เครื่องทำน้ำอุ่นเก่าในคอนโดผมเริ่มทำน้ำไม่ร้อนเท่าเดิม
เครื่องทำน้ำอุ่นเก่าในคอนโดผมเปิดมาเกือบ 5 ปีแล้ว ช่วงเดือนกุมภาที่ผ่านมาเริ่มสังเกตว่าน้ำอุ่นไม่นิ่ง บางครั้งร้อนกะทันหัน บางครั้งเย็นลงเฉย ๆ ตอนกลางอาบ ผมเลยตัดสินใจหารุ่นใหม่มาเปลี่ยน เงื่อนไขส่วนตัวคือต้องเป็น 4,500 วัตต์ขึ้นไป มีหม้อต้มทองแดง และมีระบบตัดไฟรั่วที่เชื่อใจได้ เพราะห้องน้ำคอนโดผมไม่ใหญ่ ระบายอากาศไม่ดี ของพวกนี้พลาดไม่ได้
ผมเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 30 ต้น อยู่คอนโดประมาณ 30 ตรม. กับคนในบ้านอีกหนึ่งคน ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ต้องอาบน้ำ 2 รอบทุกวัน เช้าก่อนออกบ้านและก่อนนอนตอนกลับมา เคยใช้เครื่องทำน้ำอุ่นมาแล้ว 3 รุ่น เริ่มจาก 3,500W non-brand ตามมาด้วย 4,500W ของอีกแบรนด์ที่ใช้มาเกือบ 5 ปี ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็น SHARP WH-MD145 รุ่น MODI ตัวนี้
เหตุผลที่เลือกรุ่นนี้ ส่วนตัวมีอยู่ 3 ข้อหลัก หนึ่งคือกำลังไฟ 4,500W ที่พอกับ shower head เดี่ยว สองคือหม้อต้มทองแดงที่ SHARP บอกว่าใหญ่ขึ้น 12% จากรุ่นก่อน ทำให้อุณหภูมิเสถียรขึ้น สามคือการรับประกันหม้อต้ม 5 ปี ซึ่งยาวกว่าหลายแบรนด์ในเซกเมนต์เดียวกัน ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะใช้นาน 5 ปี แต่การที่แบรนด์กล้ารับประกัน 5 ปี มันบอกอะไรบางอย่าง
ผมใช้เครื่องนี้มาประมาณ 7 สัปดาห์แล้ว เปิดอาบเฉลี่ย 2 รอบต่อวัน รอบละ 8-12 นาที สลับกับคนในบ้าน รวมแล้วเครื่องทำงานประมาณ 25-30 นาทีต่อวัน เรียกว่าใช้เต็มที่ตามแบบคอนโดทั่วไป
บทความนี้ผมจะเล่าทั้งสิ่งที่ชอบและจุดที่ต้องระวัง ตั้งแต่ตอนติดตั้ง ใช้งานจริง ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงคำตอบว่าเหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใครครับ

สรุปสั้น SHARP WH-MD145 ในแบบรีบ
สำหรับใครที่ไม่มีเวลาอ่านยาว ผมขอสรุปก่อน SHARP WH-MD145 เป็นเครื่องทำน้ำอุ่น 4,500 วัตต์ ตระกูล MODI หม้อต้มทองแดง พร้อมระบบตัดไฟรั่ว ELB ภายใน 0.1 วินาที ผ่านมาตรฐาน IP25 และฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ตามข้อมูลผู้ผลิต รับประกันตัวเครื่อง 1 ปี หม้อต้ม 5 ปี เหมาะกับคอนโดหรือห้องเดี่ยวที่อาบน้ำ shower head เดียว ในงบเอนทรีถึงกลาง
