เครื่องไร้สายแบตหมดกลางบ้าน เลยกลับมาใช้สายลาก
เครื่องไร้สายที่บ้านผมแบตเริ่มหมดเร็ว ดูดได้ครึ่งบ้านก็ต้องไปเสียบชาร์จ พอกลับมาดูดต่อแรงก็ตกลงไปแล้ว ปัญหานี้กวนใจมาหลายเดือน เพราะบ้านผมเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ชั้นล่างพื้นกระเบื้อง ส่วนห้องนั่งเล่นปูพรม แล้วยังมีโซฟาผ้าที่ขนติดง่าย สุดท้ายผมเลยตัดสินใจกลับไปหาเครื่องแบบมีสาย ลงเอยที่ Samsung VC20M2510WB เพราะอยากได้แรงดูดที่นิ่งตลอดงาน ไม่ต้องลุ้นว่าแบตจะหมดตอนไหน
คำตอบสั้นๆ ก่อนอ่านยาว: Samsung VC20M2510WB เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบลากพื้นมีสาย แรงดูดจริง 450 วัตต์ (กำลังไฟสูงสุด 2,000 วัตต์) ถังเก็บฝุ่น 2.5 ลิตรพร้อมระบบ EZClean Cyclone เก็บสายไฟอัตโนมัติ น้ำหนักตัวเครื่อง 4.3 กก. ผมให้ 7.8/10 เหมาะกับบ้านที่มีพรมหรือสัตว์เลี้ยงและอยากได้แรงดูดสม่ำเสมอ ส่วนคนที่อยู่คอนโดเล็กพื้นกระเบื้องล้วน อาจรู้สึกว่าสายไฟเกะกะกว่าเครื่องด้ามไร้สาย

ทำไมผมถึงเลือกเครื่องลากพื้นในยุคที่ใครๆ ก็ใช้ไร้สาย
ผมทำความสะอาดบ้านเองทุกสัปดาห์ ผ่านเครื่องดูดฝุ่นมา 3 เครื่อง ทั้งด้ามไร้สายและแบบลากพื้น เลยพอรู้นิสัยของแต่ละแบบอยู่บ้าง รอบนี้โจทย์ชัดเจนคือพรมในห้องนั่งเล่นกับโซฟาผ้าที่ขนสัตว์เลี้ยงติดเต็มไปหมด งานแบบนี้ต้องการแรงดูดที่ไม่ตก ไม่ใช่เครื่องที่ดูดแรงช่วงแรกแล้วค่อยๆ อ่อนลงตามแบต
ตอนเลือก ผมตัดรุ่นที่แพงเกินงบทิ้งไปก่อน เหลือเครื่องลากพื้นไม่กี่รุ่น VC20M2510WB ได้เปรียบตรงที่เป็นแบรนด์ที่หาอะไหล่ง่าย มีระบบ EZClean Cyclone ที่ช่วยให้ถุงเก็บฝุ่นไม่ตันไว แล้วถุงยังเป็นผ้าซักใช้ซ้ำได้ ผมไม่ต้องมาคอยซื้อถุงเปลี่ยนเรื่อยๆ จุดนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ผมยอมกลับไปเดินสายไฟอีกครั้ง
ผมใช้รุ่นนี้มาประมาณ 8 สัปดาห์ ดูดทั้งกระเบื้อง พรม โซฟา และที่นอนชั้นบน บทความนี้ผมจะเล่าทั้งจุดที่ชอบและจุดที่ต้องทำใจ ไม่ได้มาเชียร์อย่างเดียว เพราะเครื่องราคาระดับนี้ย่อมมีของที่ต้องแลก
สเปกและจุดเด่นของ Samsung VC20M2510WB
เริ่มจากตัวเลขที่หลายคนเข้าใจผิดกันบ่อย กล่องเขียน 2,000 วัตต์ตัวใหญ่ๆ แต่นั่นคือกำลังไฟที่เครื่องกินสูงสุด ไม่ใช่แรงดูดจริง แรงดูดจริงของรุ่นนี้อยู่ที่ 450 วัตต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้งานในบ้านได้สบาย ที่เหลือคือสเปกที่ผมเช็กกับข้อมูลผู้ผลิตแล้ว
