ของล้นตู้เก่า เลยขยับมา Side by Side ตัวแรกในชีวิต
ตู้เย็น 2 ประตูเครื่องเก่าที่บ้านผมใช้มาเกือบ 6 ปี ช่วงหลังของสดล้นช่องตลอด ซื้อผักผลไม้เข้าบ้านทีไรต้องเล่นเกมจัดของทุกครั้ง ช่องแช่แข็งก็แน่นจนปิดประตูแทบไม่สนิท คนในบ้าน 4 คนกินข้าวบ้านเป็นหลัก ตุนของทีละเยอะ ตู้เก่าเลยเอาไม่อยู่จริงๆ ผมเลยตัดสินใจขยับมาตู้ทรง Side by Side ตัวแรกในชีวิต มาจบที่ Samsung RS57DG4000M9ST ความจุ 583 ลิตร ใช้มาจะครบ 9 สัปดาห์แล้ว เลยอยากเล่าว่าตู้ทรงนี้ในชีวิตจริงมันต่างจากตู้ 2 ประตูยังไงบ้าง
สรุปสั้นก่อนอ่านต่อ
ถ้าให้คะแนนตอนนี้ ผมให้ 8.4/10 ครับ รุ่นนี้เด่นที่ช่องกว้าง หยิบของง่าย แยกโซนแช่เย็นกับแช่แข็งชัดเจน คอมเพรสเซอร์ Digital Inverter เดินเงียบและประหยัดไฟเบอร์ 5 เหมาะกับครอบครัวที่ตุนของเยอะและมีพื้นที่ครัวกว้างพอวางตู้บานคู่ ส่วนใครที่ครัวแคบ หรือชอบแช่ของแบนชิ้นใหญ่อย่างถาดอบหรือเค้กก้อนโต อาจต้องดูทรงช่องแช่แข็งให้ดีก่อน เพราะมันสูงแต่แคบ รายละเอียดทั้งหมดผมเล่าไว้ข้างล่าง รวมถึงจุดที่ผมสะดุดช่วงสัปดาห์แรกๆ ด้วย

ทำไมผมถึงเลือกรุ่นนี้ ไม่ใช่ตู้ 2 ประตูใบใหญ่
ตอนเดินดูตู้ใหม่ ผมลังเลระหว่างตู้ 2 ประตูความจุใหญ่กับ Side by Side อยู่พักหนึ่ง สุดท้ายมาลงตัวที่ตัวนี้เพราะอยากได้ช่องแช่แข็งที่ใหญ่จริงจัง ไม่ใช่ลิ้นชักล่างแบบตู้ 2 ประตูที่ผมเคยใช้ ที่บ้านตุนเนื้อ ตุนของแช่แข็งเยอะ พอเป็นทรง Side by Side ช่องแข็งมันยืนเป็นแถบยาวข้างซ้าย จัดของได้เป็นชั้นๆ มองเห็นหมด ไม่ต้องรื้อ
อีกเหตุผลคือคอมเพรสเซอร์ Digital Inverter ผมใช้ตู้เก่ามาจนรู้ว่าค่าไฟตู้เย็นมันสะสมเงียบๆ ทั้งปี เลยอยากได้ตัวที่ประหยัดไฟเบอร์ 5 ไว้ก่อน ใช้มา 9 สัปดาห์ ผมเปิดดูค่าไฟผ่านแอป SmartThings เทียบกับตู้เก่าแล้วเห็นต่างพอควร ส่วนหน้าตาสีเงิน Gentle Silver Matt ก็เข้ากับครัวที่บ้านพอดี เป็นผิวด้านไม่ค่อยเห็นรอยนิ้วมือ
สเปก Samsung RS57DG4000M9ST ที่ควรรู้ก่อนซื้อ
เริ่มจากตัวเลขหลักก่อน รุ่นนี้ความจุรวม 583 ลิตร หรือ 20.6 คิว แบ่งเป็นช่องแช่เย็นฝั่งขวา 375 ลิตร และช่องแช่แข็งฝั่งซ้าย 208 ลิตร ตัวตู้กว้าง 912 มม. สูง 1780 มม. ลึก 654 มม. กำลังไฟ 620 วัตต์ ใช้ไฟบ้าน 240 โวลต์ ผ่าน มอก. และติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
หัวใจของรุ่นนี้คือ SpaceMax™ ซึ่งเป็นเทคนิคทำผนังฉนวนให้บางลงโดยยังเก็บความเย็นได้ดี ผลคือขนาดภายนอกเท่าเดิมแต่พื้นที่ในตู้กว้างขึ้น พูดง่ายๆ คือได้ลิตรเยอะกว่าที่ตัวถังควรจะให้ ส่วนระบบทำความเย็นใช้ All-around Cooling เป่าลมเย็นหลายจุด กับ No Frost ที่ไม่ต้องมานั่งละลายน้ำแข็งเองแบบตู้รุ่นเก่าๆ
