สถานี Seibu-Shinjuku อยู่ที่ชั้น 2 ของตึกนี้พอดี ลงรถไฟแล้วขึ้นลิฟต์ก็ถึงล็อบบี้ โดยแทบไม่ต้องออกไปตากแดดตากฝน นี่คือสิ่งที่ทำให้ Shinjuku Prince Hotel ต่างจากโรงแรมราคาใกล้กันในย่านชินจูกุ ตัวโรงแรมไม่ได้แค่อยู่ใกล้สถานี แต่สถานีอยู่ในอาคารเดียวกัน คนจำนวนไม่น้อยเห็นคำว่าคาบูกิโจแล้วกังวลเรื่องความวุ่นวายตอนกลางคืน ทั้งที่ในทางการเข้าพักจริง ทำเลแบบนี้กลับช่วยให้คุณกลับเข้าห้องได้เร็วโดยไม่ต้องเดินฝ่าย่านบันเทิง
ภาพรวม Shinjuku Prince Hotel ก่อนกดจอง
พักคาบูกิโจวุ่นวายไหม และทำเลคุ้มกับห้องที่ค่อนข้างเล็กหรือเปล่า?
คุ้มถ้าคุณให้น้ำหนักกับการเดินทางมากกว่าพื้นที่ในห้อง โรงแรมเชื่อมสถานี Seibu-Shinjuku โดยตรง เดินถึง JR Shinjuku ราว 5 นาที และอยู่ห่างสถานีรถไฟใต้ดิน Toei Oedo เพียงไม่กี่ก้าว ตัวอาคารหันหน้าออกถนนยาสุคุนิ ซึ่งคั่นระหว่างฝั่งสถานีกับย่านบันเทิง ทำให้ทางเข้าโรงแรมไม่ได้อยู่กลางโซนกลางคืน แลกกับห้องพักที่เริ่มต้นราว 15.3 ตารางเมตร เหมาะกับ 1 ถึง 2 คนที่ไม่ได้แบกสัมภาระเยอะ
บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณกดจองผ่านลิงก์ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ข้อมูลและความเห็นทั้งหมดมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลโรงแรมตามแหล่งอ้างอิงที่ระบุไว้ ไม่ใช่ประสบการณ์เข้าพักส่วนตัว
Shinjuku Prince Hotel เป็นโรงแรมระดับกลางในเครือ Seibu Prince Hotels and Resorts ตั้งอยู่ที่ 1-30-1 คาบูกิโจ เขตชินจูกุ ตัวอาคารเป็นตึกสูงทรงแคบสีน้ำตาล แทรกอยู่ระหว่างรางรถไฟฝั่งสถานีชินจูกุกับย่านคาบูกิโจ จุดขายหลักคือทำเลและการเดินทาง ไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกสายพักผ่อนอย่างสระว่ายน้ำหรือสปา ทีมงานวิเคราะห์ว่าโรงแรมนี้เหมาะกับคนที่ใช้ห้องเป็นฐานสำหรับออกไปเที่ยวมากกว่าคนที่อยากแช่ในโรงแรมทั้งวัน
ทำเลติดสถานี Seibu-Shinjuku ใจกลางคาบูกิโจ
ทำเลคือเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนเลือกที่นี่ โรงแรมอยู่ฝั่งตะวันออกของย่านชินจูกุ ติดถนนยาสุคุนิ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างโซนสถานีกับย่านคาบูกิโจ การวางตัวแบบนี้ทำให้คุณเข้าถึงทั้งสองฝั่งได้ใน 1 ถึง 2 นาที ฝั่งหนึ่งคือสถานีและห้างสรรพสินค้า อีกฝั่งคือร้านอาหารและความบันเทิงที่เปิดดึก
รอบตัวโรงแรมมีจุดที่นักเดินทางไทยมักไป ชินโอกุโบะ หรือย่านเกาหลีอยู่ห่างเดินราว 13 นาที และสวนชินจูกุเกียวเอ็นที่ขึ้นชื่อเรื่องซากุระอยู่ราว 15 นาทีเดิน ในอาคารเดียวกันยังมีศูนย์การค้า Seibu Shinjuku Pepe ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 ถึงชั้น 8 ทำให้หาของกินของใช้ได้โดยไม่ต้องออกนอกตึก
เดินจากโรงแรมไปสถานีไหนได้บ้าง กี่นาที
นี่คือส่วนที่ทำเลของ Shinjuku Prince Hotel ได้เปรียบจริง เพราะชินจูกุเป็นสถานีที่ใหญ่และซับซ้อน การรู้ว่าโรงแรมเชื่อมสายไหนช่วยประหยัดเวลาได้มาก
- สาย Seibu-Shinjuku: เชื่อมต่อโดยตรง สถานีอยู่ที่ชั้น 2 ของตัวอาคาร หมายความว่าถ้าคุณใช้สายนี้ไปย่านตะวันตกของโตเกียวหรือไซตามะ คุณแทบไม่ต้องเดินออกนอกตึกเลย
- JR Shinjuku (รวมสาย Yamanote): เดินราว 5 นาที สายนี้คือเส้นเลือดหลักที่พาไปชิบุยะ ฮาราจูกุ และโตเกียวสเตชัน เหมาะกับคนที่เที่ยวหลายย่านในวันเดียว
- Toei Oedo สาย Shinjuku-nishiguchi: เดินราว 2 นาที จากทางออก D5 เป็นทางลัดเข้าระบบรถไฟใต้ดินโดยไม่ต้องมุดเข้าตัวสถานี JR ที่คนเยอะ
ในทางการเข้าพักจริง ถ้าคุณลากกระเป๋าใบใหญ่มาจากสนามบินแล้วมาลงสาย Seibu-Shinjuku การที่สถานีอยู่ในตึกช่วยตัดขั้นตอนเดินบนทางเท้าที่คนพลุกพล่านออกไปได้เกือบทั้งหมด ส่วนวันที่ฝนตก เส้นทางใต้ดินจากสถานียังเชื่อมถึงโรงแรมได้เช่นกัน
ห้องพักและขนาด: ตั้งแต่ 15 ตร.ม. ถึงห้องวิว 61 ตร.ม.
ห้องพักกระจายอยู่บนชั้น 10 ถึง 24 รวมราว 561 ห้องตามข้อมูลทางการของเครือ Seibu Prince (บางแพลตฟอร์มจองระบุไว้ที่ 571 ห้อง ตัวเลขนี้ทีมงานเก็บไว้เป็นข้อสังเกต ไม่ได้นำมาเฉลี่ย) ขนาดห้องครอบคลุมตั้งแต่ห้องมาตรฐานไปจนถึงห้องพิเศษวิวเมือง
- Standard Double ราว 15.3 ตร.ม.: ห้องระดับเริ่มต้น บางห้องระบุว่ารีโนเวตห้องน้ำแล้ว ขนาดนี้กำลังพอดีสำหรับ 1 ถึง 2 คนที่กระเป๋าไม่ใหญ่ หมายความว่าถ้าคุณมากันสองคนพร้อมกระเป๋าเดินทางคนละใบใหญ่ พื้นที่วางของจะค่อนข้างจำกัด
- Deluxe King 30.6 ตร.ม. (ชั้น 23 ถึง 24): เป็นจุดสมดุลระหว่างพื้นที่กับวิว ห้องอยู่ชั้นสูงจึงมองเห็นย่านคาบูกิโจหรือกลุ่มตึกสูงฝั่งนิชิ-ชินจูกุ เหมาะกับคนที่อยากได้ห้องนั่งทำงานหรือกางกระเป๋าได้สบายขึ้น
- ห้องพิเศษสูงสุดราว 61.2 ตร.ม. (ชั้น 24): ดีไซน์วางเตียงเฉียงและมองวิวจากห้องน้ำได้ เป็นตัวเลือกสำหรับโอกาสพิเศษ มีผลกับทริปคือถ้าคุณอยากได้ประสบการณ์วิวเมืองเต็มตา ห้องกลุ่มนี้คือคำตอบ
