บ้านผมคน 5 คน รวมแม่ผมด้วย ผ้าต่อวันเยอะมาก ตะกร้าผ้าเต็มวันเว้นวัน เครื่องเก่าเป็นถังเดียวฝาบนขนาด 10 โล ซักทีต้องแบ่ง 2 รอบ เสียเวลาครึ่งวัน แฟนผมบ่นมาเป็นเดือน สุดท้ายตัดสินใจเปลี่ยน
ตอนแรกผมจะเอาฝาหน้าเลย ดูโมเดิร์นดี แต่แม่ผมไม่เอา บอกว่าก้มหลังไม่ไหว แล้วก็กลัวเรื่องยางขอบประตูขึ้นรา สุดท้ายวนกลับมาที่ 2 ถังแบบโบราณนี่แหละ แล้วก็มาจบที่ LG TT18NAPG ตัวนี้
เครื่องซักผ้า LG รุ่น TT18NAPG.DBMPETH
สเปกแบบคร่าวๆ ก่อน
เป็นเครื่องซักผ้า 2 ถังแยก ถังซัก 18 กิโล ถังปั่น 10 กิโล ฝาบนทั้งคู่ ฝาใสมองเห็นข้างในได้ ใช้มอเตอร์แบบ Roller Jet pulsator ตัวใบพัดข้างล่างเป็นร่องลึก LG เคลมว่าซักสะอาดกว่าแบบเรียบ
ผมว่าเลข 18 กิโลต้องอธิบายนิดนึง มันไม่ได้แปลว่ายัดผ้าเข้าไป 18 โลแล้วซักได้สะอาดนะ เอาจริงคือเต็มสุดประมาณ 13-14 โลก็พอแล้ว ยัดเต็มถังมันจะไม่พลิก น้ำไม่ทั่ว แม่ผมบ่นครั้งแรกที่ลองเพราะยัดเยอะไป รอบที่สองผมบอกว่าอย่าเกินครึ่งค่อนถัง ก็โอเค
มี Wind Jet Dry คือตอนปั่นหมาดจะมีลมเป่าไล่ความชื้น อันนี้ผมยังไม่ชัวร์ว่าช่วยได้เยอะจริงมั้ย ลองจับผ้าหลังปั่นก็แห้งกว่าเครื่องเก่านิดหน่อย แต่จะบอกว่ามหัศจรรย์ก็เกินไป
ตัวถังเป็นพลาสติกแข็งสีดำด้าน ไม่ใช่เหล็กนะครับ คนที่คิดว่า 2 ถังต้องเหล็กอย่างเดียวลองดูรูปก่อน
ดีไซน์กับหน้าตา
หน้าตาเหมือนเครื่อง 2 ถังทั่วไปแหละ ไม่ได้สวยจนต้องถ่ายลง IG แต่ก็ไม่น่าเกลียด ฝาสีดำใส กดปุ่มแล้วมีไฟติดสีฟ้าเบาๆ ตอนกลางคืนดูดีใช้ได้
ปุ่มหมุน 3 ตัว ซ้ายคุมฝั่งซัก ขวาคุมฝั่งปั่น ตรงกลางมีปุ่มเลือกระดับน้ำ ผมตั้งไว้ที่ระดับ 4 จาก 6 เป็นปกติ ถ้าผ้าหนาเช่นผ้าปูที่นอนค่อยดันขึ้น 5-6
สิ่งที่ผมชอบคือฝามันไม่แน่นเกินไป แม่ผมอายุ 68 เปิดเองได้ ไม่ต้องออกแรงเหมือนบางยี่ห้อที่ซีลแน่นจนเหมือนประตูตู้เย็น
ประสบการณ์ใช้งานจริง
อันแรกที่ผมสังเกต — เสียงตอนปั่นหมาด ดังกว่าที่คิด ไม่ใช่ดังโหวกเหวกนะ แต่มีแรงสั่นส่งขึ้นพื้นกระเบื้อง ถ้าวางติดห้องนอนจะรำคาญ บ้านผมวางห้องครัวหลังบ้าน ห่างจากผนังประมาณคืบนึง ก็พอรับได้ เอาจริงนะ ตอนลองปั่นรอบแรก ผมนึกว่ามันพัง
