Home รีวิว Samsung WT16B5240BA/ST เครื่องซักผ้า 2 ถัง 16 kg ใช้จริงครอบครัวใหญ่

รีวิว Samsung WT16B5240BA/ST เครื่องซักผ้า 2 ถัง 16 kg ใช้จริงครอบครัวใหญ่

by admin
A+A-
Reset

ทำไมผมยังเลือกเครื่องซักผ้า 2 ถังในยุค full-auto

เครื่องซักผ้าตัวเก่าที่ใช้มา 6 ปีเริ่มมีอาการแปลกๆ ปั่นแล้วเสียงดังจนคนข้างบ้านมาเคาะถาม ส่งช่างมาดูบอกซ่อมได้แต่จะอยู่ได้อีกแค่ไม่นาน ผมเลยตัดสินใจหาตัวใหม่ พอเดินดูหลายร้านมาเจอ Samsung WT16B5240BA/ST วางอยู่ที่มุมเครื่องซักผ้า 2 ถัง ขนาด 16 กิโลฯ สีดำเงาเงา ป้ายติดราคาดูพอใช้จริงในงบ

ผมเป็นพ่อบ้านที่ดูแลซักผ้าเองทุกวัน ที่บ้านมีคน 4-5 คน รวมเด็กกับผู้สูงอายุ ผ้าที่ต้องซักเลยมีหลายประเภทมาก ทั้งผ้าเด็ก ผ้าผู้ใหญ่ ผ้าปูที่นอน ผ้าเปื้อนน้ำมันจากการทำกับข้าว ก่อนหน้านี้ผมใช้เครื่อง full-auto ฝาบนอยู่พักหนึ่ง แต่กลับมาใช้ 2 ถังเพราะรู้สึกว่าจัดการผ้าหลายประเภทง่ายกว่า

ตอนเลือกผมเทียบอยู่ 3 รุ่น เครื่อง 2 ถังขนาด 14-16 กิโลฯ ของหลายแบรนด์ แต่ที่มาลงตัวที่ Samsung ตัวนี้เพราะถังใหญ่สุดในงบ + มี Power Storm ที่เห็นรีวิวหลายคนพูดถึงเรื่องผ้าไม่พันกัน ส่วนตัวผมไม่ชอบมานั่งแยกผ้าที่พันกันแน่นๆ หลังปั่น มันเสียเวลา

ตอนนี้ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ ซักทุกวันบ้างวันเว้นวันบ้าง ผ้ารวมๆ น่าจะผ่านเครื่องไปเป็นร้อยรอบแล้ว มีทั้งวันที่ใส่เต็ม 16 กิโลฯ และวันที่ใส่แค่ 5-6 กิโลฯ ลองหมดทุก mode ที่เครื่องมีให้

บทความนี้ผมจะเล่าตามที่เจอจริง ทั้งที่ดี ทั้งที่งงๆ ทั้งจุดที่อยากบ่น ไม่มาแต่งให้ดูดี เพราะคนที่กำลังหาเครื่องซักผ้า 2 ถังราคาพอใช้จริง น่าจะอยากได้ข้อมูลจากคนใช้มากกว่า spec sheet

สรุปสั้นๆ Samsung WT16B5240BA/ST คุ้มไหม

สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาว ผมสรุปให้ก่อน Samsung WT16B5240BA/ST คือเครื่องซักผ้า 2 ถังขนาด 16 kg ที่เหมาะกับครอบครัว 4-6 คน จุดเด่นคือถังใหญ่ + จานซัก Power Storm ที่ทำให้ผ้าไม่พันกัน + Air Turbo ปั่นหมาดเร็ว ตัวถัง PP กันสนิมดี

ข้อจำกัดคือเป็นกึ่งอัตโนมัติ ต้องย้ายผ้าระหว่างถังเอง โปรแกรมการซักมีแค่ 2 (Normal/Heavy) ไม่มีโปรแกรมเฉพาะแบบ full-auto ใครชอบกดปุ่มเดียวเดินไปทำอย่างอื่นได้ คงไม่ตอบโจทย์