รีวิวผู้เข้าพักบน Booking.com ระบุว่าห้องค่อนข้างกะทัดรัดเมื่อเทียบมาตรฐานยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับขนาดเริ่มต้นที่ราว 15 ตารางเมตร ส่วนผู้เข้าพักรายหนึ่งที่รีวิวบน Yahoo Travel ภาษาญี่ปุ่นตั้งข้อสังเกตว่าของใช้ในห้องค่อนข้างเรียบง่าย แนะนำให้พกของใช้ส่วนตัวบางอย่างมาเองเผื่อไว้ ทีมงานยกข้อสังเกตทั้งสองนี้มาจากรีวิวที่ตรวจสอบได้ตามแหล่งอ้างอิง ไม่ใช่การสรุปความเห็นรวม
ร้านอาหารในโรงแรม: บุฟเฟต์ Prince Viking และบาร์ FUGA ชั้น 25
แม้จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสายรีสอร์ต แต่โรงแรมมีร้านอาหารในตึกที่ใช้งานได้จริง สองจุดหลักคือ
- Prince Viking (ชั้นใต้ดิน 2): ห้องอาหารบุฟเฟต์ที่เปิดทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น เมนูเป็นสไตล์อาหารญี่ปุ่นและนานาชาติ เหมาะกับคนที่อยากกินมื้อเช้าให้จบในตึกก่อนออกเที่ยว ราคามื้ออาหารขึ้นกับช่วงเวลาและโปรโมชัน แนะนำให้เช็กกับโรงแรมตอนจอง
- Japanese Dining and Bar FUGA (ชั้น 25): อยู่ชั้นบนสุดของตึก เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยพร้อมวิวที่เห็นคาบูกิโจฝั่งตะวันออกและกลุ่มตึกสูงฝั่งตะวันตกพร้อมกัน เหมาะกับมื้อค่ำที่อยากได้บรรยากาศวิวกลางคืนโดยไม่ต้องออกนอกโรงแรม
สำหรับอาหารเช้า ถ้าแพ็กเกจที่คุณจองไม่รวมมื้อเช้า ทำเลในตึกที่มีร้านสะดวกซื้อและศูนย์การค้าก็ช่วยให้หาของกินตอนเช้าได้ไม่ยาก
รอบโรงแรมมีอะไร: คาบูกิโจ ชินโอกุโบะ และของกินดึก
จุดที่ทำเลนี้ได้เปรียบคือคุณออกจากล็อบบี้แล้วเจอย่านที่มีชีวิตทันที ฝั่งคาบูกิโจเต็มไปด้วยร้านอาหาร อิซากายะ และความบันเทิงที่เปิดดึก เหมาะกับคนที่ลงเครื่องเย็นแล้วยังอยากหาอะไรกินตอนค่ำ ส่วนถ้าเดินไปทางชินโอกุโบะราว 13 นาที จะเจอย่านเกาหลีที่มีร้านอาหารและร้านเครื่องสำอางจำนวนมาก
ในทางปฏิบัติ การมีร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารเปิดดึกใกล้โรงแรมมีผลกับทริปมากกว่าที่คิด เพราะถ้าเที่ยวกลับดึกหรือหิวกลางคืน คุณไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อหาของกิน
เดินทางจากสนามบินฮาเนดะและนาริตะมายังไง
โรงแรมมีทางเลือกเดินทางจากสนามบินที่ตรงไปตรงมา จุดสำคัญคือป้ายรถบัสลีมูซีนใช้ชื่อ Tokyu Kabukicho Tower ซึ่งอยู่ห่างโรงแรมราว 2 นาทีเดิน
- จากฮาเนดะ: รถบัสลีมูซีนใช้เวลาประมาณ 35 ถึง 75 นาที ขึ้นกับสภาพจราจร เหมาะกับคนที่มีกระเป๋าเยอะและไม่อยากเปลี่ยนรถไฟหลายต่อ