- แรงดูด 450 วัตต์ ปรับระดับได้บนตัวเครื่อง: ดูดพื้นกระเบื้องใช้ระดับกลางก็เกลี้ยง ส่วนพรมหนาผมเปิดสุด ทำให้ผมเลือกแรงให้พอดีกับงานแต่ละจุดแทนที่จะเปิดแรงสุดตลอดจนเปลืองเสียงเปล่าๆ
- ถังเก็บฝุ่น 2.5 ลิตร พร้อมระบบ EZClean Cyclone: ตัวไซโคลนช่วยแยกฝุ่นก้อนใหญ่ออกก่อนเข้าถุง ทำให้ถุงไม่ตันเร็ว แรงดูดเลยคงที่นานกว่าถุงกระดาษแบบเดิมที่ผมเคยใช้
- เก็บสายไฟอัตโนมัติ สายยาว 6 เมตร รัศมีทำงาน 9.2 เมตร: กดปุ่มเดียวสายม้วนเก็บเอง ผมไม่ต้องนั่งพันสายเองให้เสียเวลา ระยะ 9 เมตรกว่าดูดได้ทั้งห้องนั่งเล่นโดยไม่ต้องย้ายปลั๊ก
- หัวแปรงหลัก 2 สเต็ป (NB250) กับท่อหมุน 360 องศา: สลับโหมดพื้นแข็งกับพรมได้ด้วยเท้า ท่อบิดตามมือตอนซอกเก้าอี้ ทำให้ผมเข้าใต้โต๊ะได้โดยไม่ต้องยกเครื่องตาม
- น้ำหนักตัวเครื่อง 4.3 กก. ล้อยางใหญ่: ลากข้ามพื้นกระเบื้องลื่นไม่เป็นรอย แต่ตอนยกขึ้นบันไดก็พอรู้สึกน้ำหนักอยู่ ไม่ได้เบาเท่าด้ามไร้สาย
โดยภาพรวมสเปกชุดนี้คือเครื่องลากพื้นสายทำงานบ้านจริงจัง ไม่ได้มีลูกเล่นหรูหรา แต่ครบในส่วนที่ใช้บ่อย พอเห็นสเปกแล้ว มาดูของจริงตอนแกะกล่องกัน
ดีไซน์และความรู้สึกแรกที่หยิบใช้
ตัวเครื่องเป็นทรงกระป๋องลากพื้นมาตรฐาน สีน้ำเงินเข้ม งานพลาสติกดูเรียบ ไม่ได้พรีเมียมหวือหวา แต่ก็ไม่ได้บางจนรู้สึกบอบบางเกินไป ผมชอบที่ปุ่มเปิดปิดกับปุ่มเก็บสายอยู่บนตัวเครื่องตำแหน่งเหยียบง่าย กดด้วยเท้าได้เลยไม่ต้องก้มลงไปกด
ท่อกับด้ามจับเป็นโลหะ จับแล้วแน่นมือ ตอนต่อหัวแปรงเข้ากับท่อก็ล็อกเสียงดังกึก รู้สึกว่าไม่หลุดง่าย ส่วนล้อยางสามล้อหมุนคล่อง ลากตามตัวมาเรื่อยๆ บนกระเบื้องเงียบและลื่นดี จุดที่ผมประทับใจตอนแรกคือถังเก็บฝุ่นถอดล้างง่าย เปิดฝาแล้วยกถุงผ้าออกมาเทได้เลย
ความรู้สึกแรกหลังเปิดเครื่องคือแรงดูดมาเต็มทันที ไม่มีอาการรอรอบเครื่องเหมือนเครื่องเก่าที่ผมเคยใช้ เสียงตอนเปิดสุดดังพอควร แต่จะเล่าละเอียดในหัวข้อใช้งานจริง
ใช้งานจริง 8 สัปดาห์ เจออะไรบ้าง
สัปดาห์แรกผมเจอจุดสะดุดเรื่องสายไฟ ความยาว 6 เมตรฟังดูเยอะ แต่ตอนลากเครื่องข้ามจากห้องนั่งเล่นไปครัว สายมันชอบไปเกี่ยวขาเก้าอี้กับขาโต๊ะ ทำให้ผมต้องคอยสะบัดสายอยู่บ้าง พอใช้ไปสักพักก็เริ่มจับทางว่าควรวางปลั๊กจุดไหนถึงครอบคลุมที่สุด ปัญหานี้เลยค่อยๆ หายไป
จุดที่ผมเรียนรู้ช่วงสัปดาห์ที่สองคือเรื่องการปรับแรงดูด ตอนแรกผมเปิดแรงสุดทุกครั้งเพราะคิดว่ายิ่งแรงยิ่งสะอาด แต่จริงๆ พื้นกระเบื้องใช้ระดับกลางก็ดูดเศษได้เกลี้ยงแล้ว แถมเสียงเบาลงเยอะ ผมเลยเก็บโหมดแรงสุดไว้ดูดพรมกับโซฟาที่ฝุ่นฝังลึกเท่านั้น พอใช้แบบนี้ทั้งบ้านสะอาดเร็วขึ้นและไม่หนวกหูเท่าเดิม