Samsung WT16B5240BA/ST เครื่องซักผ้า 2 ถัง 16 kg

สเปก + จุดเด่นที่ควรรู้ก่อนซื้อ

ก่อนเล่าประสบการณ์ใช้จริง ผมขอลงสเปกหลักให้ดูก่อน เผื่อใครกำลังเทียบกับรุ่นอื่นในเซกเมนต์เดียวกัน

  • ขนาดถังซัก 16 kg / ถังปั่นหมาด 10 kg: จุได้เยอะมาก ใส่ผ้าปูที่นอน King size + ผ้านวมพร้อมกันได้ — ในชีวิตประจำวันบ้านที่มี 4-5 คน รวมเด็ก ก็พอซักวันละครั้งสบาย
  • ความเร็วปั่นหมาด 1,424 รอบ/นาที: รอบสูงสำหรับเครื่อง 2 ถัง ปั่นแล้วผ้าออกมาแห้งกว่ารุ่นเก่าที่ผมเคยใช้ชัดเจน — บ้านผมไม่มีเครื่องอบ ปั่นแห้งดีหมายถึงตากผ้าเสร็จเร็ว เซฟเวลาในวันที่ฝนตก
  • จานซัก Power Storm พลังน้ำ 3 ทิศทาง: ออกแบบให้น้ำหมุนวนหลายทิศ ทำให้ผ้าหมุนทั่ว — ในมุมผม ข้อนี้คือ feature ที่รู้สึกความต่างจริงเทียบกับเครื่อง 2 ถังตัวเก่าที่บ้านญาติ ผ้าไม่พันก้อนหลังปั่น
  • Air Turbo Drying: ระบบช่วยเร่งให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นระหว่างปั่นหมาด — เหมาะกับคนที่ตากผ้านอกบ้าน ผ้าออกจากเครื่องแล้วตากต่ออีก 2-3 ชั่วโมงในที่มีลม ก็แห้งพอใส่ได้
  • Magic Mixer: ช่องผสมผงซักฟอกให้ละลายก่อนเข้าถัง — ส่วนตัวผมว่าช่วยได้จริงในวันที่ใช้ผงซักฟอกแบบเข้มข้น ไม่มีคราบขาวๆ ติดผ้าเหมือนแต่ก่อน
  • ตัวถังและถังซัก Polypropylene (PP) กันสนิม: วัสดุไม่เป็นสนิม ทนความชื้นได้ดี — บ้านผมตั้งเครื่องไว้กลางแจ้งใต้หลังคา เปิดทุกด้าน ฝนสาดเข้าได้บ้าง วัสดุแบบนี้คือเรื่องที่ผมให้ความสำคัญ

นอกจากสเปกหลัก ตัวเครื่องมีไส้กรองผ้า 2 ทิศทาง ดักจับเศษผ้าและขนสัตว์เลี้ยงไม่ให้ลงท่อระบายน้ำ ที่บ้านผมมีสัตว์เลี้ยงที่บ้านขนยาว ฟีเจอร์นี้คือสิ่งที่ใช้บ่อยที่สุด ทุก 5-7 วันผมก็เอาออกมาล้างที

มอเตอร์ของรุ่นนี้มีประกัน 5 ปี ส่วนตัวเครื่องประกัน 1 ปี ในตลาดเครื่อง 2 ถังตอนนี้ ประกันมอเตอร์ระดับ 5 ปีถือว่าโอเคในเซกเมนต์นี้

ดีไซน์ + First Impression วันแรกที่เครื่องมาถึง

วันที่ของส่งมา ผมเซอร์ไพรส์กับขนาดเครื่องเล็กน้อย ตัวเครื่องสูง 102 cm กว้าง 96 cm ลึก 54 cm ใหญ่กว่ารุ่นเก่าที่ใช้ ผมต้องขยับโต๊ะวางผงซักฟอกออกไปอีกฟุตหนึ่ง

