Home หูฟังรีวิว หูฟังไร้สาย Shokz OpenRun นำเสียงผ่านกระดูก open-ear IP67 รับประกัน 2 ปี

รีวิว หูฟังไร้สาย Shokz OpenRun นำเสียงผ่านกระดูก open-ear IP67 รับประกัน 2 ปี

by
A+A-
Reset

หูฟัง Shokz OpenRun นำเสียงผ่านกระดูก open-ear

นักวิ่งที่ออกไปซ้อมริมถนนตอนเช้ามืดมักเจอโจทย์เดียวกัน คือจะฟังเพลงหรือพอดแคสต์ให้เพลินระหว่างวิ่ง แต่ก็ไม่อยากตัดขาดจากเสียงรถและเสียงคนรอบตัวจนกลายเป็นความเสี่ยง หูฟัง in-ear ทั่วไปอุดรูหูจนได้ยินเสียงภายนอกน้อยลง ซึ่งเป็นจุดที่หูฟังนำเสียงผ่านกระดูกอย่าง Shokz OpenRun เข้ามาตอบโจทย์โดยตรง

Shokz OpenRun ไม่ได้วางตัวแข่งกับหูฟังฟังเพลงคุณภาพสูงในราคาเดียวกัน แต่วางตัวในกลุ่มหูฟังสายกีฬาที่เน้นความปลอดภัยและการสวมใส่ระหว่างเคลื่อนไหว เทียบกับหูฟัง true wireless ที่เน้นเสียงและการตัดเสียงรบกวน OpenRun เลือกเดินคนละทาง คือเปิดหูให้รับรู้สภาพแวดล้อมตลอดเวลา ทีมงาน promotionth จึงวิเคราะห์รุ่นนี้จากมุมของคนที่ใช้มันเพื่อวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือประชุมทางไกล ไม่ใช่มุมของคนที่นั่งฟังเพลงเงียบ ๆ ในห้อง

สรุปเร็วสำหรับคนรีบ: Shokz OpenRun คือหูฟังไร้สายนำเสียงผ่านกระดูกดีไซน์ open-ear น้ำหนัก 26 กรัม กันน้ำระดับ IP67 แบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง เชื่อมต่อ Bluetooth 5.1 รับประกัน 2 ปี จุดแข็งคือความปลอดภัยระหว่างออกกำลังกายกลางแจ้งเพราะยังได้ยินเสียงรอบข้าง จุดที่ต้องรับได้คือพลังเบสเบากว่าหูฟังอุดหู ใช้สายชาร์จแม่เหล็กเฉพาะรุ่น และแม้กันน้ำ IP67 แต่ผู้ผลิตระบุว่าไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ คะแนนทีมงาน 8.2 จาก 10 สำหรับสายวิ่งและสายกีฬากลางแจ้ง

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จากสเปกและข้อมูลทางเทคนิค ลิงก์ซื้อสินค้าเป็นลิงก์พันธมิตร ทีมงานอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มกับคุณ

สเปก Shokz OpenRun ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนดูว่ารุ่นนี้เหมาะกับคุณไหม ลองวางสเปกหลักไว้บนโต๊ะก่อน Shokz OpenRun ใช้เทคโนโลยีนำเสียงผ่านกระดูกรุ่นที่ 8 ร่วมกับ PremiumPitch 2.0+ ซึ่งเป็นชื่อทางการตลาดของ Shokz สำหรับการปรับมุมทรานสดิวเซอร์บนโหนกแก้มเพื่อลดการสั่นและเพิ่มย่านเสียงต่ำ ตัวเครื่องหนักเพียง 26 กรัม เป็นสายคาดท้ายทอยแบบชิ้นเดียว

