Home ท่องเที่ยวที่พักรีวิว Sapporo Grand Hotel โรงแรมเชื่อมทางใต้ดินใจกลางซัปโปโร

รีวิว Sapporo Grand Hotel โรงแรมเชื่อมทางใต้ดินใจกลางซัปโปโร

by
A+A-
Reset

โรงแรมที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1934 จะยังตอบโจทย์ทริปซัปโปโรยุคนี้ได้จริงไหม คำตอบสั้น ๆ จากการวิเคราะห์ข้อมูลของทีมงานคือ ได้ และเหตุผลหลักไม่ใช่เพราะความคลาสสิกหรือชื่อเสียงเก่าแก่ แต่เป็นเรื่องที่จับต้องได้กว่านั้นมาก นั่นคือทำเลที่เชื่อมตรงเข้าทางเดินใต้ดินใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลในเมืองที่หิมะตกยาวนานอย่างซัปโปโร Sapporo Grand Hotel บริหารโดยเครือ GRANVISTA Hotels and Resorts ตั้งอยู่ที่ North 1 West 4 เขตชูโอ ใจกลางซัปโปโร และเป็นโรงแรมสไตล์ตะวันตกเต็มรูปแบบแห่งแรกของฮอกไกโด

Sapporo Grand Hotel โรงแรมใจกลางซัปโปโร

หมายเหตุความโปร่งใส บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณจองที่พักผ่านลิงก์ในหน้านี้ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ข้อมูลข้อเท็จจริงและความเห็นทั้งหมดมาจากการวิเคราะห์ของทีมงานเอง ไม่ได้มาจากการเข้าพักส่วนตัว

สรุปแบบเร็วก่อนอ่านยาว Sapporo Grand Hotel คือซิตี้โฮเทลใจกลางซัปโปโรที่จุดแข็งอันดับหนึ่งคือทำเลและทางเชื่อมใต้ดินตรงเข้าโรงแรม เหมาะกับคนที่เที่ยวหน้าหนาว นักเดินทางสายธุรกิจ และมือใหม่ที่มาซัปโปโรครั้งแรกและอยากได้ฐานที่เดินทางง่าย จุดที่ต้องคิดก่อนจองคือโรงแรมแบ่งเป็น 3 อาคารที่ขนาดและสไตล์ห้องต่างกันชัดเจน เลือกผิดอาคารอาจได้ห้องที่เล็กหรือใหญ่กว่าที่คาดไว้

ทำเลและการเดินทาง จุดที่ทำให้โรงแรมนี้ต่างจากคู่แข่งในย่านเดียวกัน

เรื่องทำเลของ Sapporo Grand Hotel ต้องพูดให้ชัดเป็นข้อ ๆ เพราะนี่คือเหตุผลหลักที่คนเลือกพักที่นี่ โรงแรมตั้งอยู่ในเขตชูโอ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองจริง ไม่ใช่ย่านรอบนอกที่อ้างว่าใกล้เมือง

จากสถานี JR ซัปโปโร ระยะเดินอยู่ที่ราว 8 ถึง 10 นาทีขึ้นกับทางออกที่ใช้ แต่ตัวเลขนี้ไม่สำคัญเท่ากับวิธีที่คุณจะเดิน เพราะโรงแรมเชื่อมตรงกับทางเดินใต้ดิน Sapporo Ekimae dori (ที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Chika Hoko) โดยมีทางเข้าเฉพาะของโรงแรมอยู่ข้างทางออกหมายเลข 8 หมายความว่าในวันที่หิมะตกหรืออากาศหนาวจัด คุณสามารถเดินจากสถานีถึงล็อบบี้ได้โดยแทบไม่ต้องโผล่ขึ้นมาเจอหิมะเลย

