ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวโอซาก้าและมองหาที่พักที่ “ทำเลดี ราคาไม่แรง” ในย่านที่เดินไป Dotonbori, Shinsaibashi Arcade และร้านอาหารดังๆ ได้สบาย โรงแรม Nest Hotel Osaka Shinsaibashi หรือชื่อภาษาไทยว่า เนสต์โฮเต็ล โอซาก้า ชินไซบะชิ น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ติดอยู่ในลิสต์ของหลายคน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรงแรมแห่งนี้แบบเจาะลึก ตั้งแต่ทำเล ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงข้อดีข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจจอง
ภาพรวมของ Nest Hotel Osaka Shinsaibashi
Nest Hotel Osaka Shinsaibashi เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ตั้งอยู่ในเขต Chuo-ku ของโอซาก้า ที่อยู่เต็มคือ Chuo-ku Minamisenba 2-4-10 รหัสไปรษณีย์ 542-0081 โรงแรมเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2010 และมีการรีโนเวตห้องพักครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ทำให้สภาพห้องยังดูค่อนข้างใหม่และสะอาด มีห้องพักรวมทั้งหมด 302 ห้อง
แนวคิดของแบรนด์ Nest คือคำว่า “Comfort that makes you feel at home” หรือ “ความสบายที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน” ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากการออกแบบห้องที่เน้นความเรียบง่าย ใช้งานได้จริง ไม่ได้หรูหราเกินตัว แต่ตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนแบบไม่ต้องคิดมากหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน
โรงแรมนี้เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเป็นคู่ ครอบครัวขนาดเล็ก นักเดินทางคนเดียว รวมถึงคนที่เดินทางมาทำธุรกิจในโอซาก้า เพราะมีห้องประชุมและบริการครบครัน
ทำเลที่ตั้ง จุดแข็งที่ทำให้โรงแรมนี้น่าจอง
ถ้าจะให้พูดถึงจุดขายอันดับหนึ่งของ Nest Hotel Osaka Shinsaibashi คงต้องยกให้ “ทำเล” แบบไม่ต้องคิดมาก เพราะโรงแรมตั้งอยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกสุดๆ ในโอซาก้า
จากโรงแรมเดินเพียง 1 นาที จากทางออกที่ 2 ของสถานีรถไฟใต้ดิน Nagahoribashi ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟใต้ดินสาย Sakaisuji และสาย Nagahori Tsurumi-ryokuchi หมายความว่าคุณสามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปไหนก็ได้ในโอซาก้าโดยไม่ต้องเดินไกล เปียกฝนหรือร้อนเหงื่อแตกก่อนถึงสถานี
นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากสถานี Shinsaibashi ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟใต้ดินสาย Midosuji สายหลักของโอซาก้า ประมาณ 6-7 นาทีเดิน จากทางออกเหนือที่ 3 โดยสามารถเดินผ่านห้างใต้ดิน Crysta Nagahori ทางเข้า W ได้เลย เดินสบายไม่ต้องเจอแดดเลยถ้าใช้ทางใต้ดิน
จุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่อยู่ในระยะเดินถึง ได้แก่
- Shinsaibashi-suji Shopping Arcade ถนนช้อปปิ้งมีหลังคามุงยาวที่สุดในโอซาก้า เดินประมาณ 5-7 นาที
