LG TT18NAPG ดีไหม? เครื่องซักผ้า 2 ถัง 18 กิโลที่ผมใช้จริงมา 7 สัปดาห์
เครื่องซักผ้าเก่าที่บ้านพังตอนต้นเมษา ฝาหน้า 9 กิโล ใช้มา 6 ปี มอเตอร์เริ่มมีเสียงแปลกๆ พอลองโหลดผ้าห่มคิงไซส์ทีไรเครื่องร้องโอ๊ดทุกที สุดท้ายช่างมาดูแล้วบอกว่าซ่อมไม่คุ้ม ขอแนะนำให้เปลี่ยน ผมก็เลยมานั่งหาเครื่องใหม่อยู่สองสัปดาห์
ที่บ้านมีคน 4 คน รวมเด็กเล็ก 1 คน ผ้าเลอะวันละกองทุกวัน บางวันสองกอง ทุกสุดสัปดาห์ต้องซักผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มอีก ผมเลยตัดสินใจไม่กลับไปใช้ฝาหน้าใบเดียวอีก เปลี่ยนมาเป็นเครื่องซักผ้า 2 ถัง ที่ซักกับปั่นแยกถังกันไปเลย ตอนเลือกเทียบอยู่สามแบรนด์ สุดท้ายมาลงตัวที่ LG TT18NAPG.DBMPETH ความจุซัก 18 กิโล ปั่นแห้ง 10 กิโล
เหตุผลที่เลือกตัวนี้ ไม่ใช่เพราะแบรนด์ดัง แต่เป็นเพราะถังพลาสติกหนา 3 มม. กับการรับประกันมอเตอร์ 5 ปี เครื่องในเซกเมนต์ราคาเดียวกันส่วนใหญ่รับประกัน 1-3 ปีเท่านั้น แล้วระบบ Roller Jet ที่เป็นจานซักแบบกลีบใหญ่ขึ้น ผมว่าน่าจะรับผ้าหนาๆ ได้ดีกว่าจานซักทั่วไป
ตอนนี้ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ ซักทุกวัน บางวันสามรอบ ผมว่าได้เวลาเล่าให้ฟังว่าเครื่องตัวนี้ใช้จริงเป็นยังไง อะไรดีอะไรไม่ดี ผมจะเล่าตรงๆ ทั้งสองด้าน เพราะถ้าใครกำลังเลือกเครื่องซักผ้าครอบครัวอยู่ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น
Quick Answer Box — เหมาะหรือไม่เหมาะใน 1 นาที
LG TT18NAPG.DBMPETH คือเครื่องซักผ้า 2 ถังฝาบนความจุใหญ่ ถังซัก 18 กิโล ถังปั่น 10 กิโล รอบปั่น 1,300 rpm ตัวเครื่องกว้าง 96 ซม. สูง 104 ซม. ลึก 54 ซม. มาพร้อมระบบ Roller Jet กับ Wind Jet Dry รับประกันมอเตอร์ 5 ปี เหมาะกับครอบครัว 4 คนขึ้นไปที่ซักผ้าเยอะทุกวัน มีผ้าหนา ผ้าปูที่นอน ผ้าห่มต้องซักเองที่บ้าน ไม่เหมาะกับคอนโดเล็กหรือคนอยู่คนเดียว เพราะตัวเครื่องใหญ่และไม่มี Wi-Fi/แอป
สเปก จุดเด่นและภาพรวมที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
ก่อนลงรายละเอียดการใช้งาน ผมขอสรุปสเปกสำคัญที่ส่งผลกับชีวิตประจำวันจริงๆ ไม่ใช่ทุกตัวเลขในใบสเปก
- ความจุ 18/10 กก. ถังซัก 18 กิโลใส่ผ้าครอบครัว 4 คนได้ครั้งเดียวจบ ถังปั่นรับได้ 10 กิโลซึ่งพอ ผมต้องแบ่งปั่น 2 รอบเมื่อผ้าเปียกหนัก
- รอบปั่น 1,300 rpm เร็วกว่าเครื่อง 2 ถังทั่วไปที่อยู่แถว 700-1,000 rpm ผ้าเปียกน้อยลง แห้งเร็วขึ้นเวลาตากแดด