สี Black Caviar ดูเงาๆ มีลายนูนๆ บนฝา ดูแพงกว่าราคา ที่บ้านชอบบ่นว่าเครื่องซักผ้าสีขาวเปื้อนง่าย สีดำเลยเป็นทางออกที่ทุกคนเห็นตรงกัน

ปุ่มควบคุมเป็นแบบบิด 2 ปุ่ม ฝั่งซ้ายคุมเวลาซัก ฝั่งขวาคุมเวลาปั่น มีไฟ LED บอกสถานะเล็กๆ ดีไซน์เรียบ ไม่มีหน้าจอดิจิทัล ตรงนี้คือสิ่งที่ผู้สูงอายุที่บ้านชอบ ผมไม่ต้องไปสอนซ้ำว่ากดยังไง

ฝาเครื่องเป็นสองชั้น ฝาใหญ่ครอบทั้งเครื่อง ฝาเล็กแยกถังซักกับถังปั่น เปิดปิดเงียบกว่ารุ่นเก่ามาก ตอนเปิดตอนตี 5 ไม่ปลุกคนนอน

การใช้งานจริง 7 สัปดาห์ — สิ่งที่ค้นพบ

ผมเริ่มใช้ตั้งแต่อาทิตย์แรก ลองใส่ผ้าตามจำนวนที่บ้านใช้ปกติ ครั้งแรกใส่เต็ม 16 กิโลฯ ตามที่สเปกบอก ตั้งโปรแกรม Heavy ปั่น 12 นาที

ตอนปั่นรอบแรกเครื่องสั่นแรงมาก ผมตกใจคิดว่าเสียมั้ย พอเดินไปดู เห็นว่าผ้าเกาะข้างเดียวของถัง ต้องเปิดฝา จัดผ้าให้กระจายรอบถังใหม่ คราวนี้ปั่นนิ่งขึ้นเยอะ คนใช้ครั้งแรกจะเจอจุดนี้แน่นอน วิธีคือไม่ใส่ผ้าก้อนใหญ่ไปกองตรงกลาง ให้กระจายเป็นวงๆ

หลังใช้ 2 สัปดาห์ผมเริ่มเข้าใจว่า Power Storm มันทำงานยังไง น้ำในถังหมุนวนเป็น 3 ทิศ ผ้าที่อยู่ในนั้นเลยไม่พันก้อน พอเอามาปั่นต่อก็แยกง่าย ผมไม่ต้องเสียเวลา 5-10 นาทีนั่งแกะผ้าที่พันกันแน่นๆ เหมือนเครื่อง 2 ถังเก่า

เรื่องเสียง โปรแกรม Normal เสียงโอเค พอเปิดทีวีกลบได้ Heavy เสียงดังขึ้นนิดหน่อยตอนปั่น แต่ยังไม่ดังจนรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการปั่นหมาด 1,424 รอบเสียงดังที่สุด แต่ใช้เวลาแค่ 5-7 นาที จบเร็ว

ค่าน้ำเดือนล่าสุดของบ้านผมลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ที่ผ่านมาเคยใช้ full-auto ใช้น้ำเยอะมาก เครื่อง 2 ถังแบบนี้เติมน้ำเอง คุมปริมาณได้ ถ้าซักแค่ 5-6 กิโลฯ ก็เติมน้ำแค่ระดับกลาง ไม่เปลือง

ข้อที่ผมชอบที่สุดในการใช้งานจริงคือความยืดหยุ่น ตอนซักผ้าเด็กกับผ้าผู้ใหญ่ผมแยกได้ ใส่ผ้าเด็กในถังซัก ผ้าผู้ใหญ่ใส่ถังปั่น (ใช้ปั่นแบบไม่ซัก) ทำพร้อมกันได้ ลดเวลาเยอะ

Magic Mixer เป็นจุดที่ผมไม่คิดว่าจะมีผลในชีวิตประจำวันมาก แต่พอใช้จริง ผงซักฟอกละลายหมดทุกครั้ง ไม่มีคราบติดผ้า ก่อนหน้านี้ที่ใช้เครื่องเก่าจะเจอคราบขาวบนผ้าดำเป็นบางครั้ง