- Dotonbori และป้าย Glico Sign จุดถ่ายรูปไอคอนของโอซาก้า เดินประมาณ 10-15 นาที
- Kuromon Ichiba Market ตลาดอาหารทะเลและสตรีทฟู้ดดัง เดินประมาณ 15 นาที
- Orix Theater เดินประมาณ 15 นาที
- Sennichimae Doguyasuji ถนนเครื่องครัวสำหรับสายทำอาหาร เดินไม่ไกล
- Amerikamura (Amemura) ย่านวัยรุ่นญี่ปุ่น เดินประมาณ 10 นาที
รอบๆ โรงแรมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันครบ ทั้งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Lawson และร้านฟาสต์ฟู้ดอย่าง Mos Burger อยู่ในระยะเดินไม่กี่นาที จะหาน้ำดื่ม ของกินดึก หรือของฝากเล็กๆ น้อยๆ ก็สะดวกมาก
การเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม
หลายคนกังวลเรื่องการเดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรม โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งไปโอซาก้าครั้งแรก สำหรับ Nest Hotel Osaka Shinsaibashi การเดินทางถือว่าไม่ยุ่งยาก
ถ้าบินลงที่ สนามบินคันไซ (KIX) สามารถเลือกได้หลายวิธี วิธีที่นิยมและประหยัดที่สุดคือนั่ง Nankai Airport Express มาลงที่สถานี Namba จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินสาย Midosuji ไปลงที่สถานี Shinsaibashi หรือนั่งสาย Sakaisuji ไปลงที่ Nagahoribashi ใช้เวลารวมประมาณ 60-75 นาที ค่าใช้จ่ายราว 1,000-1,300 เยน
อีกทางเลือกคือ Limousine Bus ที่วิ่งตรงจากสนามบินคันไซมาลงที่ Namba หรือ Shinsaibashi OPA ใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที จากนั้นเดินหรือนั่งแท็กซี่ต่ออีกนิด เหมาะกับคนที่มีกระเป๋าใหญ่และไม่อยากเปลี่ยนรถไฟหลายต่อ
หากบินลงที่ สนามบินอิตามิ (Osaka International Airport) ห่างจากโรงแรมเพียงประมาณ 30 นาที สามารถนั่ง Limousine Bus หรือแท็กซี่มาได้สบาย
ประเภทห้องพักและขนาด
Nest Hotel Osaka Shinsaibashi มีห้องพักหลายรูปแบบให้เลือกตามจำนวนผู้เข้าพักและงบประมาณ โดยทุกห้องผ่านการรีโนเวตปี 2016 จึงยังดูใหม่ตามมาตรฐานโรงแรมญี่ปุ่น
Double Room (ห้องเตียงคู่) ขนาด 13 ตารางเมตร พร้อมเตียง semi-double กว้าง 140 ซม. เหมาะกับคู่รักหรือนักเดินทางคนเดียวที่อยากได้พื้นที่นอนกว้างขึ้น ห้องตกแต่งเรียบง่ายในโทนอบอุ่น มีโต๊ะทำงานเล็กๆ ให้นั่งทำงานหรือวางของได้
Twin Room (ห้องเตียงแฝด) ขนาด 17 ตารางเมตร เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเพื่อนสองคนหรือครอบครัวขนาดเล็ก เนื่องจากเตียงแยกกันชัดเจน เหมาะกับคนที่ไม่อยากนอนเตียงเดียวกัน ขนาด 17 ตารางเมตรถือว่ากว้างกว่าค่าเฉลี่ยของโรงแรมในย่านเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีห้องประเภทอื่นๆ ให้เลือก รวมถึง Lady’s Plan หรือแพ็กเกจห้องสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ที่มาพร้อมของอำนวยความสะดวกเสริมพิเศษ
ต้องบอกตามตรงว่าขนาดห้องในระดับ 13-17 ตารางเมตรอาจจะดูเล็กสำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นกับโรงแรมญี่ปุ่น แต่ถ้าเทียบกับโรงแรม 3 ดาวอื่นๆ ในย่านชินไซบาชิ-นัมบะ ขนาดนี้ถือว่ามาตรฐานและพอเหมาะกับวัตถุประสงค์ของการมาเที่ยวที่ต้องออกไปข้างนอกทั้งวันอยู่แล้ว
