Home รีวิว TCL F118TMS ตู้เย็น 2 ประตู 4 คิว สีเงิน ดีไซน์กะทัดรัดเพื่อคอนโด

รีวิว TCL F118TMS ตู้เย็น 2 ประตู 4 คิว สีเงิน ดีไซน์กะทัดรัดเพื่อคอนโด

by admin
A+A-
Reset

TCL F118TMS ดีมั้ย? รีวิวตู้เย็น 2 ประตู 113L หลังใช้ 7 สัปดาห์

ตู้เย็นเก่าที่ใช้ในคอนโดผมเป็นรุ่น 1 ประตู 5 คิว ใช้มา 4 ปี ปัญหาคือช่องแช่แข็งเล็กนิดเดียว จะแช่เนื้อหรือกุ้งทีต้องเขย่าจัดอยู่นาน บวกกับยางขอบประตูเริ่มเสื่อม น้ำแข็งเกาะหนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน เปิดดูทีไรก็ต้องเอามีดงัดเศษน้ำแข็งออก ผมเลยเริ่มมองหาตู้เย็น 2 ประตูที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป เพราะคอนโดผมห้องครัวเป็นแค่ pantry counter พื้นที่หลังเคาน์เตอร์ไม่กว้าง ถ้าเอาตู้เย็น 7-8 คิวมาวาง คงเดินไม่สะดวก

ผมเป็นฟรีแลนซ์อยู่คอนโดคนเดียว บางสัปดาห์มีแฟนมาพักด้วย กับข้าวที่ทำเองส่วนใหญ่เป็นพวก ข้าวกล่อง ผัก เนื้อสไลซ์ที่ซื้อมาแบ่งแช่ใช้ทีละน้อย ความต้องการจริงๆ คือตู้เย็นที่ช่องแช่แข็งแยกชัด มีพื้นที่เก็บผักได้บ้าง และที่สำคัญคือเสียงต้องไม่ดัง เพราะคอนโดผมห้องนอนกับห้องครัวไม่มีผนังกั้น

หลังเทียบอยู่ 3 รุ่นในงบไม่เกินหกพัน ผมมาลงตัวที่ TCL F118TMS ขนาด 4 คิว 113 ลิตร สีเงิน เหตุผลที่เลือกรุ่นนี้คือดีไซน์เรียบ ไม่ดูเหมือนตู้เย็นห้องเช่า บวกกับสเปกที่ผู้ผลิตระบุว่าใช้คอมเพรสเซอร์แบบ T (Tropical) เหมาะกับอากาศไทย และระดับเสียง 39 dB ซึ่งบนกระดาษเงียบกว่าตู้เย็นเก่าผมเยอะ

ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ ในคอนโด 28 ตรม. ผมเปิดทั้งวัน ทั้งคืน เปิดประตูเฉลี่ยวันละ 8-12 ครั้ง บทความนี้ผมจะเล่าทั้งจุดที่พอใจและจุดที่ต้องแลก เพราะตู้เย็นในงบนี้ มันไม่ใช่ทุกอย่างจะลงตัว แต่ถ้า use case ตรงกับคุณ ก็คุ้มอยู่

TCL F118TMS ตู้เย็น 2 ประตู คอนโด

คำตอบเร็วๆ สำหรับคนรีบ

TCL F118TMS คือตู้เย็น 2 ประตู 4 คิว 113 ลิตร ระบบ Defrost ใช้คอมเพรสเซอร์ Tropical ผู้ผลิตเคลมไว้ที่ 0.76 kWh ต่อวัน เสียง 39 dB เหมาะกับคนที่อยู่คอนโด หอพัก หรือบ้านที่ห้องครัวจำกัด เป็นเครื่องแรกหรือเครื่องสอง ไม่ใช่ตู้เย็นหลักของครอบครัวใหญ่ ถ้าใช้คนเดียวหรือสองคน ความจุพอ ดีไซน์ดูเรียบเข้ากับห้องโทนเงิน-เทา ข้อต้องแลกคือเป็น Defrost ที่ต้องละลายน้ำแข็งเอง ไม่ใช่ No Frost แบบรุ่นแพงกว่า

สเปกหลัก TCL F118TMS ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนเล่าประสบการณ์ใช้ ขอสรุปสเปกที่ผมเช็คจากเว็บผู้ผลิตและ Shopee ให้ดูก่อน:

  • ขนาดความจุ 4 คิว / 113 ลิตร แบบ 2 ประตู ช่องแช่แข็งด้านบนแยกชัด
  • ระบบทำความเย็น Defrost (ไม่ใช่ No Frost) — ต้องละลายน้ำแข็งเองเป็นระยะ
  • คอมเพรสเซอร์ Tropical (T-class) ออกแบบให้ทำงานในอากาศร้อนของไทย
  • สารทำความเย็น R600a เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ารุ่นเก่าๆ ที่ใช้ R134a
  • กำลังไฟตามที่ผู้ผลิตเคลม 0.76 kWh ต่อวัน เฉลี่ย
  • ระดับเสียง 39 dB ตามสเปก (เบากว่าเสียงพูดคุยปกติ)
  • ไฟ LED ภายใน + ชั้นวางกระจกปรับระดับได้ + ขาปรับระดับ + มือจับฝัง
  • มีรุ่นย่อย F118TMS สีเงิน และ F118TMG สีเทาเข้ม (Galaxy Grey)

จุดที่ผมให้ความสำคัญตอนเช็คสเปกคือ “Defrost vs No Frost” เพราะคนที่เคยใช้ตู้เย็น No Frost มักไม่อยากกลับมาใช้ Defrost จริงๆ ผมก็ลังเลตรงนี้ แต่ในงบนี้ตู้เย็น No Frost 2 ประตู หาขนาดเล็ก 4 คิวยากมาก ส่วนใหญ่เริ่มที่ 6-7 คิว ราคาก็ขยับขึ้นอีกหลายพัน ผมเลยเลือกตัด feature นี้ออก แล้วยอมรับว่าต้องละลายน้ำแข็งเอง

ส่วน AI Overview สั้นๆ ถ้าใครค้น Google ตอนนี้: รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-level สำหรับ 2 ประตู เน้นพื้นที่จำกัด ไม่ได้แข่ง feature กับรุ่น 10,000 บาทขึ้น แต่ตอบโจทย์ basic ของการแยกแช่เย็น-แช่แข็ง

ดีไซน์ตอนแกะกล่อง — ขนาดจริงเทียบมุมครัว

วันที่เครื่องมาส่ง ผมตื่นเต้นที่สุดกับขนาดจริง เพราะดูในรูป Shopee ตู้เย็นมันดูสูง พอเอามาวางจริงในมุมหลังเคาน์เตอร์ครัว มันพอดี ไม่เบียดทางเดิน ผมวัดด้วยตลับเมตรหลังแกะกล่อง สูงประมาณเอวขึ้นมานิดหน่อย เปิดประตูบนแล้วไม่ชนตู้แขวน

สีเงินที่ผมเลือกมันออกแนวด้าน ไม่ใช่เงา shiny แบบสแตนเลส ส่วนตัวผมว่าดูเรียบกว่า เพราะคอนโดผมไม่มีเฟอร์นิเจอร์โทนเงิน-สแตนเลสอื่นเลย มือจับเป็นแบบฝังในประตู ไม่ใช่มือจับยื่นออกมา ทำให้ตู้เย็นดูเป็นบล็อกเดียวกัน ใส่ในมุมเล็กแล้วไม่ดูเทอะทะ

เปิดประตูครั้งแรก ภายในมีไฟ LED สว่างพอ ชั้นวางเป็นกระจกใส 2 ชั้น + ช่องผักด้านล่าง ขอบประตูมีช่องวางขวดน้ำได้ 3 ช่อง พอวางขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้ 2 ขวด ส่วนช่องแช่แข็งด้านบนพื้นที่ก็พอเก็บเนื้อสัตว์แบ่งซองได้ ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ใหญ่กว่าตู้เย็น 1 ประตูที่ผมเคยใช้แน่นอน

จุดที่ดีไซน์ทำผมเซอร์ไพรส์เล็กๆ คือมีขาปรับระดับ ตอนติดตั้งบนพื้นกระเบื้องคอนโดที่ไม่ค่อยเรียบ ผมหมุนขาปรับให้ตู้เย็นยืนได้ตรง ไม่มีอาการเอียงเลย ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานนุ่มขึ้น ไม่มีเสียงสั่น

การใช้งานจริง 7 สัปดาห์ในคอนโป

คุยเรื่องดีไซน์เสร็จแล้ว ขอลงรายละเอียดการใช้งานวันต่อวันบ้าง เพราะตู้เย็นกับเสียง คือสิ่งที่กระดาษบอกไม่ครบ

