Home รีวิว Philips NA331 หม้อทอดไร้น้ำมัน 6 ลิตร ฟังก์ชันในเครื่องเดียว

รีวิว Philips NA331 หม้อทอดไร้น้ำมัน 6 ลิตร ฟังก์ชันในเครื่องเดียว

by admin
A+A-
Reset

Philips NA331 หม้อทอดไร้น้ำมัน 6.2L พร้อมหน้าต่างมองอาหาร

Philips NA331 หม้อทอดไร้น้ำมัน 6.2L เครื่องเดียวจบหลายเมนู

ครัวบ้านที่มีกันสี่ห้าคน เมนูทอด อบ ย่าง วนเวียนกันแทบทุกสัปดาห์ คำถามที่ตามมาเสมอคือจะลงทุนกับเครื่องครัวสักตัวยังไงให้คุ้มที่สุด ไม่ใช่ซื้อหม้อทอดไว้ตัวหนึ่ง ซื้อเตาอบไว้อีกตัว แล้ววางเบียดกันจนเคาน์เตอร์เต็ม ทีมงาน promotionth คัด Philips NA331 มาวิเคราะห์ เพราะรุ่นนี้วางตัวเป็น “เครื่องครัวกลางบ้าน” ที่พยายามรวมงานหลายอย่างไว้ในตัวเดียว

ตอบเร็วก่อนอ่านยาว: Philips NA331 เป็นหม้อทอดไร้น้ำมันความจุ 6.2 ลิตร กำลังไฟ 1700W จุดเด่นจริงอยู่ที่ 16 ฟังก์ชันทำอาหารและ 12 preset ครอบคลุมตั้งแต่ทอด อบ ย่าง ไปจนถึงหมักและตากแห้งที่อุณหภูมิ 40°C พ่วงหน้าต่างมองอาหารที่ช่วยให้เช็กความสุกได้โดยไม่ต้องดึงตะกร้าออก เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ทำหลายเมนูเป็นประจำ ส่วนคนที่อยู่คนเดียวและทอดทีละนิด ความจุระดับนี้อาจใหญ่เกินจำเป็นและกินพื้นที่

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จากสเปกผู้ผลิต ข้อมูลตลาด และรีวิวสาธารณะ ไม่ใช่การทดสอบใช้งานส่วนตัว เป้าหมายคือช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเครื่องนี้ตรงกับการใช้งานของคุณจริงหรือไม่ ก่อนจ่ายเงิน

ทำไม Philips NA331 ถึงน่าหยิบมาพิจารณาในกลุ่มหม้อทอด 6 ลิตรขึ้นไป

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันในไทยอัดแน่นด้วยรุ่นราคาประหยัดที่ทำได้แค่ทอดกับอุ่น การที่ Philips ดัน NA331 มาในกลุ่ม 3000 Series พร้อมความจุ 6.2 ลิตร จึงเป็นการเล่นคนละโจทย์ คือไม่ได้ขายแค่ “หม้อทอด” แต่ขายความเป็นเครื่องอเนกประสงค์ที่ลดจำนวนเครื่องครัวบนเคาน์เตอร์ลง

ความจุ 6.2 ลิตรของรุ่นนี้ตามสเปกผู้ผลิตจุอาหารได้ราว 1 กิโลกรัม หรือคิดเป็นน่องไก่ราว 8 ชิ้น แซลมอน 5 ชิ้น หรือมัฟฟิน 7 ชิ้นต่อรอบ ตัวเลขนี้บอกอะไรกับคุณได้ตรงๆ ว่าถ้าทำกับข้าวให้คนทั้งบ้านในมื้อเดียว ไม่ต้องทยอยทอดหลายรอบ ซึ่งเป็นจุดที่หม้อทอดความจุ 3-4 ลิตรมักทำให้หงุดหงิด

สิ่งที่เราจะพาดูต่อจากนี้คือสเปกแบบเจาะลึก ดีไซน์และการประกอบ วิธีที่แต่ละฟังก์ชันทำงานจริง ข้อดีข้อเสียที่ซื่อสัตย์ จุดที่สวนความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่ และสุดท้ายคือเครื่องนี้เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร อ่านจบแล้วคุณจะตอบตัวเองได้ว่าควรกดซื้อหรือมองรุ่นอื่น

