Home รีวิว Philips AC1715/21 เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับทุกบ้าน

รีวิว Philips AC1715/21 เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับทุกบ้าน

by admin
A+A-
Reset

ในยุคที่มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นความจำเป็นมากขึ้น วันนี้เราจะมาใกล้ชิดกับ Philips AC1715/21 เครื่องฟอกอากาศจากซีรีส์ 1000i ที่อ้างว่าสามารถฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ในเวลาไม่เกิน 10 นาที และขจัดไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.9% การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพิจารณาทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ราคา และความเหมาะสมกับขนาดห้อง Philips AC1715/21 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มเครื่องฟอกอากาศระดับกลาง ด้วยเทคโนโลยี VitaShield และระบบ AeraSense ที่อ้างว่าสามารถสแกนอากาศได้ 1,000 ครั้งต่อวินาที แต่ความจริงแล้วเครื่องรุ่นนี้คุ้มค่าการลงทุนมากแค่ไหน มาดูรายละเอียดกันครับ

สเปกหลัก Philips AC1715/21

ก่อนที่จะลงลึกถึงประสิทธิภาพการทำงาน เรามาทำความรู้จักกับสเปกของ Philips AC1715/21 กันก่อน เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดกลางถึงใหญ่ คือ25-78 ตารางเมตร ด้วยอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) สูงถึง300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าสามารถฟอกอากาศในห้อง 20 ตารางเมตรได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที

ระบบกรองอากาศใช้เทคโนโลยีVitaShield แบบ 3 ชั้น ประกอบด้วยไส้กรอง Pre-filter, NanoProtect HEPA และ Active Carbon Filter ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กถึง0.003 ไมครอน ได้ประสิทธิภาพ 99.97% ซึ่งเล็กกว่าไวรัสโคโรน่าที่เล็กที่สุดที่เคยพบอีกด้วย

ด้านการใช้พลังงาน Philips AC1715/21 ออกแบบให้ประหยัดไฟ โดยใช้ไฟฟ้าสูงสุดเพียง27 วัตต์ เทียบเท่ากับหลอดไฟ LED ทั่วไป ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่27.3 x 48.6 x 27.3 เซนติเมตร น้ำหนัก4.1 กิโลกรัม ถือว่าขนาดกะทัดรัดและเคลื่อนย้ายได้ง่าย

ราคา Philips AC1715/21 ในตลาดไทย

เมื่อพูดถึงการลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศ ราคาของ Philips AC1715/21 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคต้องพิจารณา ปัจจุบันในตลาดไทย เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้มีราคาอยู่ในช่วง8,990-9,990 บาท ขึ้นอยู่กับร้านค้าและโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน ราคาของ Philips AC1715/21 อยู่ในระดับกลางของตลาด ไม่แพงเกินไปเมื่อพิจารณาจากแบรนด์ระดับโลกและเทคโนโลยีที่นำเสนอ อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรองด้วย ซึ่งแนะนำให้เปลี่ยนทุก 12 เดือน ในราคาประมาณ4,495 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศในงบประมาณระดับกลาง และต้องการความมั่นใจในคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ราคาของ Philips AC1715/21 นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อมีโปรโมชั่นลดราคาในช่วงต่างๆ

จุดเด่นที่โดดเด่น

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Philips AC1715/21 คือระบบAeraSense Sensor ที่สามารถสแกนคุณภาพอากาศได้ 1,000 ครั้งต่อวินาที ทำให้เครื่องสามารถปรับความเร็วการทำงานได้อัตโนมัติตามสภาพอากาศจริง ผู้ใช้จะเห็นค่า PM2.5 และระดับสารก่อภูมิแพ้แสดงผลเป็นตัวเลขบนหน้าจอ พร้อมวงแสงสีที่เปลี่ยนไปตามคุณภาพอากาศ

การเชื่อมต่อผ่านแอป Air+ เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Philips AC1715/21 แตกต่างจากคู่แข่ง ผู้ใช้สามารถควบคุมเครื่องจากระยะไกล ตรวจสอบคุณภาพอากาศทั้งในและนอกอาคาร รวมถึงตั้งค่าการทำงานล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังรองรับการควบคุมด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Home อีกด้วย

ด้านประสิทธิภาพการกรอง เทคโนโลยี VitaShield ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้สามารถขจัดไวรัส แบคทีเรีย ละอองเกสร ฝุ่น PM2.5 รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการทดสอบจากองค์กร Airmid Health-Group แสดงให้เห็นว่าสามารถขจัดไวรัสและฝุ่นละอองได้ถึง 99.9%

โหมดการทำงานกลางคืน (Sleep Mode) เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้หลายคนชื่นชอบ เมื่อเปิดโหมดนี้ เครื่องจะทำงานแบบเงียบสงบที่ระดับเสียง 18 เดซิเบล พร้อมหรี่แสงไฟหน้าจอเพื่อไม่รบกวนการนอนหลับ

