รีวิว SHARP FP-S40B รอบนี้ไม่ได้มาสายสวย ๆ นะครับ เพราะตอนที่ผมซื้อมา มันเริ่มจากการที่เด็กคนเล็กอายุ 4 ขวบไอแห้ง ๆ ติดกันสามคืน พาไปหาหมอ หมอไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้ออะไรเลย แค่ถามว่าบ้านปิดแอร์ทั้งวันใช่ไหม แล้วสั่งเหมือนง่าย ๆ ว่า “ลองหาเครื่องฟอกมาเปิดดูสัก 2 สัปดาห์” ผมเดินออกจากคลินิกแล้วแวะห้างเลยคืนนั้น
ยอมรับตามตรงว่าตอนแรกไม่คิดถึง Sharp เลยด้วยซ้ำ เพราะภาพจำของผมยังติดภาพเครื่องซักผ้า Sharp สมัยเรียนมหาลัยที่บ้านเช่าใช้ เสียงดังกั๊กกักเหมือนเครื่องโม่หิน แต่พอไปยืนดูชั้นวางจริง ๆ เจอตัว FP-S40B-W สีขาว ทรงสี่เหลี่ยมเพรียว ๆ สูงแค่เอว แล้วราคามันเข้าถึงได้มากกว่าที่คิด ผมเลยกลับมาบ้านอ่านสเปกต่ออีก 2 คืน ก่อนจะจัดมาจริง รุ่น FP-S40B-W ขนาด 30 ตร.ม.
SHARP FP-S40B สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านยาว
ตอบเลย: SHARP FP-S40B เป็นเครื่องฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์ 7000 ครอบคลุมห้อง 30 ตร.ม. CADR 260 เหมาะบ้านคอนโด-ห้องนอน จุดอ่อนคือไม่มี AIoT ไม่มีเซนเซอร์ PM2.5 ในตัว
เหมาะกับ:
- คอนโดห้องนอน 20-30 ตร.ม. ที่ปิดแอร์ทั้งคืน อยากได้เสียงขั้นต่ำ 21 dB เบาระดับห้องสมุด
- บ้านมีเด็กหรือผู้สูงอายุที่แพ้ไรฝุ่น-เกสรตามฤดู อยากได้ HEPA 2-in-1 ดักฝุ่น 0.1 ไมครอน 99%
- คนที่ไม่อยากยุ่งกับแอปมือถือ อยากเปิดปิดด้วยปุ่มบนตัวเครื่องแบบไม่ซับซ้อน
ไม่เหมาะกับ:
- สายเทคที่อยากเซ็ตตารางเปิด-ปิดผ่านมือถือ หรืออยากเห็นค่า PM2.5 เรียลไทม์บนหน้าจอ
- บ้านเปิดโล่ง 40-50 ตร.ม. แบบรวมครัว-ห้องนั่งเล่น เพราะรุ่นนี้ออกแบบมาคุมพื้นที่ 30 ตร.ม.