คะแนนจากผมหลังใช้ 7 สัปดาห์ คือ 8.5/10 ครับ ความรู้สึกโดยรวมคือเป็นเครื่องที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี น้ำร้อนเสถียร ปลอดภัย และดีไซน์ดู minimal เข้ากับห้องน้ำสมัยใหม่ ไม่ได้หวือหวา แต่ทำงานได้ตามที่ควรจะเป็น
สเปก SHARP WH-MD145 จุดที่ผมมองก่อนซื้อ
ก่อนกดสั่ง ผมไล่ดูสเปกจากเว็บ SHARP กับร้านค้าหลายเจ้าเพื่อ cross-check ข้อมูล สิ่งที่ผมเช็คเป็นพิเศษคือกำลังไฟ ระบบหม้อต้ม และมาตรฐานความปลอดภัย เพราะ 3 จุดนี้เป็นแกนหลักของเครื่องทำน้ำอุ่นทุกรุ่น สเปกที่ผมรวบรวมได้คือ
- กำลังไฟ: 4,500 วัตต์ — เพียงพอสำหรับ shower head เดี่ยวในห้องน้ำคอนโด/บ้าน ระดับห้องเดียว ที่อาบน้ำคนเดียวต่อรอบ ไม่ได้แชร์น้ำพร้อมก๊อก
- หม้อต้ม: ทองแดง (Premium Copper) ขนาดใหญ่ขึ้น 12% จากรุ่นก่อนของ SHARP เอง — ผู้ผลิตเคลมว่าทำให้อุณหภูมิเสถียรขึ้น
- ระบบนิรภัย: ELB (Earth Leakage Breaker) ตัดกระแสไฟรั่วภายใน 0.1 วินาที + Thermostat ตัดเมื่อร้อนเกินที่ 95±5% + Flow Switch ตัดเมื่อไม่มีน้ำไหลผ่าน
- มาตรฐานป้องกัน: IP25 ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำกระเด็นเข้าเครื่อง — เหมาะกับห้องน้ำที่มีไอน้ำเยอะ
- ตัวเครื่อง: พลาสติก ABS ไม่ลามไฟ ดีไซน์ matt + gloss
- การปรับอุณหภูมิ: แบบ MANUAL ปุ่มหมุน (Knob) ปรับ 3 ระดับ อุณหภูมิสูงสุดราว 46°C
- หัวฝักบัว: ปรับสายน้ำได้ 3 รูปแบบ มาให้ในกล่อง
- ฉลากประหยัดไฟ: เบอร์ 5 ตามที่ผู้ผลิตระบุ ค่าไฟประมาณ 2,944 บาท/ปี (ตามสมมติฐานการใช้งานบนฉลาก)
- ขนาดเครื่อง: 195 x 96 x 325 มม. (กว้าง x ลึก x สูง) ไม่กินผนัง
- การรับประกัน: ตัวเครื่อง 1 ปี / หม้อต้มทองแดง 5 ปี (ตามเงื่อนไขผู้ผลิต)
- มอก.: 2066-2552
จุดที่ผมประทับใจตั้งแต่อ่านสเปกคือ รับประกันหม้อต้ม 5 ปี เพราะหลายแบรนด์ในเซกเมนต์เดียวกันให้แค่ 2-3 ปี และตัวเลข Flow Switch ที่เป็นระบบตัดอัตโนมัติเมื่อไม่มีน้ำไหล มีไว้ป้องกันไม่ให้ขดลวดไหม้ตอนน้ำไม่มา จุดนี้สำคัญสำหรับคอนโดที่บางครั้งน้ำไม่ไหลโดยไม่บอกล่วงหน้า
ดีไซน์ MODI กับ first impression ในห้องน้ำคอนโด
ตอนเปิดกล่องสิ่งแรกที่ผมสังเกตคือ พื้นผิวตัวเครื่องเป็นแบบ matt มีปุ่มอะคริลิกใสตรงกลาง ดูเป็น minimal สไตล์ญี่ปุ่นพอสมควร ไม่ใช่ทรงเหลี่ยมแข็ง ๆ แบบเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่นเก่า ห้องน้ำคอนโดผมโทนขาว-เทา รุ่น WH-MD145-WH สีขาวที่ผมเลือกเลยกลืนไปกับผนังพอสมควร