- ระบบ Roller Jet จานซักทรงกลีบขนาดใหญ่ หมุนแบบกระทบผ้ามาก ทำให้คราบหลุดดี โดยเฉพาะคราบเหงื่อกับคราบดิน
- Wind Jet Dry เป่าลมตอนปั่นแห้ง ลดความชื้นในผ้าได้พอสมควร ผ้าออกมาแห้งกว่าเครื่องเก่าที่เคยใช้แน่นอน
- โปรแกรม 3 แบบ Gentle / Normal / Strong พอใช้จริงไม่งง ไม่ต้องเลือกจาก 15 โปรแกรมเหมือนเครื่อง full-auto
- กำลังไฟรวม 855 วัตต์ ซัก 650 ปั่น 205 ไม่กินไฟมาก ถ้าเทียบกับฝาหน้า inverter อาจกินไฟกว่านิดหน่อย แต่น้ำใช้มากกว่า
- รับประกันมอเตอร์ 5 ปี จุดที่ดึงผมมาก เครื่องในงบเดียวกันรับประกันมอเตอร์เฉลี่ย 1-3 ปี
ภาพรวมสเปก ถ้าให้พูดตรงๆ คือเป็นเครื่องซักผ้า workhorse ที่ออกแบบมาทำงานหนัก ไม่ใช่เครื่องสำหรับคนชอบ feature เยอะ ไม่มี Wi-Fi ไม่มี Smart Diagnosis ไม่มีโปรแกรมซักเฉพาะผ้าเด็ก แต่สิ่งที่ได้คือความทนทานกับความจุที่ตอบโจทย์
ดีไซน์และ First Impression ตอนติดตั้งวันแรก
เครื่องมาถึงในกล่องใหญ่มาก ขนาด 96 x 104 x 54 ซม. น้ำหนัก 34.5 กก. ทีมส่งของยกขึ้นไปวางที่ซักรีดข้างครัวหลังบ้านได้ ผมต้องช่วยถือประตูให้เพราะกล่องกว้างเกือบเมตร
ตัวเครื่องสีเทาเข้ม ดีไซน์เรียบ ไม่ฉูดฉาด ฝาทั้งสองข้างใส มองเห็นด้านในได้ ปุ่มควบคุมเป็นปุ่มหมุนแบบ analog ไม่ใช่ touch panel ส่วนตัวผมว่าดี เพราะมือเปียกๆ ยังกดได้ ไม่ต้องเช็ดมือก่อน เครื่อง full-auto ตัวก่อนของผม ปุ่ม touch โดนน้ำกระเด็นทีไรก็กดมั่ว
วัสดุภายนอกเป็นเรซิ่น ดูแข็งแรงพอใช้ ไม่ใช่โลหะแต่ก็ไม่ใช่พลาสติกบาง LG เคลมว่ามีการเคลือบสารป้องกันหนู ผมเองยังไม่เจอหนูในบ้านนะ แต่บ้านที่ซักรีดอยู่ใกล้สวนหลังบ้าน เผื่อไว้ก็ดี
ฐานรองเครื่องมาในกล่อง ติดตั้งเอง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เครื่องตั้งบนฐานแล้วยกสูงจากพื้นประมาณ 10 ซม. กวาดถูใต้เครื่องได้ ก่อนหน้านี้เครื่องเก่าวางติดพื้น ทำความสะอาดยากมาก
สรุปดีไซน์ผมให้ผ่าน ไม่ได้สวยงามอะไร แต่ใช้งานง่าย ดูทนทาน ปุ่มไม่งง
การใช้งานจริง 7 สัปดาห์ — ตั้งแต่ผ้าเด็กจนถึงผ้าห่มคิง
ผมจะแบ่งเล่าตามประเภทผ้าที่ซักจริงในชีวิตประจำวัน เพราะมันต่างกันมาก
ผ้าใส่ทำงาน + ผ้าเด็กประจำวัน
โหลดเฉลี่ยวันละ 4-6 กิโล ใช้โปรแกรม Normal ใส่ผงซักฟอกตามปกติ น้ำเปิดให้ท่วมผ้า ปรับเวลาซัก 12 นาที พอเสร็จก็ย้ายไปถังปั่น 4-5 นาที ใช้รวมแล้วประมาณ 25 นาที
