอาราชิยามะต่อรถรางได้ ลดเวลาเสียระหว่างวัน
- ส่วนกลางครบสำหรับพักยาว คอินลอนดรี เลานจ์ชั้น 2 กาแฟฟรี เตารีดที่โถงลิฟต์ ซูเปอร์ Life และ Fresco ใกล้: ทำให้จัดการเสื้อผ้าและมื้ออาหารเองได้ ลดค่าใช้จ่ายระหว่างทริปยาว
- อาคารรีโนเวตช่วงรีแบรนด์ 2020 ห้องส่วนใหญ่มีหน้าต่างเห็นวิวถนน: ได้ความรู้สึกโปร่งกว่าโรงแรมกลางเมืองหลายแห่งที่ห้องหันเข้าผนัง และความสะอาดเป็นจุดที่รีวิวพูดถึงบ่อย
ข้อควรพิจารณา
- ไม่มีอ่างอาบน้ำ มีแต่ฝักบัว: ถ้าคุณตั้งใจมาแช่ออนเซ็นในห้องหรือแช่น้ำร้อนคลายเมื่อยหลังเดินเที่ยว ที่นี่ทำไม่ได้ ต้องไปใช้บริการเซ็นโตหรือออนเซ็นข้างนอกแทน
- เช็คอิน 15:00 เช็คเอาต์ 10:00 และไม่มีบริการเข้าก่อนเวลา หรือออกสาย: ถ้าไฟลต์ถึงเช้าหรือออกบ่าย ต้องวางแผนฝากกระเป๋าและออกไปเที่ยวก่อน เสียจังหวะพักสำหรับคนที่อยากเข้าห้องทันที
- ไมโครเวฟอยู่พื้นที่ส่วนกลางชั้นล่าง และบางรีวิวบน Booking.com (ดึงข้อมูลมิถุนายน 2026) บ่นเรื่องรอลิฟต์ช่วงคนเยอะ: หมายความว่าการอุ่นอาหารต้องลงไปทำข้างล่าง และช่วงพีคอาจต้องเผื่อเวลารอลิฟต์ตอนเช้า
The OneFive Kyoto Shijo เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน ใครควรข้าม
ที่นี่เหมาะกับคู่รักหรือคนเดินทางคนเดียวที่อยากได้ฐานกลางเกียวโตในราคาคุ้มกว่าย่านสถานีเกียวโตหรือคาวารามาจิ และไม่ซีเรียสว่าต้องอยู่ติดสถานี JR เหมาะกับสายทำงานทางไกลที่ต้องการโต๊ะใหญ่กับห้องโปร่ง และเหมาะกับคนพักยาวที่ใช้คอินลอนดรีกับซูเปอร์ใกล้ ๆ ให้เป็นประโยชน์ ครอบครัวที่เด็กยังเล็กก็พอไหว เพราะนโยบายให้เด็กระดับประถมนอนร่วมเตียงโดยไม่มีเครื่องนอนและอาหารได้ฟรี
คนที่ควรมองที่อื่นคือ สายที่ต้องการแช่อ่างอาบน้ำหรือออนเซ็นในที่พัก คนที่ถึงเกียวโตเช้ามากและจำเป็นต้องเข้าห้องทันที และนักท่องเที่ยวครั้งแรกที่อยากเกาะติดสถานีเกียวโตเพื่อความอุ่นใจเรื่องเส้นทาง เพราะที่นี่ต้องเปลี่ยนเป็นฮันคิวหรือรถบัสหนึ่งต่อ
คำถามที่พบบ่อย
The OneFive Kyoto Shijo อยู่ใกล้สถานีไหน เดินกี่นาที
ใกล้ที่สุดคือฮันคิวสายเกียวโต สถานีโอมิยะ ทางออก 3 เดินราว 3 นาที มีรถราง Randen สถานีชิโจ-โอมิยะ ใกล้ ๆ และเดินถึงรถไฟใต้ดินสายคาราสุมะ สถานีชิโจ ราว 10 นาที
โรงแรมมีอ่างอาบน้ำไหม เช็คอินกี่โมง
ห้องน้ำเป็นฝักบัวอย่างเดียว ไม่มีอ่างอาบน้ำ เช็คอิน 15:00 เช็คเอาต์ 10:00 และไม่มีบริการเข้าก่อนเวลาหรือออกสาย
เดินทางจากสนามบินคันไซและสถานีเกียวโตยังไง
จากสถานีเกียวโตขึ้นรถบัสเมืองสาย 9 ที่ท่า B-1 ลงป้ายชิโจ-โฮริคาวะ หน้าโรงแรม หรือนั่งแท็กซี่ราว 10 นาที จากสนามบินคันไซระยะโดยรถราว 100 นาที นิยมนั่ง Haruka เข้าสถานีเกียวโตก่อนแล้วต่อ
สรุป The OneFive Kyoto Shijo คุ้มจองไหม
ในภาพรวม The OneFive Kyoto Shijo คุ้มในแง่ทำเลต่อระดับราคา ถ้าคุณมองหาฐานพักกลางเกียวโตที่เดินทางต่อได้หลายทิศ มีของกินของใช้ครบใต้ตึก และห้องกว้างพอสำหรับทำงานหรือพักหลายคืน โดยยอมแลกกับการไม่มีอ่างอาบน้ำ และตำแหน่งที่อิงสถานีฮันคิวมากกว่าสถานีเกียวโต ถ้าสองข้อนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับสไตล์ทริปของคุณ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ทำงานได้ดีและมีความเสี่ยงน้อย แนะนำให้เช็กราคาช่วงวันที่คุณจะไปและเทียบกับงบ เพราะราคาห้องในเกียวโตขยับตามฤดูท่องเที่ยวค่อนข้างมาก
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวโรงแรมญี่ปุ่นเพิ่มเติม