คะแนนส่วนตัวผม: 8/10 — เงียบกว่าที่คิด ฟังก์ชันครบพอแก้ปัญหาเด็กไอกลางคืนได้จริง ติดแค่ตัวรุ่น W/T ไม่มีเซนเซอร์ฝุ่น
สรุปตรง ๆ: ถ้าคุณเป็นคนอยู่คอนโดห้องนอน 25-30 ตร.ม. อยากได้เครื่องเปิดทิ้งทั้งคืน — ซื้อได้เลย แต่ถ้าเป็นสายจัดสมาร์ตโฮมต้องสั่งผ่าน Google Home — ข้ามไปดูตัวอื่นเถอะ
สเปก SHARP FP-S40B กับจุดที่คนใช้จริงจะรู้สึก
ผมจะไล่สเปกไปทีละข้อ แต่ไม่ใช่แบบลอกจากกล่อง จะเล่าให้ฟังว่ามันแปลเป็นการใช้งานยังไงบ้าง เพราะส่วนตัวผมซื้อเครื่องฟอกมา 2 ตัวแล้วในชีวิต แล้วพบว่าตัวเลขในสเปกแทบไม่ได้ช่วยอะไรตอนตัดสินใจเลย จนกว่าจะได้ยินเสียงจริงและเห็นไฟจริง
CADR 260 m³/ชั่วโมง — ตัวเลขนี้แปลว่าเครื่องดูดอากาศสะอาดออกมาได้ชั่วโมงละประมาณ 260 ลูกบาศก์เมตร สำหรับห้องนอน 25 ตร.ม. เพดาน 2.5 เมตร ปริมาตรห้องประมาณ 62 คิว เครื่องจะหมุนเวียนอากาศครบรอบราว 4 รอบต่อชั่วโมง ฟังดูนามธรรม แต่ในทางปฏิบัติคือเปิดก่อนนอน 20 นาที เดินเข้าห้องแล้วรู้สึกว่าอากาศ “ใส” ขึ้นจริง
พลาสม่าคลัสเตอร์ HIGH-DENSITY 7000 — ตัวเลข 7000 คือความเข้มข้นไอออนต่อ ลบ.ซม. Sharp เคลมว่าช่วยลดเชื้อรา แบค และกลิ่นในอากาศ ผมไม่มีเครื่องวัด แต่สังเกตว่าผ้าม่านที่เคยมีกลิ่นอับจาง ๆ ช่วง 2 สัปดาห์แรกของการเปิดเครื่องทุกคืน กลิ่นลดลงชัด
ระดับเสียง Min 21 dB / Max 46 dB — ค่า 21 dB คือโหมด Library Quiet ซึ่งเบากว่าเสียงกระซิบในห้องสมุด เทียบได้กับพัดลมเพดานเบอร์ 1 ที่ยืนห่าง 3 เมตร ส่วน 46 dB ตอนเปิดโหมด Max เสียงใกล้เคียงพัดลมตั้งพื้นเบอร์ 2 เสียงฟู่ ๆ ไม่ใช่เสียงหึ่ง ๆ แบบมอเตอร์เก่า
แผ่นกรอง HAPA 2-in-1 — เป็นการรวมแผ่นกรอง HEPA กับแผ่นดับกลิ่นไว้แผ่นเดียว เคลมดักฝุ่นอนุภาคเล็ก 0.1 ไมครอนได้ 99% แปลว่าครอบคลุมทั้ง PM 2.5 และ PM 10 ข้อดีคือเปลี่ยนแผ่นเดียวจบ ข้อเสียคือพอกลิ่นเริ่มหมดประสิทธิภาพ ต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น แยกไม่ได้
ขนาดตัวเครื่อง 235 x 372 x 235 มม. น้ำหนัก 3.8 กก. — ขนาดเทียบเท่ากล่องกระดาษ A4 ซ้อนกัน 3 กล่อง ยกแบบมือเดียวได้สบาย วางข้างโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนก็ไม่เกะกะ ช่องดูดอากาศอยู่รอบตัวทั้ง 4 ด้าน ไม่ต้องเว้นระยะห่างจากผนังเยอะ
Sensor บนรุ่น FP-S40B-W/T — ตรวจจับกลิ่นอย่างเดียว ไม่มีเซนเซอร์ PM 2.5 ไม่มีเซนเซอร์อุณหภูมิ-ความชื้น ส่วนรุ่น FP-S42B-L จะมีครบกว่า คือ PM 2.5 + กลิ่น + อุณหภูมิ + ความชื้น ข้อนี้คือจุดที่ต้องตัดสินใจก่อนซื้อว่าจะเอารุ่นไหน
ดีไซน์ SHARP FP-S40B กับความรู้สึกตอนเห็นจริง
ตอนแกะกล่องออกมา ผิวพลาสติกด้านไม่เงา กดนิ้วไปไม่ทิ้งรอย ไม่มัน ๆ เหมือนเครื่องฟอกจีนที่เคยเจอที่ออฟฟิศ ผมว่ารุ่นสี W (ขาว) ดูเข้าห้องนอนง่ายที่สุด วางข้างเตียงไม้โอ๊คสีอ่อนแล้วกลืนไปเลย ถ้าชอบโทนเข้มหน่อยก็เลือก FP-S40B-T สีชาร์โคลเข้ม ๆ เหมือนตัวลำโพงบลูทูธ
แผงควบคุมด้านบนเป็นปุ่มสัมผัสกดติ๊ก ๆ มีไฟ LED สีฟ้าอมขาวแสดงโหมด ตอนปิดไฟห้อง ไฟเครื่องไม่แยงตา อ่านโหมดได้จากเตียงระยะ 2 เมตร ส่วนช่องดูดอากาศรอบตัวเครื่อง เป็นร่องเล็ก ๆ แนวตั้ง มองไกล ๆ เหมือนลำโพง passive speaker ไม่ใช่เหมือนพัดลมอุตสาหกรรม
ที่ผมแปลกใจคือตัวเครื่องไม่มีล้อ ต้องยกย้ายเอง ไม่เกินมือ 1 ข้างเพราะแค่ 3.8 กก. แต่เสียดายอยู่…ถ้าเพิ่มล้อเล็ก ๆ ด้านล่างมาอีกนิดคงสะดวกกว่านี้ตอนดูดฝุ่นห้อง
First Impression ของ SHARP FP-S40B
กล่องที่ส่งมาขนาดประมาณตู้ไมโครเวฟเล็ก ๆ หนักรวมของประมาณ 5 กก. ข้างในมีตัวเครื่อง แผ่นกรอง HAPA 2-in-1 ห่อด้วยพลาสติกสีฟ้า คู่มือภาษาไทย 1 เล่ม สายไฟติดตัวเครื่อง ไม่มีสาย USB ไม่มีรีโมต
ส่วน Setup ผมใช้เวลา 7 นาที ถึงจะเปิดใช้งานครั้งแรกได้ ขั้นตอนคือ (1) เอาฝาหลังออก ดึงแผ่นกรองออกมาแกะพลาสติก (2) ใส่กลับเข้าที่เดิม ปิดฝา (3) เสียบปลั๊ก กดปุ่ม Power ค้าง 2 วินาที วันแรกผมกดแตะเฉย ๆ เครื่องไม่ติด ตกใจว่าได้ของเสียมาหรือเปล่า นั่งอ่านคู่มือ 5 นาที ถึงรู้ว่าต้องกดค้าง 2 วิ ไม่ใช่แตะแล้วปล่อย
เปิดครั้งแรก เสียงเครื่องค่อย ๆ ไล่จาก 21 dB ขึ้นมาที่ Auto เสียงแผ่ว ๆ เหมือนน้ำไหลจากฝักบัวเบา ๆ ไม่ใช่เสียงมอเตอร์ ไฟ LED โชว์สีเขียวอมฟ้าหมายถึงอากาศสะอาดระดับดี กลิ่นพลาสติกรถใหม่จาง ๆ ลอยออกมาช่วง 2 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นหายไป ไม่รบกวน
การใช้รอบแรก ผมเปิดโหมด Auto ทิ้งไว้ตอนทำอาหารเย็น ผัดกะเพราไฟแรง ๆ กลิ่นน้ำมันกระจายเข้าห้องข้าง ๆ ปรากฏว่า Sensor กลิ่นจับได้ ไฟ LED เปลี่ยนจากเขียวเป็นส้มเองอัตโนมัติ ความแรงพัดลมสูงขึ้น ผมยืนดูด้วยความงงว่า โอ้ มันจับได้จริงนะ ประมาณ 15 นาทีหลังทำอาหารเสร็จ ไฟกลับไปเขียว
การใช้งานจริงของ SHARP FP-S40B
Routine ของผมหลังใช้งานไป 3 สัปดาห์ คือเปิด Auto ทิ้งไว้ทั้งวันที่ห้องนอนเด็ก ช่วงเด็กนอนกลางวันเปิดโหมด Library Quiet ที่ 21 dB กลางคืนหลังอาบน้ำเด็กเสร็จก็สลับเป็น Auto อีกครั้ง ใช้ไฟเดือนแรกเช็คบิลแล้วเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50 บาท ถือว่าไม่หนัก
Micro-moment ที่ 1: เช้าวันเสาร์แรกที่เปิดเครื่อง เด็กคนเล็กไอแห้ง ๆ เบาลงเหลือ 2-3 ครั้ง จากเดิมที่ไอจนตื่นทั้งคืน ภรรยาหันมาถามว่า “เฮ้ย นี่เพราะเครื่องฟอกจริงหรือเปล่า” ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นเพราะเครื่องหรือเพราะเด็กหายเองพอดี แต่หลังเปิดเครื่องสม่ำเสมอ 2 สัปดาห์ อาการไม่กลับมาอีก
Micro-moment ที่ 2: คืนหนึ่งผมลืมปิดแอร์ แต่แง้มประตูห้องไว้เพื่อเดินเข้าห้องน้ำ ฝุ่นข้างนอกเข้ามา Sensor กลิ่นจับได้ ไฟเปลี่ยนจากเขียวเป็นส้มภายใน 30 วินาที เสียงเร่งขึ้นนิดเดียว ผมเดินกลับเข้าห้องเจอไฟส้มครั้งแรกก็ตกใจ คิดว่าเครื่องเสีย จนอ่านคู่มืออีกรอบถึงรู้ว่าไฟส้ม = กลิ่นในอากาศมาก
Micro-moment ที่ 3: ช่วงเข้าฤดูฝุ่น PM 2.5 ต้นมีนาคม ผมเอาเครื่องไปวางห้องนั่งเล่นที่ใหญ่กว่า 30 ตร.ม. เปิดโหมด Max ตลอดวัน 46 dB ได้ยินเสียงฟู่ชัดมาก แต่พอเดินเข้าห้องกลับเข้ามาจากข้างนอก รู้สึกความแตกต่างของอากาศชัดเจน คอไม่แสบเหมือนเดิม
Decision Moment — ตอนเลือก ผมลังเลระหว่างรุ่น FP-S42B-L ที่มี AIoT คุมผ่าน SHARP AIR APP ได้ กับตัว FP-S40B-W ธรรมดา สุดท้ายผมเลือก FP-S40B-W เพราะในบ้านมี Wi-Fi 2.4 GHz ตัวเดียว ต้องแชร์กับเด็กเรียนออนไลน์ ผมไม่อยากเพิ่มอุปกรณ์บน network อีก ส่วน sensor PM 2.5 บนรุ่น S42B-L ก็น่าสนใจ แต่ถ้าอยากวัดจริงจัง ซื้อเครื่องวัด PM 2.5 แยกมาใช้แทน 400-500 บาท ก็แม่นกว่า
ข้อสังเกตหนึ่งที่ผู้ใช้หลายคนที่อ่านในกลุ่มเจอตรงกัน คือ Sensor กลิ่นค่อนข้างไว บางทีจุดธูป-ทาร์มกลิ่นในห้องข้าง ๆ เครื่องก็เปลี่ยนเป็นโหมดแรงเอง วิธีแก้คือกดสลับไป Manual ตั้งความเร็วเองชั่วคราว เสร็จงานค่อยกลับไป Auto
ข้อดีของ SHARP FP-S40B ที่ผมชอบจริง
- Library Quiet 21 dB — เงียบจริงนอนได้ คือผมไม่ใช่คนนอนไวง่าย มีเสียงนิดเดียวตื่น ตอนเปิดโหมดนี้ค้างข้ามคืน ผมเทียบกับพัดลมเพดาน Hatari เบอร์ 1 ยังเสียงเบากว่านิดหน่อย แปลว่าวางในห้องนอนผู้ใหญ่ก็ไม่รบกวน
- HAPA 2-in-1 กรองฝุ่น-กลิ่นพร้อมกัน จุดนี้คือเปลี่ยนแผ่นเดียวจบ ไม่ต้องซื้อ carbon filter แยก ต้นทุนดูแลยาวเดือน ๆ ต่ำกว่ารุ่นที่มี 2 แผ่นแยก ผมไม่ชอบการแยกแผ่นหลายอัน เพราะลืมว่าต้องเปลี่ยนอันไหนก่อน