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง
อุปกรณ์ในห้องพักของ Nest Hotel ค่อนข้างครบครัน ตอบโจทย์การเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประกอบด้วย
- ทีวีจอแบน LCD พร้อมช่องดาวเทียม
- VOD (Video On Demand) ระบบดูหนังในห้อง ต้องซื้อตั๋วเพิ่มที่โถงลิฟต์แต่ละชั้น
- อินเทอร์เน็ต LAN แบบมีสายและ Wi-Fi ฟรี สัญญาณเสถียร เหมาะกับสายทำงานออนไลน์
- ตู้เย็นขนาดเล็ก สำหรับเก็บของกินของดื่ม
- กาน้ำร้อนไฟฟ้า ชงชา กาแฟ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้
- เครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิเองได้
- โทรศัพท์ ในห้อง
ห้องส่วนใหญ่ยังสามารถเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้บางส่วน ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนชอบ เพราะโรงแรมในญี่ปุ่นหลายแห่งไม่อนุญาตให้เปิดหน้าต่างเลย
ห้องน้ำและของใช้ฟรี
ห้องน้ำเป็นแบบ unit bath คือยกชุดสำเร็จ มีอ่างอาบน้ำพร้อมฝักบัวรวมในตัว สำหรับคนที่ชอบแช่อ่างหลังเดินเที่ยวเหนื่อยๆ ถือว่าตอบโจทย์
ของใช้ฟรีในห้องน้ำมีค่อนข้างครบ ได้แก่
- แชมพู ครีมนวด สบู่อาบน้ำ จากแบรนด์ DHC ของญี่ปุ่นแท้
- โถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Bidet/Washlet) มาตรฐานญี่ปุ่น
- ไดร์เป่าผม
- ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดเท้า
- แปรงสีฟัน ยาสีฟัน
- เสื้อคลุมอาบน้ำ (Gown)
- รองเท้าแตะแบบใช้แล้วทิ้ง
- แปรงผม ที่โกนหนวด
- กระดาษขัดรองเท้า แปรงเสื้อผ้า ช้อนใส่รองเท้า
จุดที่น่าประทับใจคือใช้แชมพู ครีมนวด และสบู่ของ DHC ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณชื่อดังของญี่ปุ่น ใช้แล้วผมไม่แห้ง ผิวไม่ตึง ดีกว่าโรงแรมระดับ 3 ดาวทั่วไปที่ใช้ของแบรนด์ทั่วๆ ไป
สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม
นอกเหนือจากในห้องพัก โรงแรมยังมีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ช่วยให้การเข้าพักสะดวกขึ้น ได้แก่
- แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง เช็คอินเช็คเอาต์ดึกได้ไม่มีปัญหา
- บริการนวดในห้องพัก หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน เหมาะมาก
- ห้องซักรีดแบบหยอดเหรียญ สำหรับนักเดินทางที่อยู่นานหลายวัน
- บริการเก็บกระเป๋า เช็คเอาต์แล้วยังเก็บของไว้เดินเที่ยวต่อได้
- ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ทั้งเครื่องดื่มและของกินเล่น
- ห้องประชุม สำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจ
- บริการเช่าคอมพิวเตอร์
- หนังสือพิมพ์ฟรีในล็อบบี้
- ลิฟต์ สะดวกขนกระเป๋า
- ที่จอดรถ สำหรับคนที่ขับรถมา
จุดที่ผู้เข้าพักหลายคนชอบเป็นพิเศษคือ พนักงานต้อนรับเป็นมิตรและช่วยเหลือดี สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับใช้งานได้ ช่วยแนะนำร้านอาหาร เส้นทาง หรือเรียกแท็กซี่ให้ได้
อาหารเช้าและร้านอาหารในโรงแรม
