Home Simplus ZZJH010 ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 5 สัปดาห์ ใส่ผลไม้ไม่ต้องหั่น

Simplus ZZJH010 ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 5 สัปดาห์ ใส่ผลไม้ไม่ต้องหั่น

by admin
A+A-
Reset

Simplus ZZJH010 ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 5 สัปดาห์ ใส่ผลไม้ไม่ต้องหั่น

เครื่องปั่นเก่าที่ผมใช้มา 2 ปี เริ่มมีปัญหา ปั่นน้ำผลไม้แล้วได้น้ำผสมกากเยอะมาก ดื่มทีหนึ่งต้องเคี้ยวกากไปด้วย เหนื่อยกับการเอาผ้าขาวบางมากรองแยกทุกเช้า ผมเลยตัดสินใจมองหาเครื่องสกัดน้ำผลไม้แบบสกัดช้าที่แยกกากให้อัตโนมัติ และที่สำคัญต้องไม่กินที่บนเคาน์เตอร์ครัวคอนโดของผม

ผมเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 30 ต้น อยู่คอนโดคนเดียว 32 ตรม. ครัวเป็นแบบ pantry counter เล็กๆ ความยาวเคาน์เตอร์ราว 1.2 ม. มีไมโครเวฟ หม้อหุงข้าวเล็ก และที่ชงกาแฟอยู่แล้ว ที่เหลือต้องวางได้พอดี ผมดูแลสุขภาพระดับกลาง ดื่มน้ำผักผลไม้สดเป็นมื้อเช้าทุกวันมาราว 3 ปี ที่บ้านมีคน 1-2 คน บางช่วงมีคนมาเยี่ยม ทำน้ำเพิ่มก็ไม่กี่แก้ว

ที่ตัดสินใจซื้อ Simplus ZZJH010 ตัวนี้เพราะ 2 เหตุผลหลัก หนึ่งคือช่องใส่ผลไม้กว้าง 113 มม. ใส่แอปเปิ้ลทั้งลูกได้ ลดเวลาหั่นตอนเช้าที่ผมต้องรีบ และสองคือดีไซน์ขนาดกระทัดรัด วางบนเคาน์เตอร์ครัวเล็กได้ไม่อึดอัด

ผมใช้มาประมาณ 5 สัปดาห์ ใช้เกือบทุกวันช่วงเช้าก่อนทำงาน เมนูหลักที่หมุนเวียนคือ น้ำส้ม น้ำแครอท น้ำแอปเปิ้ลผสมขึ้นฉ่าย วันหยุดบางทีลองน้ำผักรวมแบบเข้มข้น ผมจดบันทึก ลองสูตร และทดสอบกับวัตถุดิบหลายแบบในช่วงนี้

บทความนี้ผมจะเล่าจากการใช้งานจริง ทั้งจุดที่ชอบ จุดที่สะดุด ตัวเลขเฉพาะที่ผมจดไว้ และเทียบกับเครื่องปั่นเก่าที่เคยใช้ ใครเล็งรุ่นนี้อยู่ น่าจะได้ภาพชัดขึ้นว่ามันคุ้มกับ use case ของตัวเองมั้ย

Simplus ZZJH010 เครื่องสกัดน้ำผลไม้ช่อง 113 มม.

Quick Answer: ใครควรซื้อ Simplus ZZJH010

ตอบสั้นๆ ถ้าคุณอยู่คอนโดหรือบ้านที่พื้นที่ครัวจำกัด ดื่มน้ำผักผลไม้สด 1-2 แก้วต่อวัน อยากได้เครื่องสกัดที่ใส่ผลไม้ทั้งลูกได้ และไม่ต้องการ feature ซับซ้อน Simplus ZZJH010 ตอบโจทย์ในงบไม่ถึงระดับ premium brand แต่ถ้าทำน้ำให้ครอบครัว 4-5 คนทุกเช้า โถ 1.2 ลิตรน่าจะเริ่มอึดอัด ต้องวนสกัด 2 รอบ