ด้านการเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 5.1 ระยะทำการราว 10 เมตร มีไมโครโฟนคู่สำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา แบตเตอรี่ให้เวลาเล่นต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง และมีระบบชาร์จด่วนที่ชาร์จ 10 นาทีแล้วใช้งานได้อีก 1.5 ชั่วโมง ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 พร้อมระบบแจ้งเตือนความชื้นเพื่อป้องกันการชาร์จตอนขั้วสัมผัสยังเปียก และมาพร้อมการรับประกัน 2 ปีจากผู้ผลิต OpenRun มีให้เลือกสองไซซ์คือ Standard และ Mini สำหรับคนที่มีรอบศีรษะเล็กกว่า

เทคโนโลยีนำเสียงผ่านกระดูกทำงานยังไง เหมาะกับใคร

หูฟังทั่วไปส่งคลื่นเสียงผ่านอากาศเข้าไปในรูหู แต่การนำเสียงผ่านกระดูกทำงานต่างออกไป ทรานสดิวเซอร์จะวางแนบบนกระดูกโหนกแก้มด้านหน้าใบหู แล้วส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านกระดูกตรงเข้าสู่หูชั้นในโดยไม่ต้องผ่านแก้วหู ผลคือรูหูของคุณเปิดโล่งตลอดเวลา ยังได้ยินเสียงรถ เสียงแตร และเสียงคนเรียกได้ตามปกติ ขณะที่เพลงหรือเสียงพูดดังอยู่ในหัว

กลไกนี้อธิบายว่าทำไม OpenRun ถึงเหมาะกับสายกีฬากลางแจ้งมากเป็นพิเศษ คนที่วิ่งริมถนน ปั่นจักรยานในเมือง หรือเดินในที่พลุกพล่านจะได้ความปลอดภัยจากการรับรู้สภาพแวดล้อม ข้อมูลรีวิวสาธารณะจาก SoundGuys ระบุว่าเสียงพูด พอดแคสต์ และเพลงทั่วไปออกมาคมชัด แต่ย่านเสียงต่ำค่อนข้างเบา ซึ่งตรงกับธรรมชาติของการนำเสียงผ่านกระดูกที่ยังสร้างเบสหนักแน่นเท่าหูฟังอุดหูได้ยาก คนที่เน้นฟังเพลงเบสหนักอาจต้องปรับความคาดหวังตรงจุดนี้

แบตเตอรี่ 8 ชั่วโมงกับชาร์จด่วน ใช้จริงได้แค่ไหน

ตัวเลข 8 ชั่วโมงของ OpenRun เพียงพอสำหรับการซ้อมวิ่งหลายรอบในสัปดาห์เดียวโดยไม่ต้องเสียบชาร์จบ่อย คนที่วิ่งวันละชั่วโมงสามารถใช้ได้เกือบทั้งสัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วนคนที่ใส่ประชุมทางไกลทั้งวันจะได้เห็นตัวเลขนี้ลดเร็วขึ้นตามระดับเสียงและการใช้ไมค์ ผู้ผลิตระบุว่าอายุแบตจริงขึ้นกับประเภทเสียง ระดับความดัง และอุณหภูมิแวดล้อม

จุดที่ช่วยได้มากคือระบบชาร์จด่วน เสียบเพียง 10 นาทีก่อนออกไปวิ่งก็ได้เวลาใช้งานเพิ่มอีก 1.5 ชั่วโมง เหมาะกับสถานการณ์ที่ลืมชาร์จแล้วเพิ่งนึกได้ตอนกำลังจะออกจากบ้าน แต่ต้องยอมรับข้อจำกัดหนึ่งที่ตามมา คือ OpenRun ใช้สายชาร์จแม่เหล็กแบบ 2 pin เฉพาะของ Shokz ไม่มีพอร์ต USB-C ในตัว หากทำสายหายระหว่างเดินทางจะเสียบชาร์จด้วยสายทั่วไปที่หาได้ตามร้านสะดวกซื้อไม่ได้ ต้องพกสายเฉพาะติดตัวไว้เสมอ