คราบเหงื่อกับคราบอาหารหลุดดี ผ้าเด็กที่เลอะนมเลอะข้าว ผมแช่ก่อน 10 นาที แล้วซัก Normal คราบหลุดเกือบหมด เหลือบางจุดที่ฝังลึกก็ต้องขยี้เพิ่มก่อนซัก แต่นั่นคือเรื่องของผงซักฟอก ไม่ใช่ของเครื่อง
ผ้ายีนส์ + ผ้าหนา
โหลดผ้ายีนส์ 3-4 ตัวพร้อมเสื้อ hoodie อีก 2 ตัว รวมประมาณ 6-7 กิโล ใช้โปรแกรม Strong เวลาซัก 15 นาที พอปั่น 1,300 rpm ผ้าเปียกน้อยกว่าเครื่องเก่าที่ปั่นแค่ 720 rpm ชัดเจน ตากแดดแค่ 3-4 ชั่วโมงก็แห้งหมด ผ้ายีนส์หนา 5 ชั่วโมงก็ใส่ได้
ผ้าปูที่นอน + ผ้าห่มคิงไซส์
นี่คือ moment ที่ผมเปลี่ยนใจมาเป็น 2 ถังเลย ผ้าปูที่นอนคิงไซส์ + ปลอกหมอน 4 ใบ + ผ้าห่ม รวมน้ำหนักประมาณ 9-10 กิโลตอนแห้ง ใส่เข้าถังซัก 18 กิโลแล้วยังเหลือพื้นที่ น้ำท่วมผ้าเต็มที่ ไม่ต้องดันไม่ต้องขย่ม
จุดที่สะดุดวันแรกๆ คือ ตอนยกผ้าเปียกจากถังซักไปถังปั่น มันหนักมาก ผ้าห่มเปียกน้ำหนักเกือบ 15 กิโล ผมต้องบิดให้พอหมาด ๆ ก่อนย้าย ไม่งั้นน้ำหยดเต็มพื้น ตอนซื้อมาไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย หลังจากใช้สัปดาห์ที่ 2 ผมเริ่มใช้วิธียกผ้าครึ่งกองออกมาบีบน้ำในถังเปล่าก่อน แล้วค่อยย้ายเข้าถังปั่น สะดวกขึ้นมาก
โปรแกรม Wind Jet Dry
ตอนปั่นแห้ง Wind Jet Dry จะเปิดลมเป่าตามจังหวะปั่น ผมรู้สึกว่าผ้าออกมาเปียกน้อยกว่าเครื่องเก่าจริงๆ แต่ไม่ถึงกับแห้งสนิทเหมือนเครื่องอบ ผ้าบางๆ ตากในร่มยังต้อง 3-4 ชั่วโมง ผ้าหนาๆ ต้องตากแดดอย่างน้อยครึ่งวัน อย่าคิดว่ามันคือเครื่องอบ มันคือเครื่องปั่นที่ปั่นได้แห้งกว่าปกตินิดหน่อย
เสียง + การสั่น
ตอนซักเสียงประมาณกลางๆ คุยกันในห้องครัวข้างๆ ยังได้ยินเสียงน้ำกระทบจานซัก ไม่ใช่เครื่องเงียบ แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวน ตอนปั่น 1,300 rpm นี่เสียงดังขึ้นมาก ถ้าใส่ผ้าไม่บาลานซ์เครื่องจะเขย่าตัวพอสมควร ผมต้องจัดผ้าใหม่ใน 2-3 ครั้งช่วงสัปดาห์แรก หลังจากนั้นเริ่มรู้จังหวะการจัดผ้าก็ลดปัญหาได้
ข้อดีและข้อเสีย แบบไม่กลบ
ข้อดี
- ความจุซัก 18 กก. ใหญ่จริง: ใส่ผ้าครอบครัว 4 คนได้ครั้งเดียวจบ รวมผ้าปูที่นอนคิงไซส์ + ปลอกหมอน — สำหรับบ้านที่ผ้าเยอะทุกวันแบบที่บ้านผม นี่คือ feature ที่เปลี่ยนชีวิตจริง ไม่ต้องซักหลายรอบเหมือนเครื่องเก่า 9 กิโล