สเปก Philips NA331 และจุดเด่นที่ต้องรู้

เริ่มจากตัวเลขหลักที่ใช้ตัดสินใจได้เลย กำลังไฟ 1700 วัตต์ ความจุตะกร้า 6.2 ลิตร ช่วงอุณหภูมิตั้งได้กว้างตั้งแต่ 40 ถึง 200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้ยาวสุดถึง 24 ชั่วโมงสำหรับงานอย่างการตากแห้งหรือหมัก หน้าจอเป็นแบบดิจิทัลทัชสกรีนพร้อม 12 preset สำหรับเมนูที่คนใช้บ่อย เช่น เฟรนช์ฟรายแช่แข็ง ไก่ ปลา ผัก และมัฟฟิน

หัวใจของรุ่นนี้คือเทคโนโลยี RapidAir Plus ที่ใช้ดีไซน์ทรงดาวด้านล่างเพื่อบังคับให้ลมร้อนหมุนเวียนรอบและทะลุผ่านอาหารด้วยความเร็วสูงกว่า ผลคืออาหารสุกทั่วถึงทั้งนอกและในโดยใช้น้ำมันน้อยลง ผู้ผลิตระบุว่าลดไขมันที่ต้องเติมได้สูงสุด 90% เมื่อเทียบกับการทอดน้ำมันท่วม และดีไซน์ตะแกรงยังช่วยแยกไขมันส่วนเกินจากอาหารออกไปได้อีกราว 40%

จุดที่เราอยากชี้คือคำว่า 16 ฟังก์ชัน มันไม่ใช่แค่ตัวเลขการตลาด แต่ครอบคลุมงานที่ปกติต้องใช้เครื่องคนละชนิด ตั้งแต่ทอด อบ ย่าง อุ่น ไปจนถึงหมักและตากแห้งผลไม้ การได้ช่วงอุณหภูมิต่ำถึง 40 องศาทำให้เครื่องนี้ทำงานที่หม้อทอดราคาถูกทำไม่ได้ เช่น การถนอมอาหารหรือทำโยเกิร์ต

ดีไซน์และงานประกอบ มองจากสเปกและภาพผู้ผลิต

หน้าตาของ NA331 อยู่ในแนวเครื่องครัวสมัยใหม่ ทรงตั้งกะทัดรัดเทียบกับความจุ ตัวถังพลาสติกผสมโลหะ พร้อมจุดที่ Philips ใช้เป็นจุดขายคือหน้าต่างใสด้านหน้าตัวเครื่อง ที่ออกแบบมาให้มองเห็นอาหารระหว่างปรุงได้โดยตรง

หน้าจอสัมผัสดิจิทัลวางอยู่ด้านบน ใช้เลือก preset หรือปรับอุณหภูมิและเวลาเองได้ ภายในเป็นตะกร้าเคลือบกันติดที่ถอดออกล้างได้ และตามสเปกระบุว่าชิ้นส่วนที่ถอดได้สามารถเข้าเครื่องล้างจานได้ จุดนี้สำคัญกับคนที่ขี้เกียจล้างมือ เพราะคราบมันจากการย่างเป็นงานล้างที่น่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่ง

ข้อที่ต้องบอกกันตรงๆ คือมิติตัวเครื่องที่แน่นอนของ NA331 ในข้อมูลทางการฝั่งไทยระบุไม่ชัด เรายังไม่เห็นตัวเลข กว้าง x สูง x ลึก ที่ยืนยันได้จากผู้ผลิตโดยตรง สิ่งที่บอกได้คือเครื่องระดับ 6.2 ลิตรโดยทั่วไปมีฐานค่อนข้างใหญ่และต้องเผื่อพื้นที่เหนือเครื่องสำหรับระบายไอร้อน ใครที่ครัวคอนโดพื้นที่จำกัด ควรวัดพื้นที่วางและช่องว่างด้านบนก่อนตัดสินใจ

16 ฟังก์ชันทำงานจริงยังไง และใช้แล้วได้อะไร

เวลาเห็นคำว่า 16 ฟังก์ชัน หลายคนสงสัยว่ามันต่างจากปุ่มเดียวกดทอดยังไง เราขออธิบายให้เห็นภาพว่าแต่ละกลุ่มฟังก์ชันทำงานต่างกันที่อุณหภูมิและรูปแบบลมร้อน

