Home Ninja SLUSHi FS301TH ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 3 สัปดาห์ในคอนโด

Ninja SLUSHi FS301TH ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 3 สัปดาห์ในคอนโด

by admin
A+A-
Reset

เริ่มต้นใช้ Ninja SLUSHi FS301TH ในคอนโดผม

หน้าร้อนปีนี้ผมเสียค่ากาแฟปั่นกับสลัชชี่ที่ร้านเดือนละเกือบพันบาท เพราะคอนโดอยู่ใกล้คาเฟ่หลายร้าน เวลาแดดเปรี้ยงก็เผลอแวะทุกบ่าย ตอนแรกคิดว่าซื้อ blender มาปั่นเองก็พอ แต่ลองแล้วได้แค่ smoothie ธรรมดา ไม่ได้ texture เกล็ดน้ำแข็งแบบสลัชชี่ที่อยากกิน เลยมาลงเอยกับ Ninja SLUSHi FS301TH ที่เห็นวางขายบน Shopee

ผมอยู่คอนโด 34 ตรม. ครัวเล็ก เคาน์เตอร์มีพื้นที่จำกัด คนในบ้าน 2 คน ชอบนั่งดูซีรีส์เย็นๆ คู่กับเครื่องดื่มแช่แข็ง บางทีเพื่อนแวะมาก็อยากมีอะไรเสิร์ฟแทนน้ำเปล่า รุ่นนี้ผมเลือกเพราะมีโหมด 5 in 1 ทั้ง slush, frozen juice, frozen cocktail, spiked slush และ frappé รวมในเครื่องเดียว ไม่ต้องซื้อหลายเครื่องมาวางครัวเล็กๆ

ตอนจะตัดสินใจซื้อ ผมเปรียบเทียบกับเครื่องทำสลัชชี่แบบ commercial mini ที่ราคาใกล้กัน กับ ice crusher ธรรมดาที่ถูกกว่ามาก สุดท้ายเลือกตัวนี้เพราะ Ninja เป็นแบรนด์ที่เคยใช้ blender มาก่อน เชื่อเรื่องมอเตอร์กับวัสดุได้ บวกกับโหมดที่ทำ frozen cocktail ได้ตรงกับ use case ผมที่ชอบเลี้ยงเพื่อน วันธรรมดาก็ทำสลัชชี่กิน วันสุดสัปดาห์ก็ทำ frozen mojito กับเพื่อนได้เลย

ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์แล้ว เฉลี่ยเปิดเครื่อง 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่เป็นช่วงบ่ายๆ ทำสลัชชี่จากน้ำผลไม้ที่มีในตู้เย็น วันศุกร์-เสาร์เพิ่ม frozen cocktail ตอนเพื่อนมาที่ห้อง รวมประมาณ 30 รอบใช้งานในเดือนแรก

ผมจะเล่าทั้งจุดที่ชอบและจุดที่อยากให้แก้ ไม่ปิดข้อเสียที่เจอจริง เพราะรุ่นนี้ไม่ใช่ถูก ก่อนตัดสินใจอยากให้รู้ครบทั้งสองด้าน รวม use case ที่เหมาะและไม่เหมาะอย่างชัดเจน

Ninja SLUSHi FS301TH เครื่องทำเครื่องดื่มแช่แข็ง คอนโด

ตอบเร็วๆ ก่อนเข้ารายละเอียด

Ninja SLUSHi FS301TH เหมาะกับคนที่ทำเครื่องดื่มเย็นที่บ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะคนคอนโดที่อยากได้เครื่อง specialty ที่ทำได้ทั้งสลัชชี่ frappé และ frozen cocktail ในเครื่องเดียว ส่วนตัวผมให้ 8.3/10 หลังใช้จริง 7 สัปดาห์ จุดเด่นคือ texture เกล็ดน้ำแข็งสม่ำเสมอกับโหมดที่ใช้งานง่าย ข้อแลกคือขนาดเครื่องที่กินพื้นที่เคาน์เตอร์

