ตู้เย็นเก่าที่บ้านเริ่มมีเสียงครางเหมือนแมวขู่ตอนตีสาม ผมทนมาเกือบปี สุดท้ายเมียบอกว่า “พอเถอะ เปลี่ยนเถอะ” ผมเลยไปเดินดูหลายร้าน หลายแบรนด์ จนมาจบที่ Samsung RT35CG5644S9ST ตัวนี้
ใช้มาจะครบเดือนแล้ว เล่าให้ฟังตรงๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง มีทั้งที่ชอบ ทั้งที่งงๆ นิดหน่อย
ตู้เย็น Samsung รุ่น RT35CG5644S9ST
สเปกแบบคร่าวๆ ก่อน
รุ่นนี้เป็นตู้เย็น 2 ประตูแบบ Top Freezer ช่องแช่แข็งอยู่ข้างบนตามสไตล์คลาสสิก ความจุ 12.3 คิว หรือ 348 ลิตร ซึ่งผมว่ากำลังดีสำหรับบ้าน 3-4 คน ไม่ใหญ่เกินไปจนกินไฟ ไม่เล็กจนยัดของไม่ลง
จุดขายหลักที่ Samsung โม้มาคือ SpaceMax™ ฟังดูเหมือนชื่อฟีเจอร์รถสปอร์ต แต่แปลเป็นภาษาคนคือเขาทำผนังตู้ให้บางลงโดยที่ยังเก็บความเย็นได้ดีเท่าเดิม ผลคือตู้ขนาดเท่าเดิมแต่ด้านในใส่ของได้เยอะขึ้น
ระบบเป็น Digital Inverter ตัวที่ Samsung ใช้มานาน ข้อดีคือประหยัดไฟกว่าคอมเพรสเซอร์แบบเก่า แล้วก็เสียงเงียบกว่าเยอะ สีที่ผมได้มาเป็น Refined Inox เทาเงินด้านๆ ไม่เงาวับจนเป็นรอยนิ้วมือง่าย อันนี้ผมชอบ
ดีไซน์กับหน้าตา
เอาจริงนะ ตอนเห็นในเว็บผมนึกว่าจะดูบ้านๆ เพราะเป็นทรง Top Freezer แบบดั้งเดิม แต่พอของมาถึงจริง…เปลี่ยนใจเลย มันดูสะอาดตาแบบญี่ปุ่นๆ ประตูเรียบ ไม่มีลายยึกยือ มือจับเป็นแบบฝังเข้าไปในตัวประตู ดูโมเดิร์นกว่าที่คิดเยอะ
ขนาดเครื่องประมาณ 60 ซม. กว้าง สูงราวๆ 171 ซม. ผมวางไว้มุมครัวติดกับเคาน์เตอร์ เหลือช่องห่างผนังประมาณฝ่ามือนึงตามที่คู่มือบอก
ประสบการณ์ใช้งานจริง
เรื่องที่ผมประทับใจสุดคือความเงียบ ตู้เก่าผมเสียงดังจนนอนไม่หลับถ้าห้องนอนอยู่ใกล้ครัว ตัวนี้ตอนแรกผมนึกว่าเสีย เพราะเอาหูไปแนบยังแทบไม่ได้ยินอะไรเลย ต้องเดินไปดูไฟข้างในว่าติดมั้ย
ช่องแช่แข็งด้านบนเย็นเร็วมาก ผมเอาน้ำเปล่าขวดเล็กใส่ไป ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เป็นน้ำแข็งแล้ว ส่วนด้านล่างผมตั้งที่ระดับ 4 จาก 7 ผักชีที่ซื้อจากตลาดวันอาทิตย์ มาถึงวันศุกร์ยังสดอยู่ ไม่เละเหมือนตู้เก่า
ชั้นวางเป็นกระจกนิรภัย รับน้ำหนักได้ดี ผมเคยวางหม้อแกงทั้งหม้อลงไปตอนเย็นนึง ไม่มีปัญหาอะไร ช่องใส่ขวดที่ประตูก็ลึกพอใส่ขวดน้ำอัดลม 1.5 ลิตรได้สบาย
แต่…ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องให้บ่นนะ ถาดทำน้ำแข็งเป็นแบบบิดเอา ไม่มีระบบอัตโนมัติ อันนี้ผมเข้าใจนะว่ารุ่นนี้ไม่ได้วางตลาดเป็นรุ่นท็อป แต่แฟนผมบ่นทุกครั้งที่ต้องบิดถาด เพราะมือเล็ก บิดไม่ออก สุดท้ายกลายเป็นหน้าที่ผม
อีกเรื่องคือไฟ LED ด้านในสว่างดีแหละ แต่ตำแหน่งอยู่ด้านบนอย่างเดียว ของที่วางชั้นล่างสุดเวลาหาอะไรตอนกลางคืนต้องก้มมองนิดนึง
ข้อดี
- เงียบมากจนผมต้องเช็คว่าเครื่องทำงานอยู่มั้ย คอมเพรสเซอร์ Digital Inverter ทำหน้าที่ได้ดีจริง
- ด้านในกว้างกว่าที่คิด SpaceMax™ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา ผมยัดของได้เยอะกว่าตู้เก่าที่ความจุใกล้กัน
- ประตูปิดแน่น มีแรงดูดกลับเบาๆ ลูกผมชอบเปิดแล้วไม่ปิด ตัวนี้มันเด้งปิดเองถ้าเปิดค้างไม่เกินครึ่งบาน
- สี Refined Inox ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ผมเช็ดแค่อาทิตย์ละครั้งก็ยังดูสะอาด
ข้อสังเกตหรือข้อควรระวัง
- ถาดน้ำแข็งเป็นแบบบิดเอง ไม่มี ice maker อันนี้ถ้าบ้านใครใช้น้ำแข็งเยอะ อาจจะรำคาญ
- ไฟ LED อยู่ด้านบนจุดเดียว ชั้นล่างๆ มืดกว่านิดหน่อยตอนหาของกลางคืน
- เป็นสินค้าพรีออเดอร์ รอประมาณ 13 วันกว่าจะส่ง ใครรีบซื้อเพราะตู้พังกะทันหันอาจจะไม่ทันใจ
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
ผมยังไม่ชัวร์ 100% ว่ามันจะทนไปอีกกี่ปี เพราะเพิ่งใช้มาเดือนเดียว แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลาได้ ผมจะซื้อตัวนี้ซ้ำมั้ย…ซื้อ ถ้าเป็นผม บ้านมีคน 3-4 คน ครัวไม่ใหญ่มาก อยากได้ตู้เย็นที่เงียบๆ ใส่ของได้เยอะ ไม่ต้องการฟีเจอร์หวือหวา ผมเลือกตัวนี้เลย ไม่ต้องคิด แต่ถ้าใครเป็นสายทำเครื่องดื่มที่บ้านบ่อยๆ ชอบใช้น้ำแข็งเยอะ หรืออยากได้ตู้เย็นที่มีหน้าจอสัมผัสเท่ๆ ผมว่าไปดูรุ่นที่สูงกว่านี้น่าจะดีกว่า อันนี้ไม่รู้สิ…แล้วแต่คนเลย ลองกดไปดูสเปกเต็มๆ แล้วเช็คโปรปัจจุบันกันเองดีกว่า