ข้อดี + ข้อเสียจากการใช้งานจริง

ผมแยกข้อดี-ข้อเสียจากที่ใช้จริง 7 สัปดาห์ ไม่ใช่จากที่ผู้ผลิตโม้

ข้อดี:

  • ถังซัก 16 kg + ถังปั่น 10 kg: ใส่ผ้าเยอะคราวเดียวได้ — ที่บ้านผ้า 1 อาทิตย์ของ 4-5 คน + ผ้าปูที่นอนซักจบใน 1 รอบ ไม่ต้องแบ่งซักหลายรอบเหมือนเครื่อง 7-8 กิโลฯ
  • Power Storm จานซักพลังน้ำ 3 ทิศ: ผ้าไม่พันกันหลังซัก — ในชีวิตประจำวันลดเวลาแกะผ้า 5-10 นาทีต่อรอบ จากที่เคยใช้เครื่อง 2 ถังตัวเก่าของพ่อแม่ ผ้าพันแน่นเป็นก้อนตลอด
  • ปั่นหมาด 1,424 รอบ: ผ้าออกมาเกือบแห้ง — เทียบกับรุ่นก่อนที่ผมใช้ ผ้าออกมาชื้นกว่านี้เยอะ ตากแดดอ่อนๆ 2-3 ชั่วโมงพอใส่ได้
  • Air Turbo + Magic Mixer: ละลายผงซักฟอก + ปั่นแห้ง — ลดปัญหาคราบขาวที่ผมเคยเจอบนผ้าสีเข้ม ส่วนตัวเรื่องนี้มีผลกับเสื้อทำงานของคนในบ้านที่เป็นสีดำเยอะ
  • ไส้กรองผ้า 2 ทิศทาง: ดักจับเศษผ้า + ขนสัตว์เลี้ยง — บ้านผมมีสัตว์เลี้ยงขนยาว ทุก 5-7 วันผมล้างไส้กรองครั้งหนึ่ง ขนสัตว์เลี้ยงไม่ลงท่อ ไม่อุดตัน

ข้อเสีย:

  • กึ่งอัตโนมัติ ต้องย้ายผ้าระหว่างถังเอง: ไม่ใช่กดปุ่มเดียวจบ — ใครชอบเดินไปทำอย่างอื่นแล้วกลับมาดู ตัวนี้ไม่ตอบโจทย์ ต้องอยู่ใกล้เครื่อง
  • โปรแกรมการซักมีแค่ 2 (Normal/Heavy): ไม่มีโปรแกรมเฉพาะแบบผ้าขนสัตว์ ผ้าเด็ก ผ้านวม — สำหรับครอบครัวทั่วไป 2 โปรแกรมพอ แต่ใครต้องการ feature เยอะ คงรู้สึกขาด
  • ตัวเครื่องใหญ่ ใช้พื้นที่เยอะ: 102 x 96 x 54 cm — คอนโดเล็กๆ คงไม่มีพื้นที่วาง ต้องเป็นบ้านที่มีพื้นที่ซักผ้าเฉพาะ

สิ่งที่ผมคิดว่าหลายคนเข้าใจผิดเรื่อง 2 ถัง

หลายคนคิดว่าเครื่อง 2 ถัง = เครื่องล้าสมัย แต่จริงๆ ในมุมผม 2 ถังมีข้อดีที่ full-auto ทำไม่ได้ คือคุมน้ำได้เอง ซักจำนวนน้อยก็เติมน้ำน้อย ไม่เปลืองน้ำเหมือน full-auto ที่ต้องเติมเต็ม

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ “2 ถังซักไม่สะอาดเท่า full-auto” — จริงๆ คุณภาพการซักขึ้นกับจานซักและการหมุนของน้ำ Power Storm ของ Samsung ตัวนี้ผมว่าซักได้สะอาดเทียบเท่า full-auto ที่ผมเคยใช้ พอลองซักผ้าเปื้อนน้ำมันจากการทำกับข้าวก็ออกหมด