- Plasmacluster 7000 ลดกลิ่นอับในห้อง เรื่องนี้ผมพิสูจน์กับตัวเองว่าจริง ผ้าม่านเก่าในห้องนอนที่มีกลิ่นฝุ่นติด ๆ ช่วง 10 วันแรกเปิดเครื่องทุกคืน กลิ่นจาง ส่วนผ้าปูที่ดองยังไม่ได้ซัก พอเปิดทิ้งไว้ใกล้ ๆ กลิ่นเหม็นอับลดลงชัด
- ฟอร์มแฟคเตอร์กะทัดรัด 3.8 กก. ยกย้ายห้องได้ง่าย ผมยกจากห้องเด็กไปห้องนั่งเล่นแล้วกลับมาคืนใช้มือเดียว ไม่ต้องไหวพริบ ไม่ต้องเว้นระยะห่างจากผนังเยอะเพราะดูดอากาศรอบตัว
- Sensor กลิ่นตอบสนองไว ในครัวเปิดพริกโขลกกะเพรา 30 วินาที ไฟเปลี่ยนเป็นส้ม เครื่องเร่งแรงเองก่อนที่กลิ่นจะลามออกจากครัว จุดนี้ดีตรงที่ไม่ต้องคอยกดเปลี่ยนโหมดเอง
ข้อสังเกตกับสิ่งที่ SHARP FP-S40B ไม่มี
- ไม่มีเซนเซอร์ PM 2.5 บนรุ่น W/T แปลว่าอ่านค่าฝุ่นเรียลไทม์บนตัวเครื่องไม่ได้ ถ้าอยากรู้ค่า ต้องไปดูรุ่น FP-S42B-L ที่มี Sensor ครบ 4 ตัว หรือซื้อเครื่องวัด PM 2.5 แยก ผมยอมรับว่านี่เป็น trade-off ที่น่าเสียดายที่สุดของรุ่น entry นี้
- ไม่มี AIoT ไม่รองรับ SHARP AIR APP เฉพาะรุ่น FP-S42B-L เท่านั้นที่คุมผ่านมือถือได้ รุ่น S40B-W/T ต้องเปิด-ปิดด้วยปุ่มบนตัวเครื่องเท่านั้น ถ้าใครวางเครื่องไว้ห้องกว้างแล้วอยากสั่งจากโซฟา…ไม่ตอบโจทย์
- ไม่มีรีโมตคอนโทรล ไม่ว่ารุ่นไหน ไม่มีรีโมตแบบเครื่องปรับอากาศแถมมาให้ ต้องเดินไปกดที่ตัวเครื่องอย่างเดียว ข้อนี้เครื่องฟอกราคาใกล้ ๆ บางยี่ห้อแถมมาให้ แต่ Sharp รุ่นนี้ไม่แถม เอาเป็นว่า…ต้องลุกจากโซฟาเองครับ
SHARP FP-S40B เหมาะกับใคร (และไม่เหมาะกับใคร)
ถ้าคุณเป็นคู่คอนโด 1-2 คน อยู่ห้อง 25-35 ตร.ม. ติดถนนใหญ่ — เหมาะครับ เพราะพื้นที่ครอบคลุม 30 ตร.ม. พอดี เสียงเบาระดับ 21 dB เปิดข้ามคืนได้ HAPA 2-in-1 จัดการฝุ่นจากถนนที่เข้ามาผ่านประตูได้ทัน ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดวาง เพราะกะทัดรัดวางข้างตู้เสื้อผ้าได้
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มีเด็กเล็กอายุ 2-6 ขวบ ที่แพ้ไรฝุ่นหรือเกสรตามฤดู — เหมาะครับ โดยเฉพาะถ้างบไม่ถึงรุ่นท็อป HAPA 2-in-1 ดักฝุ่น 0.1 ไมครอน 99% และ Plasmacluster 7000 ช่วยลดเชื้อในอากาศ สิ่งที่เด็กแพ้ไรฝุ่นต้องการที่สุดคือการหมุนเวียนอากาศคงที่ ซึ่งโหมด Auto รุ่นนี้ทำได้
ถ้าคุณเป็นสาย Smart Home ใช้ Google Home / Alexa หรืออยากเห็น PM 2.5 แบบ real-time —


