เรื่องมันเริ่มจากตอนผ้าขนหนูที่บ้านเริ่มมีกลิ่นอับ ทั้งที่เพิ่งซักไปเมื่อวาน ผมใช้เครื่องซักผ้าฝาบนตัวเก่ามาเกือบ 8 ปี ช่วงหลังมานี่เริ่มรู้สึกว่าซักไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ผ้าสีเข้มก็เริ่มซีด ผ้าขาวก็เริ่มเหลือง บวกกับหน้าฝนที่ผ่านมา ผ้าตากในบ้านแห้งช้ามาก เลยคิดว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว
ผมหาข้อมูลอยู่เป็นเดือน เปรียบเทียบทั้ง LG, Samsung, Electrolux จนสุดท้ายมาลงตัวที่ Toshiba รุ่น TW-T21BU115UWT(HH) ตัวสีเทาเข้ม เพราะที่บ้านมีคน 4 คน ผ้าเยอะ และอยากได้ฟีเจอร์ไอน้ำมาช่วยเรื่องกลิ่นอับ ตอนนี้ผมใช้มาประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว ขอเล่าให้ฟังแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนนะครับ ไม่ได้อ่านโบรชัวร์มาพูด
เครื่องซักผ้าฝาหน้า Toshiba รุ่น TW-T21BU115UWT(HH)
สเปกแบบคร่าวๆ ก่อน
ตัวนี้เป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้า ความจุ 10.5 กิโล รอบปั่นสูงสุด 1200 รอบต่อนาที ใช้มอเตอร์แบบ BLDC Inverter ซึ่งเป็นจุดที่ผมว่าสำคัญที่สุด เพราะทั้งเงียบและประหยัดไฟกว่ามอเตอร์แบบเก่าเยอะ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ห้าดาว รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และที่เด็ดสุดคือมอเตอร์รับประกันยาว 10 ปี ส่วนตัวผมว่าตรงนี้ให้มาเยอะมาก เพราะมอเตอร์คือหัวใจของเครื่องซักผ้าเลย
ขนาดเครื่องอยู่ที่ประมาณ 59.5 x 61.5 x 85 ซม. น้ำหนักประมาณ 64 กิโล ช่องใส่ผ้ากว้าง 330 มม. ถังซักด้านในกว้าง 510 มม. ฟังตัวเลขอาจไม่อิน แต่พอเอาผ้าจริงๆ ยัดเข้าไป ผมยัดผ้าห่มคิงไซส์ผืนใหญ่ลงไปได้สบายเลย แบบที่เครื่องเก่าผมต้องไปร้านสะดวกซักทุกครั้ง
ฟีเจอร์เด่นมีอยู่หลายตัว ตัวที่ผมใช้บ่อยสุดคือ Ultra Fine Bubble (ฟองอากาศระดับนาโน) GREATSTEAM (ไอน้ำร้อนฆ่าเชื้อ) และ THE GREATWAVES 2.0 ที่เป็นรูปแบบการกระจายน้ำ 5 แบบ ส่วนฟีเจอร์ที่ผมแทบไม่ได้ใช้คือการสั่งงานผ่านแอป TSmartLife เดี๋ยวจะเล่าทีหลังว่าทำไม
ดีไซน์กับหน้าตา
ผมสั่งสีเทาเข้ม รหัส (HH) เพราะที่บ้านโทนเทาดำเป็นหลัก พอเครื่องมาถึงต้องบอกว่าสีออกมาดีกว่าในเว็บนิดนึง ดูพรีเมียมกว่าที่คิด หน้าจอเป็นจอ LED สีฟ้าอมขาว ตัวอักษรอ่านง่าย แม่ผมอายุ 65 ยังอ่านได้สบายไม่ต้องใส่แว่น ผมว่าเรื่องนี้สำคัญเพราะเครื่องที่บ้านไม่ได้มีแค่เราใช้
ปุ่มหมุนกลางเครื่องเป็นปุ่มเลือกโปรแกรม รอบๆ มีปุ่มเสริมไม่กี่ปุ่ม ไม่งงเหมือนบางรุ่นที่อัดปุ่มมาเป็นพรืดจนกดผิด ฝาเครื่องเป็นกระจกใส มองเห็นผ้าหมุนข้างใน ลูกผมชอบมาก นั่งดูเป็นทีวีได้เลย
มีจุดที่ผมขัดใจนิดนึงคือฝาเปิดปิดของเครื่องค่อนข้างหนาและหนัก ตอนเปิดต้องดึงแรงพอสมควร แม่ผมบ่นว่าเปิดยาก ถ้าใครข้อมือไม่แข็งแรงควรลองไปเปิดเล่นที่ร้านก่อน
ประสบการณ์ใช้งานจริง
ครั้งแรกที่ผมใช้คือซักผ้าปูที่นอน 6 ฟุต พร้อมปลอกหมอน 4 ใบ ในล็อตเดียว ใช้โปรแกรมมาตรฐาน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ตอนเครื่องปั่นรอบสุดท้าย ผมยืนข้างเครื่องก็ไม่ต้องตะโกนคุยกับลูก ถือว่าเงียบกว่าที่ผมคาดมาก เครื่องเก่าผมตอนปั่นนี่ทั้งบ้านสะเทือน ตัวนี้แทบไม่รู้สึก