สเปกและจุดเด่น Ninja SLUSHi FS301TH

สเปกหลักที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ รุ่นนี้มาพร้อม 5 โหมดใช้งานครบในเครื่องเดียว ครอบคลุมเครื่องดื่มเย็นแทบทุกรูปแบบที่คนทั่วไปทำที่บ้าน

  • โหมด Slush: ทำสลัชชี่จากน้ำผลไม้ ชา กาแฟ หรือซอฟต์ดริงก์ texture เกล็ดน้ำแข็งละเอียดแบบร้านสะดวกซื้อใหญ่ ผมใช้โหมดนี้บ่อยที่สุด
  • โหมด Frozen Juice: สำหรับน้ำผลไม้ 100% หรือ smoothie เนื้อหนา ที่ต้องการความเย็นจัดแต่ยังเทออกได้
  • โหมด Spiked Slush: ออกแบบสำหรับสลัชชี่ที่มีแอลกอฮอล์อ่อน เช่น wine slush หรือ low-ABV cocktail
  • โหมด Frozen Cocktail: ทำ frozen margarita หรือ frozen mojito สำหรับงานเลี้ยงที่บ้าน
  • โหมด Frappé: texture นุ่มกว่าสลัชชี่ เหมาะกับกาแฟปั่นหรือ milk-based drink

ความจุ vessel ประมาณ 64 oz (~1.9 ลิตร) เพียงพอสำหรับ 3-4 แก้วใหญ่ต่อการทำหนึ่งรอบ มี Auto-Freeze technology ที่จะค่อยๆ ทำให้เครื่องดื่มถึงอุณหภูมิเป้าหมาย และมี dispenser ในตัวที่ก๊อกเสิร์ฟได้เลยไม่ต้องเทออกมาเข้าแก้วทีละแก้ว ส่วนวัสดุ vessel เป็นแบบ stainless steel ที่ดูคงทน ถอดออกล้างได้ ใบกวนกับฝาก็แยกชิ้นล้างได้ทั้งหมด

ดีไซน์และความรู้สึกแรกตอนแกะกล่อง

ตอนแกะกล่องแรก ผมแอบตกใจขนาดเครื่อง ใหญ่กว่าที่คิดในรูป Shopee พอสมควร ความสูงประมาณช่วงปลายข้อศอกเวลายืนหน้าเคาน์เตอร์ครัว วางใต้ตู้ลอยไม่ได้ถ้าระยะใต้ตู้ต่ำ ก่อนซื้อแนะนำให้วัดพื้นที่เคาน์เตอร์กับความสูงใต้ตู้ลอยก่อน เพราะถ้าใต้ตู้ลอยต่ำกว่า 50 ซม. มีโอกาสใส่ไม่พอดี

ดีไซน์โดยรวมไปทาง premium kitchen appliance แบบที่เห็นใน Williams Sonoma เคาน์เตอร์ที่บ้านผมสีขาวอ่อน เครื่องสีดำ-เงินตัดกันชัดดูเข้าพวก ไม่เหมือนเครื่องครัวจีนทั่วไป ปุ่มควบคุมแบบ touch อยู่ด้านหน้า อ่านง่าย ใช้สัญลักษณ์โหมดที่เข้าใจไม่ต้องอ่านคู่มือก็พอเดาได้

vessel ถอดออกล้างได้ง่าย ขนาดกลางพอใส่ในซิงก์ครัวคอนโดได้ ใบกวนกับ paddle ก็แยกชิ้น ดีตรงที่ไม่มีจุดที่ทำความสะอาดยากเป็นพิเศษ ส่วน dispenser tap ด้านหน้าเป็นพลาสติกแข็ง โยกขึ้นลงเพื่อรินเครื่องดื่มออกมา รู้สึกแน่นดี ไม่หลวมตั้งแต่ใช้ครั้งแรกถึงตอนนี้

