ซื้อ Air Fryer ทั้งที่คอนโดแน่นอยู่แล้ว เพราะ Philips NA120 ขนาดพอดี
คอนโดผม 30 ตรม. ครัวเล็กแบบ pantry counter ทำกับข้าวกินเองเกือบทุกวัน พื้นที่บนเคาน์เตอร์มีไมโครเวฟยืนอยู่ฝั่งหนึ่ง เตาปิ้งอีกฝั่ง แต่ก็ยังหาช่องให้ Philips NA120 Air Fryer วางได้พอดี เพราะขนาดกะทัดรัดพอที่จะวางถาวรโดยไม่ต้องขยับทุกครั้งที่ใช้ ใช้มา 5 สัปดาห์แล้วตอนนี้ จริงๆ ยังไม่เสียใจที่หาพื้นที่ให้มัน
สรุปคร่าว — Philips NA120 Air Fryer 4.2L
คะแนนรีวิว: 8.2 / 10
เหมาะกับ: คนอยู่คอนโด 1-2 คน ต้องการ air fryer ทำอาหารกรอบได้จริง ใช้น้ำมันน้อย
จุดเด่น: RapidAir หมุนเวียนความร้อน 360° สม่ำเสมอ / 12 โปรแกรมสำเร็จ / ขนาดพอดีครัวคอนโด / ประกัน Philips 2 ปี
จุดด้อย: ความจุ 4.2L ไม่เหมาะครอบครัว 3 คนขึ้นไป / ไม่มี Wi-Fi / เสียงพัดลมพอได้ยิน
แนะนำสำหรับ: คนทำอาหาร 1-2 ที่ ต้องการแบรนด์ที่ไว้ใจและเทคโนโลยีทำความร้อนดีกว่า air fryer ทั่วไป

ทำไมผมเลือก Philips NA120 ในงบ Air Fryer ระดับ Entry
ผมเป็นพนักงานออฟฟิศ ชอบทำกับข้าวกินเองตอนเย็น ส่วนใหญ่ทำแค่ 1-2 ที่ ไม่ซับซ้อน อยู่คอนโดกับอีกคน พื้นที่จำกัดแค่ไหนก็รู้กันดีอยู่แล้วในห้อง 30 ตรม.
ก่อนตัดสินใจซื้อ NA120 เทียบหลายรุ่นในงบเดียวกัน สุดท้ายเลือก Philips เพราะสองเหตุผลหลัก หนึ่งคือ Philips มีรับประกัน 2 ปีพร้อม service center ในไทย สองคือ RapidAir เป็นเทคโนโลยีที่อยู่มานานพอที่ Philips พิสูจน์ผลมาแล้ว ไม่ใช่แค่ feature ใหม่ที่ยังไม่ได้ทดสอบตลาด
ใช้มา 5 สัปดาห์แล้ว เกือบทุกวัน บางวันสองรอบ บทความนี้จะบอกตรงๆ ว่าผ่าน 5 สัปดาห์แล้วรุ่นนี้เป็นยังไง ทั้งที่ดีและจุดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
สเปก Philips NA120 และ RapidAir คืออะไรกันแน่
สเปกหลักที่ Philips ระบุ:
- ความจุตะกร้า: 4.2 ลิตร
- เทคโนโลยี: RapidAir (ลมร้อนหมุนเวียน 360°)
- โปรแกรมสำเร็จ: 12 ฟังก์ชั่น
- อัตราลดไขมัน: สูงสุด 90% เทียบกับการทอดน้ำมันลึกแบบดั้งเดิม (ข้อมูลจาก Philips)
- กำลังไฟ: ประมาณ 1,400W (ตรวจในคู่มือสินค้าก่อนใช้)
- การรับประกัน: 2 ปี Philips Thailand