โรงแรมมีร้านอาหารชื่อ Bene ตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง เสิร์ฟอาหารแบบบุฟเฟต์สำหรับมื้อเช้า ราคาบุฟเฟต์ต้องชำระเพิ่ม ไม่รวมในราคาห้องพักโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่จอง
เมนูอาหารเช้าค่อนข้างหลากหลาย ผสมระหว่างอาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น และมีอาหารจีนเล็กน้อย ถ้าใครชอบลองหลายๆ อย่างก็คุ้ม แต่ถ้าใครอยากประหยัดงบและลองอาหารท้องถิ่น สามารถออกไปกินที่ร้านราเมง ร้านข้าวหน้าต่างๆ รอบโรงแรมได้ เพราะมีให้เลือกเยอะมาก
นอกจากนี้ในรัศมี 500 เมตรจากโรงแรม ยังมีร้านอาหารชื่อดังของโอซาก้าหลายร้าน เช่น Kanidouraku Dotombori-Honten ร้านปูชื่อดัง, Steak House Kozai ร้านสเต๊ก, และร้านอาหารเอเชียอีกหลายร้าน
ข้อดีของ Nest Hotel Osaka Shinsaibashi
จากการรวบรวมรีวิวจากผู้เข้าพักจริงและข้อมูลของโรงแรม จุดเด่นที่ทำให้โรงแรมนี้น่าจองสรุปได้ดังนี้
ทำเลเดินทางสะดวก อยู่หน้าสถานีรถไฟใต้ดินเลย จะไปโอซาก้าเซ็นทรัล Universal Studios สนามบิน หรือเกียวโต-นาราก็สบาย
ราคาเป็นมิตร เทียบกับทำเลใจกลางเมืองที่เดินไป Dotonbori และ Shinsaibashi ได้ ราคาห้องพักของ Nest Hotel ถือว่าคุ้มค่ามาก เริ่มต้นประมาณ 5,000-8,000 เยนต่อคืน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา
ห้องสะอาด หลายรีวิวยืนยันว่าห้องพักทำความสะอาดทุกวัน เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้ใหม่
ของใช้คุณภาพดี ใช้ DHC ซึ่งเป็นแบรนด์คุณภาพของญี่ปุ่น
พนักงานต้อนรับดี เป็นมิตร ช่วยเหลือดี สื่อสารได้
Wi-Fi ฟรีและสัญญาณดี เหมาะกับสาย Work From Anywhere
มีบริการนวดในห้อง หลังเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ พักผ่อนได้สบาย
ข้อควรพิจารณาก่อนจอง
ในด้านที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ มีข้อสังเกตที่ปรากฏในรีวิวของผู้เข้าพักจริง
ห้องพักค่อนข้างเล็ก เป็นเรื่องปกติของโรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมือง ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบอาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ผนังห้องค่อนข้างบาง บางรีวิวระบุว่าได้ยินเสียงจากห้องข้างเคียงบ้าง ถ้านอนหลับยาก ควรเตรียมที่อุดหูไปด้วย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องการนอน ที่นอนนุ่มแน่นแต่หมอนอาจจะแข็งและเล็กไปสำหรับบางคน
โรงแรมใช้กุญแจแบบดั้งเดิม ไม่ใช่คีย์การ์ด ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องเล็กแต่บางคนกังวลเรื่องลืมคืนกุญแจหรือพกพายาก
อาหารเช้าไม่ได้รวมโดยอัตโนมัติ ต้องเลือกแพ็กเกจที่รวมเอง
ไม่มีบริการเตียงเสริม ถ้ามาเป็นครอบครัวที่มีเด็ก ควรจองห้อง Twin หรือดูประเภทห้องอื่นที่รองรับ
เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน
จากข้อมูลทั้งหมด Nest Hotel Osaka Shinsaibashi เหมาะกับนักเดินทางในกลุ่มนี้
คู่รักหรือเพื่อนสองคน ที่มาเที่ยวโอซาก้าและอยากได้ที่พักทำเลดี เดินไป Dotonbori และ Shinsaibashi ได้ ไม่ต้องเสียค่ารถไฟทุกครั้ง