วันแรกเสียบปลั๊ก ผมตั้งระดับความเย็นตรงกลาง (เลข 3 จาก 5) แล้วปล่อยเปล่า 4 ชั่วโมงก่อนใส่ของ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์เริ่มทำงาน ดังกว่าที่คาดเล็กน้อยในช่วงแรก ไม่ใช่ดังจนสะดุดหู แต่ได้ยินชัดในห้องเงียบ ผมงงว่าเสียมั้ย แต่หลัง 24 ชม. แรกผ่านไป เสียงลดลงเหลือ background hum ที่ต้องเงี่ยหูฟังถึงจะได้ยิน คอมเพรสเซอร์มันต้อง stabilize อุณหภูมิก่อนใน 1 วันแรก พอเข้าระบบปกติแล้วเงียบลงเอง

หลังใช้ 2 สัปดาห์ ผมพบว่าการเก็บของในตู้เย็นรุ่นเล็กแบบนี้ ต้องวางแผนนิดหนึ่ง ของในช่องแช่เย็นจัดได้ลงตัว ผมแบ่งเป็น 3 ระดับ ชั้นบน ผัก-ผลไม้ ชั้นกลาง ของพร้อมทาน-น้ำ ชั้นล่าง เนื้อสไลซ์ที่จะใช้ภายใน 1-2 วัน ส่วนช่องประตู ใส่ขวดน้ำ ขวดน้ำมันหอย ของจุกจิก ช่องแช่แข็งบน ใส่เนื้อ ปลา ไอศกรีม กับน้ำแข็งก้อน ก็ลงพอดี ไม่อึดอัด

เรื่องค่าไฟ ผมไม่มีอุปกรณ์วัดเฉพาะตู้เย็น แต่บิลค่าไฟเดือนที่เปลี่ยนมาใช้รุ่นนี้ ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 80 กว่าบาท บ้านผมเปิดแอร์ทุกคืนเหมือนเดิม ตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนคือตู้เย็น เลยเดาว่าน่าจะมาจากรุ่นใหม่ที่กินไฟต่ำกว่า ผู้ผลิตเคลมที่ 0.76 kWh/วัน แต่ผมเชื่อแค่ดูแนวโน้ม ไม่เอามาคุยเป็นตัวเลข exact

มีจุดหนึ่งที่ผมต้องเรียนรู้ คือเรื่อง Defrost ผู้ผลิตเรียกว่าระบบ Manual Defrost แต่จริงๆ มันมี Auto-defrost cycle สำหรับช่องแช่เย็น ส่วนช่องแช่แข็งต้องคอยสังเกตเอง ผ่านไป 6 สัปดาห์ ช่องแช่แข็งของผมเริ่มมีน้ำแข็งเกาะบางๆ ที่ผนังด้านใน ผมเลยปิดเครื่องเอาของออก แล้วปล่อยน้ำแข็งละลายเอง ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง เช็ดน้ำ เปิดเครื่องใหม่ ก็เหมือนตอนใหม่ๆ

ส่วน รีวิวตู้เย็น 2 ประตู ยี่ห้อไหนดี ที่ผมอ่านก่อนซื้อ เห็นว่ารุ่นที่งบสูงกว่านี้จะมี No Frost ที่ไม่ต้องทำขั้นตอนนี้ แต่ถ้าใช้ทุก 6-8 สัปดาห์ ผมก็ยังรับได้ ไม่ลำบาก

ข้อดี-ข้อเสีย ใช้จริงในมุมผม

ข้อดี

  • ดีไซน์ slim มือจับฝัง: ตู้เย็นแคบเหมาะมุมเล็ก — คอนโดผมพื้นที่หลังเคาน์เตอร์ 50 ซม. ตู้เย็นวางได้พอดี ไม่เบียดทางเดินครัว
  • ระดับเสียงต่ำหลัง stabilize: 39 dB ตามสเปก ผมไม่ได้วัดเอง แต่หลังวันแรก ห้องนอนกับห้องครัวไม่มีผนังกั้น ผมไม่ได้ยินเสียงตู้เย็นเลยตอนนอน — เทียบกับตู้เย็นเก่าที่ผมเคยใช้ ต่างชัด
  • ช่องแช่แข็งแยกจริง 2 ประตู: เนื้อ-ไอศกรีม-ของแห้งแช่เย็น ไม่ติดกลิ่น — ตู้เย็น 1 ประตูเดิมเปิดออกมาทีไรกลิ่นรวมกัน รุ่นนี้แก้ปัญหานี้
  • ค่าไฟลดลงจริงในบิลผม: ใช้คอมเพรสเซอร์ T-class กับสาร R600a — บิลผมลดลงราว 80 บาทเดือนแรก ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่บิงโกระดับช็อก แต่พอใช้ได้ในงบนี้
  • ขาปรับระดับ + ชั้นวางปรับได้: พื้นกระเบื้องคอนโดผมไม่เรียบ — หมุนขาปรับให้ตรงได้ ลดการสั่น คอมเพรสเซอร์ทำงานนุ่มกว่า

