Simplus KQJH007 ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 7 สัปดาห์
ช่วงหน้าหนาว PM2.5 พุ่ง ผมตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องฟอกอากาศใหม่
ช่วงหน้าหนาว PM2.5 ในกรุงเทพพุ่งเกิน 100 µg/m³ ติดต่อกันหลายวัน คอนโดผมอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดหน้าต่างไม่ค่อยได้เลยช่วงนี้ เครื่องฟอกอากาศเครื่องเก่าที่ใช้มา 4 ปีก็เริ่มเสียงดัง ลมออกแผ่วลง ผมเลยตัดสินใจหาเครื่องใหม่มาแทน
ผมเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 30 ต้น อยู่กับคนในบ้าน 2 คนในคอนโด 34 ตรม. ห้องนอนต่อกับห้องนั่งเล่นแบบ open plan ส่วนตัวเป็นภูมิแพ้ฝุ่นมานานหลายปี ตื่นเช้ามาคัดจมูกแทบทุกวันถ้าไม่เปิดเครื่องฟอกอากาศคืนก่อน เลยจำเป็นต้องมีเครื่องที่ฟอกได้เร็วพอกับสภาพอากาศตอนนี้
ที่เลือก Simplus KQJH007 รุ่น AirCare 5 ตัวนี้ เพราะ CADR 330 m³/h ครอบคลุมห้อง 30-40 ตรม. พอดี และมีไส้กรอง HEPA H13 ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในห้อง clean room ทางการแพทย์ จุดที่ผมสนใจอีกอย่างคือเสียงเงียบแค่ 35 dB ในโหมด sleep เพราะผมเปิดทั้งคืน นอนหลับยาก ถ้าเสียงดังเกินไม่ไหวจริงๆ
ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ เปิดทั้งวันตลอด 24 ชม. ปรับโหมดอัตโนมัติเป็นหลัก โหมด sleep ตอนกลางคืน บางวันเปิด gear 2 ตอนหุงข้าว ตอนนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและในห้องชัด พอจะเอามารีวิวให้ฟังเป็นเรื่องเป็นราวได้
บทความนี้ผมจะเล่าทั้งที่ชอบและไม่ชอบหลังใช้จริง รวมถึงเทียบกับคู่แข่งที่คนมักนำมาเปรียบเทียบ ใครกำลังหาเครื่องฟอกอากาศในงบไม่ถึงสามพัน สำหรับคอนโดหรือห้องเช่าขนาดเล็ก ลองอ่านดูครับ
สรุปสั้น Simplus KQJH007 เหมาะกับใคร
ก่อนลงรายละเอียด ขอสรุปเป็น quick answer สำหรับคนรีบครับ Simplus KQJH007 (AirCare 5) เป็นเครื่องฟอกอากาศระดับ entry-mid ที่ค่อนข้างครบเครื่องในเซกเมนต์ไม่ถึงสามพัน เน้นจุดขายที่ CADR 330 m³/h ฟอกอากาศได้เร็ว ครอบคลุมห้องคอนโด 30-40 ตรม. และห้องนอน-ห้องนั่งเล่นต่อกันแบบในคอนโดผม
เหมาะมากสำหรับคนคอนโด คนเช่าหอ คนที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่น และคนที่ต้องการเครื่องสองสำหรับห้องนอนแยก ส่วนใครห้องใหญ่กว่า 50 ตรม. หรือต้องการ feature ลึกแบบ formaldehyde sensor อาจต้องดูรุ่นใหญ่กว่า ผมให้คะแนนภาพรวม 8.3/10 — เอาไว้อ่านเหตุผลต่อด้านล่างได้เลยครับ
สเปก Simplus KQJH007 (AirCare 5) — จุดเด่นที่ทำให้ตัดสินใจ
ก่อนจะลงเรื่องประสบการณ์ใช้งาน ผมขอลิสต์สเปกหลักที่ผู้ผลิตระบุไว้ในกล่องและในหน้าเพจ Shopee เพื่อให้เห็นภาพ ก่อนผมจะเล่าว่าตัวเลขพวกนี้แปลเป็นประสบการณ์จริงยังไงในห้องผม