ขนาดเครื่อง 195 x 96 x 325 มม. นับว่าไม่ใหญ่ ผมวัดเทียบกับเครื่องเก่าที่ถอดออกแล้ว ตัวใหม่กว้างกว่าเล็กน้อยแต่บางลง การลึกเข้าผนังแค่ 9.6 ซม. ทำให้รู้สึกว่าไม่ยื่นออกมาเกะกะ
ปุ่มหมุน Knob ปรับอุณหภูมิอยู่ตรงกลาง หมุนได้ 3 ระดับ คือ Min, Mid, Max ผมชอบที่ปุ่มหมุนหนืดพอประมาณ ไม่ลื่นจนเลื่อนเอง คนในบ้านปรับเสร็จกลับมาที่เดิม ไม่ต้องคอยตั้งใหม่ ส่วนหัวฝักบัวที่แถมมาในกล่องเป็นแบบปรับ 3 รูปแบบ น้ำพุ่ง น้ำนุ่ม และน้ำผสม
จุดเล็ก ๆ ที่ผมสังเกตคือ ปุ่มอะคริลิกใสตรงกลาง สวยตอนใหม่ แต่ผ่านไปสัปดาห์ที่ 5-6 เริ่มเห็นรอยน้ำเล็กน้อยรอบขอบปุ่ม ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าใครชอบให้ดูใหม่ตลอด ต้องเช็ดบ่อยหน่อยครับ
ใช้งานจริง 7 สัปดาห์ — อาบเช้า อาบก่อนนอน
ผมแบ่งช่วงใช้งานเป็น 3 ระยะเพื่อให้เห็นภาพชัด ระยะแรกคือสัปดาห์ที่ 1 ตอนติดตั้งและทดสอบ ระยะกลางคือสัปดาห์ที่ 2-4 ช่วงปรับโหมดที่ใช้บ่อย ระยะหลังคือสัปดาห์ที่ 5-7 ที่กลายเป็นกิจวัตร
วันแรกตอนติดตั้ง ช่างมาถึงประมาณ 10 โมง เปิดดูจุดที่จะติดเก่า เจอว่าห้องน้ำผมไม่มีสายดิน ช่างบอกว่าถ้าจะติดเครื่อง 4,500W ต้องเดินสายดินใหม่เพื่อให้ระบบ ELB ทำงานได้สมบูรณ์ พอใช้จริงคือต้องเสียค่าช่างเพิ่มประมาณครึ่งวัน เครื่องเลยพร้อมใช้ตอนเย็นแทนที่จะเป็นเที่ยง จุดนี้เป็น friction moment ที่ผมไม่ได้คิดมาก่อนซื้อ และอยากให้คนอื่นเช็คก่อนสั่ง
หลังติดตั้งวันแรก ผมเปิดอาบเย็น น้ำร้อนถึงภายในประมาณ 8-10 วินาทีหลังเปิดน้ำ อุณหภูมิที่ออกมาในโหมด Max ในตอนนั้นรู้สึกว่าร้อนพอประมาณ คือเอามือลูบรู้สึกอุ่นจัดแต่ไม่ลวก ผมเลยปรับลงมาที่ระดับ Mid ซึ่งใช้ได้ดีในอากาศกรุงเทพปลายเดือนกุมภา
สัปดาห์ที่ 2 ผมได้เรียนรู้เรื่อง Flow Switch แบบไม่ตั้งใจ ตอนผมปิดวาล์วน้ำที่ฝักบัวให้น้ำไหลเบา ๆ เพื่อล้างเท้าก่อนอาบ ผมพบว่าน้ำที่ออกมาไม่ร้อนเท่าเดิม พอเปิดน้ำแรงขึ้นความร้อนก็กลับมา เป็นเพราะ Flow Switch ต้องตรวจจับน้ำไหลในระดับหนึ่งก่อนถึงจะสั่งให้ heating element ทำงานเต็มที่ พอเข้าใจ logic นี้แล้ว ผมก็เปิดน้ำให้แรงพอตั้งแต่แรก ปัญหาหายไป
ช่วงสัปดาห์ที่ 3-5 เป็นช่วงที่ผมใช้แบบกิจวัตร อาบ 7 โมงเช้ากับ 22 น. รอบละ 10 นาที โดยเฉลี่ย เปิดที่ระดับ Mid เป็นหลัก ความรู้สึกที่ได้คืออุณหภูมิเสถียรในแต่ละรอบ ไม่มีช่วงร้อน-เย็นสลับเหมือนเครื่องเก่า ส่วนตัวเชื่อว่ามาจากหม้อต้มทองแดงที่ใหญ่ขึ้นและ Thermostat ที่ตอบสนองดี
เรื่องค่าไฟ ผมเก็บบิลเดือนก่อนหน้าเทียบเดือนล่าสุดที่ใช้รุ่นนี้ครบเดือน ค่าไฟรวมเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นประมาณ 245 บาทจากเดือนก่อน ซึ่งถือว่าอยู่ในกรอบที่ฉลากเบอร์ 5 ระบุไว้ (ราว 2,944 บาท/ปี เฉลี่ย 245 บาท/เดือน) ผมไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมใช้ไฟอื่นในห้อง เลยเชื่อว่าตัวเลขนี้สะท้อนการใช้งานจริงพอประมาณ
ข้อดี-ข้อเสีย SHARP WH-MD145 หลังใช้จริง
คุยเรื่องการใช้งานเสร็จแล้ว ขอลงรายละเอียดสิ่งที่ผมชอบและสิ่งที่ต้องรับได้ก่อนซื้อ
ข้อดี
- หม้อต้มทองแดง + รับประกัน 5 ปี: หม้อต้มทองแดงนำความร้อนดีกว่าและทนสนิมกว่าสแตนเลส — สำหรับห้องน้ำที่มีไอน้ำเยอะตลอด หม้อต้มทองแดงพร้อมประกัน 5 ปี ลดความกังวลว่าจะรั่วในปีที่ 2-3 ของผมพอสมควร
- ระบบ ELB ตัดไฟ 0.1 วินาที: เป็นระบบตัดกระแสไฟรั่วที่ผมถือว่า must-have ในเครื่องทำน้ำอุ่นยุคนี้ — ห้องน้ำผมไม่มีระบายอากาศที่ดี ความชื้นสูง การมี ELB ทำงานแบบ instant ทำให้ผมกล้าใช้กับคนในบ้านที่ไม่เชี่ยวเรื่องไฟ
- มาตรฐาน IP25: ป้องกันละอองน้ำกระเด็นเข้าเครื่อง — สำหรับคอนโดที่ฝักบัวอยู่ใกล้เครื่อง (ห่างไม่ถึง 1 เมตร) IP25 ช่วยให้ใช้ได้สบายใจ ไม่ต้องระวังเรื่องน้ำกระเด็นใส่ปุ่ม
- อุณหภูมิเสถียรหลังเข้าระบบ: ผ่าน Flow Switch + Thermostat ทำให้น้ำออกมานิ่ง ไม่ร้อน-เย็นสลับ — แตกต่างจากเครื่องเก่าผมที่อายุมากแล้ว ความเสถียรนี้คือเหตุผลที่ผมไม่อยากกลับไปใช้เครื่องที่ไม่มีระบบควบคุมเหล่านี้
- ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: ตามผู้ผลิตเคลม ค่าไฟประมาณ 2,944 บาท/ปี — ค่าไฟจริงเดือนล่าสุดของผมเพิ่มประมาณ 245 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาด ส่วนตัวคิดว่าตัวเลขผู้ผลิตในกรณีนี้สอดคล้องกับการใช้จริงในระดับที่ยอมรับได้
ข้อเสีย
- ปรับอุณหภูมิ MANUAL ปุ่มหมุน 3 ระดับเท่านั้น: ไม่มี digital display ไม่มี preset memory — สำหรับคนที่ต้องการความเป๊ะของอุณหภูมิ อาจรู้สึกหยาบไปนิด แต่ในมุมผม การหมุนปุ่มมัน intuitive และไม่ต้องกลัวจอเสียในระยะยาว
- ต้องมีสายดินก่อนใช้: ถ้าห้องน้ำไม่ได้เดินสายดินไว้ ต้องเสียค่าช่างเพิ่ม — กรณีของผมเสียครึ่งวันและค่าช่างเพิ่ม จุดนี้ไม่ใช่ข้อเสียของเครื่อง แต่เป็นข้อเสียที่ผู้ซื้อต้องเตรียมใจ
- หัวฝักบัวที่แถมมาคุณภาพปานกลาง: ปรับ 3 โหมดได้จริง แต่ความรู้สึกบีบเสียงดังเล็กน้อย — หลังใช้ไป 6 สัปดาห์ ผมเปลี่ยนเป็นหัวฝักบัวเสริมที่ซื้อแยก ซึ่งสบายมือกว่า ไม่ได้กระทบ performance ตัวเครื่อง
หม้อต้มทองแดงใหญ่ขึ้น 12% — จุดที่หลายคนมองข้าม
ส่วนตัวผมคิดว่าคนเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นมักดูแค่กำลังไฟ (3,500W vs 4,500W) กับมีระบบตัดไฟรั่วมั้ย แต่จุดที่ผมเริ่มมาให้ความสำคัญมากขึ้นในรอบนี้คือ ขนาดและวัสดุหม้อต้ม
SHARP เคลมว่าหม้อต้มทองแดงรุ่น MODI ใหญ่ขึ้น 12% จากรุ่นก่อน เหตุผลที่ขนาดสำคัญคือ หม้อต้มยิ่งใหญ่ น้ำที่ผ่านในแต่ละวินาทียิ่งสัมผัสผิวสัมผัสมากขึ้น อุณหภูมิเลยเสถียรกว่า ไม่ต้องรอให้ขดลวด surge บ่อย ๆ ตามจังหวะที่น้ำไหลผ่าน นี่อาจเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึกว่าอุณหภูมิรุ่นนี้นิ่งกว่าเครื่อง 4,500W รุ่นเก่าที่ผมเคยใช้
อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือเรื่อง การรับประกันหม้อต้ม 5 ปี ผมคิดว่าตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่ marketing — หม้อต้มเป็น core component ที่ถ้าเสียหายคือต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ (ไม่คุ้มซ่อม) การที่ผู้ผลิตกล้ารับประกัน 5 ปี สะท้อนความมั่นใจในวัสดุ ผมยังไม่ผ่าน 5 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อยใน 2-3 ปีแรกที่หลายเครื่องเริ่มมีปัญหา ผมอุ่นใจกว่า
ใครที่กำลังหาข้อมูลเปรียบเทียบหลายแบรนด์ ลองอ่าน รีวิวเครื่องทำน้ำอุ่นยี่ห้อไหนดี เพื่อดูตัวเลือกที่ครอบคลุมในเซกเมนต์เดียวกัน
SHARP WH-MD145 เทียบกับคู่แข่งใกล้งบ
ก่อนผมจะกดสั่ง ผมเทียบกับอีก 2 รุ่นในเซกเมนต์เดียวกันที่ทุกคนน่าจะนึกถึง คือ Toshiba WH-3511MC และอีกรุ่นจากแบรนด์ญี่ปุ่นอีกตัวที่กำลังไฟ 4,500W เหมือนกัน
เทียบกับ Toshiba WH-3511MC ที่กำลังไฟ 3,500W — ถ้าคุณอาบน้ำคนเดียวต่อรอบและไม่ได้ใช้ฝักบัว rain shower แรง ๆ 3,500W ก็เพียงพอ ถ้าใครสนใจ Toshiba รุ่นนี้โดยเฉพาะ ลองอ่าน รีวิว Toshiba WH-3511MC เพื่อเทียบฟีเจอร์ในรายละเอียด ส่วนกรณีผม เลือก 4,500W เพราะอนาคตอาจเปลี่ยน shower head เป็นแบบใหญ่ขึ้น และอยากให้น้ำร้อนถึงเร็วในหน้าหนาว