น้ำหนัก 26 กรัมกับการสวมใส่ระหว่างวิ่ง

น้ำหนัก 26 กรัมของ OpenRun เบาพอที่จะลืมไปว่ากำลังสวมอยู่หลังใส่ไปสักพัก โครงสายคาดท้ายทอยแบบยืดหยุ่นช่วยล็อกตำแหน่งไม่ให้ขยับตอนวิ่งหรือกระโดด ต่างจากหูฟัง true wireless ที่มีโอกาสหลุดจากรูหูเมื่อเหงื่อออกมาก ดีไซน์เปิดหูยังทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจากการอุดรูหูเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง

คนที่ใส่แว่นตาหรือหมวกกันน็อกจักรยานควรรู้ไว้ว่าสายคาดท้ายทอยอาจเบียดกับขาแว่นหรือขอบหมวกได้บ้าง การจัดตำแหน่งก่อนสวมหมวกจะช่วยลดปัญหานี้ ส่วนคนที่มีรอบศีรษะเล็ก ไซซ์ Mini ที่สายสั้นกว่าราว 2 เซนติเมตรจะกระชับกว่าและขยับน้อยกว่าตอนออกกำลังกายหนัก การเลือกไซซ์ให้พอดีจึงมีผลกับทั้งความสบายและความมั่นคงระหว่างใช้งานจริง สายที่มองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายชิ้นอื่นเสริม อ่านต่อได้ที่รีวิวเครื่องเดินวงรีออกกำลังกายในบ้าน

IP67 กันน้ำได้ แต่ว่ายน้ำไม่ได้ จุดที่หลายคนเข้าใจผิด

นี่คือจุดที่รีวิวส่วนใหญ่มองข้าม และเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้บางคนซื้อผิดวัตถุประสงค์ มาตรฐาน IP67 หมายถึงตัวเครื่องกันฝุ่นสนิทและทนการจุ่มน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาทีในสภาพนิ่ง หลายคนจึงเหมาว่าใส่ว่ายน้ำในสระได้ แต่ Shokz ระบุไว้ชัดเจนว่า OpenRun ไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ

เหตุผลอยู่ที่ความต่างระหว่างการจุ่มนิ่งกับการว่ายจริง แรงปะทะน้ำจากการเคลื่อนไหว ความดันน้ำขณะตีแขนขา และสารเคมีในสระอย่างคลอรีนล้วนเกินเงื่อนไขที่มาตรฐาน IP67 ครอบคลุม อีกทั้งสัญญาณ Bluetooth ยังส่งผ่านน้ำได้ไม่ดี สายที่ต้องการหูฟังใส่ว่ายน้ำจริงต้องมองไปที่ Shokz OpenSwim ที่ออกแบบมาให้เก็บเพลงในตัวเครื่องและกันน้ำระดับสูงกว่า สรุปสั้น ๆ คือ IP67 ของ OpenRun ออกแบบมาเพื่อรับมือเหงื่อจากการวิ่งกลางแดดและฝนที่ตกกะทันหัน ไม่ใช่เพื่อลงสระ

Shokz OpenRun เทียบกับหูฟัง in-ear และรุ่น Pro

เทียบกับหูฟัง true wireless ทั่วไป OpenRun เลือกคนละจุดยืน หูฟังอุดหูให้เสียงและเบสที่อิ่มกว่า มีการตัดเสียงรบกวนที่ช่วยให้จดจ่อ แต่ก็ตัดคุณออกจากเสียงรอบตัว OpenRun ยอมแลกคุณภาพเบสเพื่อความปลอดภัยและความสบายจากการเปิดหู ใครที่นั่งทำงานเงียบ ๆ ในออฟฟิศหรือฟังเพลงบนเครื่องบิน หูฟังอุดหูยังตอบโจทย์กว่า แต่ใครที่ขยับตัวกลางแจ้งเป็นหลัก จุดยืนของ OpenRun ชัดเจนกว่า