ถ้าคุณลากกระเป๋าใบใหญ่มาจากสนามบินในเดือนที่หิมะหนา ความต่างระหว่างโรงแรมที่เชื่อมใต้ดินกับโรงแรมที่ต้องลากกระเป๋าฝ่าหิมะบนทางเท้าลื่น ๆ คือคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง สำหรับรถไฟใต้ดิน สถานีซัปโปโรและสถานีโอโดริอยู่ห่างออกไปราว 5 นาทีเดิน ทำให้ต่อรถไปย่านอื่นได้สะดวก

ในแง่จุดท่องเที่ยว สวนโอโดริ หอนาฬิกาซัปโปโร และอาคารที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดเก่า (ตึกอิฐแดง) ล้วนอยู่ในระยะเดินราว 5 นาทีจากโรงแรม ส่วนย่านซูซูกิโนะซึ่งเป็นแหล่งกินดื่มยามค่ำก็เดินถึงได้ ทำให้โรงแรมนี้วางตัวเป็นฐานกลางที่กระจายไปได้ทุกทิศ

ทางเชื่อมใต้ดินเข้า Sapporo Grand Hotel

ห้องพัก 494 ห้องใน 3 อาคาร เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนกดจอง

นี่คือส่วนที่ทีมงานอยากให้อ่านละเอียดที่สุด เพราะ Sapporo Grand Hotel ไม่ได้เป็นตึกเดียว แต่แบ่งเป็น 3 อาคารรวมกัน 494 ห้อง และแต่ละอาคารให้ประสบการณ์ห้องที่ต่างกันจริง

  • อาคารหลัก (本館) คืออาคารคลาสสิกที่สืบทอดบรรยากาศดั้งเดิม หลังรีโนเวตชั้น 5 ถึง 8 ในปี 2025 ห้องในกลุ่มนี้มีขนาดราว 21 ตารางเมตรสำหรับห้องซิงเกิลและทวิน ส่วนห้องดับเบิลอยู่ราว 21 ถึง 26 ตารางเมตร เหมาะกับคนเดินทางคนเดียวหรือคู่ที่เน้นทำเลมากกว่าพื้นที่
  • อาคารตะวันออก (東館) สร้างปี 1976 และเป็นโซนที่โมเดิร์นกว่า ห้องมาตรฐานในอาคารนี้กว้างขึ้นมาอยู่ราว 29 ถึง 30 ตารางเมตร ขณะที่ห้องกลุ่มคอนเซ็ปต์และคอมฟอร์ตขยับไปได้ถึงราว 40 ตารางเมตร เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ต้องการพื้นที่หายใจ
  • อาคารแอนเน็กซ์ (別館) เป็นโซนแคชชวล ห้องทวินมาตรฐานอยู่ราว 21 ตารางเมตร พร้อมเตียง Simmons ใช้ได้ทั้งเดี่ยวและคู่ เน้นความคุ้มในทำเลเดียวกัน

หมายความว่าในทางการเข้าพักจริง ถ้าคุณจองโดยดูแค่ชื่อโรงแรมและราคา คุณอาจได้ห้อง 21 ตารางเมตรในอาคารคลาสสิก หรือห้อง 40 ตารางเมตรในอาคารตะวันออกก็ได้ ทั้งที่เป็นโรงแรมแห่งเดียวกัน ทีมงานจึงแนะนำให้ดูชื่ออาคารและประเภทห้องในหน้าจองให้ชัดก่อนยืนยันเสมอ

ห้องพัก Sapporo Grand Hotel หลายขนาด

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องและ Executive Lounge

อุปกรณ์มาตรฐานในห้องของโรงแรมนี้จัดว่าครบตามระดับซิตี้โฮเทลชั้นดี จุดที่ทีมงานมองว่ามีผลกับการพักจริงมีดังนี้