เรื่องที่ผมพอใจจริงๆ คือแรงดูดบนพรม เครื่องด้ามไร้สายตัวเก่าของผมพอดูดพรมไปนานๆ แรงจะเริ่มตก แต่ตัวนี้เพราะมีสายตลอด แรงดูดเลยนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ขนสัตว์เลี้ยงบนโซฟาที่เคยต้องดูดซ้ำหลายรอบ ตอนนี้ผ่านครั้งสองครั้งก็หมด ส่วนระบบ EZClean Cyclone ก็ทำงานอย่างที่เคลมไว้ ผมเทถุงทุก 2 สัปดาห์ แรงดูดยังไม่ตกระหว่างนั้น
ข้อสังเกตที่อยากบอกตรงๆ คือเสียง ค่าที่ผู้ผลิตระบุอยู่ที่ 83 เดซิเบล ซึ่งตอนเปิดแรงสุดถือว่าดังพอตัว ถ้าที่บ้านมีคนนอนกลางวันหรือมีเด็กเล็ก ผมแนะนำให้ดูดตอนที่ไม่มีใครพักจะดีกว่า แต่ถ้าใช้ระดับกลางเสียงก็อยู่ในระดับที่คุยกันรู้เรื่อง
ข้อดีและข้อเสียจากการใช้จริง
หลังใช้มา 8 สัปดาห์ ผมขอแยกเป็นข้อดีข้อเสียให้เห็นภาพชัดๆ เริ่มจากข้อดีก่อน
- แรงดูดนิ่งตลอดงาน: เพราะใช้สายไฟ ไม่มีแบตให้ค่อยๆ ตก ทำให้ผมดูดพรมทั้งห้องในรอบเดียวโดยแรงไม่อ่อนลง เหมาะกับบ้านที่มีพรมหรือสัตว์เลี้ยงอย่างบ้านผมมาก
- EZClean Cyclone กับถุงผ้าซักได้: ตัวไซโคลนแยกฝุ่นก้อนใหญ่ก่อน ถุงเลยไม่ตันเร็ว แล้วถุงผ้าผมเอาไปซักใช้ซ้ำได้ ระยะยาวผมประหยัดค่าถุงเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ
- เก็บสายอัตโนมัติช่วยงานจริง: กดปุ่มเดียวสายม้วนเก็บเอง ผมไม่ต้องนั่งพันสายให้เมื่อยมือ จุดเล็กๆ แต่ใช้ทุกครั้งเลยรู้สึกขอบคุณ
- ปรับแรงดูดบนตัวเครื่อง: เลือกแรงให้พอดีกับงานแต่ละพื้นได้ ดูดกระเบื้องเบาๆ ดูดพรมแรงเต็ม ทำให้ผมคุมทั้งเสียงและการสึกหรอของเครื่องได้ดีขึ้น
ส่วนข้อเสียที่ต้องทำใจ ผมไม่กลบเพราะอยากให้เห็นภาพครบ
- สายไฟเกะกะในพื้นที่แคบ: ถ้าบ้านมีเฟอร์นิเจอร์เยอะหรือเป็นคอนโดเล็ก สาย 6 เมตรจะวนไปเกี่ยวขาโต๊ะขาเก้าอี้บ่อย ผมต้องคอยจัดสายอยู่พอสมควร
- เสียงดังตอนเปิดแรงสุด: ที่ระดับ 83 เดซิเบลถือว่าดังกว่าด้ามไร้สายรุ่นเงียบๆ ใครไวต่อเสียงควรเลี่ยงดูดช่วงที่คนในบ้านพักผ่อน
- ไม่มีหัวแปรงไฟฟ้าหมุน: หัวแปรงเป็นแบบกลไกธรรมดา พรมขนยาวมากๆ อาจต้องดูดซ้ำกว่าเครื่องที่มีหัวแปรงมอเตอร์ แต่กับพรมบ้านทั่วไปยังเอาอยู่
2,000 วัตต์ ไม่ได้แปลว่าดูดแรงกว่าเสมอ