- CADR 330 m³/h: ค่าการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์ในระดับนี้ เหมาะกับห้อง 30-40 ตรม. ในงบเครื่องฟอกอากาศประมาณนี้ถือว่า CADR สูงเลย ในห้องผม 34 ตรม. รู้สึกได้ว่าฟอกเร็วกว่าเครื่องเก่า
- HEPA H13 + Pre-filter + Activated carbon: กรอง 3 ชั้น HEPA H13 ดักจับอนุภาค 0.3 ไมครอน 99.97% ถือเป็นเกรดเดียวที่ใช้ในโรงพยาบาล ส่วนคาร์บอนช่วยเรื่องกลิ่นทำอาหาร
- เสียง 35 dB ในโหมด sleep: ระดับเสียงนี้ใกล้เคียงเสียงพัดลมเบาๆ ผมเปิดทั้งคืนแล้วไม่รู้สึกว่ารบกวนการนอน
- 3 ระดับความเร็ว: Sleep / Gear 1 / Gear 2 + โหมด Auto ที่ปรับเองตาม PM2.5
- หน้าจอ digital: แสดงค่า PM2.5 แบบ realtime พร้อมไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ
- ควบคุมผ่านแอปได้: รองรับ smart home เชื่อม WiFi สั่งงานจากนอกบ้านได้
ในมุมผม สเปกตัวนี้ถือว่าค่อนข้างเต็มในเซกเมนต์ราคาเดียวกัน รุ่นในงบใกล้เคียงส่วนใหญ่ CADR จะอยู่ที่ 200-280 m³/h เท่านั้น Simplus ที่ collab กับ PP กฤษฎา ดูเหมือนจะอัดสเปกมาให้คุ้มขึ้นเพื่อแข่งกับ Xiaomi ที่ครองตลาดเซกเมนต์นี้อยู่
เปรียบเทียบสเปกกับรุ่นยอดนิยมในเซกเมนต์
ส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ ผมเทียบกับ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เป็นหลัก เพราะคนแนะนำเยอะที่สุดในงบนี้ Xiaomi 4 Lite CADR อยู่ที่ ~360 m³/h เหมาะห้อง 25-43 ตรม. ใกล้เคียงกัน แต่ Simplus KQJH007 ใช้ HEPA H13 ตรงๆ ขณะที่ Xiaomi เป็น H11 (รุ่น Pro ถึงเป็น H13) เลยตัดสินใจที่ Simplus สำหรับคนภูมิแพ้แบบผม
ดีไซน์ Simplus KQJH007 — เปิดกล่องแล้วเซอร์ไพรส์
พอเห็นภาพรวมสเปกแล้ว มาดูดีไซน์จริงกันครับ ตอนแกะกล่องสารภาพว่าตัวเครื่องดูแพงกว่าราคาเล็กน้อย Simplus KQJH007 มาในทรงสี่เหลี่ยมเรียบหรู สีขาวล้วน ขนาดประมาณ 25 x 25 x 60 ซม. ใหญ่กว่าที่คิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับเกะกะในห้องคอนโด 34 ตรม.
น้ำหนักประมาณ 5 กก. พอเข็นย้ายไปมาด้วยมือเดียวได้ แต่ไม่มีหูจับ ถ้าจะย้ายห้องต้องอุ้มทั้งตัว ส่วนตัวผมวางไว้ระหว่างโซฟากับเตียง ไม่ได้ย้ายบ่อย เลยไม่ใช่ปัญหา
หน้าจอ digital ด้านบนเป็นแบบสัมผัส แสดง PM2.5 realtime + ไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศ 3 สี (เขียว/เหลือง/แดง) ตรงนี้ผมชอบมาก เพราะตื่นมาตอนเช้ามองปราดเดียวรู้เลยว่าอากาศในห้องคืนนี้เป็นยังไง ปุ่มสัมผัสตอบสนองเร็ว ไม่หน่วงเหมือนเครื่องจีนบางรุ่น
ช่องดูดอากาศมี 2 ด้าน ซ้าย-ขวา ออกแบบให้รับลมได้รอบทิศ ส่วนช่องปล่อยลมอยู่ด้านบน เครื่องเลยไม่จำเป็นต้องวางห่างผนัง 1 เมตรเหมือนรุ่นที่ดูดด้านหลังด้านเดียว ในคอนโดผมที่พื้นที่จำกัด จุดนี้ช่วยได้เยอะจริงๆ
ใช้งานจริง 7 สัปดาห์ในคอนโด 34 ตรม.
ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมว่าสำคัญที่สุดของรีวิว ใช้จริงในห้องผมเป็นยังไง ผมจะเล่าจากประสบการณ์ใน 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่สะดุดในช่วงแรก เผื่อใครคิดจะซื้อจะได้ไม่ตกใจ
วันแรก: เจอ friction จากการประกอบ
วันแรกเปิดกล่อง ผมรีบเอา filter ใส่เลย ไม่ได้อ่านคู่มือละเอียด ปรากฏว่าใส่ผิดด้าน (มีลูกศรชี้ทิศทางลมที่ต้องตรงกับเครื่อง) เปิดเครื่องแล้วลมออกน้อยกว่าที่ควร ผมงงอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าจะรู้ ต้องถอดติดใหม่ พอใส่ถูกด้านปุ๊ป ลมแรงขึ้นเห็นชัด ตรงนี้คู่มือไทยมีนะ แต่ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย ใครซื้อมาแนะนำให้อ่านก่อนใส่ filter ครับ
สัปดาห์ที่ 1-2: เริ่มเห็นผล
วันแรกเปิดเครื่องในห้อง คอนโดผม PM2.5 ขึ้นแสดงที่ 78 µg/m³ (อากาศนอกตอนนั้นวัดที่ ~95 จากแอป AirVisual) เปิด gear 2 ทิ้งไว้ 25 นาที PM2.5 ลดเหลือ 18 µg/m³ ในห้อง พอเข้าระดับสีเขียวก็สลับเป็น auto mode ตามปกติ ตัวเลขนี้ก็เข้ากับสเปก CADR ที่ผู้ผลิตเคลม
หลังใช้ครบ 2 สัปดาห์ อาการคัดจมูกตอนตื่นเช้าของผมหายไปเกือบหมด เมื่อก่อนต้องเสียเวลาสั่งน้ำมูก 10-15 นาทีถึงจะหายใจสะดวก ตอนนี้ตื่นมาหายใจคล่องเลย ตรงนี้เป็น learning moment สำหรับผม ที่เพิ่งเข้าใจว่าฝุ่นในห้องตอนกลางคืนเป็นตัวการตัวจริงของอาการภูมิแพ้
สัปดาห์ที่ 3-5: ทดลองโหมดต่างๆ
ผมลองทุกโหมดในช่วง 3 สัปดาห์ถัดมา
- Sleep mode (35 dB): เปิดทั้งคืน เสียงเบามาก ระดับใกล้พัดลมตั้งโต๊ะตัวเล็ก คนในบ้านบอกว่าหลับได้ปกติ ลมไม่แรง แต่ค่อยๆ ฟอกได้
- Gear 1: เหมาะเปิดตอนกลางวันทั่วไป เสียงประมาณพัดลมเพดานเบอร์ 1 ฟอกพอเหมาะกับห้องที่อากาศปกติ
- Gear 2: เปิดตอนทำอาหาร หรือตอนเพิ่งเปิดประตูออกไปข้างนอก เสียงดังขึ้นชัด ใกล้เคียงเสียงคุยปกติ แต่ฟอกเร็วมาก 15-20 นาทีกลับมาสีเขียวได้
- Auto mode: โหมดที่ผมใช้มากสุด ปรับ speed เองตาม PM2.5 ทำงานดี ไม่หน่วง
ตรงโหมด auto นี่ผมประทับใจที่ sensor PM2.5 ตอบสนองค่อนข้างไว ทันทีที่จุดธูปไหว้พระข้างห้อง 30 วินาทีเครื่องก็ปรับเป็น speed สูงสุดเอง ไม่ต้องไปกดเอง
สัปดาห์ที่ 6-7: ค่าไฟและไส้กรอง
หลายคนสงสัยเรื่องค่าไฟ ผมขอเอามาแชร์ตรงๆ ก่อนใช้ Simplus KQJH007 ค่าไฟเดือนล่าสุดของผม 1,420 บาท หลังเปิดเครื่องนี้ทั้งวัน 7 สัปดาห์เต็ม บิลใหม่มา 1,449 บาท เพิ่มแค่ 29 บาท สำหรับเครื่องที่เปิดตลอด 24 ชม. ผมว่าคุ้มมาก ตามที่ผู้ผลิตเคลมว่าใช้ไฟต่ำ 0.8 kWh ต่อ 24 ชม. ที่กำลังลมขาออกสูงสุด
ส่วนไส้กรอง ตามคู่มือบอกว่าควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน ขึ้นกับสภาพอากาศ ราคาไส้กรองตัวจริงจาก Simplus อยู่ในระดับที่ไม่หฤโหด พอรับได้สำหรับการเปลี่ยนปีละครั้ง
ข้อดี-ข้อเสียที่ผมเจอ Simplus KQJH007
หลังใช้ครบ 7 สัปดาห์ ผมขอสรุปจุดที่ชอบและจุดที่อยากให้ปรับปรุงตามประสบการณ์จริง ไม่ใช่ตามที่กล่องเขียน