คะแนนรวมหลังใช้จริง 5 สัปดาห์ ผมให้ 8.0/10 จุดที่ทำให้ไม่เต็มกว่านี้คือเสียงและการล้างหัวสกัดที่ต้องใส่ใจหน่อย แต่ในเซกเมนต์ราคาเข้าถึงได้ ถือว่าเกินคุ้มกับสิ่งที่ได้

สเปกหลัก + จุดเด่นของ Simplus ZZJH010

ก่อนเข้าเรื่องประสบการณ์ใช้ ผมไล่สเปกสำคัญที่ผู้ผลิตระบุ และจุดที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงในครัวคอนโป

  • ช่องใส่ผลไม้กว้าง 113 มม. ทำให้ใส่แอปเปิ้ลขนาดกลางได้ทั้งลูก แครอทขนาดมาตรฐานใส่ได้ตรงๆ ไม่ต้องหั่น ลดเวลาเตรียมวัตถุดิบในตอนเช้าราว 3-4 นาที
  • โถความจุ 1.2 ลิตร พอดีกับการทำน้ำ 2-3 แก้วใหญ่ในครั้งเดียว เหมาะกับการดื่มเอง บวกแบ่งคนในบ้านอีกคน ไม่ต้องมานั่งวนรอบสอง
  • ระบบสกัดช้าแบบ cold press ใบสกรูหมุนช้าและบีบผลไม้ผ่านตะแกรง ไม่ใช้ใบมีดสับ ทำให้ความร้อนจากแรงเสียดทานน้อย รสน้ำผลไม้ที่ได้ใกล้กับสด
  • ทางออก 2 ทาง น้ำออกด้านหน้า กากออกด้านข้าง แยกถังกาก ไม่ต้องเอามากรองอีกรอบ ลดขั้นตอนตอนเช้าให้สั้นลง
  • ปุ่มเดียวสไตล์ minimal มีโหมดเดินหน้า และโหมด reverse สำหรับคลายติด ใช้ง่าย ไม่ต้องอ่านคู่มือยาวๆ
  • ดีไซน์สีครีม-ขาว เข้ากับครัวสมัยใหม่ น้ำหนักไม่หนักจนเกินไป ผมยกย้ายเอามาล้างที่ซิงค์ได้ไม่ลำบาก

สิ่งที่ผู้ผลิตเน้นคือ “เกลียวช้า” และการแยกกาก ซึ่งผ่านการใช้จริง 5 สัปดาห์ของผม สองจุดนี้คือสิ่งที่ทำให้เครื่องสกัดต่างจาก blender ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ส่วน Tier B รายละเอียดเรื่องอุปกรณ์เสริมและการรับประกัน ผมจะลงในส่วนถัดไป

ดีไซน์ + First Impression

กล่องที่ส่งมาไม่ใหญ่เท่าที่ผมคิด ขนาดประมาณกล่องหม้อทอดไร้น้ำมัน 5 ลิตร เปิดมาตัวเครื่องสีครีม-ขาวมัน วัสดุเป็นพลาสติก ABS เนื้อค่อนข้างหนา ไม่กลวงเบาแบบของถูก น้ำหนักรวมราว 3 กิโลกว่า ยกได้สบายมือเดียว

ส่วนของช่องใส่ผลไม้อยู่ด้านบน เป็นถ้วยทรงกระบอกขนาด 113 มม. ลึกพอใส่แอปเปิ้ลทั้งลูกแล้วยังเหลือพื้นที่ ฝาด้านบนมีช่องเล็กแคบกว่าสำหรับวัตถุดิบที่ต้องการดันแบบช้าๆ เช่น ขึ้นฉ่ายหรือผักใบเขียว ฐานล่างเป็นมอเตอร์ ขนาดกระชับ ความสูงรวมตอนประกอบเสร็จราว 36 ซม. วางใต้ตู้แขวนครัวคอนโดผมพอดี