ใช้งานจริง 7 สัปดาห์ในคอนโดพบอะไรบ้าง

ครั้งแรกที่ลองทำ ผมตื่นเต้นมาก เปิดยูทูปดู recipe สลัชชี่ส้ม ใส่น้ำส้มคั้นกับน้ำเปล่าผสมตามอัตราที่คิดเองว่าน่าจะพอดี กดโหมด Slush รอประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง พบว่าเครื่องไม่ freeze เป็นเกล็ดอย่างที่ควร เครื่องดื่มเย็นมากแต่ยังเหลว ตอนนั้นผมงงว่าเสียมั้ย แต่หลังลองอ่านคู่มืออีกรอบถึงเข้าใจว่าปัญหาคือ sugar content ในของเหลวต่ำเกินไป จำเป็นต้องมีน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมราว 10-15% ของปริมาณรวม ใบกวนถึงจะกวาด crystal ออกจากผนัง vessel ได้

หลังเรียนรู้จุดนี้ ทุกครั้งที่ทำสลัชชี่ผมจะเติมน้ำเชื่อม simple syrup ประมาณ 100-120 ml ต่อของเหลว 1 ลิตร texture ออกมาเป็น slush เนื้อละเอียดแบบที่ขายในร้านสะดวกซื้อ ใช้เวลาทำเฉลี่ย 60-75 นาที ตั้งแต่เทของเหลวลงไปจนเปิด tap รินได้

เรื่องเสียงเครื่อง ส่วนตัวผมคิดว่าอยู่ระดับยอมรับได้ ไม่เงียบสนิทแต่ก็ไม่ดังจนรบกวนเพื่อนข้างห้อง ระดับใกล้เคียงพัดลมตั้งโต๊ะเปิดเบอร์กลาง ตอนเปิดในห้องครัวแล้วผมไปนั่งโซฟาดูซีรีส์ห่างประมาณ 4 เมตร เกือบไม่ได้ยิน

ส่วนค่าไฟ ผมเช็คใน app ของการไฟฟ้าเทียบเดือนก่อนกับเดือนที่ใช้บ่อย เพิ่มขึ้นประมาณ 70-90 บาทต่อเดือน สำหรับการใช้ 4-5 รอบต่อสัปดาห์ ถือว่าไม่หนักเมื่อเทียบกับการแวะร้านสลัชชี่ที่แก้วละ 60-80 บาท วันละแก้วก็เกือบ 2,000 ต่อเดือนแล้ว

ที่บ้านผมโหมดที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Slush (70% ของรอบที่เปิด) ตามด้วย Frappé สำหรับกาแฟปั่นช่วงเช้า ส่วน Frozen Cocktail ผมเปิดเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ตอนเพื่อนมาเล่นเกม ทำ frozen mojito กับ frozen margarita เสิร์ฟ ไม่ต้องสั่ง grab จากบาร์ใกล้ๆ ที่แก้วละ 250 บาทขึ้น

ข้อดีและข้อเสียที่ผมเจอจริง

หลังใช้มา 7 สัปดาห์ ผมรวบรวมจุดเด่นกับจุดที่อยากให้แก้แบบไม่กลบ ตามนี้

ข้อดี:

  • 5 โหมดครบในเครื่องเดียว: ทำได้ทั้งสลัชชี่ frappé และ frozen cocktail สลับโหมดได้ตามอารมณ์ ผมไม่ต้องซื้อ blender เพิ่มหรือ ice crusher แยก ประหยัดพื้นที่เคาน์เตอร์ครัวคอนโดที่จำกัด
  • Texture สลัชชี่สม่ำเสมอ: ใบกวน paddle ทำหน้าที่ขูดเกล็ดน้ำแข็งจากผนัง vessel ตลอดเวลา ทำให้ได้เนื้อเกล็ดละเอียดเทียบเท่าร้านสะดวกซื้อใหญ่ ไม่เป็นก้อนแข็งเหมือนตอนปั่น blender ใส่ ice cube
  • Built-in dispenser ใช้สะดวกตอนมีแขก: ไม่ต้องเทออกใส่แก้วทีละแก้ว เปิด tap รินใส่แก้วลูกค้าได้เลย เหมือนร้านขายเครื่องดื่มมินิ ตอนเพื่อนมาที่บ้าน ผมแค่วางแก้วเปล่าไว้ ใครหิวก็เดินมาเปิดเอง
  • ถอดล้างง่าย ไม่มีจุดยุ่งยาก: vessel ใบกวน paddle ฝา ถอดได้แยกชิ้น ล้างมือหรือเข้าเครื่องล้างจานก็ได้ ผมล้างทุกครั้งหลังใช้ ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาทีพอ
  • Auto-Freeze แม่นยำ: ตั้งโหมดแล้วเดินไปทำอย่างอื่นได้เลย ไม่ต้องมาเช็คทุก 10 นาที เครื่องจะหยุดเองเมื่อ texture ถึงจุดที่ตั้งไว้ ผมเคยทิ้งไว้แล้วลืม ไปทำงานอื่น 2 ชั่วโมงกลับมา เครื่องดื่มก็ยังอยู่สภาพดี

ข้อเสีย:

  • ขนาดเครื่องใหญ่กว่าที่คาด: ในรูป Shopee อาจดูพอดี แต่ของจริงสูงพอควร คอนโดที่ใต้ตู้ลอยต่ำกว่า 50 ซม. ใส่ไม่พอดี ผมต้องย้ายเครื่องไปวางอีกฝั่งของเคาน์เตอร์ที่โล่งกว่า
  • Sugar content ต้องเหมาะสม: ของเหลวที่ใส่ลงไปต้องมีน้ำตาลในระดับหนึ่ง ถ้าจะทำสลัชชี่น้ำผลไม้ 100% ไม่หวานต้องเติม simple syrup เพิ่มเอง ตอนแรกผมงงอยู่หลายรอบกว่าจะจูน recipe ได้
  • รอนาน: 60-75 นาทีต่อรอบ ถ้าอยากกินทันทีไม่เหมาะ ต้องวางแผนล่วงหน้า ผมมักเริ่มเครื่องประมาณ 30 นาทีก่อนเพื่อนมา

จุดที่หลายคนมองข้าม ก่อนซื้อเครื่องทำสลัชชี่

ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อ ผมคิดว่าจะใช้แค่หน้าร้อนแล้วเก็บ แต่ใช้จริงพบว่าใช้ได้ตลอดปี เพราะโหมด Frappé เปลี่ยนเป็นกาแฟปั่นยามเช้าได้ ทำให้ผมไม่ต้องสั่งกาแฟปั่นจาก food delivery หลายครั้ง แลกเงินที่ลงทุนคืนได้เร็วกว่าที่คิด อันนี้สวนความคาดหวังเดิมของผมที่กลัวว่าจะใช้แค่ช่วงสั้นๆ

อีกจุดที่คนเทียบสเปกแล้วลืมคิด คือ texture ไม่ได้ขึ้นกับเครื่องอย่างเดียว แต่ขึ้นกับสูตรที่ใส่ด้วย คนหลายคนเปิด recipe จาก YouTube ฝรั่ง ใช้น้ำผลไม้ในไทยที่มีระดับน้ำตาลต่างจากของฝรั่ง ผลคือ texture ไม่ตามคาด เครื่องไม่ใช่ตัวปัญหา สูตรที่ปรับให้เข้ากับวัตถุดิบไทยต่างหากที่สำคัญ ผมเลยใช้เวลา 2 สัปดาห์แรกจูน recipe เกือบทุกครั้ง ก่อนจะเจอจุดลงตัว