เรื่องน้ำ — กินน้ำเยอะกว่าเครื่องอัตโนมัติแน่นอน เพราะต้องเติมเองทุกรอบ ซัก-ล้าง-ปั่น แยกขั้นตอน ใครเคยใช้ฝาหน้ามาจะงง เพราะต้องมายืนเฝ้า กดน้ำเข้า ดูน้ำออก ยกผ้าข้ามถัง ผมใช้ไปอาทิตย์แรกก็บ่นอยู่เหมือนกัน อาทิตย์ที่สองเริ่มชิน อาทิตย์ที่สามเริ่มรู้สึกว่ามันเร็วกว่าที่คิด เพราะซักของใหม่ได้ระหว่างที่ถังแรกกำลังปั่น
moment เปลี่ยนใจของผมคือวันที่ฝนตกทั้งวัน ผ้าเด็กเลอะโคลน ผมโยนเข้าไป 5 นาทีได้ผ้าที่ซักแล้วออกมาเลย ถ้าเป็นฝาหน้าป่านนี้รอ 45 นาทียังไม่เสร็จ ความเร็วคือจุดขายจริงๆ ของ 2 ถัง ตรงนี้ผมเพิ่งรู้สึกตอนใช้เอง
ปุ่มตั้งเวลาซักสูงสุด 15 นาที ปั่น 5 นาที ปกติผ้าบ้านๆ ผมตั้ง 8 นาทีพอ ผ้าเหม็นเหงื่อจากยิมค่อยดัน 12 นาที
การระบายน้ำ — สายอยู่ด้านหลัง ต้องมีท่อรองรับ หรือวางใกล้ท่อระบายพื้น อันนี้ก่อนซื้อต้องเช็คตำแหน่งในบ้านก่อน ผมลืมวัดตอนสั่ง พอของมาส่งเกือบต้องลากเครื่องไปอีกมุม
ข้อดี
- ซักเร็ว ถ้าผ้าไม่เยอะมากจบใน 20 นาที เทียบฝาหน้ารอ 45-60 นาที
- ซัก-ปั่น แยกถังทำให้แบ่งผ้าได้ ผ้าสีกับผ้าขาวซักเกือบพร้อมกันได้
- ฝาใสเห็นผ้าด้านใน แม่ผมชอบมาก บอกว่ารู้สึกคุมได้
- ปุ่มใหญ่ ไม่มีเมนูงงๆ แม่ผมใช้เองได้ไม่ต้องสอน
ข้อสังเกตหรือข้อควรระวัง
- เสียงปั่นค่อนข้างดังและสั่น ไม่ควรวางติดห้องนอนหรือพื้นไม้
- ต้องยืนเฝ้า ยกผ้าข้ามถังเอง ไม่ใช่กดแล้วเดินหนีเหมือนอัตโนมัติ
- กินน้ำมากกว่าฝาหน้าชัดเจน บ้านที่ซีเรียสเรื่องค่าน้ำอาจไม่ชอบ
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
ถ้าเป็นผม บ้านคนเยอะ ผ้าต่อวันเยอะ มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านที่ชินกับ 2 ถัง แล้วพื้นที่วางเป็นห้องครัวหลังบ้านหรือพื้นปูน ผมเลือกตัวนี้เลย ไม่ต้องคิดนาน แต่ถ้าใครอยู่คอนโด คนเดียวหรือ 2 คน ชอบกดปุ่มเดียวแล้วเดินหนี กลัวเสียงดัง ผมว่าไปดูฝาหน้า inverter ดีกว่า อย่าฝืน
อันสุดท้ายที่อยากบอก — 2 ถังไม่ใช่ของตกยุคนะครับ มันแค่เหมาะกับคนละแบบ คนบ้านผมใช้แล้วชอบกว่าฝาหน้าเครื่องเก่าด้วยซ้ำ เพราะมันเร็ว ใครสนใจไปกดดูสต็อกกับโปรล่าสุดเองดีกว่า เพราะรุ่นนี้ขยับบ่อย