การประกอบครั้งแรกผมใช้เวลา 5 นาที ดูจากรูปในคู่มือ ไม่ซับซ้อน มีจุดล็อกชัดเจน หัวสกัดต้องหมุนให้ขีดตรงกัน ถ้าไม่ตรง เครื่องจะไม่ทำงาน ระบบ safety ตรงนี้ผมว่าดี เพราะถ้าหลวมแล้วเปิดเครื่อง น้ำกระเด็นทั้งครัวแน่

ในมุมความสวยงาม สีครีม-ขาวเข้ากับตู้ครัวสีไม้อ่อนของผมพอดี ไม่โดดออกมาเหมือนเครื่องสีฉูดฉาด วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ก็ไม่ขัดตา ส่วนตัวผมว่าดีไซน์โดยรวมดูแพงกว่าราคา แต่ปุ่มและสวิตช์ใช้พลาสติกที่สัมผัสเฉยๆ ไม่หรูระดับ premium

การใช้งานจริง 5 สัปดาห์ — สิ่งที่ค้นพบ

ผมแบ่งการใช้ออกเป็น 3 ช่วง สัปดาห์แรกเป็นช่วงปรับตัว สัปดาห์ที่ 2-3 เริ่มหา routine และสัปดาห์ที่ 4-5 ใช้แบบลื่นไหลแล้ว แต่ละช่วงเจอเรื่องที่ไม่คาดคิด ขอเล่าตามลำดับ

วันแรกที่ลองสกัด ผมใส่แตงโมเปลือกหนาไปทั้งชิ้นใหญ่ เครื่องช้าลงและมีเสียงครางแปลกๆ ผมตกใจคิดว่าเสียทันที พอกดปุ่ม reverse สั้นๆ 2 ครั้ง ผลไม้ที่ติดในเกลียวก็คายออกมา เครื่องกลับมาทำงานปกติ บทเรียนคือ เปลือกหนาๆ ต้องตัดออกก่อน ไม่งั้นเครื่องจะหนืดและสกัดได้น้ำน้อย

หลังใช้ 2 สัปดาห์ ผมเริ่มจับ pattern ได้ ผัก-ผลไม้ที่แช่ตู้เย็นให้เย็นพอก่อนสกัด จะได้น้ำที่รสชาติดีกว่าและดูสดกว่า ส่วนวัตถุดิบนิ่มอย่างกล้วย ไม่เหมาะกับ slow juicer เลย เพราะจะกลายเป็นเนื้อบดติดเกลียว ไม่ได้น้ำ ผมเลยเก็บกล้วยไว้ใส่ smoothie ใน blender แทน

เรื่องเสียงของ Simplus ZZJH010 ผมว่าอยู่ระดับยอมรับได้ ไม่เงียบสนิทเหมือน slow juicer ระดับ premium ที่ผมเคยเห็นในรีวิวต่างประเทศ แต่ก็ไม่ดังเหมือน blender ปกติ ตอนเช้าผมเปิดทำน้ำผลไม้ตอนตี 6 ครึ่ง คนข้างห้องไม่เคยมาบ่น ระดับเสียงเทียบได้กับพัดลมตั้งโต๊ะแรงกลาง

เรื่องปริมาณน้ำที่ได้ เทียบกับเครื่องปั่นเก่า ตอนนี้น้ำที่ออกมาใสกว่ามาก กากแยกเป็นถังต่างหาก แอปเปิ้ลกลาง 1 ลูก ได้น้ำราว 130-150 มล. ส้ม 2 ลูก ได้น้ำราว 200 มล. ผมจดไว้ในมือถือเพราะอยากเทียบกับเครื่องเก่าที่ต้องกรองผ้าขาวบาง ปริมาณใกล้กัน แต่เวลาที่ใช้ลดลงเกือบครึ่ง เพราะไม่ต้องกรองแยก

การล้างเป็นจุดที่ผมต้องปรับตัว ตัวเกลียวกับตะแกรงต้องถอดล้างทันทีหลังใช้ ถ้าทิ้งไว้แม้แค่ 30 นาที กากจะเริ่มแห้งติดตะแกรง ขัดยาก ผมตั้ง routine ใหม่ว่าหลังดื่มน้ำเสร็จ ถอดแยกล้างเลย ใช้แปรงเล็กที่แถมมาขัดตะแกรง รวมเวลาล้างราว 3-4 นาที