Ninja SLUSHi vs blender กับ ice crusher ต่างกันยังไง

คำถามที่ผมเจอบ่อยจากเพื่อน เครื่องนี้ต่างจาก blender แรงๆ กับ ice crusher ทั่วไปยังไง ลองอธิบายแบบสั้นๆ blender ใช้ใบมีดปั่นน้ำแข็งให้แตก แต่ได้ texture หยาบกว่าและละลายไวมาก เพราะ friction จากใบมีดทำให้เครื่องดื่มร้อนขึ้นระหว่างปั่น ส่วน ice crusher ตัดน้ำแข็งเป็นเศษเล็กๆ แต่ไม่ผสานกับของเหลวเป็นเนื้อเดียว ต้องคนเองอีกที

Ninja SLUSHi ทำงานคนละแบบ ใช้การ freeze ของเหลวจาก outside-in โดยมีใบกวนขูด crystal ออกจากผนัง vessel ตลอด ทำให้ของเหลวค่อยๆ กลายเป็นเกล็ดละเอียดที่ผสานกันเป็น slush เนื้อเดียว ไม่ใช่น้ำกับน้ำแข็งแยกชั้น นี่คือเหตุผลที่ texture ออกมาคล้ายร้านสะดวกซื้อใหญ่ ถ้าใครเคยอ่าน รีวิว Ninja Blender ที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าหลักการทำงานของสองรุ่นนี้ออกแบบมาคนละจุดประสงค์ แม้จะเป็นแบรนด์เดียวกัน

สรุปสั้นๆ ถ้าอยากปั่น smoothie ทุกวัน blender เพียงพอ ถ้าอยากเฉพาะ shaved ice ใส่น้ำเชื่อม ice crusher ตอบโจทย์ แต่ถ้าอยาก slush texture ละเอียดแบบที่กินใน 7-Eleven หรืออยากทำ frozen cocktail สำหรับงานเลี้ยงที่บ้าน Ninja SLUSHi เป็นทางเลือกที่ทำได้ตรงโจทย์มากกว่า

Ninja SLUSHi FS301TH เหมาะกับใคร?

หลังใช้ 7 สัปดาห์ ผมว่ารุ่นนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ขึ้นกับ use case จริงๆ

เหมาะกับ:

  • คนคอนโด/บ้าน 30-50 ตรม. ที่ทำเครื่องดื่มเย็นที่บ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง คุ้มกับพื้นที่เคาน์เตอร์ที่ต้องสละ
  • คนชอบเลี้ยงเพื่อนที่บ้าน โหมด frozen cocktail กับ dispenser ตอบโจทย์งานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้านสุดสัปดาห์
  • คนที่อยากตัดค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มที่ร้าน ถ้าซื้อสลัชชี่/กาแฟปั่นเดือนละ 1,500+ จากร้าน รุ่นนี้คุ้มทุนคืนภายใน 5-7 เดือน
  • คนที่ชอบลองสูตรเครื่องดื่มเอง 5 โหมดเปิดโอกาสทดลองทำเครื่องดื่มแบบต่างๆ ที่บ้าน

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเครื่องครัวเล็กในคอนโดที่เคยรวบรวมไว้ ผมเคยทำ เครื่องครัวเล็กเหมาะกับคอนโด เป็นแนวทางเลือกเครื่องครัวให้เข้ากับพื้นที่จำกัด

ไม่เหมาะกับ:

  • คนที่ทำเครื่องดื่มเย็นที่บ้านไม่บ่อย (เดือนละไม่กี่ครั้ง) ใช้ blender ที่มีก็พอ
  • คนที่ครัวเล็กมาก พื้นที่เคาน์เตอร์น้อยกว่า 40 x 40 ซม. เพราะเครื่องวางไม่พอ
  • คนที่ต้องการเครื่องดื่มทันที รอ 60+ นาทีต่อรอบไม่ได้