- รอบปั่น 1,300 rpm เร็วกว่าเครื่อง 2 ถังทั่วไป: ปั่นแห้งแล้วผ้าเปียกน้อย ตากแดด 3-4 ชั่วโมงก็แห้ง — ในชีวิตประจำวันที่ต้องซักทุกวัน ทุกชั่วโมงที่ผ้าแห้งเร็วขึ้นมีค่ามาก โดยเฉพาะหน้าฝน
- ระบบ Roller Jet ขจัดคราบดี: จานซักทรงกลีบใหญ่ ตีผ้าได้ทั่วถัง คราบเหงื่อยี่ห้อนี้คือสิ่งที่บ้านผมต้องเจอทุกวัน ผ้าเด็กเลอะข้าว แช่ 10 นาทีแล้วซัก Normal คราบหลุดเกือบหมด ไม่ต้องขยี้เพิ่มเยอะ
- รับประกันมอเตอร์ 5 ปี: ในเซกเมนต์ราคานี้ส่วนใหญ่ให้แค่ 1-3 ปี — สำหรับเครื่องที่ใช้ทุกวัน 5 ปีคือ peace of mind ที่จับต้องได้ ถ้ามอเตอร์เสียกลางทาง ค่าซ่อมเครื่องซักผ้าอย่างน้อยก็ครึ่งราคาเครื่องใหม่
- ปุ่ม analog ใช้ง่ายแม้มือเปียก: ไม่ใช่ touch panel หมุนตั้งเวลาด้วยมือเปียกได้ — ใครเคยใช้เครื่อง full-auto ที่ปุ่ม touch จะเข้าใจปัญหามือเปียกกดไม่ติด ตัวนี้แก้ปัญหาได้ตรงๆ
ข้อเสีย
- ต้องย้ายผ้าด้วยมือจากถังซักไปถังปั่น: ผ้าเปียกหนัก โดยเฉพาะผ้าห่มหรือผ้าปูที่นอน — ใครชินกับ full-auto ที่ซักปั่นในถังเดียว ต้องปรับตัวประมาณสองสัปดาห์ ผมแก้โดยบีบน้ำในถังเปล่าก่อนย้าย
- ตัวเครื่องใหญ่ ใช้พื้นที่เกือบ 1 ตารางเมตร: กว้าง 96 ซม. ลึก 54 ซม. — บ้านที่ซักรีดเล็กหรือคอนโด อาจไม่พอ ต้องวัดที่ก่อนซื้อ
- ไม่มี Wi-Fi ไม่มีแอป ไม่มี Smart Diagnosis: เป็นเครื่อง analog ทั้งหมด — ใครชอบสั่งซักจากมือถือ หรือดูสถานะผ่านแอป ตัวนี้ไม่ตอบโจทย์
มุมที่คนชอบมองข้าม เกี่ยวกับเครื่องซักผ้า 2 ถัง
คนทั่วไปคิดว่าเครื่องซักผ้า 2 ถังคือเครื่องล้าสมัย ใครซื้อ full-auto ได้ก็ควรซื้อ จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น
2 ถังมีข้อดีที่ full-auto ทำไม่ได้คือ ใช้น้ำเสร็จแล้วไม่ทิ้ง น้ำซักรอบแรกที่ยังสะอาดอยู่ ผมเอาไปซักผ้ารอบสองได้ ผ้าที่เลอะมากแยกซักทีหลังด้วยน้ำใหม่ ค่าน้ำที่บ้านลดลงจากเดือนก่อนที่ใช้ฝาหน้า ประมาณ 200 บาทต่อเดือน เพราะฝาหน้ามันใช้น้ำสะอาดทุกรอบ
อีกเรื่องคือ ความเร็วในการซักผ้าเยอะ ถ้าคุณซักผ้าสามกอง full-auto จะใช้เวลา 3 รอบ ๆ ละ 45 นาที = 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ 2 ถังตัวนี้ ระหว่างถังซักทำงานกองที่ 1 คุณเอากองที่ 2 ไปแช่ในกะละมัง พอกองแรกย้ายไปปั่น ก็เอากองที่ 2 ใส่ถังซักต่อทันที จบ 3 กองใน 1 ชั่วโมงครึ่งง่ายๆ
ส่วนตัวผมว่า ก่อนตัดสินใจระหว่าง 2 ถัง vs ฝาหน้า อย่าตัดสินด้วยภาพลักษณ์ของเครื่อง ให้ตัดสินจาก use case จริง บ้านผ้าเยอะ น้ำประปาแพง ต้องการซักเร็ว 2 ถังตอบโจทย์กว่าที่คิด
เทียบกับเครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่นอื่นในตลาด
ก่อนตัดสินใจ ผมเทียบกับสองรุ่นหลักในเซกเมนต์เดียวกัน คือ Haier HWM-T160 ความจุ 16 กิโล กับ Samsung WT16J7 16/9 กิโล
Haier 16 กิโลถูกกว่า LG ตัวนี้นิดหน่อย แต่ความจุน้อยกว่า 2 กิโล สำหรับครอบครัวที่ผ้าเยอะ 2 กิโลคือต่างกันชัด รอบปั่นก็ต่ำกว่าอยู่ที่ราว 1,000 rpm ส่วน Samsung 16/9 ราคาใกล้กัน แต่จุดที่ผมตัดสินใจคือการรับประกันมอเตอร์ LG ให้ 5 ปี ส่วนคู่แข่งให้ 3-4 ปี
ถ้าใครยังเลือกอยู่ระหว่างหลายรุ่น ลองอ่าน รีวิวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี ที่ทีมเราเปรียบเทียบไว้แล้ว มีหลายรุ่นในงบต่างกัน เลือกตามขนาดครอบครัวได้
LG TT18NAPG เหมาะกับใคร? และไม่เหมาะกับใคร?
หลังใช้มา 7 สัปดาห์ ผมตอบคำถามนี้ได้ค่อนข้างชัด
เหมาะกับ:
- ครอบครัว 4 คนขึ้นไป ผ้าเลอะวันละกอง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก
- คนที่ต้องซักผ้าปูที่นอนคิงไซส์ ผ้าห่มเองที่บ้าน ไม่อยากหิ้วไปร้านซัก
- คนที่อยากประหยัดค่าน้ำ ใช้น้ำซักซ้ำได้ระหว่างกอง
- บ้านมีพื้นที่ซักรีด อย่างน้อย 1 x 0.7 เมตร
- คนที่ชอบใช้งานเครื่อง analog ปุ่มหมุน ไม่ต้องการ Wi-Fi/แอป
ไม่เหมาะกับ:
- คนอยู่คอนโดเล็ก พื้นที่ซักรีดน้อยกว่า 1 ตารางเมตร
- คนที่ต้องการเครื่องเงียบจริงจัง ใช้ตอนกลางคืน — เครื่องนี้เสียงระดับกลาง
- คนชอบ Smart features สั่งงานผ่านมือถือ ดูสถานะออนไลน์
- คนเดียวหรือคู่ ผ้าน้อย — 18 กิโลใหญ่เกินไป ใช้ไม่คุ้ม
ข้อแนะนำหลังใช้จริง:
- วางเครื่องบนพื้นแน่นๆ ระดับน้ำ ถ้าไม่บาลานซ์ ปั่น 1,300 rpm จะเขย่าแรง
- ใช้ฐานรองเครื่องที่มาในกล่อง อย่าวางติดพื้น เพราะใต้เครื่องเปียกง่าย ทำความสะอาดยาก
- ทำความสะอาดฟิลเตอร์ Health+ ทุก 2 สัปดาห์ ผมเจอเศษผ้ากับเส้นผมรวมกันเยอะ
ข้อควรระวัง:
- อย่าใส่ผ้าเกิน 18 กิโลในถังซัก เครื่องจะรับโหลดไม่ไหว มอเตอร์จะร้อนกว่าปกติ
- ถังปั่นรับได้ 10 กิโล ใส่เกินจะสั่นแรง บาลานซ์ไม่ติด
ใครยังลังเลระหว่าง 2 ถัง vs ฝาบน full-auto ลองอ่าน รีวิวเครื่องซักผ้าฝาบน ยี่ห้อไหนดี เพื่อเทียบทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจ
FAQ คำถามที่คนถามบ่อย
Q: LG TT18NAPG เหมาะกับห้องขนาดเท่าไหร่?