นักเดินทางคนเดียว ที่เน้นความสะดวก ออกเช้ากลับดึก ห้องเป็นแค่ที่นอน
นักเดินทางสายช้อปปิ้ง เพราะอยู่ในย่านช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของโอซาก้า เดินถือถุงกลับโรงแรมได้ใกล้
นักธุรกิจ ที่มาประชุมในย่าน Chuo-ku โรงแรมมีห้องประชุมและบริการเช่าคอมพิวเตอร์
ครอบครัวขนาดเล็ก 2-3 คน ที่ลูกโตหน่อย ไม่ต้องการเตียงเสริม
ส่วนคนที่อาจไม่เหมาะก็เช่น ครอบครัวใหญ่ที่มีเด็กเล็กต้องการเตียงเสริม คนที่ต้องการห้องพักกว้างๆ มีพื้นที่นั่งเล่นในห้อง หรือคนที่เน้นความหรูหรา 4-5 ดาว ที่มีสปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนสครบ
ทิปการจองและการเข้าพัก
จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นอย่างเทศกาลซากุระ (มี.ค.-เม.ย.) ใบไม้เปลี่ยนสี (ต.ค.-พ.ย.) และช่วงปีใหม่ ราคาจะถูกกว่าและมีห้องให้เลือกมากกว่า
เปรียบเทียบราคาหลายเว็บ ก่อนกดจองให้ลองเช็คทั้ง Agoda, Booking.com, Trip.com และเว็บไซต์ของโรงแรมเอง เพราะแต่ละช่วงโปรจะต่างกัน
เลือก Twin Room ถ้ามาสองคน เพราะกว้างกว่า Double Room ถึง 4 ตารางเมตร และมีเตียงแยก ไม่อึดอัด
แจ้งเวลาเช็คอินล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้ามาถึงดึก จะได้รับการดูแลที่ดีกว่า
เตรียมที่อุดหูและผ้าปิดตา สำหรับคนนอนหลับยาก
ใช้บัตร Suica หรือ ICOCA เพื่อนั่งรถไฟใต้ดินจากโรงแรมได้สะดวก ซื้อได้ที่สถานี Nagahoribashi เลย
ภาษีท้องถิ่น ต้องชำระเพิ่มที่โรงแรม ไม่รวมในราคาที่จอง ขึ้นอยู่กับราคาห้องและจำนวนคืน
สรุป Nest Hotel Osaka Shinsaibashi คุ้มจองมั้ย
โดยรวมแล้ว Nest Hotel Osaka Shinsaibashi เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ให้ความคุ้มค่ามากเมื่อพิจารณาจาก “ทำเล” เป็นหลัก การได้พักในจุดที่อยู่หน้าสถานีรถไฟใต้ดินและเดินถึง Dotonbori, Shinsaibashi Arcade, Kuromon Market ได้สบาย ในราคาที่จับต้องได้ ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ดี
ถ้าคุณเข้าใจว่ามาญี่ปุ่นต้องเจอห้องเล็ก ผนังบาง และไม่ได้คาดหวังความหรูหราของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว Nest Hotel ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี เหมาะสำหรับคนที่จะออกไปเที่ยวทั้งวันและกลับมานอนพักผ่อนเป็นหลัก
ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการความหรูหรา ห้องพักกว้างขวาง สระว่ายน้ำ สปา หรือมาเที่ยวเป็นครอบครัวใหญ่ที่ต้องการเตียงเสริมและพื้นที่เยอะ ควรพิจารณาโรงแรมระดับสูงขึ้นในย่านเดียวกัน
สำหรับนักเดินทางส่วนใหญ่ที่มาโอซาก้าเพื่อเดินช้อปปิ้ง กินอาหารอร่อย และถ่ายรูปกับ Glico Sign โรงแรมแห่งนี้ถือว่าเป็น “ฐานทัพ” ที่เหมาะสมที่สุดแห่งหนึ่งในย่านชินไซบาชิ และเป็นเหตุผลที่ทำให้มีผู้เข้าพักรีวิวว่ากลับมาพักซ้ำหลายครั้งในแต่ละปี
ก่อนจองอย่าลืมเช็คราคาเปรียบเทียบหลายเว็บ ดูรีวิวล่าสุด และเลือกประเภทห้องที่ตรงกับจำนวนผู้เข้าพักของคุณ เท่านี้คุณก็จะได้ที่พักทำเลทองในใจกลางโอซาก้าในราคาที่คุ้มค่าครับ
