Home รีวิว Hisense ERT320S ตู้เย็น 2 ประตู 11.5 คิว ใช้จริง 4 อาทิตย์ บอกหมดเปลือก

รีวิว Hisense ERT320S ตู้เย็น 2 ประตู 11.5 คิว ใช้จริง 4 อาทิตย์ บอกหมดเปลือก

by admin
A+A-
Reset

ตู้เย็นใบเก่าที่บ้านผมพังแบบงงๆ เมื่อเดือนก่อน อยู่ดีๆ ช่องฟรีซก็ไม่เย็น น้ำแข็งละลายเป็นแอ่งในช่องผัก เปิดมาเจอตอนเช้า หัวร้อนเลยครับ ใช้มา 8 ปีแล้ว ก็ไม่แปลกหรอก แต่มันพังตอนที่ไม่พร้อมไง

ไล่หาตู้ใหม่อยู่ 3-4 วัน สุดท้ายมาจบที่ Hisense ERT320S ตัวนี้ ตอนแรกลังเลอยู่นะ เพราะแต่ก่อนผมใช้แต่ยี่ห้อญี่ปุ่นมาตลอด พอเห็นแบรนด์จีนก็แอบกังวล แต่พอเข้าไปอ่านที่คนใช้รีวิวในกลุ่มก็เริ่มเปลี่ยนใจ เอาวะ ลองดู ตอนนี้ใช้มาเข้าอาทิตย์ที่ 3 แล้ว เล่าให้ฟังตามที่เจอจริงๆ ละกัน

ตู้เย็น Hisense รุ่น ERT320S


ตู้เย็น Hisense รุ่น ERT320S 11.5 คิว 326 ลิตร 2 ประตู





สเปกแบบคร่าวๆ ก่อน

ตัวนี้เป็นตู้เย็น 2 ประตู ความจุ 11.5 คิว หรือ 326 ลิตร ช่องฟรีซอยู่ข้างบน ช่องเย็นธรรมดาอยู่ข้างล่าง ระบบ No Frost ไม่ต้องละลายน้ำแข็งเอง เป็นระบบ Inverter ประหยัดไฟเบอร์ 5

พูดภาษาคนคือ 326 ลิตรเนี่ย ถ้าเป็นบ้าน 3-4 คน ของใส่สบายมาก ผมลองยัดน้ำเปล่าขวด 1.5 ลิตรไปช่องประตู 6 ขวด ยังมีที่เหลือใส่ไข่กับซอสอีกเพียบ ช่องผักข้างล่างผมใส่ผักถุงใหญ่จากตลาดได้ 2 ถุงสบายๆ

ผมว่าสเปกที่เขียนในหน้าขายมันดูง่ายเข้าใจดี ไม่อวย ไม่โอเว่อร์ บอกตรงๆ ว่ากินไฟกี่วัตต์ เสียงกี่เดซิเบล ไม่ต้องมานั่งเดา

ดีไซน์กับหน้าตา

หน้าตาธรรมดาครับ ไม่ได้หวือหวา สีเงินด้าน ผิวเรียบ ไม่ใช่แบบกระจก ข้อดีคือรอยนิ้วมือไม่ค่อยติด แม่บ้านผมชอบตรงนี้ เพราะตู้ใบเก่าเป็นแบบเงาๆ เช็ดทีเห็นรอยทุกที

มือจับเป็นแบบเว้าเข้าไปในบาน ไม่ได้ยื่นออกมา ทำให้ตู้ดูบางลง วางชิดผนังได้พอดี ผมวัดที่วางประมาณ 62 ซม. ตู้ตัวนี้ลงพอดีเป๊ะ เหลือข้างละ 2-3 เซ็น

แต่มีจุดที่ผมไม่ค่อยชอบ คือสติ๊กเกอร์ที่แปะหน้าตู้ตอนแกะกล่อง ลอกยากมาก ต้องใช้ไดร์เป่าผมเป่าๆ แล้วค่อยๆ ลอก ไม่งั้นจะเหลือคราบเหนียว งงตรงนี้แหละ ยุคนี้แล้วทำไมยังใช้กาวแบบนี้อยู่

ประสบการณ์ใช้งานจริง

อย่างแรกที่ผมสังเกตคือ เสียง เอาจริงนะ ตอนแรกผมนึกว่าตู้เย็นราคานี้เสียงคอมเพรสเซอร์น่าจะดัง พอเปิดใช้จริง…เงียบกว่าที่คิด ตอนดึกๆ นอนห้องข้างๆ ครัว เกือบไม่ได้ยินเลย จะได้ยินตอนมันรอบดึงของใหม่ๆ แบบ “อืม…” เบาๆ แล้วก็เงียบ