A: ตัวเครื่องกว้าง 96 ซม. ลึก 54 ซม. ต้องการพื้นที่วางอย่างน้อย 1 x 0.7 เมตร เพื่อให้มีช่องวางถังน้ำ + เดินรอบได้ บ้านที่ซักรีดเล็กกว่านี้อาจไม่พอ
Q: LG TT18NAPG กินไฟเยอะมั้ย?
A: กำลังไฟรวม 855 วัตต์ (ซัก 650 / ปั่น 205) ต่อรอบใช้ประมาณ 25 นาที กินไฟต่อรอบประมาณ 0.3-0.4 หน่วย ค่าไฟต่อเดือนถ้าใช้วันละ 2 รอบ ประมาณ 60-80 บาท ส่วนตัวผมว่ารับได้
Q: ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?
A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์เครื่องซักผ้า 2 ถังขนาดใหญ่ ตรวจสอบราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee
สรุปคะแนนรวมและความรู้สึกหลังใช้
หลังใช้จริงทุกวัน 7 สัปดาห์ ผมให้คะแนน LG TT18NAPG.DBMPETH ที่ 8.3/10 คะแนนนี้สะท้อนว่าเครื่องตอบโจทย์ครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ได้ดีมาก แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่างเรื่องการย้ายผ้า
Use case ที่เหมาะตัวจริงคือบ้านที่ผ้าเยอะทุกวัน มีผ้าหนา ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนคิงไซส์ที่ต้องซักเองที่บ้าน ต้องการเครื่องที่จุได้เยอะใน 1 รอบ และอยากประหยัดค่าน้ำด้วยการใช้น้ำซ้ำระหว่างกอง ถ้าครอบครัวคุณตรงนี้ ตัวเครื่องนี้ตอบโจทย์เกือบทุกข้อ
สิ่งที่ต้องแลกคือ ต้องยกผ้าเปียกย้ายถังเอง พื้นที่ซักรีดต้องพอ และไม่มี Smart features ใดๆ ผมว่าคุ้มกับสิ่งที่ได้ ถังใหญ่ มอเตอร์รับประกัน 5 ปี รอบปั่นเร็ว ผ้าแห้งไว ทั้งหมดอยู่ในเครื่องที่ใช้งานตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อน
ถ้าให้ผมย้อนกลับไปวันที่เลือก ผมยังเลือกตัวนี้แน่นอน เพราะ 7 สัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องไม่มีปัญหาอะไรเลย ผ้าออกมาสะอาด ค่าน้ำลดลง ครอบครัวซักผ้าเสร็จเร็วขึ้นทุกวัน
สำหรับครอบครัวที่กำลังหาเครื่องซักผ้า workhorse คุ้มราคา รับประกันยาว ตัวเครื่องนี้เป็นตัวเลือกที่จับต้องได้ ในงบประมาณกลางของหมวด 2 ถัง