เทียบกับรุ่น 4,500W จากแบรนด์อื่นในงบใกล้กัน จุดที่ผมเห็นว่า SHARP MODI ได้เปรียบคือ การรับประกันหม้อต้ม 5 ปี และดีไซน์ที่ดู minimal ส่วนแบรนด์อื่นอาจจะมี digital display หรือ preset memory แต่ผมไม่ได้ให้ค่ากับฟีเจอร์ตรงนั้นมากนัก ในมุมผมความเรียบง่ายและความทนทานของ core component สำคัญกว่า
โดยรวม ผมไม่ได้บอกว่า SHARP WH-MD145 ดีที่สุดในงบ — แต่ในเงื่อนไขที่ผมต้องการ (4,500W + หม้อต้มทองแดง + รับประกันยาว + ดีไซน์ที่กลืนกับห้องน้ำคอนโด) มันคือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด
SHARP WH-MD145 เหมาะกับใคร?
หลังใช้ 7 สัปดาห์ ผมพอประเมินกลุ่มที่จะได้ value สูงสุดจากรุ่นนี้
เหมาะกับ:
- คนที่อยู่คอนโดหรือห้องเดี่ยว ขนาด 28-40 ตรม. ใช้ shower head เดียว อาบน้ำ 1-2 คนต่อรอบ — กำลังไฟ 4,500W เพียงพอ ไม่ over-spec จนเปลือง
- คนที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง — ELB 0.1 วินาที + IP25 + Flame retardant ABS ครบจุดที่ควรมีในเครื่องทำน้ำอุ่นยุค 2026
- คนที่มองระยะยาว 3-5 ปี — รับประกันหม้อต้ม 5 ปี ลดความเสี่ยงในช่วงปีที่ 2-3 ที่หลายแบรนด์เริ่มมีปัญหา
- คนที่ห้องน้ำสไตล์ minimal — ดีไซน์ MODI ดูเรียบ ไม่เด่นเกะกะ
ไม่เหมาะกับ:
- คนที่ต้องการ digital control + preset memory — รุ่นนี้เป็น MANUAL ปุ่มหมุน 3 ระดับเท่านั้น
- บ้านที่ต้องใช้น้ำอุ่นพร้อมกัน 2 ก๊อก (ฝักบัว + อ่างล้างหน้า) — 4,500W อาจไม่พอ ควรพิจารณารุ่น 6,000W ขึ้นไป หรือเครื่องทำน้ำร้อนระบบหม้อต้มแยก
ข้อแนะนำก่อนซื้อ:
- เช็คสายดินในห้องน้ำก่อน — ถ้าไม่มี ต้องเตรียมงบช่างเพิ่มสำหรับเดินสายดิน
- ดูเบรกเกอร์ในห้องไฟว่ารองรับ 4,500W มั้ย (โดยทั่วไปต้องมีเบรกเกอร์เฉพาะสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น)
- ถ้าหัวฝักบัวที่ติดมาไม่ถูกใจ ลองหัวฝักบัวแบบประหยัดน้ำที่ผ่าน มอก. มาทดแทน
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้กับเบรกเกอร์รวมที่ใช้งานหนัก ๆ พร้อมกันหลายเครื่อง (เช่น แอร์ + เครื่องซักผ้า + เครื่องทำน้ำอุ่น) ในวงจรเดียว เพราะอาจทำให้เบรกเกอร์ตัด ควรแยกวงจรให้ชัด
FAQ — คำถามที่คนถามบ่อย
SHARP WH-MD145 กำลังไฟ 4,500W กินไฟเยอะมั้ย?