RapidAir คือระบบส่งลมร้อนที่หมุนเวียนรอบอาหารในทิศทาง 360 องศา แทนที่จะส่งความร้อนจากด้านบนเพียงด้านเดียว ผลที่ได้คือผิวอาหารกรอบสม่ำเสมอรอบด้านโดยไม่ต้องพลิกบ่อยครั้ง ต่างจาก air fryer บางรุ่นราคาต่ำกว่าที่ลมร้อนออกจากด้านบนทำให้ด้านล่างอาหารกรอบน้อยกว่าเห็นชัด
12 โปรแกรมสำเร็จครอบคลุมตั้งแต่ไก่ ปลา เนื้อ ผัก มันฝรั่ง ขนมปัง ไปจนถึงการอุ่นอาหาร แต่ละโปรแกรมตั้งอุณหภูมิและเวลาไว้ล่วงหน้า ใช้ง่ายสำหรับคนที่ไม่อยากจำว่าอาหารแต่ละอย่างต้องทำที่ กี่องศา นานแค่ไหน
ตัวเลข “ลดไขมันสูงสุด 90%” นั้นเป็นข้อมูลที่ Philips วัดเทียบกับการทอดน้ำมันลึกแบบดั้งเดิม ผลจริงขึ้นกับประเภทอาหารและวิธีเตรียม แต่ใช้น้ำมันน้อยกว่าการทอดปกติเห็นชัดมาก ผมใช้น้ำมันแค่ประมาณ 1 ช้อนชาคลุกมันฝรั่งก็ได้ผลดีแล้ว
ดีไซน์และ First Impression
Philips NA120 มาในดีไซน์เรียบ ตัวเครื่องสีขาวหรือเทาเข้มขึ้นกับตัวเลือก ขนาดพอดีวางบน counter ขนาด 30 ซม.ได้โดยไม่กินพื้นที่เกินไป ในคอนโดผมวางถาวรบนเคาน์เตอร์ได้เลยไม่ต้องเคลื่อนย้าย ซึ่งสำคัญมากเพราะพื้นที่จำกัด ถ้าต้องยกออกทุกครั้งคงไม่ได้ใช้บ่อย
ถาดดึงออกโดยกดปุ่มด้านข้าง ลื่นดีไม่ต้องออกแรงมาก แผงควบคุมดิจิตอลด้านหน้าชัดเจน เลือกโปรแกรมและปรับเวลา/อุณหภูมิได้โดยไม่ยุ่งยาก ใช้ 2-3 วันก็จำได้แล้วว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน
First impression ตอนเปิดกล่อง: หนักกว่าที่คิดเล็กน้อย ส่วนตัวผมมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี โครงสร้างไม่ใช่พลาสติกบางเบาเกินไป ตะแกรงด้านในเคลือบ non-stick ทำความสะอาดหลังใช้ง่าย เช็ดด้วยผ้าชื้นหรือล้างน้ำยาล้างจานก็สะอาดในไม่กี่นาที
ใช้งานจริง 5 สัปดาห์ — ทำอาหารได้แบบไหนบ้าง
ช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาใช้ NA120 เกือบทุกวัน มีทั้งวันที่ใช้รอบเดียวและบางวันสองรอบ นี่คือสิ่งที่ทำบ่อยที่สุด:
- ปีกไก่ 6 ชิ้น: ใส่ตะแกรงได้พอดีโดยไม่แน่นเกินไป ทำที่ 190°C 22-25 นาที กรอบนอกนุ่มในสม่ำเสมอทุกครั้ง ผมพลิกครั้งกลางทางแต่จริงๆ ไม่จำเป็นมาก ด้านล่างกรอบพอกับด้านบน
- มันฝรั่งอบ: 200°C 18-20 นาที ใช้น้ำมันประมาณ 1 ช้อนชาคลุกก่อนใส่ กรอบทั่วถึงโดยไม่ต้องราดน้ำมันเยอะแบบการทอดปกติ
- อุ่นอาหารค้างคืน: Reheat 180°C 4-5 นาที ผิวหนังไก่กลับมากรอบได้ใหม่ ข้าวมันที่ซื้อมาก็กรอบขึ้นต่างจากไมโครเวฟที่ทำให้ผิวชื้น
วันแรกที่ใช้: มีกลิ่นเล็กน้อยจาก coating ใหม่ ปกติสำหรับอุปกรณ์ครัวทุกชนิดที่ยังไม่เคยใช้ ผมทำตาม manual คือวอร์มเครื่องเปล่าที่ 200°C 10 นาทีก่อนใช้จริงครั้งแรก พร้อมกับทำความสะอาดตะแกรงก่อน หลังจากนั้นกลิ่นหายไปหมดและไม่กลับมาอีก
สิ่งที่ค้นพบหลังใช้ไปสองสัปดาห์: Reheat function ที่ 180°C 4-5 นาทีคือ feature ที่ผมใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน ทั้งข้าวมันไก่ซื้อมา ขนมปังค้างคืน หรืออาหารทอดที่ซื้อจากร้าน รุ่นนี้ทำให้กลับมากรอบโดยไม่แห้งเกินไป ต่างจากไมโครเวฟที่ทำให้ผิวอาหารชื้นและไม่น่ากิน จุดนี้คือเหตุผลที่ผมใช้ NA120 แทนไมโครเวฟบ่อยกว่าที่คิดไว้
ข้อดีข้อเสียตามที่ใช้จริง
ข้อดี:
- RapidAir ทำให้กรอบสม่ำเสมอจริง: ลมร้อนหมุนเวียน 360° ทำให้ผิวอาหารกรอบรอบด้านโดยไม่ต้องพลิกบ่อย เทียบกับ air fryer รุ่นอื่นที่ใช้ที่ทำงาน ความต่างเรื่องความสม่ำเสมอเห็นชัดมากโดยเฉพาะปีกไก่ที่ด้านล่างกรอบพอกับด้านบน
- 12 โปรแกรมสำเร็จใช้งานได้จริง: ไม่ต้องจำอุณหภูมิเอง กดเลือกโปรแกรมแล้วปรับเวลาเล็กน้อยตามความหนาของอาหาร ส่วนตัวผมใช้โปรแกรม Chicken และ Reheat เป็น 80% ของการใช้งานจริงทุกวัน
- ขนาด 4.2L พอดีกับ 2 คน: ปีกไก่ 6-8 ชิ้น มันฝรั่งครึ่งกิโล ผักปริมาณ 2 ที่ใส่ได้พอดีในรอบเดียวโดยไม่แน่นเกินไป ตอบโจทย์ครัวคอนโดได้ดีโดยไม่กินพื้นที่มากกว่าที่จำเป็น
- ทำความสะอาดง่าย: ตะแกรง non-stick ไม่ให้อาหารติดแน่น ล้างน้ำยาล้างจานแล้วสะอาด ผมล้างทุกครั้งหลังใช้ใช้เวลาแค่ 3-5 นาที ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล
- ประกัน 2 ปี Philips Thailand: มี service center รองรับในหลายจังหวัด ถ้ามีปัญหาหลังซื้อไม่ต้องหาช่างนอกระบบ สำหรับผมที่ซื้อของใช้ไฟฟ้าแล้วต้องการความสบายใจระยะยาว จุดนี้สำคัญมากกว่าที่คิด
ข้อเสีย:
- เสียงพัดลมดังพอสังเกตได้: ขณะทำงานพัดลมหมุนพอได้ยินชัดในครัวเล็ก ถ้าวางข้างห้องนอนและเปิดตอนดูหนังอาจรบกวนบ้าง วางในครัวและใช้ตามปกติ เสียงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- ไม่มี Wi-Fi หรือ app control: NA120 เป็น standalone ไม่ connect กับแอปใดๆ ถ้าต้องการควบคุมจากโทรศัพท์หรือ smart home integration ต้องดูรุ่น Philips ที่สูงกว่าในซีรีส์ 9000
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Air Fryer ความจุ 4.2L
หลายคนบอกว่า 4.2L น้อยเกินไป ควรซื้อ 6L+ เผื่อไว้ก่อน ส่วนตัวผมเห็นต่างสำหรับคนที่อยู่คอนโด 1-2 คน ปีกไก่ 6-8 ชิ้น มันฝรั่งครึ่งกิโล ผักสำหรับ 2 ที่ ใส่ได้ในรอบเดียวโดยไม่แน่น ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่น 6L ที่กินพื้นที่ counter มากกว่าสำหรับ use case เดียวกัน
เรื่อง RapidAir ก็มีคนสงสัยว่าต่างจาก air fryer ทั่วไปยังไงในทางปฏิบัติ ผมเทียบกับ air fryer รุ่นอื่นราคาต่ำกว่าที่ใช้ที่ทำงาน ความต่างที่จับต้องได้คือความสม่ำเสมอของผิวกรอบ air fryer ราคาต่ำกว่ามักมีจุดอับที่ด้านล่างอาหารกรอบน้อยกว่าด้านบนชัดเจน RapidAir แก้ปัญหานี้ได้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อทางการตลาด
และ air fryer ไม่ได้ทดแทนทุกอย่างในครัว มันผัดไม่ได้ ทำน้ำแกงไม่ได้ แต่ถ้า use case หลักคือทอดกรอบ อบ reheat อาหาร สามอย่างนี้คือ 80% ของที่ทำจริงในครัวคอนโด NA120 ตอบโจทย์ครบในแง่นั้น
Philips NA120 เทียบกับตัวเลือกอื่นในราคาใกล้กัน
ถ้าดูตลาด air fryer ในงบเดียวกับ NA120 จะเจอสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือแบรนด์จีนเช่น Cosori หรือ Xiaomi ที่มักให้ความจุใหญ่กว่าหรือมี Wi-Fi ในราคาใกล้เคียง กลุ่มที่สองคือ Philips ที่เน้น RapidAir และความน่าเชื่อถือแบรนด์
จุดที่ Philips NA120 ต่างชัด: ระบบ RapidAir ที่ให้ความสม่ำเสมอของความกรอบดีกว่า ประกัน 2 ปีที่ชัดเจน และ build quality ที่หนักแน่นกว่า ถ้างบยืดหยุ่นได้อีก Philips มีรุ่น HD9252 และ HD9270 ที่เพิ่ม double layer เหมาะครอบครัว 3-4 คน แต่สำหรับคอนโด 1-2 คน NA120 ไม่มีเหตุผลต้องอัพเกรด
อยากดูตัวเลือกเครื่องครัวเล็กอื่นๆ ก่อนตัดสินใจ ดูได้ที่ รีวิวเครื่องครัวและ Small Appliance บน PromotionTH
Philips NA120 เหมาะกับใคร?
เหมาะกับ:
- คนอยู่คอนโด 1-2 คน ที่ทำอาหารกินเองเป็นประจำ: ความจุ 4.2L ตอบโจทย์การทำ 1-2 ที่ต่อรอบโดยไม่ต้องทำสองรอบ และขนาดไม่ใหญ่เกินไปสำหรับครัวเล็ก
- คนต้องการแบรนด์ที่มีประกันชัดเจนและ service center ในไทย: ถ้าความสบายใจหลังการขายสำคัญ Philips ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่าแบรนด์ที่ไม่มีตัวแทนในไทย
- คนที่ทำอาหารทอด อบ reheat เป็นหลัก ไม่ต้องการ smart feature: NA120 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ air fryer ใช้งานตรงๆ ปุ่มกด กำหนดอุณหภูมิ เสร็จ ไม่ต้องการ app หรือ Wi-Fi
ไม่เหมาะกับ:
- ครอบครัว 3-4 คน ที่ต้องทำอาหารในรอบเดียว: ความจุ 4.2L ต้องทำหลายรอบซึ่งเสียเวลา ควรดูรุ่น 6L+ หรือ Philips HD9270 แทน
- คนที่ต้องการ Wi-Fi หรือ app control: NA120 ไม่มีระบบ smart connectivity ต้องดูรุ่น HD9875+ ของ Philips
ข้อแนะนำก่อนใช้: วอร์มเครื่องเปล่าที่ 200°C 10 นาทีก่อนใช้จริงครั้งแรก เพื่อ burn off กลิ่น coating ใหม่ และสเปรย์น้ำมันบางๆ บนอาหารก่อนทำแทนการหมักในน้ำมัน ให้ผลกรอบดีกว่า
ข้อควรระวัง: ห้ามใส่อาหารที่ยังเปียกมากหรือมีน้ำหมักเยิ้ม ซับอาหารก่อนใส่เสมอ มิฉะนั้นน้ำจะหยดลงถาดด้านล่างและทำให้ควันออกขณะทำงาน
ดูรีวิวสินค้า Philips และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ สินค้า Philips บน PromotionTH
คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับ Philips NA120
Philips NA120 ความจุ 4.2L เหมาะกับครอบครัวกี่คน?
เหมาะกับ 1-2 คน หรือสูงสุด 3 คนถ้ายอมทำหลายรอบ ความจุ 4.2L ใส่ปีกไก่ได้ 6-8 ชิ้นต่อรอบ หรือมันฝรั่งครึ่งกิโล สำหรับครอบครัว 4 คนที่ต้องการทำในรอบเดียวแนะนำดูรุ่น 6L ขึ้นไป
Philips NA120 กินไฟมากไหม ค่าไฟขึ้นเยอะมั้ย?
กำลังไฟประมาณ 1,400W แต่เวลาทำอาหารต่อรอบสั้นแค่ 15-25 นาที ทำให้ค่าไฟต่อรอบไม่สูง เทียบกับเตาอบไฟฟ้าที่ใช้เวลานานกว่าและกำลังไฟมากกว่าต่อรอบ ถ้าใช้วันละ 1-2 รอบ ผลกระทบต่อค่าไฟรายเดือนน้อยกว่าที่หลายคนกังวล
Philips NA120 รับประกันกี่ปี และซ่อมได้ที่ไหน?
รับประกัน 2 ปีจาก Philips Thailand มี service center ในหลายจังหวัด รายละเอียดศูนย์บริการและนโยบายรับประกันดูได้จากเว็บ Philips Thailand โดยตรง หรือติดต่อ call center ก่อนนำเครื่องไป
สรุป — 5 สัปดาห์กับ Philips NA120 ในคอนโดเล็ก
ผมให้ Philips NA120 Air Fryer 4.2L คะแนน 8.2/10 เหตุผลหลักคือมันทำหน้าที่ที่ซื้อมาได้ครบ RapidAir ให้ความกรอบสม่ำเสมอที่ต่างจาก air fryer ราคาต่ำกว่าจริงๆ และประกัน 2 ปี Philips Thailand ทำให้มั่นใจระยะยาว
รุ่นนี้เหมาะกับคอนโด 30-35 ตรม. ที่มี 1-2 คน ทำอาหาร 1-2 รอบต่อวัน ไม่ต้องการ smart feature แค่ต้องการเครื่องที่ทำงานได้ดีและเชื่อถือได้ ไม่ใหญ่เกินจนกินพื้นที่ counter โดยไม่จำเป็น
สิ่งที่ต้องแลก: ความจุ 4.2L ถ้าคนในบ้านเพิ่มเป็น 3-4 คนต้องทำหลายรอบ และ NA120 ไม่มี Wi-Fi ถ้า feature นั้นสำคัญต้องดูรุ่นอื่น แต่สำหรับ use case ค