มีอยู่วันหนึ่งลูกชายผมเอาเสื้อยืดสีขาวไปเล่นโคลนกับเพื่อน กลับมาเปื้อนทั้งตัว ผมเลยลองโปรแกรม GREATSTEAM เปิดไอน้ำร้อน ใช้เวลานานกว่าปกติประมาณ 30 นาที แต่ผลคือคราบโคลนหายเกือบหมด ที่เหลือนิดเดียวก็แทบมองไม่เห็น เครื่องเก่าผมต้องแช่น้ำยาก่อนแล้วขยี้เอง ตอนนี้แค่กดปุ่มเดียวก็จบ
โปรแกรมที่ผมใช้บ่อยรองลงมาคือ “ซักด่วน 15 นาที” สำหรับผ้าไม่กี่ชิ้นที่ใช้บ่อย เช่นชุดออกกำลังกายของผมที่ใส่ตอนเย็น พอกลับบ้านอาบน้ำเสร็จก็โยนเข้าเครื่องเลย 15 นาทีเอาออกมาตากได้ ตอนเช้าใส่ออกกำลังกายต่อได้สบาย ผมว่าโปรแกรมนี้คนใช้ฟิตเนสหรือวิ่งบ่อยจะรักมาก
เรื่อง Ultra Fine Bubble นี่ผมยอมรับว่าตอนแรกคิดว่าเป็นแค่คำการตลาด แต่พอใช้ไปสองสัปดาห์ ผ้าขาวที่บ้านดูสะอาดขึ้นจริง โดยเฉพาะเสื้อโปโลขาวของผมที่ใส่ทำงาน คอเสื้อที่เคยเหลืองหายไปเยอะ ไม่ถึงกับใหม่เอี่ยม แต่ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด
ส่วนแอป TSmartLife ที่ Toshiba โฆษณาไว้ ผมลองโหลดมาเชื่อมต่อแล้ว ตั้งค่าได้ยากนิดนึง กว่าจะเชื่อม WiFi ได้ลองอยู่หลายรอบ พอเชื่อมได้แล้วก็ใช้สั่งเครื่องจากนอกบ้านได้ ดูสถานะได้ ตั้งเวลาได้ แต่ส่วนตัวผมว่าใช้แค่ไม่กี่ครั้งก็เลิกใช้ เพราะการเดินไปกดที่เครื่องโดยตรงมันเร็วกว่า ถ้าเป็นผม ฟีเจอร์นี้มีก็ดี ไม่มีก็ได้
ข้อดี
- เงียบมาก โดยเฉพาะตอนปั่นรอบ 1200 ซักตอนดึกได้ไม่กวนใคร
- ฟีเจอร์ไอน้ำ GREATSTEAM ใช้แล้วเห็นผลจริง คราบฝังลึกหลุดได้ดี
- ความจุ 10.5 กิโล ยัดผ้าห่มคิงไซส์เข้าไปได้ ไม่ต้องไปร้านสะดวกซัก
- รับประกันมอเตอร์ 10 ปี ตรงนี้ผมว่าให้มาเยอะมาก ใจชื้นได้นาน
- ประหยัดไฟเบอร์ 5 ห้าดาว ค่าไฟที่บ้านผมเดือนที่ผ่านมาไม่ขึ้นเลย แม้จะซักบ่อยกว่าเดิม
ข้อสังเกตหรือข้อควรระวัง
- ฝาเครื่องค่อนข้างหนัก ผู้สูงอายุหรือคนข้อมือไม่แข็งแรงอาจเปิดลำบาก ถ้าซื้อไปให้พ่อแม่ใช้ ลองให้ท่านมาเปิดเองดูก่อน
- แอป TSmartLife เชื่อมต่อ WiFi ค่อนข้างจุกจิก ตั้งค่าครั้งแรกใช้เวลานาน และพอใช้จริงก็ไม่ได้สะดวกกว่าเดินไปกดเครื่องเท่าไหร่
- ขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่และลึก ก่อนซื้อต้องวัดพื้นที่วางให้แน่ใจ โดยเฉพาะคนที่บ้านมีพื้นที่จำกัด ระยะที่ต้องเผื่อด้านหลังสำหรับท่อน้ำอย่างน้อย 10 ซม.
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
ถ้าถามผมตรงๆ ว่าเครื่องนี้เหมาะกับใคร ผมว่าเหมาะกับครอบครัว 3-5 คนที่ซักผ้าค่อนข้างเยอะ มีผ้าหลายประเภท ทั้งผ้าใหญ่อย่างผ้าห่มผ้าปูที่นอน และผ้าออกกำลังกายที่ต้องซักบ่อยๆ คนที่อยากได้ฟีเจอร์ไอน้ำมาช่วยเรื่องกลิ่นอับและคราบฝังลึก ตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอน
คนที่ผมว่าไม่เหมาะ คือคนอยู่คนเดียวหรืออยู่กัน 2 คนผ้าน้อย เพราะ 10.5 กิโลถือว่าเกินความจำเป็น ลงทุนเปล่า และอีกกลุ่มคือคนที่ชอบเครื่องเรียบง่ายกดปุ่มเดียวจบ ไม่อยากยุ่งกับโปรแกรมเยอะๆ ตัวนี้มีโปรแกรมให้เลือกหลายแบบ ถ้าไม่ได้สนใจฟีเจอร์ก็เปลืองเปล่า
โดยรวมหลังใช้มา 3 สัปดาห์ ผมพอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ ที่ผมชอบที่สุดไม่ใช่ฟีเจอร์เทพอะไร แต่เป็นเรื่องความเงียบกับเรื่องผ้าสะอาดจริงๆ มากกว่า ที่เหลือคือของแถม


