Home รีวิว Philips AWP3704-3752 หัวก๊อกกรองน้ำ: 4 รหัส กรองไม่เท่ากัน

รีวิว Philips AWP3704-3752 หัวก๊อกกรองน้ำ: 4 รหัส กรองไม่เท่ากัน

by
A+A-
Reset

Philips AWP3704-3752 หัวก๊อกกรองน้ำ: 4 รหัส กรองไม่เท่ากัน

Philips AWP3752 หัวก๊อกกรองน้ำ X-Guard Ultra

ในลิสต์ขายเดียวกันคุณจะเห็นรหัส AWP3704, AWP3705, AWP3751 และ AWP3752 วางเรียงรวมกันเหมือนเป็นสินค้าตัวเดียวที่มีหลายสี แต่จริงๆ แล้วสี่รหัสนี้แบ่งเป็นระบบกรองสองแบบที่กรองน้ำได้ไม่เท่ากัน ก่อนกดสั่งจึงควรรู้ให้ชัดว่ากล่องที่คุณจะได้อยู่ฝั่งไหน

ตอบเร็ว: ในลิสต์นี้ควรเลือกรหัสไหน

ถ้าต้องการแค่ลดคลอรีนและกลิ่นให้น้ำประปาดื่มอร่อยขึ้น รุ่นตระกูล AWP3704/AWP3705 ที่ใช้ไส้กรอง AWP305 แบบ 3 ขั้น กรองได้ราว 1000 ลิตรก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากได้การกรองละเอียดถึง 0.1 ไมครอนที่เคลมลดแบคทีเรียได้ 99.99% ต้องเลือกฝั่ง AWP3751/AWP3752 ที่ใช้ระบบ X-Guard Ultra 4 ขั้น ไส้กรอง AWP314 ทั้งสองแบบติดกับก๊อกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ถึง 24 มม. ได้เอง ไม่ต้องเดินท่อ เหมาะกับคอนโดและครัวที่ใช้น้ำประปาเมือง แต่ไม่ใช่ของทดแทนเครื่อง RO และไม่ได้ออกแบบมาใช้กับน้ำที่ไม่ปลอดภัยทางจุลชีววิทยา

หมายเหตุ: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณซื้อผ่านลิงก์ ทีมงานอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื้อหารีวิวอิงจากสเปกทางเทคนิคและหน้าข้อมูลทางการของ Philips รวมถึงหน้าร้านค้าไทย ไม่ใช่การทดลองใช้ส่วนตัว

ทีมงาน promotionth รวบรวมสเปกจากหน้าผลิตภัณฑ์ Philips ทั้งไทยและอังกฤษ คู่มือการใช้งาน และหน้าร้านค้าปลีกไทยหลายเจ้า มาช่วยแยกแยะว่าสี่รหัสนี้ต่างกันตรงไหน ติดตั้งได้กับก๊อกแบบใดบ้าง และตัวเลขที่ร้านค้ามักโฆษณานั้นตรงกับที่ Philips ระบุจริงหรือไม่

AWP3704, AWP3705, AWP3751, AWP3752 ในลิสต์เดียว ต่างกันตรงไหน

หัวใจที่คนซื้อมักสับสนคือสี่รหัสนี้ไม่ได้เป็นสินค้าเดียวกันแค่คนละสี แต่แบ่งเป็นสองตระกูลตามระบบกรอง

ตระกูลแรกคือ AWP3703, AWP3704 และ AWP3705 ใช้ระบบ X-Guard ไมโครฟิลเตรชัน 3 ขั้น ไส้กรองรุ่น AWP305 กรองได้ราว 1000 ลิตร เน้นลดคลอรีน ตะกอน และสารที่ทำให้รสชาติเพี้ยน ในกลุ่มนี้ AWP3703 ใช้ปุ่มกดสลับโหมด ส่วน AWP3704 ใช้คันโยกสลับได้สามโหมดคือน้ำกรองสำหรับดื่มและปรุงอาหาร น้ำไม่กรองแบบสาย และน้ำไม่กรองแบบฝักบัว ขณะที่ AWP3705 เพิ่มหน้าจอดิจิทัลบอกอายุไส้กรองที่เหลือ

ตระกูลที่สองคือ AWP3751 และ AWP3752 ใช้ระบบ X-Guard Ultra อัลตราฟิลเตรชัน 4 ขั้น ไส้กรองรุ่น AWP314 กรองอนุภาคละเอียดถึง 0.1 ไมครอน จุดที่ต่างชัดคือระบบ Ultra เคลมลดคลอรีน ยาฆ่าแมลง ไมโครพลาสติก สารตะกั่วที่ละลายน้ำ และกรองแบคทีเรียได้ถึง 99.99% ซึ่งเป็นความสามารถที่ตระกูลไมโคร 3 ขั้นไม่ได้เคลมไว้ ในกลุ่มนี้ AWP3751 ใช้ปุ่มกด ส่วน AWP3752 ใช้คันโยก

สรุปให้จำง่าย ถ้าเห็นไส้กรอง AWP305 คือระบบ 3 ขั้น ถ้าเห็น AWP314 คือระบบ Ultra 4 ขั้น การเลือกจึงไม่ใช่แค่เรื่องสีหรือดีไซน์ แต่คือระดับการกรองที่ต่างกันจริง

สเปกจริงที่ยืนยันได้จากหน้า Philips

ทีมงานยึดหน้าผลิตภัณฑ์ทางการของ Philips เป็นหลัก แล้วเทียบกับหน้าร้านค้าไทย จุดที่น่าสนใจคือมีตัวเลขบางค่าที่ไม่ตรงกัน

  • ระบบกรอง: X-Guard ไมโคร 3 ขั้น (AWP305) หรือ X-Guard Ultra 4 ขั้น (AWP314) แล้วแต่รหัสรุ่น
  • ความละเอียดการกรอง: 0.1 ไมครอน เฉพาะรุ่น Ultra
  • อัตราการไหล: หน้า Philips ระบุ 1.6 ลิตรต่อนาที ขณะที่หน้าร้านค้าไทยหลายเจ้าลงว่า 2 ลิตรต่อนาทีแบบ Hi-flow
  • ความจุการกรองไส้ AWP314: หน้า Philips ระบุ 1200 ลิตร ขณะที่บางร้านลงว่า 1500 ลิตร
  • แรงดันน้ำเข้า: 0.15 ถึง 0.35 MPa ถ้าเกิน 0.35 ต้องติดวาล์วลดแรงดันเพิ่ม
  • อุณหภูมิน้ำเข้า: 5 ถึง 38 องศาเซลเซียส
  • ประกัน: 2 ปี โดย Philips Water Thailand ตามที่หน้าร้านค้าไทยระบุ

เรื่องอัตราการไหลและความจุไส้กรองคือจุดที่ผู้อ่านควรระวัง เมื่อสเปกทางการกับหน้าร้านไม่ตรงกัน ทีมงานเลือกยึดตัวเลขจากผู้ผลิตคือ 1.6 ลิตรต่อนาที และ 1200 ลิตร ส่วนตัวเลข 2 ลิตรต่อนาทีและ 1500 ลิตรที่ร้านค้าลงไว้ยังไม่มีหน้าทางการรองรับตรงๆ จึงถือว่ายังไม่ยืนยัน

ระบบกรอง X-Guard Ultra ทำงานยังไง

หลักการของ X-Guard Ultra คือการรวมคาร์บอนกัมมันต์ชนิดเส้นใยเข้ากับเยื่อกรองแบบเส้นใยกลวง คาร์บอนทำหน้าที่จับคลอรีนและสารที่ทำให้กลิ่นและรสเพี้ยน ส่วนเยื่อเส้นใยกลวงเป็นตัวกรองเชิงกลที่ดักอนุภาคขนาดเล็กลงไปถึง 0.1 ไมครอน ซึ่งเป็นระดับที่ Philips ระบุว่ากันแบคทีเรียได้ถึง 99.99%

ในภาษาการใช้งานจริง หมายความว่าน้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนติดปลายลิ้นจะจืดลงและดื่มง่ายขึ้น ส่วนตะกอนสนิมหรือความขุ่นที่หลุดมาตามท่อเก่าจะถูกดักไว้ที่ไส้กรอง คนที่ใช้น้ำประปาในเมืองแล้วรู้สึกว่ากลิ่นคลอรีนแรงเวลาต้มหรือชงเครื่องดื่มจะได้ประโยชน์ตรงจุดนี้ชัดที่สุด

สิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างซื่อสัตย์คือหัวก๊อกกรองน้ำแบบนี้ไม่ใช่ระบบ RO ที่กรองแร่ธาตุและ TDS ออกจนหมด และ Philips ระบุในคู่มือให้ใช้กับน้ำประปาเท่านั้น ห้ามใช้กับน้ำที่ไม่ปลอดภัยทางจุลชีววิทยาหรือน้ำที่ไม่ทราบคุณภาพโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อที่เหมาะสมก่อน ดังนั้นถ้าแหล่งน้ำของคุณมีปัญหาปนเปื้อนหนัก อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ใช่คำตอบเดียวที่ควรพึ่งพา

ก๊อกน้ำที่บ้านคุณติดตั้งได้ไหม เรื่องอะแดปเตอร์ที่ต้องเช็คก่อน

ก่อนตัดสินใจซื้อ จุดที่ต้องเตรียมคือหน้าตาก๊อกน้ำ เพราะอุปกรณ์นี้ออกแบบให้ติดกับก๊อกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 15 ถึง 24 มม. เท่านั้น

ในกล่องมีอะแดปเตอร์หลายแบบมาให้ อะแดปเตอร์ A ใช้กับก๊อกเกลียวนอก อะแดปเตอร์ B ใช้กับก๊อกเกลียวใน และอะแดปเตอร์ C ใช้กับก๊อกที่ถอดหัวเติมอากาศไม่ได้ในช่วงขนาด 15 ถึง 21 มม. ขั้นตอนติดตั้งเริ่มจากถอดหัวเติมอากาศเดิมออก เลือกอะแดปเตอร์ที่พอดี ขันเข้ากับก๊อก แล้วกดตัวกรองเข้าไปคลิกเดียวก็ใช้ได้ ไม่ต้องใช้ช่างประปา

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนคือก๊อกบางแบบติดไม่ได้ ได้แก่ก๊อกที่เล็กกว่า 15 มม. หรือใหญ่กว่า 24 มม. ก๊อกทรงเหลี่ยมหรือทรงรี ก๊อกแบบฝักบัว และก๊อกเซนเซอร์อัตโนมัติ ถ้าก๊อกครัวที่บ้านเป็นแบบดึงสายฉีดออกมาได้หรือเป็นทรงพิเศษ ควรวัดขนาดหัวก๊อกให้แน่ใจก่อน เพราะนี่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนซื้อมาแล้วติดตั้งไม่ได้หรือรั่วซึม

ไส้กรองใช้ได้นานแค่ไหน และคุ้มไหมในระยะยาว

ต้นทุนจริงของหัวก๊อกกรองน้ำไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องครั้งแรก แต่อยู่ที่ค่าไส้กรองที่ต้องเปลี่ยนเป็นรอบ จุดนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนวณก่อนซื้อ

ฝั่งไมโคร 3 ขั้นใช้ไส้ AWP305 ความจุราว 1000 ลิตร ส่วนฝั่ง Ultra 4 ขั้นใช้ไส้ AWP314 ความจุ 1200 ลิตรตามสเปกทางการ ส่วนอายุการใช้งานเป็นเดือนนั้นแล้วแต่จำนวนคนในบ้านและปริมาณการใช้ต่อวัน หน้าร้านค้าไทยจึงลงต่างกันตั้งแต่ราว 3 เดือนสำหรับรุ่นไมโครไปจนถึงราว 5 เดือนสำหรับรุ่น Ultra ทีมงานจึงไม่ฟันธงเป็นตัวเลขเดียว เพราะบ้านที่ใช้น้ำกรองดื่มและทำอาหารทุกวันย่อมหมดไส้เร็วกว่าบ้านที่ใช้เป็นครั้งคราว

ตัวจับเวลาที่ติดมากับเครื่องช่วยเตือนรอบเปลี่ยนไส้ ส่วนรุ่น AWP3705 มีหน้าจอดิจิทัลบอกอายุที่เหลือชัดกว่า การเปลี่ยนไส้เป็นแบบบิดออกได้เองไม่ต้องใช้เครื่องมือ ข้อดีคือดูแลง่าย แต่ข้อควรพิจารณาคือถ้าคุณใช้น้ำเยอะ ค่าไส้กรองสะสมต่อปีจะเป็นตัวชี้ขาดว่าคุ้มกว่าน้ำขวดหรือไม่ ควรบวกลบดูตามการใช้จริงของบ้านตัวเอง

ข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้

เมื่อไล่จากสเปกจริง จุดแข็งและข้อจำกัดของหัวก๊อกกรองน้ำ Philips ตระกูลนี้ค่อนข้างชัด

ข้อดี

  • ติดตั้งเองได้ไม่ต้องเดินท่อ: กดคลิกเดียวหลังใส่อะแดปเตอร์ที่พอดี เหมาะกับคอนโดและบ้านเช่าที่ดัดแปลงระบบน้ำไม่ได้
  • กรองละเอียด 0.1 ไมครอนในรุ่น Ultra: เยื่อเส้นใยกลวงดักอนุภาคเล็กและเคลมลดแบคทีเรีย 99.99% เพิ่มความมั่นใจให้น้ำดื่มจากประปาเมือง
  • สลับน้ำกรองกับน้ำธรรมดาคนละช่อง: ใช้น้ำกรองเฉพาะตอนดื่มและทำอาหาร ล้างจานใช้น้ำธรรมดา ช่วยยืดอายุไส้กรองไม่ให้หมดเร็วเกินจำเป็น
  • เปลี่ยนไส้แบบบิดออกไม่ต้องใช้เครื่องมือ: มีตัวจับเวลาเตือนรอบเปลี่ยน คนที่ไม่อยากยุ่งกับงานช่างดูแลได้เอง
  • ประกัน 2 ปีจากศูนย์ไทย: ลดความเสี่ยงเรื่องการเคลมเทียบกับของไม่มีศูนย์

ข้อจำกัด

  • ไม่ใช่ระบบ RO: ไม่ได้ลด TDS หรือแร่ธาตุละลายน้ำแบบเครื่องกรองใต้ซิงก์ คนที่ต้องการค่า TDS ต่ำมากต้องมองระบบอื่น
  • เลือกใช้ได้เฉพาะก๊อก 15 ถึง 24 มม.: ก๊อกเซนเซอร์ ทรงเหลี่ยม ทรงรี และฝักบัวติดไม่ได้ ต้องวัดก่อนซื้อ
  • ค่าไส้กรองเป็นต้นทุนต่อเนื่อง: ถ้าใช้น้ำเยอะจะเปลี่ยนไส้บ่อย ควรคำนวณค่าใช้จ่ายระยะยาวก่อนตัดสินใจ

จุดที่ควรพิจารณาก่อนกดสั่งในลิสต์รวมนี้

เพราะลิสต์ขายจับสี่รหัสมาไว้ด้วยกัน สิ่งที่ควรทำก่อนจ่ายเงินคือยืนยันกับผู้ขายให้ชัดว่ากล่องที่จะได้เป็นระบบไมโคร 3 ขั้นไส้ AWP305 หรือระบบ Ultra 4 ขั้นไส้ AWP314 เพราะสองแบบนี้กรองไม่เท่ากัน และเป็นเรื่องที่ภาพหน้าลิสต์เดียวมักไม่บอกตรงๆ

ไส้กรอง Philips AWP314 X-Guard Ultra สำหรับหัวก๊อก

อีกจุดคืออย่ายึดตัวเลขโฆษณาของร้านเป็นหลัก เมื่อหน้า Philips ระบุอัตราการไหล 1.6 ลิตรต่อนาทีและความจุไส้ 1200 ลิตร ส่วนบางร้านลง 2 ลิตรต่อนาทีและ 1500 ลิตร ตัวเลขที่สูงกว่านั้นยังไม่มีหน้าทางการยืนยัน ถ้าคาดหวังตามเลขร้านค้าอาจรู้สึกว่าได้น้อยกว่าที่โฆษณา การตั้งความคาดหวังจากสเปกผู้ผลิตจะทำให้พอใจกับของจริงมากกว่า

หัวก๊อกกรองน้ำ Philips เหมาะกับใคร ใครควรข้าม

อุปกรณ์ตัวนี้เหมาะกับคนที่ใช้น้ำประปาในเมืองแล้วอยากลดกลิ่นคลอรีนและตะกอนให้ดื่มและทำอาหารได้สบายใจขึ้น โดยไม่อยากลงทุนติดตั้งเครื่องกรองใหญ่หรือเดินท่อ คนคอนโด บ้านเช่า และครัวที่พื้นที่จำกัดจะได้ประโยชน์จากการติดตั้งง่ายและถอดย้ายได้ ส่วนคนที่ต้องการการกรองละเอียดถึง 0.1 ไมครอนควรเจาะไปที่ฝั่ง AWP3751 หรือ AWP3752 โดยเฉพาะ

ส่วนคนที่ควรข้ามหรือพิจารณาทางเลือกอื่นคือบ้านที่ต้องการลดค่า TDS หรือแร่ธาตุแบบระบบ RO บ้านที่ก๊อกเป็นแบบเซนเซอร์หรือทรงพิเศษที่อะแดปเตอร์ไม่รองรับ และบ้านที่แหล่งน้ำมีปัญหาปนเปื้อนทางจุลชีววิทยาซึ่งไม่ควรพึ่งหัวก๊อกกรองเพียงอย่างเดียว หากคุณกำลังเทียบหลายทางเลือก ลองดูรวมเครื่องกรองน้ำหลายรุ่นน่าซื้อเพื่อเทียบกับระบบใต้ซิงก์และตู้กรองไปพร้อมกัน

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำและอากาศในบ้าน อาจอ่านเครื่องฟอกอากาศรุ่นแนะนำประกอบ หรือถ้าเน้นการใช้น้ำในครัวก็ดูกาต้มน้ำไฟฟ้าน่าใช้ในครัวควบคู่กันได้

คำถามที่พบบ่อย

หัวก๊อกกรองน้ำ Philips ใช้แทนเครื่อง RO ได้ไหม
ไม่ได้ เพราะเป็นการกรองแบบไมโครและอัลตราฟิลเตรชันที่เน้นดักอนุภาค คลอรีน และในรุ่น Ultra กรองถึง 0.1 ไมครอน แต่ไม่ได้ลด TDS หรือแร่ธาตุละลายน้ำแบบระบบ RO

รุ่น AWP3752 กับ AWP3704 ต่างกันยังไง
AWP3704 เป็นระบบ 3 ขั้นไส้ AWP305 กรองราว 1000 ลิตร ส่วน AWP3752 เป็นระบบ Ultra 4 ขั้นไส้ AWP314 กรองละเอียด 0.1 ไมครอนและเคลมลดแบคทีเรีย 99.99% ความจุตามสเปกทางการ 1200 ลิตร

ราคาคุ้มกับค่าไส้กรองระยะยาวไหม
ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ ยิ่งใช้น้ำกรองมากยิ่งเปลี่ยนไส้บ่อย แนะนำให้ประเมินจำนวนลิตรที่ใช้ต่อเดือนเทียบกับความจุไส้ 1000 ถึง 1200 ลิตร แล้วเทียบกับต้นทุนน้ำขวดก่อนตัดสินใจ กดปุ่มเช็คราคาเพื่อดูราคาไส้กรองล่าสุดประกอบได้

สรุป

คะแนนจากทีมงาน 7.8/10 หัวก๊อกกรองน้ำ Philips ตระกูล AWP3704 ถึง AWP3752 เป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนที่ใช้น้ำประปาเมืองแล้วอยากได้น้ำดื่มที่กลิ่นและรสดีขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนใหญ่ จุดแข็งคือการติดตั้งเองได้ในไม่กี่วินาที ระบบ Ultra ที่กรองถึง 0.1 ไมครอน และประกันศูนย์ไทย 2 ปี

ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับคือมันไม่ใช่ RO ไม่ลด TDS ติดได้เฉพาะก๊อก 15 ถึง 24 มม. และมีค่าไส้กรองเป็นต้นทุนต่อเนื่อง สิ่งที่ทีมงานอยากเน้นที่สุดคือให้ยืนยันรหัสรุ่นและระบบกรองให้ชัดก่อนซื้อ เพราะลิสต์เดียวรวมทั้งไมโครและ Ultra ที่กรองไม่เท่ากัน และควรตั้งความคาดหวังจากสเปกทางการ 1.6 ลิตรต่อนาที 1200 ลิตร มากกว่าตัวเลขที่ร้านค้าโฆษณาสูงกว่า ถ้าใช้งานตรงกับที่ออกแบบมา นี่คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ได้คุ้มตัว

ข้อมูลสเปกอ้างอิงจากหน้าผลิตภัณฑ์ทางการ Philips (ไทยและอังกฤษ) คู่มือการใช้งาน และหน้าร้านค้าปลีกไทย ณ เวลาที่เผยแพร่ ตัวเลขบางค่าที่ผู้ผลิตและร้านค้าระบุไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในบทความแล้ว