เรื่องตัวเลข 1,424 รอบ/นาที หลายคนอาจไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร พูดสั้นๆ คือยิ่งรอบสูง ผ้ายิ่งแห้งเมื่อออกจากเครื่อง บ้านที่ไม่มีเครื่องอบ การปั่นหมาดดีหมายถึงตากผ้าเสร็จเร็ว ในวันที่ฝนตกหรือแดดอ่อน รอบสูงคือเรื่องที่ช่วยได้จริง

Samsung WT16B5240BA/ST เทียบกับเครื่อง 2 ถังตัวอื่น

ในเซกเมนต์เครื่อง 2 ถัง 14-16 kg ตอนนี้ มีหลายแบรนด์ที่แข่งกันอยู่ ทั้ง Toshiba, LG, Hitachi, Sharp และ Haier ส่วนตัวผมเลือก Samsung เพราะ Power Storm + รอบปั่น 1,424 ที่สูงกว่าเฉลี่ยในเซกเมนต์

เทียบกับเครื่อง 2 ถังขนาด 7-8 kg ของ Haier ที่ราคาต่ำกว่า ตัวนั้นเหมาะกับครอบครัวเล็ก 2-3 คน ใครสนใจรุ่นที่เล็กกว่า ลองอ่าน รีวิว Haier เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่น HWM-T75PF ที่เคยรีวิวก่อนหน้า จะเห็นภาพชัดว่าขนาดต่างกันยังไง

ส่วนใครที่อยากเทียบ Samsung 2 ถังกับ Samsung ฝาบนตัว full-auto ของแบรนด์เดียวกัน ดูได้ที่ รีวิว Samsung เครื่องซักผ้าฝาบน WA75H4000SG/ST ตัวนั้นขนาด 7.5 kg เน้นสะดวก full-auto เหมาะกับครอบครัวเล็กหรือคนอยู่คอนโด

เทียบกับ Toshiba 2 ถังในขนาดใกล้กัน ผมว่า Samsung ตัวนี้เด่นเรื่อง Power Storm + ดีไซน์สี Black Caviar ดูพรีเมียมกว่า ส่วน Toshiba เน้นความเรียบ ทนทาน ขึ้นกับความชอบ

Samsung WT16B5240BA/ST เหมาะกับใคร?

หลังใช้มา 7 สัปดาห์ ผมว่ารุ่นนี้เหมาะกับคนกลุ่มนี้

เหมาะกับ:

  • ครอบครัว 4-6 คน ที่มีผ้าซักเยอะ ทุกวันหรือวันเว้นวัน รวมผ้าปูที่นอน ผ้านวม
  • บ้านที่มีพื้นที่ซักผ้าเฉพาะ (หลังบ้าน / ห้องซักล้าง) ไม่ใช่คอนโด
  • คนที่ไม่กลัวการย้ายผ้าระหว่างถังเอง และมีเวลาอยู่ใกล้เครื่องตอนซัก
  • คนที่ต้องการประหยัดน้ำ คุมปริมาณการเติมน้ำได้เอง
  • บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขนยาว (ไส้กรอง 2 ทิศทางช่วยได้)
  • คนที่ต้องการเครื่องทนทานในงบที่ไม่ใช่ premium tier

ใครที่ไม่ดูแลเครื่องดีๆ ทาง รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องซักผ้าฝาบน ปี 2025 ก็มีรุ่น full-auto ที่ตอบโจทย์การ “กดปุ่มเดียวเดินไป” ลองอ่านดูถ้าอยากเทียบ

ไม่เหมาะกับ:

  • คอนโดเล็กที่พื้นที่จำกัด ตัวเครื่องใหญ่ 102 x 96 x 54 cm
  • คนอยู่คนเดียวหรืออยู่คู่ 2 คน ผ้าน้อย ใช้ความจุไม่หมด
  • คนที่ต้องการ full-auto กดปุ่มเดียวจบ เดินไปทำอย่างอื่นได้
  • คนที่ต้องการโปรแกรมเฉพาะหลายโปรแกรม (Wool, Baby, Quick Wash)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ตอนซักครั้งแรก อย่าใส่เต็มถัง ลองที่ 60-70% ก่อน เพื่อทดสอบเสียงและการสั่นของเครื่อง / จัดผ้าให้กระจายรอบถัง อย่ากองตรงกลาง / ใส่ผงซักฟอกในช่อง Magic Mixer ก่อนเปิดน้ำ ละลายดีกว่า

ข้อควรระวัง: ตอนปั่นหมาดอย่าเปิดฝาด้านบนแรงๆ มีล็อคนิรภัยอยู่ ถ้าฝืนเปิด อาจกระทบกลไก / ไส้กรองล้างทุก 5-7 วัน ไม่งั้นน้ำระบายช้า

คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับรุ่นนี้

Samsung WT16B5240BA/ST เหมาะกับครอบครัวกี่คน?

ขนาด 16 kg เหมาะกับครอบครัว 4-6 คนที่ซักทุกวันหรือวันเว้นวัน ใส่ผ้าปูที่นอน King size + ผ้านวมพร้อมกันได้ ถ้าครอบครัว 2-3 คน รุ่นนี้ใหญ่เกินไป ใช้ความจุไม่หมด

เครื่องซักผ้า 2 ถังของ Samsung กินไฟเยอะมั้ย?

กำลังไฟรวม 650W ถือว่าไม่เยอะสำหรับเครื่องขนาดนี้ เครื่อง 2 ถังเป็นกึ่งอัตโนมัติไม่ใช่ inverter แต่ใช้เวลาซักน้อยกว่า full-auto ค่าไฟต่อรอบเลยไม่ต่างกันมาก

Power Storm คืออะไร ใช้จริงต่างจากเครื่อง 2 ถังธรรมดามั้ย?

Power Storm คือจานซักที่ออกแบบให้น้ำหมุนวน 3 ทิศ ทำให้ผ้าหมุนทั่วไม่พันก้อน ในการใช้จริงคือเวลาผมเอาผ้าออกจากถังซักไปปั่น ไม่ต้องเสียเวลาแกะผ้าที่พันกัน เทียบกับเครื่อง 2 ถังตัวเก่า ต่างชัดเจน

สรุปหลังใช้จริง 7 สัปดาห์

คะแนนรวมส่วนตัว Samsung WT16B5240BA/ST ผมให้ 8.5/10 หักคะแนนเรื่องการต้องย้ายผ้าระหว่างถังเอง + ตัวเครื่องใหญ่กินพื้นที่ คะแนนนี้สะท้อนว่ารุ่นนี้ทำหน้าที่ของเครื่อง 2 ถัง 16 kg ในเซกเมนต์นี้ได้ครบถ้วน

เหมาะกับครอบครัว 4-6 คน บ้านที่มีพื้นที่ซักผ้าเฉพาะ คนที่อยากซักผ้าเยอะคราวเดียวจบ ไม่ต้องแบ่งหลายรอบ ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงขนยาวด้วยยิ่งคุ้ม เพราะไส้กรอง 2 ทิศทางช่วยมาก

สิ่งที่แลกคือต้องอยู่ใกล้เครื่องตอนซัก ย้ายผ้าระหว่างถังเอง ไม่ใช่ full-auto กดปุ่มเดียวเดินไป แต่สิ่งที่ได้คือคุมน้ำได้เอง + ซักผ้าหลายประเภทพร้อมกันได้ในรอบเดียว

ถ้าให้ผมย้อนกลับไปวันที่เลือกเครื่องใหม่ ผมยังจะเลือกตัวนี้ เพราะ use case ของบ้านที่มี 4-5 คน + ผ้าหลายประเภท เครื่อง 2 ถัง 16 kg คือคำตอบที่ตรงที่สุดในงบที่ผมตั้งไว้

ใครที่กำลังตัดสินใจหาเครื่องซักผ้า 2 ถังขนาดใหญ่ ลองดูสเปกเทียบกับรุ่นอื่นในเซกเมนต์ดู ส่วนตัวรุ่นนี้ผมว่าคุ้มกับงานที่ทำได้