ข้อดี
- CADR 330 m³/h ตรงสเปก: ฟอกห้อง 34 ตรม. จาก PM2.5 78 เหลือ 18 ภายใน 25 นาที — เร็วกว่าเครื่องเก่าผมที่ใช้ 45 นาทีในห้องเดียวกัน เร็วขนาดนี้เพราะใช้ได้กับคอนโดที่เพิ่งเปิดประตูแล้วฝุ่นเข้ามาทันที
- HEPA H13 + คาร์บอน: เกรด H13 ดักจับ 0.3 ไมครอน 99.97% ตามมาตรฐาน — สำหรับคนภูมิแพ้แบบผม รู้สึกหายใจสะดวกขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนคาร์บอนช่วยกลิ่นทำอาหารหายใน 10 นาที
- เสียง 35 dB โหมด sleep: เปิดทั้งคืนไม่รบกวนการนอน — ในคอนโดผมที่ผนังไม่หนา คนในบ้านยังหลับสบาย ต่างจากเครื่องเก่าที่ผมต้องปิดตอนนอน
- Sensor PM2.5 ไว: ปรับ speed เองตามฝุ่นจริง — ไม่ต้องคอยเปิดปิดเอง โหมด auto ใช้งานได้จริง สะดวกมากกับการเปิดทิ้งไว้ทั้งวัน
- ค่าไฟไม่กระทบ: เปิด 24 ชม. ค่าไฟเพิ่มแค่ ~30 บาทต่อเดือน — ในงบประมาณคอนโดผม ถือว่าไม่กระทบบิลเลย
ข้อเสีย
- ไม่มีหูจับ: ตัวเครื่องน้ำหนัก 5 กก. ไม่มีจุดจับ — ถ้าต้องย้ายห้องบ่อย ลำบาก ต้องอุ้มทั้งตัว ผมเลยเลือกวางตำแหน่งเดียวตลอด
- ไม่มี formaldehyde sensor: มีแค่ PM2.5 sensor — ใครซื้อบ้านใหม่ที่ยังมีกลิ่นเฟอร์นิเจอร์เบื่อๆ ต้องเช็คเอง ดูที่ลมเข้าออก จะไม่มีตัวเลข real-time ให้ดู
- ลูกศรใส่ filter เล็ก: วันแรกผมใส่ผิดด้านเพราะมองไม่เห็นลูกศร — แนะนำอ่านคู่มือก่อนใส่ ไม่งั้นเปิดเครื่องแล้วลมจะออกผิดทาง
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด เรื่อง CADR และเครื่องฟอกอากาศ
ก่อนซื้อรุ่นนี้ ผมเคยเข้าใจผิดอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศ ที่อยากแชร์ให้คนกำลังจะซื้อได้รู้ก่อน เผื่อจะช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น
เรื่องแรก CADR สูงไม่ได้แปลว่าฟอกดีกว่าเสมอ ถ้าห้องคุณเล็ก 15-20 ตรม. ซื้อเครื่อง CADR 500+ ก็ไม่ได้ทำให้อากาศสะอาดเร็วกว่า CADR 300 อย่างที่คิด เพราะมีฝุ่นในปริมาณจำกัด เครื่องจะ idle อยู่ในโหมด low speed ส่วนใหญ่ของเวลา CADR ที่ match กับขนาดห้องสำคัญกว่า ในห้องผม 34 ตรม. CADR 330 ของ Simplus KQJH007 ใช้พอดี ไม่ overkill ไม่น้อยไป
เรื่องที่สอง HEPA H13 vs H11 ในห้องคอนโดเล็ก แทบไม่รู้สึกต่างในชีวิตประจำวัน ทั้ง H11 และ H13 กรองอนุภาคขนาด PM2.5 ได้ดีทั้งคู่ ความต่างคือ H13 กรองอนุภาค 0.3 ไมครอน 99.97% ส่วน H11 ที่ 95% ฟังดูต่างเยอะ แต่ในห้องที่ไม่มีปัญหามลพิษหนักจริงๆ คุณจะแยกไม่ออก เหตุผลที่ผมเลือก H13 เพราะเป็นภูมิแพ้รุนแรง สำหรับคนทั่วไป H11 ก็พอแล้ว ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
ถ้าใครอยากเทียบหลายรุ่นในงบเดียวกัน ผมเขียนเทียบไว้ใน รีวิวแนะนำ 7 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ครับ มีหลายแบรนด์ให้เปรียบเทียบกัน
Simplus KQJH007 เทียบกับเครื่องฟอกอากาศคู่แข่ง
คุยเรื่องการใช้งานเสร็จแล้ว ขอเทียบกับคู่แข่งหลักในเซกเมนต์เดียวกันให้เห็นภาพชัดๆ ผมเทียบกับ 2 รุ่นที่คนชอบนำมาเปรียบเทียบ