ตามฉลากเบอร์ 5 ของผู้ผลิตเคลมค่าไฟราว 2,944 บาท/ปี เฉลี่ยประมาณ 245 บาท/เดือน ในกรณีของผม (อาบ 2 รอบ/วัน รอบละ 10 นาที) ค่าไฟเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นประมาณ 245 บาทจากเดือนก่อนที่ไม่ได้ใช้รุ่นนี้ ตัวเลขจริงอาจต่างกันตามพฤติกรรมการอาบและอัตราค่าไฟของแต่ละพื้นที่
SHARP WH-MD145 ติดตั้งเองได้มั้ย?
ไม่แนะนำให้ติดเอง เพราะ 4,500W ต้องการสายไฟและเบรกเกอร์เฉพาะ และต้องมีสายดินที่ทำงานได้สมบูรณ์ ถ้าติดผิดอาจทำให้ระบบ ELB ทำงานไม่ตรงตามที่ออกแบบ ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์เป็นผู้ติดตั้ง
SHARP WH-MD145 เหมาะกับห้องน้ำขนาดเท่าไหร่?
เหมาะกับห้องน้ำคอนโดหรือบ้านเดี่ยวที่มี shower head เดียว ผู้ใช้ 1-2 คนต่อรอบอาบ ขนาดห้องน้ำไม่จำกัด แต่ที่ติดตั้งควรอยู่ใกล้ฝักบัวพอประมาณเพื่อให้น้ำร้อนถึงเร็ว ห่างกันไม่ควรเกิน 1-1.5 เมตรเพื่อ performance ที่ดีที่สุด
SHARP WH-MD145 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?
ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry-mid สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น 4,500W เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee
สรุป SHARP WH-MD145 ใช้แล้วคุ้มมั้ย
หลังใช้ 7 สัปดาห์เต็ม ผมให้คะแนน SHARP WH-MD145 ที่ 8.5/10 เป็นเครื่องทำน้ำอุ่น 4,500W ที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี ปลอดภัย และดีไซน์เรียบไม่เกะกะห้องน้ำคอนโด
กลุ่มที่ผมแนะนำชัดที่สุดคือคนที่อยู่คอนโด 28-40 ตรม. ใช้ shower head เดี่ยว อาบ 1-2 คนต่อรอบ และให้ค่ากับความปลอดภัยและความทนทานระยะยาวมากกว่าฟีเจอร์หวือหวา ถ้าโปรไฟล์ตรงกัน รุ่นนี้คือทางเลือกที่ไม่น่าผิดหวัง
สิ่งที่แลกคือ ไม่มี digital display ไม่มี preset memory และต้องเตรียมสายดินก่อนติดตั้ง พอใช้จริงสำหรับผม trade-off ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าใครจำเป็นต้องมีฟีเจอร์เหล่านั้น คงต้องมองเซกเมนต์สูงขึ้น
ส่วนตัว ถ้าให้ย้อนกลับไปวันที่ผมต้องเลือกใหม่ ผมยังเลือก SHARP WH-MD145 ครับ เพียงแต่จะเช็คสายดินในห้องน้ำให้พร้อมก่อนสั่ง เพื่อให้ติดตั้งจบในวันเดียว ไม่ต้องลากยาว 1 วันเหมือนรอบนี้
สำหรับคนที่อยู่ในงบเอนทรีถึงกลาง ต้องการเครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้ได้ 3-5 ปีโดยไม่กังวลเรื่องหม้อต้ม รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ผมว่าน่าหยิบไปคิดต่อ ลองกดดูสเปกและเช็คราคาเทียบกับงบที่ตั้งไว้ดูครับ