ที่ผมใช้บ่อยจริงคือ Power Cool กดเร่งความเย็นเวลาเพิ่งซื้อของสดเข้าบ้าน กับการต่อ WiFi เข้าแอป SmartThings ที่มีโหมด AI Energy ช่วยคุมการใช้พลังงาน ตัวเลขที่ผู้ผลิตเคลมคือลดพลังงานในบ้านได้ราว 7-10% ผ่านระบบ SmartThings ส่วนผมไม่ได้วัดเป๊ะขนาดนั้น แต่ค่าไฟรวมเดือนล่าสุดถูกลงกว่าตอนใช้ตู้เก่าที่ไม่มี inverter
ดีไซน์กับงานประกอบ ครั้งแรกที่เปิดกล่อง
วันที่ช่างมาส่ง สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือตัวมันใหญ่กว่าที่คิดจากรูป บานประตูคู่เปิดออกทั้งสองข้างต้องมีพื้นที่หน้าตู้พอสมควร ผิวบานเป็นสีเงินด้าน จับแล้วไม่ลื่นมือ และไม่เป็นคราบนิ้วมือง่ายเหมือนตู้ผิวมันเงา มือจับเป็นแบบฝังเข้าไปในขอบประตู ดูเรียบ ไม่เกะกะเวลาเดินผ่าน
เปิดเข้าไปข้างใน ชั้นวางเป็นกระจกนิรภัย ปรับระดับได้ ชั้นที่ประตูถอดล้างได้ ผมชอบที่ไฟ LED ข้างในสว่างทั่ว ไม่มีมุมมืด หาของกลางคืนเจอง่าย จอควบคุมเป็น LED เรียบๆ อยู่บานขวา ปรับอุณหภูมิแต่ละฝั่งแยกกันได้ ปุ่มไม่เยอะจนงง ส่วนตัวผมว่างานประกอบแน่นหนาดี ปิดประตูแล้วมีแรงดูดกลับ ไม่ต้องออกแรงกระแทก
ใช้งานจริง 9 สัปดาห์ เจออะไรบ้าง
สัปดาห์แรกผมสะดุดอยู่เรื่องหนึ่ง พอเสียบปลั๊กคืนแรกได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์ครางเบาๆ เป็นจังหวะ ผมนึกว่าเครื่องมีปัญหา แต่พอครบ 5-6 วันเสียงนิ่งลงและเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นลักษณะของ inverter ที่ปรับรอบตามอุณหภูมิ ไม่ได้ตัดต่อแรงๆ แบบตู้เก่า ตอนนี้กลางคืนแทบไม่ได้ยินเสียงเลย
เรื่องที่สองที่ต้องปรับตัวคือการจัดของในช่องแช่แข็งทรงสูง ผมชินกับลิ้นชักล่างของตู้ 2 ประตูมานาน พอเป็นแถบยืนข้างซ้าย ช่วงแรกวางของไม่เป็นที่ ของหล่นบ้าง กว่าจะหาจังหวะแบ่งชั้นลงตัวก็ปาเข้าไปเกือบ 2 สัปดาห์ แต่พอจัดเป็นระบบแล้ว มองเห็นของทุกชิ้นโดยไม่ต้องรื้อ อันนี้ดีกว่าตู้เก่าชัดเจน
การใช้จริงในชีวิตประจำวัน ผมซื้อของสดเข้าบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ตุนทั้งผัก เนื้อ นม ของแห้ง ช่องแช่เย็น 375 ลิตรรับไหวสบาย ไม่ต้องเบียดของอีกแล้ว เวลาเพิ่งกลับจากตลาดผมกด Power Cool ทิ้งไว้ ของเย็นเร็วกว่าปล่อยปกติพอรู้สึกได้ ส่วนช่องแช่แข็ง 208 ลิตรเก็บเนื้อกับของแช่แข็งของครอบครัว 4 คนได้เหลือเฟือ
มีอีกจุดที่ผมเพิ่งเข้าใจตอนสัปดาห์ที่ 3 คือแอป SmartThings ไม่ได้มีไว้เท่ๆ ผมตั้งให้แจ้งเตือนเวลาประตูเปิดค้าง ซึ่งช่วยได้จริงเพราะเด็กที่บ้านชอบเปิดตู้แล้วลืมปิด พอมีเสียงเตือนก็ลดปัญหาความเย็นรั่วไปได้
ข้อดีกับข้อเสียที่ผมเจอเอง
หลังใช้มา 9 สัปดาห์ ผมแยกให้เห็นชัดทั้งสองด้าน เริ่มจากข้อดีก่อน