เทียบกับ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite
Xiaomi 4 Lite เป็นเจ้าตลาดในเซกเมนต์นี้ CADR สูงกว่าเล็กน้อยที่ ~360 m³/h แต่ใช้ filter HEPA H11 (รุ่น Pro ถึงเป็น H13) ขนาดห้องที่เคลมใกล้เคียงกัน 25-43 ตรม. มี ecosystem Mi Home ที่หลายคนมีอุปกรณ์ smart home Xiaomi อยู่แล้ว ส่วน Simplus KQJH007 H13 ตรง มี collab กับ PP กฤษฎา ดีไซน์เหลี่ยมกว่า ราคาใกล้เคียงกัน ส่วนตัวผมว่าเลือกตามภูมิแพ้รุนแรงไม่รุนแรง ถ้าภูมิแพ้หนัก เลือก H13 จะคุ้มกว่า
เทียบกับ Sharp FP-J30TA
Sharp FP-J30TA เป็นรุ่นยอดนิยมจาก Sharp มี plasmacluster ion ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะแบรนด์ จุดแข็งคือทนทาน ใช้ได้นาน แต่ CADR เพียง ~168 m³/h เหมาะห้องเล็กกว่า 21 ตรม. ราคาใกล้เคียงกัน ถ้าห้องคุณเล็กกว่า 20 ตรม. Sharp ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าห้อง 30 ตรม. ขึ้นไปเหมือนผม Simplus จะฟอกได้เร็วกว่าชัดเจน
Simplus KQJH007 เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
มาถึงจุดที่ผมว่าสำคัญที่สุด เพราะเครื่องฟอกอากาศไม่มีรุ่นไหนที่เหมาะกับทุกคน ผมขอแบ่งให้ชัด
เหมาะกับ
- คนที่อยู่คอนโด 25-40 ตรม. หรือห้องเช่าขนาดกลาง ที่ต้องการเครื่องเดียวฟอกได้ทั้งห้องนอน-นั่งเล่นต่อกัน
- คนที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่น หรือมีเด็กในบ้าน ที่ต้องการ HEPA H13 เกรดทางการแพทย์
- คนที่ต้องการเปิดเครื่องทั้งคืน โดยไม่อยากให้เสียงรบกวนการนอน (35 dB sleep mode)
- คนที่เริ่มต้นซื้อเครื่องฟอกอากาศเครื่องแรก ในงบไม่ถึงสามพัน และยังไม่อยากลงทุนเครื่องระดับ premium
ไม่เหมาะกับ
- คนที่ห้องใหญ่กว่า 50 ตรม. หรือบ้านเดี่ยวห้องโถง — CADR 330 จะไม่พอ ต้องหารุ่นใหญ่กว่า
- คนที่ต้องการ formaldehyde sensor หรือ VOC sensor — รุ่นนี้มีแค่ PM2.5 sensor
- คนที่ต้องการ ecosystem smart home Xiaomi เพราะมีอุปกรณ์เดิมในบ้านแล้ว
ข้อแนะนำสำหรับคนซื้อ
ถ้าตัดสินใจซื้อ Simplus KQJH007 ผมแนะนำว่า อย่าลืมอ่านคู่มือก่อนใส่ filter ครั้งแรก (ลูกศรทิศทางลมตัวเล็ก) วางห่างจากผนัง 20-30 ซม. ทั้งสองด้านเพื่อให้ลมไหลเวียนได้ดี และตั้งโหมด auto เป็นค่าหลัก จะประหยัดไฟกว่าเปิด gear 2 ทิ้งไว้ ส่วนเรื่องการดูแล นอกจากเปลี่ยน filter แล้ว อย่าลืมเปิดเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องด้วย เครื่องฟอกอากาศกับ เครื่องดูดฝุ่นกรองฝุ่นละเอียดในบ้าน ทำงานคู่กัน ผลลัพธ์ดีกว่ามาก
ข้อควรระวัง
ระวังเรื่องการซื้อ filter ของแท้ ในตลาดมี filter เทียบเคียงราคาถูกกว่า แต่คุณภาพการกรองอาจไม่เท่าของเดิม ผมแนะนำซื้อจาก Simplus Official Store เพื่อให้มั่นใจเรื่องคุณภาพ
FAQ คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ Simplus KQJH007
Simplus KQJH007 เหมาะกับห้องขนาดเท่าไหร่?
ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะกับห้อง 30-40 ตรม. ในห้องผม 34 ตรม. ใช้ได้พอดี ไม่ต้องเปิด gear 2 ตลอด ถ้าห้องเล็กกว่า 25 ตรม. ก็ใช้ได้แต่จะ overkill ถ้าห้องใหญ่กว่า 50 ตรม. ควรพิจารณารุ่นที่ CADR สูงกว่า
Simplus KQJH007 กินไฟเยอะมั้ย?
ใช้ไฟต่ำมาก ในห้องผมเปิด 24 ชม. ตลอด 7 สัปดาห์ ค่าไฟเพิ่มจากเดิมแค่ ~29 บาทต่อเดือน ผู้ผลิตเคลมว่าใช้ 0.8 kWh ต่อ 24 ชม. ที่กำลังลมขาออกสูงสุด
Simplus KQJH007 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?
ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชั่นแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-mid งบไม่ถึงสามพัน เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee Simplus Official Store
Simplus KQJH007 เทียบกับ Xiaomi 4 Lite ตัวไหนดีกว่า?
ขึ้นกับ use case ถ้าภูมิแพ้รุนแรง ต้องการ filter เกรด medical เลือก Simplus เพราะเป็น HEPA H13 ตรง ถ้ามี smart home Xiaomi อยู่แล้ว และเน้น ecosystem เลือก Xiaomi 4 Lite ราคาทั้งคู่ใกล้เคียงกัน
สรุปรีวิว Simplus KQJH007 หลังใช้งาน 7 สัปดาห์
หลังใช้ Simplus KQJH007 (AirCare 5) มา 7 สัปดาห์ ผมให้คะแนน 8.3/10 คะแนนนี้สะท้อนว่าเครื่องนี้ทำงานได้ดีเกินคาดในเซกเมนต์ราคาไม่ถึงสามพัน CADR ตรงสเปก เสียงเงียบ ค่าไฟแทบไม่ขยับ และอาการภูมิแพ้ของผมดีขึ้นชัด
เครื่องนี้เหมาะที่สุดสำหรับคนคอนโด 25-40 ตรม. ห้องนอน-ห้องนั่งเล่นต่อกัน คนที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่นและต้องการ HEPA H13 รวมถึงคนที่ต้องการเปิดเครื่องทั้งคืน เพราะ sleep mode 35 dB จริงๆ เงียบมาก ส่วนถ้าห้องใหญ่กว่า 50 ตรม. หรือต้องการ sensor หลายอย่าง อาจต้องดูรุ่นใหญ่กว่า
สิ่งที่แลกในงบนี้คือไม่มีหูจับสำหรับยก ไม่มี formaldehyde sensor และคู่มือใส่ filter ตัวหนังสือเล็กไปนิด แต่เมื่อชั่งกับสิ่งที่ได้ ทั้ง HEPA H13 + CADR 330 + เสียงเงียบ + แอป smart home ผมยังว่าคุ้มกับราคา
ถ้าให้ย้อนกลับไปวันที่ตัดสินใจ ผมยังเลือก Simplus KQJH007 ตัวนี้สำหรับคอนโด 34 ตรม. ของผม แต่ถ้าผมย้ายไปบ้านเดี่ยวห้องใหญ่ คงเปลี่ยนไปดูรุ่นที่ CADR สูงกว่า การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ match กับขนาดห้องสำคัญกว่าเลือกที่สเปกสูงสุดเสมอ
สรุปแล้วในงบไม่ถึงสามพัน ที่ได้ HEPA H13 + CADR 330 m³/h + sleep mode 35 dB และมี collab กับ PP กฤษฎา ที่ทำให้เครื่องดูพรีเมียมขึ้น Simplus KQJH007 ถือเป็นตัวเลือกที่ผมแนะนำสำหรับคอนโดและห้องเช่าขนาดกลาง ใครสนใจกดเช็คได้เลย