ช่องฟรีซข้างบน ผมใส่เนื้อหมูชุดใหญ่จากตลาดเข้าไป แข็งภายใน 3-4 ชั่วโมง ไม่ถึงกับเร็วจี๊ด แต่ก็ไม่ช้า เท่าที่ผมสังเกตคือน้ำแข็งที่ทำในถาด รอประมาณ 5-6 ชั่วโมงกำลังดี

ปุ่มปรับอุณหภูมิอยู่ข้างในช่องเย็น เป็นแบบหมุน มีระดับ 1-7 ผมตั้งไว้ที่ระดับ 4 มาตลอด ผักสดอยู่ได้ 5-6 วันสบายๆ นมที่เปิดแล้วก็ไม่เสียเร็ว แต่อันนี้ผมยังไม่ชัวร์ 100% ว่าหน้าร้อนจัดๆ จะต้องเร่งเป็น 5 หรือเปล่า ต้องรอพฤษภาดูอีกที

เรื่องที่ผมเซอร์ไพรส์คือช่องผักข้างล่าง มันเย็นแต่ไม่แห้ง ผักคะน้าที่แม่ซื้อมาวันจันทร์ ผมไปเปิดวันศุกร์ ใบยังเขียวอยู่ ไม่เหี่ยว ตู้ใบเก่าของผม 2 วันก็เริ่มเหลืองแล้ว

แม่ผมกดเองได้ ไม่ต้องสอน ปุ่มหมุนปกติ ไม่มีทัชสกรีนให้งง อันนี้สำคัญมากสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ

แต่มีเรื่องหนึ่งที่หงุดหงิดจริงๆ คือ ยางขอบประตูช่วงแรกๆ ปิดแล้วไม่แนบสนิทเท่าที่ควร ต้องดันอีกทีให้แน่น พอใช้ไปอาทิตย์นึงถึงเริ่มปิดลื่น ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะของผมหรือเป็นทุกตัว

ข้อดี

  • เสียงเงียบกว่าที่คิดเยอะ ตอนดึกแทบไม่รบกวน
  • ช่องผักเย็นแต่ไม่แห้ง ผักอยู่ได้นานกว่าตู้ใบเก่าของผมชัดเจน
  • ปุ่มหมุนธรรมดา คนแก่ใช้เองได้ ไม่ต้องมานั่งสอน
  • ผิวด้านไม่เห็นรอยนิ้วมือ เช็ดง่าย

ข้อสังเกตหรือข้อควรระวัง

  • สติ๊กเกอร์หน้าตู้ตอนแกะกล่องลอกยากมาก เตรียมไดร์เป่าผมไว้
  • ยางขอบประตูช่วงอาทิตย์แรกปิดไม่ค่อยแนบ ต้องดันเพิ่ม
  • ช่องฟรีซข้างบน คนตัวเตี้ยอาจหยิบของด้านในสุดลำบากนิดนึง





สรุปแบบไม่อ้อมค้อม

ใช้มา 3 อาทิตย์ ส่วนตัวผมบอกว่าโอเคกว่าที่คิดไว้ตอนกดซื้อเยอะ ความกังวลเรื่องแบรนด์จีนที่ผมเคยมี มันหายไปเกือบหมดหลังอาทิตย์แรก เหลือแค่คำถามในใจว่าปีที่ 3 ปีที่ 5 จะยังเป็นแบบนี้ไหม อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ ต้องรอเวลา

ถ้าเป็นผม บ้านมี 3-4 คน ครัวไม่ใหญ่มาก อยากได้ตู้เย็นที่เงียบ คนแก่ใช้ได้ ผมเลือกตัวนี้เลย ไม่ต้องคิดเยอะ แต่ถ้าใครเป็นสายทำอาหารจัดจ้าน ต้องสต็อกของเยอะมากๆ หรืออยากได้ฟีเจอร์หรูๆ แบบจอทัชหน้าตู้ ช่องทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ผมว่าไปดูรุ่นที่สูงกว่านี้น่าจะตรงใจกว่า

เอาเป็นว่า ใครสนใจคลิกไปเช็คราคาล่าสุดเองดีกว่า ผมเห็นว่าราคาขยับบ่อย ช่วงโปรก็มี คลิกปุ่มข้างบนไปดูเลยครับ