- ช่องแช่เย็นฝั่งขวา 375 ลิตร เปิดมาเห็นของทั้งบาน ปรับชั้นกระจกได้ตามของที่ตุน ผมไม่ต้องเล่นเกมจัดของทุกครั้งที่กลับจากตลาดอีกแล้ว ต่างจากตู้เก่าที่ของล้นตลอด
- คอมเพรสเซอร์ Digital Inverter เดินรอบต่อเนื่องและเงียบ กลางคืนที่บ้านผมแทบไม่ได้ยินเสียง บวกกับฉลากเบอร์ 5 ค่าไฟรวมเดือนล่าสุดถูกกว่าตอนใช้ตู้เก่าที่ไม่มี inverter
- SpaceMax™ ทำให้ตู้จุ 583 ลิตรโดยตัวถังไม่ได้บานเกินครัว ผมวางในช่องเดิมที่เคยตั้งตู้ 2 ประตูได้พอดี ได้ความจุเพิ่มแต่ไม่ต้องเสียพื้นที่เพิ่มมากนัก
- ระบบ No Frost กับ All-around Cooling ทำให้ไม่มีน้ำแข็งเกาะให้ผมมานั่งละลายเอง และของในตู้เย็นทั่วถึงทุกชั้น ผักที่วางชั้นล่างกับชั้นบนสดพอกัน
- แอป SmartThings ตั้งแจ้งเตือนประตูเปิดค้างและดูการใช้พลังงานได้จากมือถือ ส่วนตัวผมใช้ฟีเจอร์แจ้งเตือนบ่อยสุด เพราะกันความเย็นรั่วได้จริง
ส่วนข้อเสียที่ต้องบอกตามตรง
- ช่องแช่แข็งทรงสูงแคบ ใส่ของแบนชิ้นใหญ่อย่างถาดอบหรือเค้กก้อนโตได้ลำบากกว่าลิ้นชักตู้ 2 ประตู ผมต้องเปลี่ยนวิธีซื้อของแช่แข็งบางอย่างเลย
- บานประตูคู่เปิดออกสองข้างกินพื้นที่หน้าตู้ ถ้าครัวแคบหรือมีเคาน์เตอร์ขวางใกล้ๆ จะเปิดไม่สะดวก ที่บ้านผมเว้นหน้าตู้ไว้กว้างเลยไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องวางแผนพื้นที่ก่อน
Side by Side ใหญ่กว่า แปลว่าดีกว่าจริงไหม?
เรื่องที่ผมอยากให้คิดให้ดีก่อนหลงตัวเลข 583 ลิตร คือคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าความจุรวมเยอะกว่าตู้ 2 ประตู แปลว่าใส่ของได้ทุกอย่างสบายกว่า ความจริงจากที่ผมใช้คือ รูปทรงของช่องสำคัญกว่าตัวเลขลิตรรวม ช่องแช่แข็งของ Side by Side เป็นแถบสูงแคบ เก็บของชิ้นเล็กจัดเป็นชั้นได้ดี แต่พอเจอของแบนชิ้นกว้าง มันกลับใส่ยากกว่าลิ้นชักล่างของตู้ 2 ประตูที่กว้างแต่ตื้น
เพราะงั้นถ้าของแช่แข็งที่บ้านเป็นชิ้นใหญ่แบนเยอะ ตัวเลข 208 ลิตรอาจไม่ได้ใช้คุ้มอย่างที่คิด แต่ถ้าตุนของชิ้นเล็กถึงกลางเป็นหลักแบบบ้านผม ทรงนี้จัดเก็บได้เป็นระเบียบกว่ามาก ตัวเลขลิตรเลยต้องดูคู่กับว่าเราตุนของแบบไหน
เทียบกับตู้ 2 ประตูที่ผมเคยใช้
ถ้าเทียบกับตู้เก่า 2 ประตูที่ผมใช้มา ความต่างชัดสุดอยู่ที่การจัดของ ตู้ 2 ประตูช่องแช่แข็งอยู่ล่างเป็นลิ้นชัก กว้างแต่ต้องก้มและรื้อ ส่วน Side by Side ยืนหยิบของระดับสายตาได้ทั้งสองฝั่ง สำหรับคนที่อยากได้ตู้ความจุกลางๆ ไม่กินพื้นที่หน้าตู้มาก ผมว่าตู้ 2 ประตูยังตอบโจทย์อยู่ ลองดู รีวิว Samsung RT35CG5644S9ST ตู้เย็น 2 ประตู เทียบความรู้สึกใช้งานได้ หรือถ้ายังเลือกไม่ถูกว่าจะเอาทรงไหน ลองอ่าน รวมตู้เย็น 2 ประตูน่าซื้อ ประกอบการตัดสินใจ
ตู้เย็น Samsung RS57DG4000M9ST เหมาะกับใคร?