ภายในตระกูล Shokz เอง OpenRun รุ่นมาตรฐานต่างจาก OpenRun Pro ที่ใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่กว่า ให้เบสหนักขึ้นและแบตยาวถึง 10 ชั่วโมง แต่มีจุดที่น่าสนใจคือรุ่นมาตรฐานกลับได้มาตรฐานกันน้ำ IP67 ซึ่งสูงกว่ารุ่น Pro รุ่นใหม่ที่อยู่ระดับ IP55 นั่นแปลว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับความทนต่อเหงื่อและฝนมากกว่าคุณภาพเสียง รุ่นมาตรฐานอาจเหมาะกับการใช้งานหนักกลางแจ้งมากกว่ารุ่นที่แพงกว่าด้วยซ้ำ การจ่ายเพิ่มจึงไม่ได้แปลว่าได้ความทนทานที่มากกว่าเสมอไป

ข้อดีและข้อจำกัดของ Shokz OpenRun

ข้อดี

  • ดีไซน์ open-ear น้ำหนัก 26 กรัม: สายคาดท้ายทอยแบบเปิดหูวางทรานสดิวเซอร์บนโหนกแก้มโดยไม่อุดรูหู ระหว่างวิ่งริมถนนคุณยังได้ยินเสียงรถและเสียงคน ลดความเสี่ยงเทียบกับหูฟัง in-ear ที่ตัดเสียงภายนอกออกไป
  • กันน้ำมาตรฐาน IP67: ตัวเครื่องกันฝุ่นสนิทและทนการจุ่มน้ำลึก 1 เมตรนาน 30 นาที พร้อมระบบแจ้งเตือนความชื้นตอนชาร์จ เหงื่อจากการวิ่งกลางแดดหรือฝนที่ตกกะทันหันจึงไม่ทำให้เครื่องเสียหาย
  • แบตเตอรี่ 8 ชั่วโมงพร้อมชาร์จด่วน: ฟังต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และชาร์จเพียง 10 นาทีได้เวลาใช้งานเพิ่ม 1.5 ชั่วโมง ครอบคลุมการซ้อมวิ่งทั้งสัปดาห์และเสียบทันก่อนออกจากบ้านแม้ลืมชาร์จ
  • Bluetooth 5.1 ระยะ 10 เมตรพร้อมไมค์คู่: การเชื่อมต่อเสถียรในระยะราว 10 เมตรพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน วางมือถือบนโต๊ะแล้วเดินไปทำอย่างอื่นระหว่างประชุมทางไกลได้โดยเสียงไม่ขาด
  • รับประกัน 2 ปีจากผู้ผลิต: ระยะประกัน 2 ปีครอบคลุมตัวเครื่อง ช่วยให้อุ่นใจกับการใช้งานหนักในสภาพเหงื่อและแดดของการออกกำลังกายกลางแจ้งในระยะยาว

ข้อจำกัด

  • เบสเบากว่าหูฟัง in-ear: ธรรมชาติของการนำเสียงผ่านกระดูกทำให้ย่านเสียงต่ำไม่หนักแน่นเท่าหูฟังอุดหู สายที่ฟังเพลง EDM หรือฮิปฮอปเน้นเบสหนักอาจรู้สึกว่าพลังเบสยังไม่ถึงใจ
  • สายชาร์จแม่เหล็กเฉพาะรุ่น: ตัวเครื่องไม่มีพอร์ต USB-C ต้องใช้สายแม่เหล็กแบบ 2 pin ของ Shokz เท่านั้น หากทำสายหายต้องหาซื้อสายเฉพาะ ชาร์จด้วยสายทั่วไปที่มีอยู่แล้วไม่ได้
  • ว่ายน้ำไม่ได้แม้กัน IP67: มาตรฐาน IP67 รองรับเหงื่อและฝน แต่ผู้ผลิตระบุชัดว่าไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ สายที่ต้องการหูฟังใส่ลงสระต้องมองรุ่น OpenSwim แทน