กลุ่มแรกคือทอดและย่างที่อุณหภูมิสูง ใช้ RapidAir Plus หมุนลมร้อนเร็วเพื่อให้ผิวอาหารกรอบโดยไม่ต้องชุบน้ำมัน เหมาะกับเฟรนช์ฟราย ไก่ทอด หรือหมูสามชั้น กลุ่มที่สองคืออบและทำขนม ที่ต้องการความร้อนสม่ำเสมอกว่าและนิ่งกว่า เหมาะกับมัฟฟินหรือคุกกี้ กลุ่มที่สามคืองานอุณหภูมิต่ำยาวนาน อย่างการตากแห้งผลไม้หรือหมัก ที่ตั้งได้ต่ำถึง 40 องศาและยาวได้ถึง 24 ชั่วโมง

หน้าต่างมองอาหารเป็นฟีเจอร์ที่ฟังดูเล็กแต่มีผลกับการใช้งานจริงมาก เพราะหม้อทอดทั่วไปต้องดึงตะกร้าออกมาดูว่าสุกหรือยัง ทุกครั้งที่ดึงออกความร้อนจะหายและเวลาปรุงยืดออกไป การมีหน้าต่างให้มองโดยตรงหมายความว่าคุณเช็กความสุกได้บ่อยเท่าที่ต้องการโดยไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง ถ้าคุณเป็นคนชอบทำอาหารที่ต้องคุมความกรอบให้พอดี เช่น ขนมปังหรือสเต๊กผัก ฟีเจอร์นี้จะได้ใช้คุ้ม

เรื่องที่ต้องวางแผนก่อนใช้คือเครื่องระดับนี้มีหลาย preset ให้เลือก ช่วงแรกต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยว่าเมนูไหนควรใช้โหมดไหน ไม่ใช่เครื่องที่เสียบปุ๊บกดปั๊บแล้วได้ผลดีทันทีในครั้งแรก แต่เมื่อจำได้แล้ว การมี preset ก็ช่วยให้ไม่ต้องตั้งค่าเองทุกครั้ง

ข้อดีและข้อเสียของ Philips NA331 แบบไม่อวย

หลังประมวลสเปกและข้อมูลตลาด ทีมงานสรุปข้อดีข้อเสียที่จับต้องได้ดังนี้

ข้อดี

  • ความจุ 6.2 ลิตร จุอาหารได้ราว 1 กิโลกรัม: ทำกับข้าวให้ทั้งบ้านในรอบเดียวได้ ไม่ต้องทยอยทอด เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ทำเผื่อหลายมื้อ
  • 16 ฟังก์ชัน + 12 preset: ครอบคลุมทอด อบ ย่าง หมัก ตากแห้ง ในเครื่องเดียว ลดความจำเป็นต้องซื้อเตาอบหรือเครื่องตากแห้งแยก คนที่ทำหลายเมนูจะรู้สึกคุ้มกับฟังก์ชันที่ติดมา
  • หน้าต่างมองอาหาร: เช็กความสุกได้โดยไม่ดึงตะกร้าออก ไม่เสียความร้อนและไม่ยืดเวลาปรุง ช่วยคุมความกรอบของอาหารที่ต้องการความแม่นยำ
  • RapidAir Plus + ลดไขมันที่เติมสูงสุด 90% ตามสเปก: ทำอาหารกรอบโดยใช้น้ำมันน้อย เหมาะกับคนคุมอาหารหรืออยากกินทอดแบบเบาขึ้น
  • ช่วงอุณหภูมิ 40-200 องศา ตั้งเวลาได้ถึง 24 ชั่วโมง: รองรับงานถนอมอาหารและทำโยเกิร์ตที่หม้อทอดราคาถูกทำไม่ได้

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องใหญ่ตามความจุ 6.2 ลิตร: กินพื้นที่เคาน์เตอร์ และต้องเผื่อช่องว่างด้านบนระบายไอร้อน ครัวเล็กหรือคอนโดต้องวัดพื้นที่ก่อน
  • ตะกร้าใบเดียว: ทำหลายเมนูพร้อมกันแยกฝั่งไม่ได้เหมือนรุ่น dual zone ถ้าต้องการทอดของสองอย่างที่อุณหภูมิต่างกันในเวลาเดียว รุ่นนี้ตอบไม่ได้
  • มิติตัวเครื่องที่แน่นอนไม่ระบุชัดในข้อมูลทางการไทย: คนที่พื้นที่วางจำกัดควรเช็กขนาดจริงหน้างานหรือสอบถามร้านก่อนสั่ง