จากที่ผมใช้จริง 9 สัปดาห์ ตู้รุ่นนี้เหมาะกับคนกลุ่มนี้
- ครอบครัว 4-6 คนที่ทำกับข้าวบ้านและตุนของสดเยอะ ความจุ 583 ลิตรรับไหวสบาย
- คนที่มีพื้นที่ครัวกว้างพอ เว้นหน้าตู้ได้ราว 1 เมตรขึ้นไป รองรับบานเปิดคู่
- คนที่ห่วงค่าไฟระยะยาว อยากได้ Digital Inverter เบอร์ 5 และชอบคุมตู้ผ่านแอป
ส่วนคนที่อาจไม่เหมาะ คือคนที่ครัวแคบหรือคอนโดพื้นที่จำกัด เปิดบานคู่ไม่สะดวก กับคนที่ตุนของแช่แข็งชิ้นใหญ่แบนเป็นหลัก เพราะทรงช่องแข็งไม่ตอบโจทย์เท่าลิ้นชักตู้ 2 ประตู
ข้อแนะนำเล็กๆ จากผม วัดพื้นที่หน้าตู้และช่องวางให้ชัดก่อนสั่ง เพราะตัวลึก 654 มม. และต้องเผื่อระยะเปิดบานสองข้าง อีกอย่างคือลองตั้งแจ้งเตือนประตูเปิดค้างในแอปตั้งแต่วันแรก ช่วยลดความเย็นรั่วได้จริงโดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ข้อควรระวังคือช่วงสัปดาห์แรกเสียงคอมเพรสเซอร์อาจดังกว่าปกตินิดหน่อย ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวมันนิ่งเอง
คำถามที่ผมเจอบ่อยก่อนตัดสินใจ
Samsung RS57DG4000M9ST ความจุ 583 ลิตร เหมาะกับครอบครัวกี่คน?
จากที่ผมใช้กับบ้าน 4 คน ความจุนี้เหลือเฟือ รองรับได้สบายถึงครอบครัว 4-6 คนที่ทำกับข้าวบ้านและตุนของสดเป็นประจำ
ตู้รุ่นนี้กินไฟเยอะไหม?
ตัวตู้ใช้กำลังไฟ 620 วัตต์และติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ใช้คอมเพรสเซอร์ Digital Inverter ที่เดินรอบต่อเนื่อง ค่าไฟรวมเดือนล่าสุดของผมถูกกว่าตอนใช้ตู้เก่าที่ไม่มี inverter
ต้องเว้นพื้นที่ติดตั้งเท่าไหร่?
ตัวตู้กว้าง 912 มม. สูง 1780 มม. ลึก 654 มม. ควรเผื่อระยะหน้าตู้ให้เปิดบานคู่ได้สะดวกราว 1 เมตร และเว้นด้านหลังกับด้านข้างเล็กน้อยให้ระบายความร้อน
สรุป: รุ่นนี้คุ้มกับใคร
หลังใช้มา 9 สัปดาห์ ผมให้ Samsung RS57DG4000M9ST ที่ 8.4/10 คะแนนนี้สะท้อนว่ามันทำหน้าที่ตู้เย็นครอบครัวได้ดีมากในเรื่องที่ผมต้องการ คือความจุและการจัดของ
มันเหมาะกับครอบครัวที่ตุนของเยอะ ทำกับข้าวบ้านเป็นหลัก และมีครัวกว้างพอวางตู้บานคู่ ใครอยู่ในกลุ่มนี้จะรู้สึกถึงความต่างจากตู้ 2 ประตูตั้งแต่อาทิตย์แรก
สิ่งที่ต้องแลกคือทรงช่องแช่แข็งสูงแคบที่ใส่ของแบนชิ้นใหญ่ยาก และพื้นที่หน้าตู้ที่ต้องเผื่อให้บานคู่ แต่สำหรับผมที่ตุนของชิ้นเล็กถึงกลางและครัวกว้างพอ สองข้อนี้แทบไม่กระทบการใช้จริง
ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไปวันที่ยืนลังเลในร้าน ผมก็ยังเลือกตู้ตัวนี้อยู่ดี เพราะมันแก้ปัญหาของล้นตู้เก่าได้ตรงจุด และเดินเงียบกว่าที่คิดเยอะ
ใครที่ครัวกว้างพอและกำลังมองหาตู้ความจุใหญ่สำหรับครอบครัว รุ่นนี้อยู่ในกลุ่มที่น่าเอามาเทียบจริงจัง ลองกดดูข้อมูลและราคาปัจจุบันก่อนตัดสินใจได้เลย