ข้อเสีย

  • เป็นระบบ Defrost ไม่ใช่ No Frost: ช่องแช่แข็งต้องคอยสังเกตน้ำแข็งเกาะทุก 6-8 สัปดาห์ — ถ้าคุณคุ้นกับ No Frost รุ่นเก่า อาจจะรู้สึกถอยกลับ ผมรับได้แค่งานเช็ดเดือนกว่าครั้ง
  • ความจุ 113 ลิตรไม่พอครอบครัว 3 คนขึ้นไป: ถ้าทำกับข้าวใหญ่ทุกวันหรือมีลูก เก็บนมเด็ก น่าจะคับ — ของผม 1-2 คนพอดี แต่เพื่อนที่บ้านมี 4 คนคงต้องขยับไป 6-7 คิว
  • ไม่มีระบบ Inverter: รุ่นนี้คอมเพรสเซอร์เป็นแบบ on-off ปกติ — ค่าไฟดีขึ้นจากการ optimize เครื่องใหม่ ไม่ใช่ inverter ระยะยาวอาจสู้รุ่น inverter ไม่ได้

มุมมองที่ผมคิดต่างจากรีวิวอื่น

หลายรีวิวพูดถึง TCL F118TMS ว่าเป็น “ตู้เย็นมินิ” หรือ “ตู้เย็นห้องเช่า” ผมว่าการเรียกแบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิด เพราะมินิบาร์จริงๆ จะอยู่ที่ 2-3 คิว และเป็น 1 ประตู F118TMS ที่ 4 คิว + 2 ประตู มันเป็นตู้เย็น เครื่องหลัก สำหรับคน 1-2 คน ที่ไม่ได้ทำกับข้าวเยอะ ไม่ใช่ตู้เย็นเสริม

อีกจุดที่ผมคิดต่าง คือสเปก “เสียง 39 dB” หลายคนยกขึ้นมาเป็นจุดเด่นหลัก ผมว่ามันสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง สิ่งที่ทำให้ตู้เย็นเงียบจริงๆ คือการติดตั้ง พื้นที่วาง และความตรงของขาตู้ ถ้าวางบนพื้นเอียง ตู้เย็นต่อให้สเปกเงียบยังไง คอมเพรสเซอร์มันจะสั่นและดังขึ้นเอง สเปกเงียบช่วยแค่ 70% ที่เหลืออยู่ที่คนใช้

เทียบกับคู่แข่งในงบใกล้กัน

ในเซกเมนต์ตู้เย็น 2 ประตู 4 คิว Defrost งบไม่เกินหกพัน ผมเทียบ TCL F118TMS กับ Mitsubishi MR-FV22 และ Hitachi RT5 ระยะใกล้ๆ ในร้านก่อนตัดสินใจ

Mitsubishi MR-FV22 ขนาดใกล้กัน 7+ คิว แต่ราคาขยับขึ้น 1,500-2,000 บาท ดีไซน์เป็นแนวดั้งเดิม ไม่มีมือจับฝัง ส่วน Hitachi รุ่น entry ใกล้กันราคาขยับขึ้น 1,000-2,000 บาท แต่ความจุน้อยกว่า เน้นชื่อแบรนด์ ส่วน TCL F118TMS ไม่ใช่แบรนด์ที่คนนึกถึงเรื่องตู้เย็นเป็นอันดับแรก แต่ในงบนี้ ที่ผมเทียบทั้งสเปก ดีไซน์ และความเงียบบนกระดาษ มันชนะแบรนด์ดังในแง่ความคุ้ม

ถ้าใครยังเลือกไม่ได้ ลองอ่าน ตู้เย็นมินิบาร์น่าใช้ ของ promotionth ก่อนตัดสิน — มันจะช่วยให้เห็นภาพรวมว่าระหว่างมินิบาร์ 1 ประตู กับ 2 ประตู 4 คิว อะไรเหมาะกับ use case ของคุณกว่า

TCL F118TMS เหมาะกับใครบ้าง

หลังใช้มา 7 สัปดาห์ ผมว่า use case ที่รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดมีประมาณนี้:

เหมาะกับ:

  • คนอยู่คอนโด 25-40 ตรม. คนเดียว หรือคู่ ที่ห้องครัวพื้นที่จำกัด
  • คนที่ต้องการตู้เย็น 2 ประตูเครื่องหลัก ในงบไม่ถึงหกพัน
  • คนที่ต้องการเปลี่ยนจากตู้เย็น 1 ประตูเก่า ที่ช่องแช่แข็งเล็กเกินไป
  • คนที่ใส่ใจดีไซน์เรียบ มือจับฝัง เข้ากับห้องโทนเงิน-เทา

ไม่เหมาะกับ:

  • ครอบครัว 3 คนขึ้นไป ที่ทำกับข้าวเยอะทุกวัน — ความจุ 113L จะคับเร็ว
  • คนที่ต้องการ No Frost ไม่อยากละลายน้ำแข็งเอง — ต้องขยับงบขึ้นไปอีก 2,000-3,000 บาท
  • คนที่ต้องการ Inverter ระยะยาวประหยัดสุดๆ — รุ่นนี้ยังเป็นคอมแบบ on-off

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ติดตั้งบนพื้นเรียบ หมุนขาปรับให้ตู้ตรงก่อนเสียบปลั๊ก ปล่อยเปล่า 4 ชั่วโมงก่อนใส่ของ และเช็ดน้ำแข็งช่องแช่แข็งทุก 6-8 สัปดาห์

ข้อควรระวัง: ถ้าวางในมุมที่อากาศไม่ถ่ายเท คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก ค่าไฟอาจจะไม่เป็นไปตามที่ผู้ผลิตเคลม เผื่อพื้นที่ด้านหลังตู้เย็นอย่างน้อย 5-10 ซม.

FAQ คำถามที่คนถามเยอะก่อนซื้อ

Q: TCL F118TMS กินไฟเยอะมั้ย?

A: ผู้ผลิตเคลม 0.76 kWh ต่อวัน บิลค่าไฟผมหลังเปลี่ยนมาใช้ลดลงประมาณ 80 บาทเดือนแรก เทียบกับตู้เย็นเก่า 5 คิว 4 ปี ในมุมผม ถือว่าประหยัดพอใช้ในงบนี้

Q: ตู้เย็นรุ่นนี้เป็น No Frost หรือเปล่า?

A: ไม่ใช่ครับ เป็นระบบ Defrost ช่องแช่เย็นมี Auto-defrost แต่ช่องแช่แข็งต้องคอยสังเกตน้ำแข็งเกาะและปิดเครื่องละลายเองทุก 6-8 สัปดาห์

Q: TCL F118TMS ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-level สำหรับตู้เย็น 2 ประตู เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee

สรุป — TCL F118TMS คุ้มในงบนี้

คะแนนรวมจากผม 7.8/10 คะแนนนี้บอกว่าเป็นตู้เย็นที่ทำงาน basic ของมันได้ดี ไม่หวือหวา แต่ไม่มีจุดที่ทำให้ผมรู้สึกเสียดายที่ซื้อ

ในมุม use case ผมที่อยู่คอนโด 28 ตรม. ทำกับข้าวเอง 1-2 คน ตู้เย็นรุ่นนี้ตอบโจทย์ครบ ช่องแช่แข็งแยก 2 ประตู ดีไซน์เรียบ เสียงเงียบหลัง stabilize ค่าไฟพอใช้ ถ้าคุณอยู่ใน use case คล้ายผม รุ่นนี้คุ้มกับงบไม่ถึงหกพัน

สิ่งที่ต้องแลกคือเป็น Defrost ไม่ใช่ No Frost และไม่ใช่ Inverter ถ้าคุณต้องการสองอย่างนี้ ต้องขยับงบขึ้นไปอีก 2,000-3,000 บาท ผมว่าแลกได้ถ้า use case คุณคือคอนโด/หอพักไม่ใช่ครอบครัวใหญ่

ถ้าให้ผมย้อนกลับไปวันที่ตัดสินใจ ผมยังเลือกรุ่นนี้ แต่ถ้างบเพิ่มอีก 3,000 บาท คงดู F207TMG ที่เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นในตระกูลเดียวกัน 7 คิว เผื่ออนาคต อย่างไรก็ตามในงบปัจจุบัน F118TMS ตอบโจทย์ครบสำหรับคอนโดผม

สำหรับใครที่ตามหาตู้เย็น 2 ประตูเครื่องแรกในคอนโด หรือกำลังเปลี่ยนจาก 1 ประตูเก่า รุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่พอเหมาะกับงบไม่ถึงหกพัน คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อดูราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากร้านค้าโดยตรง