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยเกี่ยวกับหม้อทอด “ลดไขมัน 90%”

มีสองเรื่องที่เราอยากเคลียร์ เพราะเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้คนซื้อแล้วผิดหวังหรือเลือกผิดรุ่น เรื่องแรก ตัวเลขลดไขมันสูงสุด 90% ไม่ได้แปลว่าอาหารจะมีไขมันน้อยลง 90% มันคือการลดน้ำมันที่ “คุณต้องเติมเข้าไป” เมื่อเทียบกับการทอดน้ำมันท่วม ส่วนการลดไขมันในตัวอาหารจริงมาจากดีไซน์ตะแกรงที่แยกไขมันส่วนเกินออกได้ราว 40% ซึ่งเป็นคนละกลไกกัน เข้าใจตรงนี้แล้วจะตั้งความคาดหวังได้ถูก

เรื่องที่สอง คนจำนวนมากซื้อเครื่องแบบนี้เพราะคำว่า “ทอด” แต่จุดที่ทำให้ NA331 คุ้มกว่าหม้อทอดถูกๆ จริงๆ คือ 16 ฟังก์ชันที่ลงไปถึงงานอุณหภูมิต่ำอย่างหมักและตากแห้ง ถ้าคุณซื้อมาเพื่อทอดอย่างเดียว คุณกำลังจ่ายเงินส่วนเกินให้ความสามารถที่ไม่ได้ใช้ แต่ถ้าคุณใช้มันเป็นเครื่องครัวกลางบ้านที่ทำได้หลายอย่าง นั่นคือจุดที่งบก้อนนี้เริ่มสมเหตุสมผล

เทียบกับรุ่นพี่น้อง NA231 และทางเลือกอื่นในบ้าน

ในไลน์เดียวกัน Philips มีรุ่น NA231 ที่ความจุ 6.2 ลิตรและกำลังไฟ 1700 วัตต์เท่ากัน ต่างกันตรงที่ NA231 ให้มาราว 9 โปรแกรมและไม่มีหน้าต่างมองอาหาร ส่วน NA331 เพิ่มเป็น 16 ฟังก์ชัน มาพร้อมหน้าต่างและเทคโนโลยี RapidAir Plus ถ้างบไม่ใช่ข้อจำกัดและคุณให้ค่ากับความหลากหลายของเมนูกับการมองเห็นอาหาร NA331 คือตัวที่อัปเกรดมาตอบโจทย์นั้น

ถ้ายังไม่แน่ใจว่ายี่ห้อไหนเหมาะกับงบและการใช้งานของคุณ ลองอ่าน 5 อันดับหม้อทอดไร้น้ำมันยี่ห้อไหนดี เพื่อเทียบภาพรวมทั้งตลาดก่อน และถ้าคุณเอนเอียงไปทางอบมากกว่าทอด ลองดู หม้ออบลมร้อนรุ่นแนะนำ ที่ให้ความจุใหญ่กว่าในบางรุ่นประกอบการตัดสินใจ

Philips NA331 เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

จากการวิเคราะห์ทั้งหมด เราจัดกลุ่มผู้ใช้ที่เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้ชัดเจน

เหมาะกับ ครอบครัวสามคนขึ้นไปที่ทำกับข้าวกินเองเป็นประจำ เพราะความจุ 6.2 ลิตรทำมื้อเดียวจบ คนที่ชอบทำหลายเมนูและอยากได้เครื่องเดียวที่ทอด อบ ย่าง หมัก ตากแห้งได้ครบ และคนที่คุมอาหารอยากลดน้ำมันที่เติมในการทอดโดยยังได้ความกรอบ กลุ่มนี้จะได้ใช้ฟังก์ชันที่ติดมาคุ้มที่สุด

ไม่เหมาะกับ คนที่อยู่คนเดียวและทอดทีละนิด เพราะ 6.2 ลิตรใหญ่เกินจำเป็นและกินพื้นที่ รวมถึงคนที่ครัวเล็กมากจนเผื่อพื้นที่วางและช่องระบายไอร้อนด้านบนไม่ได้