ข้อดี + ข้อเสีย หลังใช้จริง

หลังจดข้อสังเกตประจำวันมา 5 สัปดาห์ ผมสรุปเป็น list สั้นๆ ที่จับต้องได้ ทั้งฝั่งดีและฝั่งที่ต้องยอมแลก ไม่กลบจุดอ่อน

ข้อดี

  • ช่องใส่ 113 มม.: ใส่แอปเปิ้ลขนาดกลาง ส้มทั้งลูก แครอทยาวได้ตรงๆ — ลดเวลาหั่นตอนเช้าราว 3-4 นาที สำหรับคนที่รีบไปทำงานแบบผม ตรงนี้ได้ใช้ทุกวันจริง
  • แยกกาก-น้ำ 2 ทางออก: น้ำที่ออกใสกว่าเครื่องปั่นปกติชัดเจน ไม่ต้องกรองผ้าขาวบางอีก — ลดขั้นตอนล้างผ้า ลดเวลาเตรียม คุ้มมากในชีวิตประจำวัน
  • ระบบ cold press รอบต่ำ: รสน้ำสดกว่าเครื่องปั่นปกติเล็กน้อย เห็นความต่างได้ใน 2-3 ครั้งแรก — สำหรับคนที่ดื่มทุกวัน ส่วนตัวคิดว่าได้น้ำที่ดื่มสบายขึ้นจริง
  • ปุ่มเดียว + reverse: ใช้งานง่ายแบบไม่ต้องเปิดคู่มือซ้ำ ลูกหลานหรือผู้สูงอายุที่บ้านน่าจะใช้ได้ — ในมุมผม ไม่ต้องจำโหมดเยอะ ลดความผิดพลาด
  • ขนาดเล็กพอวางครัวคอนโด: สูง 36 ซม. ใต้ตู้แขวนยังเหลือพื้นที่ — สำหรับคนที่ครัวจำกัดเหมือนผม ตรงนี้คือเหตุผลที่เลือกรุ่นนี้แทนรุ่นโถใหญ่

ข้อเสีย

  • ต้องล้างทันที กากแห้งเร็ว: ถ้าทิ้งไว้แค่ครึ่งชั่วโมง ตะแกรงจะขัดยากขึ้นมาก ต้องมีวินัย — สำหรับคนที่เร่งรีบและทิ้งไว้ก่อน ตรงนี้อาจรำคาญในระยะยาว
  • ไม่เหมาะกับวัตถุดิบนิ่มมาก: กล้วย มะม่วงสุก จะกลายเป็นเนื้อบดติดเกลียว ไม่ได้น้ำ — ต้องวางแผนเมนูแยกระหว่างของแข็ง-ของนิ่ม

มุมที่หลายคนมองข้าม — Counter-Conventional

หลายคนเห็นช่องใส่ 113 มม. แล้วคิดว่า “ใส่อะไรก็ได้ทั้งลูก” ผมขอเตือนจากประสบการณ์ตรงว่าไม่ใช่ แอปเปิ้ลพันธุ์ Fuji ลูกใหญ่ๆ ผมยังต้องผ่าครึ่งก่อนใส่ เพราะใส่ทั้งลูกแล้วลื่นออกข้าง ไม่โดนเกลียวเต็มที่ ได้น้ำน้อย ส่วนแครอทอ้วนๆ ก็ต้องลองจัดมุมก่อนหย่อนลง ช่องกว้างช่วยลดเวลาเตรียม แต่ไม่ได้แปลว่าโยนทุกอย่างทั้งลูกได้แบบไม่คิด

อีกเรื่องคือ slow juicer ไม่ใช่ทางลัด ผมเคยคิดว่าซื้อมาแล้วทำง่ายกว่า blender แต่จริงๆ ต้องเตรียมวัตถุดิบดีกว่าเล็กน้อย ผัก-ผลไม้ต้องสด เย็นพอ และไม่นิ่มเกินไป ถึงจะได้น้ำคุ้มกับเวลา ส่วน blender ปกติโยนของแข็ง-นิ่มผสมกันได้ ตรงนี้คนที่จะซื้อรุ่นนี้ควรเตรียมใจไว้ก่อน