  • เตียง Simmons แทบทุกประเภทห้อง ซึ่งช่วยเรื่องคุณภาพการนอนหลังเดินเที่ยวทั้งวัน มีผลโดยตรงกับคนที่เดินเยอะในเมืองหนาว
  • เครื่องฟอกอากาศพร้อมเพิ่มความชื้นของ Sharp ในห้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่อากาศซัปโปโรหน้าหนาวแห้งมาก เครื่องนี้ช่วยลดอาการคอแห้งจมูกแห้งตอนนอนได้จริง
  • Wi-Fi และ LAN แบบมีสายให้ฟรี ตู้เย็นในห้อง (ไม่มีช่องแช่แข็ง) และน้ำดื่มบริการคนละ 1 ขวดต่อคืน เหมาะกับสายทำงานที่ต้องต่อเน็ตนิ่ง ๆ

สำหรับคนที่อยากได้บริการเหนือขึ้นไป โรงแรมมี Executive Lounge อยู่ที่ชั้น 4 ของอาคารตะวันออก ซึ่งสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้เข้าพักอาคารหลักชั้น 4 และอาคารตะวันออกชั้น 15 ถึง 16 โดยมีบริการเครื่องดื่มและของว่างตามช่วงเวลา ถ้าคุณให้ค่ากับพื้นที่นั่งทำงานเงียบ ๆ หรือมุมพักผ่อนส่วนตัว การเลือกห้องในฟลอร์ที่เข้าเลานจ์ได้ก็เป็นจุดที่ควรชั่งน้ำหนัก

อาหารเช้าและห้องอาหารในโรงแรม

อาหารเช้าเป็นจุดที่โรงแรมนี้ถูกพูดถึงบ่อยในเชิงบวก คอนเซ็ปต์ของโรงแรมคือการนำวัตถุดิบฮอกไกโดมานำเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่นักเดินทางหลายคนตามหาเมื่อมาถึงเกาะนี้ นั่นคือของกินท้องถิ่นสด ๆ

ในแง่ห้องอาหาร โรงแรมมีร้านในเครือหลายแห่งครอบคลุมอาหารญี่ปุ่น ตะวันตก จีน และฝรั่งเศส รวมถึงคาเฟ่และบาร์ (จำนวนร้านที่ระบุในแต่ละแหล่งข้อมูลอยู่ราว 3 ถึง 4 แห่ง ทีมงานจึงไม่ฟันธงตัวเลขตายตัว แต่ยืนยันว่ามีความหลากหลายให้เลือกครบมื้อ) สำหรับคนที่ไม่อยากออกไปหาร้านข้างนอกในคืนที่หิมะตก การมีตัวเลือกกินดื่มในตึกถือเป็นข้อได้เปรียบ

ย่านรอบโรงแรม เดินเที่ยวอะไรได้บ้าง

เสน่ห์ของทำเลนี้คือคุณแทบไม่ต้องพึ่งรถไฟสำหรับจุดเที่ยวหลักในตัวเมือง สวนโอโดริซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลตลอดปีอยู่ในระยะเดินราว 5 นาที หอนาฬิกาซัปโปโรและตึกอิฐแดงรัฐบาลเก่าก็ระยะใกล้เคียงกัน

เดินไกลออกไปอีกหน่อยจะถึงย่านทานุกิโคจิ ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งมีหลังคาคลุมยาว เหมาะกับการเดินเล่นและหาของฝากในวันที่อากาศไม่เป็นใจ ส่วนซูซูกิโนะแหล่งกินดื่มยามค่ำก็อยู่ในระยะเดินถึง ทำให้คุณวางแผนกลางวันเที่ยวเมือง กลางคืนหาของกินได้โดยใช้โรงแรมเป็นจุดตั้งหลักเดียว

เดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะถึงหน้าโรงแรม

จุดที่ทำให้โรงแรมนี้เป็นมิตรกับมือใหม่มากคือการเชื่อมต่อสนามบิน มีรถบัสสนามบินที่วิ่งจากนิวชิโตเสะมาลงที่ป้ายชื่อ Sapporo Grand Hotel ซึ่งอยู่หน้าโรงแรมโดยตรง ค่าโดยสารอยู่ที่ราว 1,300 เยน และไม่ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง

สำหรับคนที่เพิ่งมาซัปโปโรครั้งแรกและไม่อยากปวดหัวกับการต่อรถไฟพร้อมกระเป๋าหนัก การลงบัสหน้าโรงแรมเลยคือทางที่เครียดน้อยที่สุด ส่วนคนที่ถนัดรถไฟก็ยังใช้ JR มาลงสถานีซัปโปโรแล้วเดินใต้ดินเข้าโรงแรมได้ตามที่อธิบายไปแล้ว

ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนจอง

เพื่อให้ตัดสินใจได้ตรงจุด ทีมงานสรุปทั้งด้านที่ดีและด้านที่ต้องคิดจากข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว

ข้อดี

  • ทางเชื่อมใต้ดินตรงเข้าโรงแรม หมายความว่าเดินจากสถานีถึงล็อบบี้ได้โดยเลี่ยงหิมะและลมหนาว มีผลกับความสบายในทริปหน้าหนาวอย่างมาก
  • ทำเลใจกลางเขตชูโอ จุดเที่ยวหลักหลายแห่งอยู่ในระยะเดิน 5 นาที แปลว่าประหยัดทั้งเวลาและค่ารถไฟในเมือง
  • รถบัสสนามบินลงหน้าโรงแรมไม่ต้องเปลี่ยนรถ ลดความวุ่นวายของมือใหม่ที่มาพร้อมกระเป๋าหนัก
  • เพิ่งผ่านการรีโนเวตใหญ่ฉลองครบ 90 ปีเสร็จกลางปี 2025 ทำให้ห้องในโซนที่ปรับปรุงมีความใหม่กว่าภาพจำของโรงแรมเก่าแก่
  • อาหารเช้าธีมวัตถุดิบฮอกไกโดและห้องอาหารหลากหลายในตึก ตอบโจทย์คืนที่ไม่อยากออกไปฝ่าหิมะหาร้าน

ข้อควรพิจารณา

  • ขนาดห้องต่างกันมากระหว่างอาคาร ห้องในโซนคลาสสิกและแอนเน็กซ์เริ่มที่ราว 21 ตารางเมตร ซึ่งกะทัดรัดสำหรับคนที่คาดหวังห้องกว้าง ต้องเช็กชื่ออาคารและประเภทห้องก่อนจอง
  • ลานจอดรถมีค่าบริการแยกต่างหากและเป็นอาคารจอดที่อาจมีคิวช่วงเวลาเร่ง ถ้าขับรถมาเองควรเผื่อแผน
  • เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ 494 ห้อง ช่วงไฮซีซันหรือมีงานสัมมนา ล็อบบี้และลิฟต์อาจคึกคัก ถ้าชอบที่พักเงียบเล็กอาจไม่ตรงจริต

เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน และใครควรข้ามไป

จากภาพรวมทั้งหมด ทีมงานวางตำแหน่งโรงแรมนี้ได้ค่อนข้างชัด

เหมาะมากสำหรับ คนที่มาซัปโปโรหน้าหนาวและให้ค่ากับการเดินเลี่ยงหิมะ นักเดินทางสายธุรกิจที่ต้องการฐานใจกลางเมืองพร้อมเน็ตนิ่งและเลานจ์ และมือใหม่ที่มาครั้งแรกอยากได้โรงแรมที่เดินทางเข้าออกง่ายทั้งจากสนามบินและในเมือง ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างก็เลือกห้องในอาคารตะวันออกได้

อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับ คนที่มองหาบรรยากาศบูทีคเงียบสงบขนาดเล็ก คนที่ต้องการห้องกว้างเป็นพิเศษในงบประหยัดที่สุด หรือคนที่ตั้งใจมาแช่ออนเซ็นเป็นหลัก เพราะนี่คือซิตี้โฮเทลที่ขายทำเลและความสะดวก ไม่ใช่รีสอร์ทพักผ่อน