ข้อแนะนำก่อนซื้อ หนึ่ง วัดพื้นที่วางและช่องว่างด้านบนให้ชัดเพราะมิติทางการระบุไม่ครบ สอง ช่วงแรกลองไล่ใช้ preset ทีละโหมดเพื่อจำว่าเมนูไหนเข้ากับโหมดไหน ส่วนข้อควรระวังคือเครื่องนี้ใช้ไฟ 1700 วัตต์ ควรเสียบปลั๊กที่รองรับโดยตรงไม่ผ่านปลั๊กพ่วงที่ทนกระแสต่ำ และถ้าคุณกำลังเล็งเครื่องอบขนาดใหญ่ขึ้นแทน ลองเทียบกับ เตาอบไฟฟ้ายอดนิยม ดูก่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Philips NA331

Philips NA331 ความจุ 6.2 ลิตร ทำอาหารได้กี่คน?

ตามสเปกผู้ผลิตจุอาหารได้ราว 1 กิโลกรัมต่อรอบ หรือน่องไก่ราว 8 ชิ้น เพียงพอสำหรับครอบครัว 3-4 คนในมื้อเดียวโดยไม่ต้องทยอยทำหลายรอบ

Philips NA331 ต่างจากรุ่น NA231 อย่างไร?

ทั้งสองรุ่นความจุ 6.2 ลิตรและกำลังไฟ 1700 วัตต์เท่ากัน แต่ NA331 ให้ 16 ฟังก์ชัน มีหน้าต่างมองอาหาร และใช้ RapidAir Plus ขณะที่ NA231 ให้ราว 9 โปรแกรมและไม่มีหน้าต่าง NA331 จึงเป็นตัวที่เน้นความหลากหลายของเมนูมากกว่า

Philips NA331 คุ้มไหมถ้าซื้อมาทอดอย่างเดียว?

ถ้าใช้ทอดล้วนๆ คุณจะจ่ายส่วนเกินให้ฟังก์ชันอบ หมัก ตากแห้งที่ไม่ได้ใช้ ในงบเท่านี้จุดคุ้มอยู่ที่การใช้เป็นเครื่องครัวอเนกประสงค์ที่ทำได้หลายเมนู ถ้าต้องการแค่ทอด ลองพิจารณารุ่นความจุเล็กกว่าที่ราคาย่อมเยากว่าจะตรงกับการใช้งานมากกว่า

สรุป Philips NA331 น่าซื้อไหม

ให้คะแนนภาพรวมจากการวิเคราะห์ของทีมงาน 8.3/10 Philips NA331 เป็นหม้อทอดไร้น้ำมัน 6.2 ลิตรที่วางตัวเป็นเครื่องครัวกลางบ้านได้จริง ด้วย 16 ฟังก์ชันที่ครอบคลุมงานหลากหลายเกินคำว่าหม้อทอดทั่วไป บวกกับหน้าต่างมองอาหารและช่วงอุณหภูมิที่กว้างถึง 40 องศา

จุดที่เครื่องนี้ส่องประกายคือบ้านที่มีสมาชิกหลายคนและทำเมนูหลากหลาย ความจุ 1 กิโลกรัมต่อรอบและฟังก์ชันที่ลงไปถึงหมักและตากแห้งทำให้มันแทนเครื่องครัวหลายตัวบนเคาน์เตอร์ได้

ส่วนที่ต้องชั่งใจคือขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่ตามความจุ ตะกร้าใบเดียวที่แยกเมนูพร้อมกันไม่ได้ และมิติทางการที่ระบุไม่ครบ ใครครัวเล็กหรือทอดทีละนิดอาจรู้สึกว่าจ่ายเกินความจำเป็น

ภาพรวมคือถ้าคุณมองหาเครื่องครัวอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ทำหลายเมนูเป็นประจำ และให้ค่ากับแบรนด์ที่มีบริการหลังการขายพร้อมประกัน 2 ปี Philips NA331 เป็นตัวเลือกที่คุ้มกับสิ่งที่ได้ ก่อนตัดสินใจ แนะนำเช็กราคาปัจจุบันและเทียบโปรโมชันร้านค้าก่อนกดสั่ง