ตรงนี้ผมอยากเคลียร์ให้ชัด เพราะเป็นเรื่องที่คนเลือกเครื่องดูดฝุ่นเข้าใจผิดกันเยอะ หลายคนเห็นเลข 2,000 วัตต์แล้วคิดว่าดูดแรงกว่ารุ่น 1,600 วัตต์ ทั้งที่ความจริงตัวเลขวัตต์บนกล่องคือกำลังไฟที่มอเตอร์กิน ส่วนแรงดูดที่ทำให้พื้นสะอาดจริงๆ วัดกันที่หน่วยอื่น รุ่นนี้ระบุไว้ 450 วัตต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควรเอาไปเทียบกับรุ่นอื่นมากกว่า
พูดง่ายๆ คือเครื่องที่กินไฟ 2,000 วัตต์ ไม่ได้แปลว่าจะดูดแรงกว่าเครื่อง 1,800 วัตต์เสมอไป มันขึ้นอยู่กับการออกแบบมอเตอร์และระบบไซโคลนด้วย ดังนั้นเวลาเทียบรุ่น ผมแนะนำให้ดูแรงดูดจริงกับระบบกรองฝุ่น ไม่ใช่ดูแค่เลขวัตต์ใหญ่ๆ บนกล่อง จะได้ไม่เสียเงินไปกับตัวเลขที่กินไฟเปล่า
เทียบกับเครื่องดูดฝุ่นแบบอื่นในตลาด
ถ้าเทียบกับเครื่องด้ามไร้สายในงบใกล้กัน ตัวนี้แพ้เรื่องความคล่องและเรื่องสายไฟชัดเจน เครื่องไร้สายหยิบมาดูดจุดเดียวเร็วกว่ามาก ไม่ต้องหาปลั๊ก แต่พอเป็นงานดูดทั้งบ้านที่มีพรม ตัวลากพื้นมีสายอย่าง VC20M2510WB จะได้เปรียบเพราะแรงดูดไม่ตกและไม่ต้องหยุดชาร์จกลางทาง
ส่วนถ้าเทียบกับเครื่องลากพื้นแบบใช้ถุงกระดาษรุ่นเก่าๆ ตัวนี้ดีกว่าตรงระบบไซโคลนที่ทำให้ถุงไม่ตันไว แล้วถุงผ้าซักซ้ำได้ ระยะยาวประหยัดกว่า ใครที่อยากดูทางเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ ลองอ่าน รีวิวเครื่องดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี เพิ่มเพื่อเทียบหลายรุ่นในที่เดียว
Samsung VC20M2510WB เหมาะกับใคร?
จากที่ผมใช้มา รุ่นนี้เหมาะกับคนกลุ่มนี้
- บ้านที่มีพรมหรือโซฟาผ้า อยากได้แรงดูดสม่ำเสมอไม่ตกกลางทาง
- บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ขนติดเฟอร์นิเจอร์เยอะ ต้องการดูดให้จบในรอบเดียว
- คนที่เบื่อปัญหาแบตเครื่องไร้สายหมดเร็ว และไม่ซีเรียสเรื่องเดินสายไฟ
ส่วนคนที่ผมคิดว่ารุ่นนี้อาจไม่ตอบโจทย์
- คนอยู่คอนโดเล็กพื้นกระเบื้องล้วน ที่อยากได้ความคล่องหยิบมาดูดเร็วๆ ด้ามไร้สายน่าจะเข้าทางกว่า
- คนที่ไวต่อเสียงมากๆ และต้องดูดบ่อยในช่วงที่คนในบ้านพักผ่อน
ข้อแนะนำเฉพาะรุ่นนี้คือ ตั้งแรงดูดระดับกลางสำหรับพื้นแข็งเพื่อลดเสียงกับลดการสึกหรอ แล้วเก็บโหมดแรงสุดไว้ดูดพรม อีกอย่างคืออย่าลืมเช็กไฟแจ้งฟิลเตอร์เป็นระยะ ถ้าใครยังลังเลระหว่างมีสายกับไร้สาย ลองดู เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ประกอบการตัดสินใจ จะได้เห็นภาพทั้งสองฝั่ง
คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับ Samsung VC20M2510WB
Samsung VC20M2510WB ดูดพรมได้ดีไหม?
ดูดพรมได้ดีในระดับใช้งานบ้านทั่วไป เพราะใช้สายไฟทำให้แรงดูด 450 วัตต์นิ่งตลอด ไม่ตกแบบเครื่องไร้สาย พรมขนสั้นถึงปานกลางดูดผ่านสองครั้งก็สะอาด แต่พรมขนยาวมากๆ อาจต้องดูดซ้ำเพราะไม่มีหัวแปรงไฟฟ้าหมุน
Samsung VC20M2510WB เสียงดังมากไหม?
ค่าที่ผู้ผลิตระบุอยู่ที่ 83 เดซิเบล ตอนเปิดแรงสุดถือว่าดังพอตัว แต่ถ้าใช้ระดับแรงดูดปานกลางสำหรับพื้นแข็ง เสียงจะเบาลงและยังคุยกันรู้เรื่อง แนะนำเลี่ยงดูดช่วงที่คนในบ้านพักผ่อนถ้าไวต่อเสียง
Samsung VC20M2510WB ต้องเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นบ่อยไหม?
ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย เพราะถุงเป็นแบบผ้าซักใช้ซ้ำได้ ไม่ใช่ถุงกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง ประกอบกับระบบ EZClean Cyclone ที่แยกฝุ่นก้อนใหญ่ก่อน ถุงเลยตันช้า ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee
สรุปหลังใช้ Samsung VC20M2510WB มา 8 สัปดาห์
ให้คะแนนรวม 7.8/10 ครับ คะแนนนี้สะท้อนว่าเป็นเครื่องลากพื้นสายทำงานบ้านที่ทำหน้าที่หลักได้ครบ ไม่หวือหวาแต่ไว้ใจได้ จุดที่ทำให้ไม่ถึง 9 คือเรื่องสายไฟกับเสียง ซึ่งเป็นข้อจำกัดของเครื่องประเภทนี้อยู่แล้ว
ถ้าให้สรุป use case ที่เหมาะที่สุด รุ่นนี้คือคู่หูของบ้านที่มีพรม โซฟาผ้า หรือสัตว์เลี้ยง และอยากได้แรงดูดที่นิ่งตลอดงานโดยไม่ต้องหยุดชาร์จ บ้านทาวน์โฮมหรือบ้านสองชั้นที่ดูดเป็นรอบใหญ่สัปดาห์ละครั้งสองครั้งจะรู้สึกคุ้มที่สุด
สิ่งที่ต้องแลกคือความคล่องตัว ผมยอมเดินสายไฟและทนเสียงที่ดังกว่าด้ามไร้สาย เพื่อแลกกับแรงดูดที่ไม่ตกและถุงผ้าที่ประหยัดระยะยาว สำหรับผมที่บ้านมีพรมเต็มห้อง การแลกนี้คุ้ม
ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไปวันที่เลือก ผมก็ยังเลือกรุ่นนี้สำหรับบ้านแบบผม แต่ถ้าตอนนั้นบ้านเป็นคอนโดเล็กพื้นกระเบื้องล้วน ผมคงหันไปหาเครื่องด้ามไร้สายแทน เพราะความสะดวกจะสำคัญกว่าแรงดูดที่นิ่ง มันอยู่ที่ว่าบ้านคุณหน้าตาเป็นแบบไหน
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่ารุ่นนี้ตรงกับบ้านของตัวเอง โดยเฉพาะบ้านที่มีพรมหรือสัตว์เลี้ยง ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดและสต๊อกปัจจุบันได้เลย