เทียบกับเครื่องปั่นปกติ + อุปกรณ์ใกล้เคียง

ผมเคยใช้ทั้ง blender โถใหญ่ และเครื่องปั่นมือถือมาก่อน เทียบกับ Simplus ZZJH010 ในแง่ผลลัพธ์ น้ำที่ได้ต่างกันชัด blender ปกติได้น้ำที่ผสมเนื้อผลไม้ ดื่มเหมือน smoothie ต้องเคี้ยวเศษ ส่วน slow juicer ตัวนี้ได้น้ำใสที่ไม่ต้องเคี้ยว เหมือนน้ำผลไม้แบรนด์ในขวด

ใครที่กำลังเลือกระหว่าง slow juicer กับ blender อเนกประสงค์ ผมว่าขึ้นอยู่กับ pattern การใช้ ถ้าทำน้ำผลไม้เป็นหลัก slow juicer ตัวนี้ตอบโจทย์ แต่ถ้าทำหลายอย่างทั้ง smoothie น้ำซุป บดเครื่องเทศ ดูตัวเลือกรีวิวเครื่องปั่นอเนกประสงค์จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะ slow juicer ทำได้แค่สกัดน้ำ ไม่ครอบคลุมเมนูอื่น

เทียบกับรุ่นในเซกเมนต์ใกล้กัน slow juicer แบรนด์อื่นที่ขายในไทยส่วนมากเริ่มต้นที่ระดับ premium ราคาเข้าถึงยากกว่า ส่วน Simplus ZZJH010 จัดอยู่ใน entry-mid tier ที่คนเริ่มต้นเปลี่ยนจาก blender มาลอง slow juicer ได้ไม่ลำบากใจ

Simplus ZZJH010 เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

หลังใช้มา 5 สัปดาห์ ผมพอจะแบ่งกลุ่มที่เครื่องนี้ตอบโจทย์ และกลุ่มที่ควรมองรุ่นอื่นได้ค่อนข้างชัด

เหมาะกับ

  • คนที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่พื้นที่ครัวจำกัด ต้องการเครื่องสกัดที่ไม่กินที่
  • คนที่ดื่มน้ำผักผลไม้สด 1-2 แก้วต่อวัน ทำให้ตัวเองและคนใกล้ตัวอีก 1 คน
  • คนที่อยากลอง slow juicer เป็นเครื่องแรก ไม่อยากลงทุนกับ premium brand
  • คนที่ชอบรสน้ำผลไม้แบบใส ไม่ผสมเนื้อ ไม่ต้องเคี้ยว

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่ทำน้ำผลไม้ให้ครอบครัวใหญ่ 4-5 คนทุกวัน โถ 1.2 ลิตรจะเริ่มอึดอัด ต้องวนสกัด 2 รอบ
  • คนที่ใช้เครื่องครัวแบบ multi-purpose เป็นหลัก ทำทั้ง smoothie ซุป บดเครื่องเทศ — ดูเครื่องปั่นแบบมือถือหรือ blender โถใหญ่จะคุ้มกว่า

ข้อแนะนำจากผม สำหรับคนที่ตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ สามจุดที่จะทำให้ใช้ได้ราบรื่นกว่าผมในสัปดาห์แรกคือ หนึ่ง แช่ผัก-ผลไม้ให้เย็นก่อนสกัดเสมอ รสจะดีขึ้นชัด สอง ล้างเครื่องทันทีหลังใช้ ไม่ทิ้งไว้ และสาม ของนิ่มอย่างกล้วย มะม่วงสุก เก็บไว้ทำเมนูอื่น อย่าหวังว่า slow juicer จะปั่นได้ดี

ข้อควรระวัง ตอนล้างเกลียวสกัด อย่าใช้น้ำร้อนจัดราดทันที พลาสติกอาจเปลี่ยนสีในระยะยาว ผมใช้น้ำอุ่นและแปรงเล็กก็พอ และอย่าลืมเช็คว่าหัวล็อกตรงกันก่อนเปิดเครื่อง ไม่งั้นเครื่องจะไม่ทำงาน เป็น safety lock ที่ผู้ผลิตออกแบบมาดี

FAQ คำถามที่หลายคนสงสัย

Q1: Simplus ZZJH010 ใส่ผลไม้ทั้งลูกได้จริงมั้ย แอปเปิ้ลใหญ่ใส่ได้?