Shokz OpenRun เหมาะกับใคร ใครควรมองรุ่นอื่น

OpenRun เหมาะกับนักวิ่งและนักปั่นจักรยานที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำและให้ความสำคัญกับการได้ยินเสียงรอบตัวเพื่อความปลอดภัย เหมาะกับคนที่ใส่หูฟังต่อเนื่องหลายชั่วโมงแล้วรู้สึกอึดอัดกับหูฟังอุดหู และเหมาะกับคนที่ใช้ฟังพอดแคสต์ หนังสือเสียง หรือรับสายระหว่างทำกิจกรรม มากกว่าการนั่งฟังเพลงนิ่ง ๆ คนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากจุดแข็งหลักของรุ่นนี้เต็มที่ ใครที่กำลังจัดมุมออกกำลังกายในบ้านเพิ่มเติม ลองดูแนะนำจักรยานนั่งปั่นออกกำลังกายหรือรีวิวเก้าอี้ซิทอัพในบ้านประกอบ

ในทางกลับกัน คนที่มองหาหูฟังฟังเพลงเน้นคุณภาพเสียงและเบสหนักควรมองหูฟังอุดหูแทน คนที่ต้องการหูฟังใส่ว่ายน้ำต้องข้ามไปดูรุ่น OpenSwim ที่ออกแบบมาเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ และคนที่อยากได้แบตยาวกว่านี้หรือเบสที่หนักขึ้นอาจพิจารณา OpenRun Pro แม้จะต้องแลกกับมาตรฐานกันน้ำที่ลดลงเป็น IP55 การเลือกจึงขึ้นกับว่าคุณให้น้ำหนักกับความปลอดภัย เสียง หรือความทนน้ำมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Shokz OpenRun

Shokz OpenRun ใส่ว่ายน้ำได้ไหม
ไม่ได้ แม้ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำ IP67 ที่ทนเหงื่อและฝน แต่ผู้ผลิตระบุชัดว่าไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ หากต้องการหูฟังสำหรับใส่ว่ายน้ำโดยเฉพาะควรเลือกรุ่น Shokz OpenSwim แทน

Shokz OpenRun แบตเตอรี่อยู่ได้นานแค่ไหน
ใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และมีระบบชาร์จด่วนที่ชาร์จ 10 นาทีแล้วใช้งานได้เพิ่มอีก 1.5 ชั่วโมง อายุแบตจริงขึ้นกับระดับเสียงและประเภทของเสียงที่เล่น

Shokz OpenRun คุ้มค่าไหมเมื่อเทียบกับหูฟังทั่วไป
สำหรับสายวิ่งและสายกีฬากลางแจ้งที่ต้องการความปลอดภัยจากการเปิดหู ถือว่าคุ้มกับหน้าที่หลักที่มันทำได้ดี บวกกับการรับประกัน 2 ปี แต่ถ้าเป้าหมายคือคุณภาพเสียงและเบสล้วน หูฟังอุดหูในงบใกล้เคียงกันจะให้เสียงที่อิ่มกว่า

สรุป: Shokz OpenRun คุ้มไหมสำหรับสายวิ่ง

ทีมงาน promotionth ให้คะแนน Shokz OpenRun ที่ 8.2 จาก 10 ในฐานะหูฟังวิ่งที่ทำหน้าที่หลักได้ตรงจุด รุ่นนี้เหมาะกับนักวิ่งและนักปั่นที่ต้องการฟังเพลงหรือพอดแคสต์โดยยังได้ยินเสียงรอบตัว น้ำหนัก 26 กรัม กันน้ำ IP67 แบต 8 ชั่วโมง และประกัน 2 ปีเป็นชุดคุณสมบัติที่ลงตัวสำหรับการใช้งานกลางแจ้งหนัก ๆ

สิ่งที่ต้องยอมรับก่อนตัดสินใจคือเบสที่เบากว่าหูฟังอุดหู สายชาร์จแม่เหล็กเฉพาะรุ่นที่ต้องพกติดตัว และข้อเท็จจริงว่า IP67 ไม่ได้แปลว่าใส่ว่ายน้ำได้ ถ้าจุดแข็งเรื่องความปลอดภัยและการสวมใส่สบายตรงกับการใช้งานของคุณ และรับข้อจำกัดเหล่านี้ได้ OpenRun คือตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับชัดเจน

Related Articles