- จากนาริตะ: รถบัสลีมูซีนใช้เวลาประมาณ 85 ถึง 145 นาที ถ้าเลือกรถไฟ สามารถต่อเข้าระบบ JR มาลงชินจูกุแล้วเดินต่อราว 5 นาที
เคาน์เตอร์ Bell Captain Desk ที่ชั้น 1 ช่วยจัดการตั๋วรถบัสสนามบินและให้ข้อมูลท่องเที่ยวได้ และเป็นศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่รับรองโดย JNTO มีพนักงานพูดได้หลายภาษารวมถึงภาษาไทย ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการสื่อสารสำหรับนักเดินทางไทย
ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนจอง
ทีมงานสรุปจากข้อมูลโรงแรมและรีวิวที่ตรวจสอบได้ โดยแยกข้อดีและข้อควรพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
ข้อดี
- สถานีอยู่ในตึก: Seibu-Shinjuku อยู่ชั้น 2 ของอาคาร แปลว่าวันฝนตกหรือลากกระเป๋าหนัก คุณเข้าถึงรถไฟได้โดยแทบไม่ต้องเดินกลางแจ้ง มีผลโดยตรงกับความเหนื่อยในแต่ละวันของทริป
- เดินถึงหลายสถานีในไม่กี่นาที: JR ราว 5 นาที และ Toei Oedo ราว 2 นาที ทำให้เลือกสายที่เหมาะกับปลายทางได้ ลดเวลาต่อรถและการเดินวนในสถานีใหญ่
- วิวเมืองจากห้องชั้นสูงและบาร์ชั้น 25: ห้องชั้น 23 ถึง 24 และร้าน FUGA มองเห็นทั้งคาบูกิโจและตึกสูงฝั่งตะวันตก เหมาะกับคนที่อยากเก็บภาพเมืองตอนกลางคืน
- มีพนักงานพูดไทยที่เคาน์เตอร์ข้อมูล: ช่วยเรื่องการสอบถามเส้นทางและตั๋วรถบัส ลดอุปสรรคด้านภาษาสำหรับผู้เดินทางครั้งแรก
ข้อควรพิจารณา
- ห้องเริ่มต้นกะทัดรัด: ขนาดราว 15.3 ตารางเมตร หมายความว่าถ้ามาสองคนพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ พื้นที่กางของจะจำกัด ถ้าต้องการพื้นที่มากขึ้นควรพิจารณาห้องเดอลักซ์
- เป็นอาคารเก่าที่ผ่านการรีโนเวตเป็นจุด: มีการปรับปรุงล็อบบี้และห้องน้ำบางห้อง แต่ปีที่เปิดและปีรีโนเวตทั้งหมดไม่ระบุชัด ผู้ที่คาดหวังความใหม่ทั้งตึกควรเช็กรูปห้องประเภทที่จะจองก่อน
- ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสายพักผ่อน: ไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปา ถ้าคุณวางแผนใช้เวลาในโรงแรมเยอะ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่พักแนวรีสอร์ต
ทิปก่อนจองและมุมที่หลายคนเข้าใจผิด
มุมที่หลายคนเข้าใจผิดคือ พักในคาบูกิโจเท่ากับต้องเดินฝ่าย่านกลางคืนทุกครั้งที่เข้าออก ในความเป็นจริง ตัวโรงแรมหันหน้าออกถนนยาสุคุนิ ซึ่งคั่นระหว่างฝั่งสถานีกับย่านบันเทิง และทางเข้าหลักเชื่อมกับสถานีโดยตรง คนที่ไม่อยากยุ่งกับโซนกลางคืนจึงสามารถเข้าออกผ่านฝั่งสถานีได้