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ก่อนใช้ครั้งแรก แนะนำให้ลองทำสูตรง่ายๆ ก่อน เช่น น้ำส้ม + น้ำเชื่อม สัดส่วน 4:1 + น้ำเปล่าครึ่งหนึ่ง จะได้รู้ความรู้สึกของเครื่อง ก่อนลองสูตรที่ซับซ้อนกว่า และเช็ค seal ของฝากับ vessel ทุกครั้ง เพราะถ้าฝาไม่ปิดสนิท เครื่องอาจไม่ทำงานหรือ texture ไม่ขึ้น

คำถามที่เจอบ่อย

Ninja SLUSHi FS301TH ใช้กับเครื่องดื่มอะไรได้บ้าง?

ใช้ได้กับน้ำผลไม้ ชา กาแฟ ซอฟต์ดริงก์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่อน (wine, beer, low-ABV cocktail) ขอเพียงมี sugar content ราว 10-15% ก็ทำสลัชชี่ได้ ส่วนน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่หวานน้อยมากจะทำไม่ได้เพราะ ใบกวนกวาด crystal ไม่ออก

Ninja SLUSHi FS301TH ทำความสะอาดยุ่งยากมั้ย?

ไม่ยุ่งยาก vessel ใบกวน paddle ฝา ถอดแยกชิ้นล้างได้ แนะนำล้างหลังใช้ทุกครั้งเพื่อไม่ให้คราบติด ใช้เวลาล้างประมาณ 4-5 นาทีต่อรอบ

Ninja SLUSHi FS301TH ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ specialty appliance เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee Thailand

สรุปคะแนนหลังใช้ 7 สัปดาห์

ส่วนตัวให้ Ninja SLUSHi FS301TH 8.3/10 หลังใช้จริง 7 สัปดาห์ คะแนนนี้สะท้อนว่ารุ่นนี้ทำงานตรงตามที่โฆษณาในหมวด specialty appliance แต่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีข้อแลกชัดเจนที่คนซื้อต้องยอมรับ

ในมุมผม รุ่นนี้เหมาะกับคนคอนโด 30-50 ตรม. ที่ทำเครื่องดื่มเย็นที่บ้านสม่ำเสมอ มีเพื่อนแวะมาที่บ้านสุดสัปดาห์ และอยากตัดค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มที่ร้านลง ถ้าคนในครอบครัวก็ชอบ slush หรือ frappé ด้วย โอกาสที่จะใช้บ่อยและคุ้มทุนคืนเร็วก็มากขึ้น

ข้อแลกที่ต้องยอมรับคือ ขนาดเครื่องที่กินพื้นที่เคาน์เตอร์ จำเป็นต้องวางแผนพื้นที่ก่อนซื้อ และระยะเวลา 60-75 นาทีต่อรอบที่ต้องวางแผนล่วงหน้า แต่ในแลกกับ texture สลัชชี่เนื้อละเอียดที่ทำเองที่บ้านไม่ได้ด้วยอุปกรณ์อื่น ส่วนตัวผมว่าคุ้ม

ถ้าให้ผมย้อนกลับไปตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ผมยังเลือกรุ่นนี้ เพราะใช้บ่อยกว่าที่คิดตอนซื้อ ทั้งหน้าร้อนและช่วง work from home ที่ทำกาแฟปั่นเช้าบ่อย แต่ถ้าอยู่คอนโดต่ำกว่า 28-30 ตรม. ที่เคาน์เตอร์ครัวจำกัดมาก คงต้องคิดเรื่องที่วางให้ดีก่อน

สำหรับคนที่พิจารณารุ่นนี้อยู่ ลองดูพื้นที่เคาน์เตอร์ที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรก แล้วประเมิน use case ว่าจะใช้สัปดาห์ละกี่ครั้ง ถ้ามากกว่า 3-4 ครั้งและมีพื้นที่พอ รุ่นนี้คือคำตอบที่ตรงโจทย์ specialty appliance ในเซกเมนต์นี้