มุมที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรงแรมเก่าแก่แห่งนี้

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยข้อแรกคือ เปิดมาตั้งแต่ปี 1934 แปลว่าห้องต้องเก่าโทรม ในความเป็นจริงโรงแรมเพิ่งทำการรีโนเวตใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี โดยปรับปรุงห้องในอาคารหลักชั้น 5 ถึง 8 และฟลอร์คอมฟอร์ตในอาคารตะวันออก เสร็จและเปิดใหม่ช่วงกลางปี 2025 จุดขายที่แท้จริงของโรงแรมจึงไม่ใช่ความขลังของอายุ แต่เป็นทำเลและทางเชื่อมใต้ดินที่โรงแรมใหม่หลายแห่งในย่านเดียวกันยังไม่มี

ข้อที่สองคือ ชื่อโรงแรมเดียวกันแปลว่าได้ห้องแบบเดียวกัน อย่างที่อธิบายไปแล้วว่าโรงแรมมี 3 อาคารที่ขนาดห้องวิ่งตั้งแต่ราว 21 ถึง 40 ตารางเมตร การจองโดยไม่ดูว่าเป็นห้องอาคารไหนชั้นไหน คือสาเหตุที่ทำให้บางคนรู้สึกว่าห้องเล็กกว่าที่คิด ทั้งที่จริงเป็นเรื่องของการเลือกประเภทห้องตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

Sapporo Grand Hotel เดินจาก JR ซัปโปโรกี่นาที และเดินใต้ดินได้ไหม
ระยะเดินอยู่ที่ราว 8 ถึง 10 นาที และเดินใต้ดินได้ เพราะโรงแรมเชื่อมตรงกับทางเดินใต้ดิน Chika Hoko ที่ทางออกหมายเลข 8 ส่วนรถไฟใต้ดินสถานีซัปโปโรและโอโดริอยู่ราว 5 นาทีเดิน

ห้องพักของแต่ละอาคารต่างกันไหม
ต่างกันชัดเจน โรงแรมแบ่งเป็น 3 อาคารคือ อาคารหลัก อาคารตะวันออก และอาคารแอนเน็กซ์ ขนาดห้องอยู่ราว 21 ถึง 40 ตารางเมตรตามอาคารและประเภทห้อง ควรเลือกอาคารและประเภทห้องให้ชัดก่อนจอง

เดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะมาอย่างไร
มีรถบัสสนามบินมาลงที่ป้าย Sapporo Grand Hotel หน้าโรงแรมโดยตรง ค่าโดยสารราว 1,300 เยน ไม่ต้องเปลี่ยนรถ หรือจะนั่ง JR มาลงสถานีซัปโปโรแล้วเดินใต้ดินเข้าโรงแรมก็ได้

สรุป คุ้มที่จะจองไหม

ถ้าให้ทีมงานสรุปตรง ๆ Sapporo Grand Hotel คุ้มที่จะจองสำหรับคนที่กำลังซื้อสองสิ่งคือทำเลใจกลางเมืองและความสะดวกในการเดินทางแบบเลี่ยงหิมะ ทางเชื่อมใต้ดินตรงเข้าโรงแรม การลงบัสสนามบินหน้าประตู และจุดเที่ยวหลักในระยะเดิน คือชุดข้อได้เปรียบที่เห็นผลจริงในทริปหน้าหนาว เมื่อบวกกับการรีโนเวตใหญ่ที่เพิ่งเสร็จกลางปี 2025 ภาพของโรงแรมเก่าที่หลายคนกังวลจึงไม่ตรงกับสถานะปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องทำการบ้านก่อนกดจองมีเรื่องเดียวที่สำคัญคือ เลือกอาคารและประเภทห้องให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ เพราะความต่างของขนาดห้องระหว่างอาคารคือตัวแปรที่ทำให้คนพอใจหรือผิดหวัง ถ้าคุณเช็กจุดนี้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือเทียบราคาช่วงวันที่คุณจะไป

บรรยากาศภายใน Sapporo Grand Hotel

Related Articles