จุดด้อยที่ควรระวัง

แม้ว่า Philips AC1715/21 จะมีจุดเด่นหลายประการ แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ผู้ซื้อควรทราบก่อนตัดสินใจ ประการแรกคือราคาไส้กรองทดแทนที่ค่อนข้างสูง โดยต้องเปลี่ยนทุก 12 เดือนในราคาประมาณ 4,495 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องคำนึงถึง

ระดับเสียงในโหมดเทอร์โบ อาจรบกวนสำหรับบางคน เมื่อเครื่องทำงานด้วยความเร็วสูงสุด จะมีเสียงประมาณ 50-55 เดซิเบล ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในเวลากลางคืนหรือในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความเงียบ

จากการทดสอบของสื่อต่างประเทศ พบว่า ประสิทธิภาพการลด PM2.5 ของ Philips AC1715/21 แม้จะดี แต่ยังไม่เทียบเท่ากับเครื่องรุ่นที่แพงกว่าในตระกูลเดียวกัน หรือแม้แต่คู่แข่งบางรุ่นที่ราคาใกล้เคียงกัน เช่น Coway Airmega 150

ขนาดพื้นที่ครอบคลุมที่ระบุว่า 78 ตารางเมตร อาจเป็นค่าสูงสุดในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ในการใช้งานจริง หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้ใช้ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตร

การใช้งานในชีวิตประจำวัน

จากประสบการณ์การใช้งาน Philips AC1715/21 ในชีวิตประจำวัน เครื่องรุ่นนี้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศได้ดี เมื่อมีการทำอาหาร จุดธูป หรือเปิดหน้าต่าง เซนเซอร์จะจับการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีและปรับระดับการทำงานโดยอัตโนมัติ

การบำรุงรักษาทำได้ง่าย เพียงถอดแผงหลังออกมาทำความสะอาดไส้กรองด้วยเครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงนิ่มเป็นประจำ การเปลี่ยนไส้กรองก็ไม่ซับซ้อน เพียงดึงออกมาแล้วใส่อันใหม่เข้าไป

การควบคุมผ่านแอป Air+ ใช้งานได้สะดวก สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด ตรวจสอบคุณภาพอากาศ และรับการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรองได้ แอปยังแสดงข้อมูลคุณภาพอากาศนอกอาคารในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

ในโหมดอัตโนมัติ Philips AC1715/21 จะปรับความเร็วพัดลมตามคุณภาพอากาศที่ตรวจพบ ทำให้ประหยัดพลังงานและลดเสียงรบกวน โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่อากาศสะอาดขึ้น เครื่องจะลดความเร็วลงเอง

เหมาะสำหรับใคร

Philips AC1715/21 เหมาะสำหรับครอบครัวที่อาศัยในเขตเมืองหรือพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะบ้านที่มีห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนขนาดกลาง ประมาณ 30-50 ตารางเมตร ที่ต้องการประสิทธิภาพการกรองที่ดีและการควบคุมที่ทันสมัย

ผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ โดยเฉพาะการแพ้ฝุ่น ละอองเกสร หรือขนสัตว์ จะได้รับประโยชน์จากเครื่องรุ่นนี้มาก เนื่องจากระบบกรอง HEPA สามารถดักจับสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงผลค่า PM2.5 แบบเรียลไทม์ยังช่วยให้ผู้ใช้ติดตามคุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่อง

คนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยี จะชื่นชอบฟีเจอร์การเชื่อมต่อ WiFi และการควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน รวมถึงการทำงานร่วมกับ Smart Home Assistant ต่างๆ การตั้งค่าผ่านแอปทำได้ง่ายและมีตัวเลือกหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีงบประมาณจำกัดหรือต้องการใช้ในห้องขนาดเล็ก อาจพิจารณาเครื่องรุ่นอื่นที่ราคาถูกกว่า หรือหากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดและไม่คำนึงถึงราคา ก็อาจมองหาเครื่องในรุ่นที่สูงกว่านี้

ผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก จะได้ประโยชน์จากโหมดเงียบและการกรองไวรัส แบคทีเรีย ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กได้ดี

สรุปการประเมิน

Philips AC1715/21 เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณภาพดีในระดับราคากลาง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประสิทธิภาพการกรองที่น่าเชื่อถือ การออกแบบที่เรียบง่ายและฟีเจอร์การเชื่อมต่อ Smart Home ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน

แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องราคาไส้กรองและระดับเสียงในโหมดสูงสุด แต่โดยรวมแล้วยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัวที่ต้องการอากาศสะอาดและการควบคุมที่สะดวก หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศในงบประมาณระดับกลางที่มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ Philips AC1715/21 น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด