Home มือถือและสมาร์ตโฟนรีวิว OPPO A6t 4/64GB มือถือแบตอึด IP64 แลกกับจอ HD+ และแรม 4GB

รีวิว OPPO A6t 4/64GB มือถือแบตอึด IP64 แลกกับจอ HD+ และแรม 4GB

by
A+A-
Reset

แบตเตอรี่ 6500mAh เคยเป็นของที่ต้องขยับงบขึ้นไปอีกชั้นถึงจะได้ แต่ OPPO A6t เลือกวางความจุระดับนี้ไว้ในเครื่องกลุ่มเริ่มต้น แล้วไปลดต้นทุนกับส่วนที่มองไม่ออกตอนหยิบเครื่องขึ้นมาดูครั้งแรกแทน ทีมงาน promotionth ไล่อ่านสเปกทั้งชุดจากหน้าข้อมูลทางการของ OPPO แล้วเห็นว่าเครื่องรุ่นนี้เลือกแลกของบางอย่างไว้ชัดเจนมาก คำถามจึงไม่ใช่ว่าเครื่องดีหรือไม่ดี แต่เป็นว่าสิ่งที่มันยอมแลกไป ตรงกับวิธีใช้มือถือของคุณหรือเปล่า

ซื้อ OPPO A6t 4/64GB คุ้มไหม อ่านคำตอบสั้นก่อน

ถ้าคุณอยากได้เครื่องที่ชาร์จวันเว้นวันได้ ตกน้ำหกใส่แล้วไม่ต้องใจหาย และใช้งานหลัก ๆ คือแชต โทร ดูคลิป สแกนจ่ายเงิน กับเปิดแอปธนาคาร OPPO A6t รุ่น 4/64GB ตอบโจทย์ตรงจุด แบตเตอรี่ 6500mAh กับมาตรฐาน IP64 คือสองอย่างที่เครื่องกลุ่มนี้มักไม่ได้มาพร้อมกัน

แต่ถ้าคุณดูซีรีส์ยาว ๆ บนจอมือถือเป็นกิจวัตร เล่นเกมที่กินแรม หรือถ่ายรูปเก็บไว้เยอะจนพื้นที่เครื่องเต็มทุกสองสามเดือน สเปกชุดนี้จะบีบคุณเร็วกว่าที่คิด จอความละเอียด HD+ บนพื้นที่ 6.75 นิ้ว แรม 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB คือสามจุดที่คุณจะรู้สึกก่อนเพื่อน และไม่มีจุดไหนแก้ทีหลังได้

บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) — หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ในหน้านี้ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้า โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่าย และไม่มีผลต่อความเห็นในบทวิเคราะห์นี้

OPPO A6t 4/64GB มือถือแบต 6500mAh จอ 6.75 นิ้ว

สเปกหลักของ OPPO A6t ที่ต้องรู้ก่อนกดสั่ง

ข้อมูลทั้งหมดในตารางนี้ทีมงานอ้างอิงจากหน้าสเปกทางการของ OPPO เป็นหลัก ส่วนรายการที่หน้าทางการไม่ได้ระบุ ทีมงานเขียนกำกับที่มาไว้ให้ชัดในเนื้อหาด้านล่าง

รายการ ค่าที่ OPPO ระบุ
หน้าจอ LCD 6.75 นิ้ว ความละเอียด HD+ 1570 x 720 พิกเซล รีเฟรชสูงสุด 120Hz
ความสว่าง 800 nits แบบปกติ และสูงสุด 1125 nits ในโหมด HBM (ค่าทั่วไป)
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 685 Mobile Platform (รองรับ 4G)
แรมและพื้นที่เก็บข้อมูล รุ่นนี้คือ 4GB + 64GB ชนิด LPDDR4X และ UFS 2.2
แบตเตอรี่ 6500mAh / 25.22Wh (ค่าทั่วไป) รองรับจ่ายไฟย้อนกลับ 5V/1A
กล้องหลัง 13MP f/2.2 พร้อมออโตโฟกัส และเซ็นเซอร์โมโนโครม QVGA f/3.0
กล้องหน้า 5MP f/2.2 บันทึกวิดีโอ 1080p 30fps
ระบบปฏิบัติการ ColorOS 15.0
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP64 (ทดสอบในห้องปฏิบัติการ)
ขนาดและน้ำหนัก 166.61 x 78.51 x 8.61 มม. น้ำหนักประมาณ 210 กรัม
การเชื่อมต่อ USB Type-C, ช่องหูฟัง 3.5 มม., Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
ความปลอดภัย สแกนลายนิ้วมือ และปลดล็อกด้วยใบหน้า
สี Crystal Violet และ Crystal Blue

จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือบรรทัดหน่วยความจำ ตัวเลข 4GB + 64GB บนกล่องรุ่นนี้ไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่ OPPO ทำออกมา เพราะหน้าสเปกทางการระบุไว้สามแบบคือ 4GB + 64GB, 4GB + 128GB และ 6GB + 128GB ซึ่งแปลว่าถ้าคุณกำลังเทียบราคาอยู่ ต้องดูให้แน่ว่ากำลังเทียบตัวเดียวกัน

แบตเตอรี่ 6500mAh กับตัวเลขที่ OPPO ระบุไว้

OPPO ระบุตัวเลขการใช้งานของแบตเตอรี่ก้อนนี้ไว้ค่อนข้างละเอียด คือดูวิดีโอออนไลน์ได้สูงสุด 13.3 ชั่วโมง เล่นเกมแนว MOBA ได้ 9.6 ชั่วโมง คุยโทรศัพท์แบบปิดหน้าจอได้ 38.2 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ 880 ชั่วโมง ตัวเลขชุดนี้มาจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง การใช้งานจริงที่มีสัญญาณอ่อน แอปทำงานเบื้องหลัง และความสว่างจอสูง จะได้น้อยกว่านี้เสมอ

สิ่งที่ตัวเลขชุดนี้บอกได้จริงคือระยะห่างระหว่างการชาร์จสองครั้ง เครื่องแบต 5000mAh ที่เป็นมาตรฐานของกลุ่มนี้ กับ 6500mAh ต่างกันราว 30 เปอร์เซ็นต์ของความจุ แปลเป็นการใช้งานคือคนที่เคยต้องหาปลั๊กตอนเย็น จะขยับไปได้ถึงก่อนนอน และคนที่ใช้งานเบาอยู่แล้วจะข้ามไปชาร์จวันถัดไปได้

เรื่องกำลังชาร์จ หน้าสเปกทางการของ OPPO ไม่ได้ระบุตัวเลขวัตต์เอาไว้ สื่อไทยที่รายงานการเปิดตัวรุ่นนี้ระบุว่าอยู่ที่ 15W ทีมงานจึงแนะนำให้ตั้งความคาดหวังตามนั้น คือแบตใหญ่แลกกับเวลาชาร์จที่นานขึ้น ไม่ใช่เครื่องที่เสียบสิบห้านาทีแล้วออกจากบ้านได้ อีกฟังก์ชันที่ OPPO ระบุไว้คือการจ่ายไฟย้อนกลับที่ 5V/1A ซึ่งพอใช้ชาร์จหูฟังไร้สายหรือเครื่องเล็ก ๆ ได้ แต่ไม่พอสำหรับปั๊มไฟให้มือถืออีกเครื่องอย่างจริงจัง

Snapdragon 685 กับ ColorOS 15 ทำอะไรได้ในงานประจำวัน

Snapdragon 685 เป็นชิประดับเริ่มต้นที่รองรับเครือข่าย 4G ตามที่ OPPO ระบุ ไม่มี 5G ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่ 4G ยังเต็มขีดอยู่แล้ว ความต่างนี้แทบไม่มีผลกับการใช้งานรายวัน แต่ถ้าคุณตั้งใจใช้เครื่องนี้ยาวสี่ห้าปี และผู้ให้บริการทยอยย้ายทรัพยากรไป 5G ข้อจำกัดนี้จะโตขึ้นตามเวลา

หน่วยความจำเป็น LPDDR4X คู่กับพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 2.2 ตามข้อมูลผู้ผลิต สองอย่างนี้กำหนดว่าแอปเปิดเร็วแค่ไหนและสลับแอปแล้วต้องโหลดใหม่บ่อยแค่ไหน UFS 2.2 เร็วกว่ามาตรฐาน eMMC ที่เคยพบในเครื่องกลุ่มนี้ชัดเจน จึงช่วยให้การเปิดแอปธนาคารหรือแอปสแกนจ่ายเงินไม่ต้องรอนาน

ข้อจำกัดอยู่ที่แรม 4GB เมื่อรวมกับ ColorOS 15 ที่กินหน่วยความจำส่วนหนึ่งไปตั้งแต่เปิดเครื่อง สิ่งที่คุณจะเจอคือเปิดสามสี่แอปค้างไว้แล้วแอปแรกถูกปิดไปเอง พอกดกลับไปก็ต้องโหลดใหม่ ระบบแรมเสมือนที่ ColorOS มีให้ช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่มันทำงานโดยยืมพื้นที่เก็บข้อมูลมาใช้ ซึ่งช้ากว่าแรมจริงมาก และยังไปกินพื้นที่ 64GB ที่มีอยู่จำกัดอีกทาง

ฝั่งฟีเจอร์ภาพ OPPO ระบุชุดเครื่องมือ AI ไว้หลายตัว ทั้ง AI Portrait Retouching, AI Perfect Shot, AI Recompose และ AI Eraser 2.0 ทีมงานจัดกลุ่มนี้เป็นฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่ผลลัพธ์ขึ้นกับไฟล์ต้นทาง กล้องหลัก 13MP ที่มีออโตโฟกัสถ่ายในที่แสงพอได้ตามมาตรฐานเครื่องกลุ่มนี้ ส่วนเซ็นเซอร์โมโนโครม QVGA ทำหน้าที่ช่วยแยกระยะสำหรับโหมดพอร์ตเทรต ไม่ใช่กล้องที่คุณจะสลับไปถ่ายภาพเองได้

จอ 6.75 นิ้ว 120Hz แลกอะไรไปบ้าง

ตัวเลขที่ต้องเอามาคูณกันคือความละเอียด 1570 x 720 บนพื้นที่ 6.75 นิ้ว ผลลัพธ์คือความหนาแน่นพิกเซลราว 258 พิกเซลต่อนิ้ว ต่ำกว่าเส้น 300 ที่คนส่วนใหญ่เริ่มมองไม่เห็นเม็ดพิกเซล ในการใช้งานจริง ตัวอักษรขนาดเล็กในเว็บหรือในแอปแชตจะดูไม่คมเท่าจอ Full HD+ และยิ่งจอใหญ่ ความต่างยิ่งเห็นชัด

สิ่งที่ได้กลับมาคือรีเฟรชเรต 120Hz ซึ่งทำให้การเลื่อนหน้าจอลื่นตา และอีกอย่างคือแบตเตอรี่ การขับจอ HD+ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอ Full HD+ ที่ขนาดเดียวกันอย่างมีนัย ตัวเลขดูวิดีโอ 13.3 ชั่วโมงที่ OPPO ระบุ ส่วนหนึ่งมาจากการตัดสินใจข้อนี้ จึงเป็นการแลกที่มีเหตุผลของมัน ไม่ใช่การลดสเปกแบบสุ่ม

ความสว่างที่ OPPO ระบุไว้ 800 nits แบบปกติ และ 1125 nits ในโหมด HBM เป็นระดับที่พออ่านกลางแดดไทยได้ ถ้าคุณใช้มือถือนอกอาคารบ่อย ตัวเลขนี้สำคัญกว่าความละเอียดจอในทางปฏิบัติ

IP64 กับน้ำหนัก 210 กรัม เรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักจริง

มาตรฐาน IP64 ที่ OPPO ระบุ หมายถึงกันฝุ่นได้สนิท และกันน้ำที่สาดกระเซ็นจากทุกทิศทาง โดยเป็นผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ สิ่งที่มันครอบคลุมคือฝนสาด เหงื่อ น้ำหกใส่บนโต๊ะ และมือเปียกตอนหยิบเครื่อง สิ่งที่มันไม่ครอบคลุมคือการจุ่มลงน้ำ ล้างใต้ก๊อก หรือพกลงสระ ซึ่งเป็นคนละมาตรฐานกับ IP68 ที่เครื่องราคาสูงกว่าใช้

อีกฟังก์ชันที่มาคู่กันคือ Glove Touch ที่ OPPO ระบุว่ารองรับถุงมือหนาถึง 5 มิลลิเมตร ฟีเจอร์นี้ตรงกับกลุ่มคนทำงานกลางแจ้ง ช่างซ่อม คนขับรถส่งของ และคนที่ต้องจับหน้าจอทั้งที่มือไม่แห้ง

ราคาที่จ่ายคือน้ำหนัก 210 กรัม กับความหนา 8.61 มิลลิเมตร ตัวเลขนี้หนักกว่าเครื่องแบต 5000mAh ทั่วไปประมาณ 20 ถึง 25 กรัม ซึ่งรู้สึกได้เวลาถือดูคลิปนาน ๆ ด้วยมือเดียว หรือใส่กระเป๋าเสื้อ ถ้าคุณชอบเครื่องเบาบาง นี่คือจุดที่ควรลองจับของจริงก่อนตัดสินใจ

ข้อดีและข้อจำกัดจากสเปกจริง

ทีมงานสรุปจากตัวเลขที่ตรวจสอบได้เท่านั้น ไม่รวมความรู้สึกจากการทดลองใช้

ข้อดี

  • แบตเตอรี่ 6500mAh: ความจุมากกว่ามาตรฐาน 5000mAh ของเครื่องกลุ่มเดียวกันราว 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คนใช้งานปานกลางขยับจากชาร์จทุกวันไปเป็นวันเว้นวันได้จริง และคนใช้งานหนักจะไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัวตลอด
  • มาตรฐาน IP64: ปิดช่องฝุ่นสนิทและกันน้ำสาด จึงลดความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดของเครื่องราคาประหยัด คือฝนสาดระหว่างเดินทาง และน้ำหกใส่บนโต๊ะทำงาน
  • พื้นที่เก็บข้อมูล UFS 2.2: เร็วกว่ามาตรฐาน eMMC ที่เคยเป็นค่ามาตรฐานของเครื่องระดับนี้ ส่งผลให้แอปธนาคารและแอปสแกนจ่ายเงินเปิดได้ไวพอสำหรับการใช้งานหน้าร้าน
  • จอสว่าง 1125 nits ในโหมด HBM: ตัวเลขระดับนี้ช่วยให้อ่านหน้าจอกลางแดดได้ ซึ่งสำคัญกว่าความละเอียดจอสำหรับคนที่ใช้งานนอกอาคารเป็นหลัก
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม. และ Glove Touch: สองอย่างนี้ทยอยหายไปจากมือถือรุ่นใหม่ การมีอยู่ทำให้ใช้หูฟังเดิมต่อได้ และแตะหน้าจอตอนใส่ถุงมือได้

ข้อจำกัด

  • แรม 4GB: เมื่อรวมกับหน่วยความจำที่ ColorOS 15 ใช้ไปตั้งแต่เปิดเครื่อง คุณจะเจออาการแอปที่ค้างไว้ถูกปิดแล้วต้องโหลดใหม่ ซึ่งกวนใจมากสำหรับคนที่สลับระหว่างแอปแชตกับแอปงานบ่อย
  • พื้นที่ 64GB: หักส่วนของระบบปฏิบัติการและแอปติดเครื่องออก เหลือใช้จริงน้อยกว่าตัวเลขบนกล่องพอสมควร คนที่ถ่ายวิดีโอหรือเก็บรูปเยอะจะเริ่มต้องลบไฟล์ภายในปีแรก
  • ความละเอียดจอ HD+ บนพื้นที่ 6.75 นิ้ว: ความหนาแน่นราว 258 พิกเซลต่อนิ้ว ทำให้ตัวอักษรเล็กและภาพรายละเอียดสูงดูไม่คมเท่าจอ Full HD+ ซึ่งเป็นจุดที่คนอ่านหนังสือหรือดูซีรีส์บนมือถือจะรู้สึกก่อน

จุดที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับรุ่น 64GB

OPPO โฆษณาฟีเจอร์ชื่อ 48-Month Fluency Protection ซึ่งเป็นการรับรองว่าเครื่องยังลื่นหลังใช้งานสี่ปี โดยผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการของ OPPO เอง แต่ข้อความบนหน้าทางการระบุกำกับไว้ว่าเงื่อนไขนี้ใช้กับรุ่นความจุ 128GB ขึ้นไป ซึ่งแปลว่ารุ่น 4GB + 64GB ที่คุณกำลังดูอยู่ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของคำโฆษณานั้น

ประเด็นนี้ไม่ได้แปลว่าเครื่องรุ่น 64GB จะอืดเร็วกว่า แต่แปลว่าคำรับประกันความลื่นที่คุณเห็นในโฆษณาไม่ได้พูดถึงรุ่นนี้ ถ้าเหตุผลหลักที่คุณสนใจเครื่องนี้คือคำว่าใช้ได้สี่ปี การขยับไปรุ่น 128GB คือทางที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการมากกว่า และยังแก้ปัญหาพื้นที่เต็มไปพร้อมกัน

เทียบกับ OPPO A6t Pro และ OPPO A5x

ภายในตระกูลเดียวกัน OPPO A6t Pro คือรุ่นที่ขยับขึ้นไปอีกขั้น จุดต่างที่สื่อไทยรายงานตอนเปิดตัวคือแบตเตอรี่ความจุสูงกว่า มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่แกร่งกว่า และกล้องหลักความละเอียดสูงกว่า ถ้าสามเรื่องนี้คือสิ่งที่คุณให้น้ำหนัก การเทียบส่วนต่างราคาก่อนตัดสินใจคุ้มกว่าการรีบกดรุ่นเริ่มต้น

อีกตัวที่คนมักเทียบคือ OPPO A5x ซึ่งอยู่ในกลุ่มเริ่มต้นเหมือนกันและทีมงานเคยแยกสเปกไว้แล้วใน รีวิว OPPO A5x ความจุ 4/64GB ส่วนใครที่มองรุ่นแรมสูงกว่าในตระกูลเดียวกัน ลองอ่าน รีวิว OPPO A5 Pro แรม 8GB ประกอบ และถ้ายังไม่ปักใจที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง อันดับมือถือราคาประหยัดที่ทีมงานแนะนำ รวมตัวเลือกไว้ให้เทียบในหน้าเดียว

OPPO A6t 4/64GB เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

เหมาะกับคนกลุ่มนี้

คนทำงานนอกอาคารที่ต้องเจอฝุ่น เหงื่อ และฝนเป็นปกติ มาตรฐาน IP64 กับ Glove Touch คือสองอย่างที่ตอบโจทย์ตรงตัว และแบต 6500mAh หมายความว่าคุณไม่ต้องมองหาปลั๊กระหว่างวัน

คนที่ซื้อเครื่องให้ผู้ใหญ่ในบ้าน จอ 6.75 นิ้วตัวอักษรใหญ่อ่านสบาย ความสว่างพอสำหรับใช้งานนอกบ้าน แบตอยู่ได้นานจนไม่ต้องคอยเตือนให้ชาร์จ และการใช้งานส่วนใหญ่คือโทร แชต กับดูคลิป ซึ่งไม่ชนกับข้อจำกัดเรื่องแรมและพื้นที่

คนที่หาเครื่องสำรองหรือเครื่องที่สอง สำหรับแยกซิมงาน แยกแอปโซเชียล หรือพกไว้เผื่อเครื่องหลักแบตหมด ความทนทานกับแบตใหญ่คือสองอย่างที่เครื่องสำรองควรมี และคุณไม่ต้องลงแอปเยอะจนชนเพดาน 64GB

ควรมองรุ่นอื่นถ้าคุณเป็นแบบนี้

คนที่ดูซีรีส์หรืออ่านหนังสือบนมือถือเป็นกิจวัตร ความละเอียด HD+ บนจอ 6.75 นิ้วจะกวนสายตาในระยะยาว ควรมองหาเครื่องจอ Full HD+ แม้ต้องยอมแบตเล็กลง

คนที่เล่นเกมจริงจังหรือเปิดหลายแอปพร้อมกัน แรม 4GB คือเพดานที่ชนได้เร็ว และเป็นสิ่งเดียวในสเปกชุดนี้ที่อัปเกรดทีหลังไม่ได้เลย

คนที่ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บไว้เยอะ พื้นที่ 64GB จะเต็มภายในปีแรก การขยับไปรุ่น 128GB ตั้งแต่ต้นถูกกว่าการต้องซื้อเครื่องใหม่เร็วกว่ากำหนด

คำถามที่พบบ่อยก่อนกดสั่งซื้อ

OPPO A6t กันน้ำได้จริงไหม เอาลงสระได้หรือเปล่า
OPPO ระบุมาตรฐาน IP64 ซึ่งครอบคลุมการกันฝุ่นสนิทและกันน้ำที่สาดกระเซ็น จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ครอบคลุมการจุ่มหรือแช่ในน้ำ ฝนสาดและน้ำหกใส่จึงรับได้ แต่ห้ามเอาลงสระหรือล้างใต้ก๊อก

แรม 4GB กับพื้นที่ 64GB พอใช้ไหมในปี 2026
พอสำหรับการโทร แชต ดูคลิป และแอปธนาคารสองสามตัว แต่จะเริ่มตึงถ้าคุณเปิดหลายแอปค้างไว้ หรือเก็บรูปและวิดีโอจำนวนมาก หากงบขยับได้ รุ่น 128GB ในตระกูลเดียวกันคือทางที่ปลอดภัยกว่า

OPPO A6t รองรับ 5G หรือไม่
ไม่รองรับ ชิป Snapdragon 685 ที่ OPPO ระบุเป็นแพลตฟอร์ม 4G ถ้าคุณตั้งใจใช้เครื่องยาวหลายปีและอยู่ในพื้นที่ที่ 5G ครอบคลุมแล้ว ควรพิจารณารุ่นที่รองรับ 5G แทน

สรุป OPPO A6t 4/64GB ได้คะแนนเท่าไร

คะแนนความเหมาะสม 7.2/10

สิ่งที่เครื่องนี้ทำได้ดีคือสองเรื่องที่วัดได้ชัด แบตเตอรี่ 6500mAh ที่มากกว่ามาตรฐานของกลุ่มราว 30 เปอร์เซ็นต์ และมาตรฐาน IP64 ที่ปิดความเสี่ยงเรื่องฝุ่นกับน้ำสาด เสริมด้วยจอสว่าง 1125 nits ในโหมด HBM ช่องหูฟัง 3.5 มม. และ Glove Touch ที่ตรงกับคนใช้งานนอกอาคาร

สิ่งที่ต้องยอมแลกคือความละเอียดจอ HD+ บนพื้นที่ 6.75 นิ้ว แรม 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB ทั้งสามอย่างนี้แก้ทีหลังไม่ได้ และคำโฆษณา 48-Month Fluency Protection ที่ OPPO ระบุไว้ ก็ผูกกับรุ่น 128GB ขึ้นไป ไม่ใช่รุ่นที่คุณกำลังดูอยู่

คำตัดสินของทีมงานคือ เครื่องนี้คุ้มสำหรับคนที่รู้ตัวว่าต้องการความอึดกับความทนทานเป็นอันดับแรก และใช้งานอยู่ในกรอบของแชต โทร ดูคลิป กับแอปการเงิน ส่วนคนที่ให้น้ำหนักกับความคมของจอหรือการเปิดหลายแอปพร้อมกัน ส่วนต่างที่จ่ายเพิ่มเพื่อขยับไปรุ่นแรมและความจุสูงกว่า คุ้มกว่าการประหยัดตรงนี้