ทิปการจองที่ช่วยได้จริง
- เลือกชั้นและประเภทห้องตามเป้าหมาย: ถ้าอยากได้วิว ให้เล็งห้องชั้น 23 ถึง 24 ส่วนถ้าเน้นประหยัด ห้องมาตรฐานก็ตอบโจทย์เรื่องการนอนและทำเล
- เช็กเวลาเช็กอิน: เช็กอินเริ่ม 13:00 และเช็กเอาต์ 11:00 ถ้ามาถึงก่อนเวลา สามารถฝากกระเป๋าที่ฟรอนต์แล้วออกไปเที่ยวก่อนได้
- วางแผนเรื่องที่จอดรถล่วงหน้า: หากขับรถมา ที่จอดใช้ลานสาธารณะ Subnade ซึ่งมีข้อจำกัดความสูงรถ ควรเช็กเงื่อนไขกับโรงแรมก่อน
เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน และใครควรมองที่อื่น
จากการวิเคราะห์ข้อมูล โรงแรมนี้มีโปรไฟล์ผู้เข้าพักที่ค่อนข้างชัด
เหมาะกับ นักเดินทางที่ใช้ห้องเป็นฐานออกเที่ยวและให้ความสำคัญกับการเดินทางเป็นอันดับแรก คู่รักหรือผู้เดินทางคนเดียวที่กระเป๋าไม่ใหญ่ คนที่อยากอยู่ใกล้ทั้งสถานีและย่านอาหารกลางคืน และผู้เดินทางครั้งแรกที่อยากได้เคาน์เตอร์ข้อมูลที่สื่อสารภาษาไทยได้
ควรมองที่อื่น ถ้าคุณเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่พร้อมกระเป๋าหลายใบและต้องการพื้นที่ห้องกว้าง ถ้าคุณตั้งใจใช้เวลาส่วนใหญ่ในโรงแรมและต้องการสระว่ายน้ำหรือสปา หรือถ้าคุณต้องการตึกที่ใหม่ทั้งหลัง กรณีเหล่านี้ที่พักแบบอื่นในชินจูกุอาจตอบโจทย์มากกว่า
คำถามที่พบบ่อย
Shinjuku Prince Hotel เดินจาก JR Shinjuku Station กี่นาที?
ราว 5 นาทีเดิน และตัวโรงแรมเชื่อมต่อสถานี Seibu-Shinjuku โดยตรง โดยสถานีอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคาร
เช็กอินและเช็กเอาต์กี่โมง?
เช็กอินเริ่ม 13:00 และเช็กเอาต์ 11:00 หากมาถึงก่อนเวลาสามารถฝากกระเป๋าที่ฟรอนต์ได้
ห้องพักขนาดเท่าไหร่?
ห้องมาตรฐานเริ่มราว 15.3 ตารางเมตร ห้องเดอลักซ์คิงราว 30.6 ตารางเมตร และมีห้องพิเศษวิวเมืองสูงสุดราว 61.2 ตารางเมตร
สรุป: Shinjuku Prince Hotel คุ้มจองไหม
ถ้าให้สรุปแบบตรงไปตรงมา Shinjuku Prince Hotel คือโรงแรมที่คุณเลือกเพราะทำเลและการเดินทาง ไม่ใช่เพราะขนาดห้องหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสายพักผ่อน จุดแข็งที่ชัดที่สุดคือสถานี Seibu-Shinjuku อยู่ในตึก เดินถึง JR ราว 5 นาที และอยู่ใจกลางย่านที่มีทั้งสถานี ห้าง และร้านอาหารกลางคืน แลกกับห้องที่กะทัดรัดและตึกที่ผ่านการรีโนเวตเป็นจุด สำหรับนักเดินทางที่ออกเที่ยวทั้งวันและกลับมานอน ทำเลแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาและแรงได้จริงในทุกวันของทริป