ใส่ได้ในกรณีแอปเปิ้ลขนาดกลาง พันธุ์ที่ลูกเล็ก-กลาง ใส่ทั้งลูกได้ตรงๆ แต่พันธุ์ Fuji ลูกใหญ่ ผมแนะนำให้ผ่าครึ่งก่อน เพราะใส่ทั้งลูกจะลื่นในช่อง ได้น้ำน้อย ส้ม แครอทขนาดมาตรฐานใส่ได้สบาย

Q2: Simplus ZZJH010 ล้างง่ายมั้ย ใช้เวลานานแค่ไหน?

ถ้าล้างทันทีหลังใช้ ใช้เวลาราว 3-4 นาที ถอดชิ้นส่วนได้ 5 ชิ้น ตะแกรงต้องใช้แปรงเล็กที่แถมมาขัด แต่ถ้าทิ้งไว้นานเกิน 30 นาที กากจะแห้งติด ขัดยากขึ้น ผมแนะนำให้ตั้งเป็น routine ล้างทันที

Q3: Simplus ZZJH010 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-mid tier สำหรับ slow juicer ในไทย เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee

สรุป Simplus ZZJH010 หลังใช้จริง 5 สัปดาห์

คะแนนรวมที่ผมให้ Simplus ZZJH010 คือ 8.0/10 จากการใช้จริงทุกวันมา 5 สัปดาห์ คะแนนนี้สะท้อนว่าเครื่องทำงานตามที่โฆษณา ช่อง 113 มม. ใส่ผลไม้ขนาดกลางทั้งลูกได้จริง การแยกกากออกจากน้ำชัดเจน และดีไซน์เหมาะกับครัวคอนโดเล็ก

ใน use case ของผม คอนโด 32 ตรม. คนในบ้าน 1-2 คน ดื่มน้ำผักผลไม้ทุกเช้า เครื่องตัวนี้ทำให้ routine ตอนเช้าเร็วขึ้นชัดเจน ไม่ต้องกรองผ้าขาวบาง ไม่ต้องหั่นวัตถุดิบให้เล็ก ใส่แอปเปิ้ลแครอทเข้าไป กดปุ่ม รอ 1-2 นาที ได้น้ำใสๆ ดื่มได้ทันที

สิ่งที่แลกคือต้องมีวินัยล้างทันที และต้องเลือกวัตถุดิบ ของนิ่มอย่างกล้วยใช้ไม่ได้ดี เสียงไม่เงียบเหมือน premium brand และโถ 1.2 ลิตรเหมาะกับ 1-2 คน ไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ ทั้งหมดนี้ผมรู้และยอมรับได้ตั้งแต่ก่อนซื้อ

ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไปเลือกใหม่ ผมยังเลือก Simplus ZZJH010 ตัวนี้ เพราะตอบโจทย์ลักษณะการใช้และพื้นที่ครัวของผมพอดี ไม่ได้ over-spec จนเปลือง และไม่ได้ขาด feature สำคัญ ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายผม slow juicer ตัวนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก่อนจะ upgrade ไป premium brand ในอนาคต

สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังลังเล ลองดู feature ที่ผมเล่ามาเทียบกับ pattern การใช้ของตัวเอง ถ้าตรงกัน 4-5 ข้อจาก 6 ผมว่าตัวเลือกนี้คุ้มในเซกเมนต์เครื่องสกัดน้ำผลไม้ราคาเข้าถึงได้