Home รีวิว LG PuriCare DD23GMWE1 เครื่องลดความชื้น 23/40 ลิตร

รีวิว LG PuriCare DD23GMWE1 เครื่องลดความชื้น 23/40 ลิตร

by
A+A-
Reset

เครื่องลดความชื้น LG PuriCare DD23GMWE1 วิเคราะห์สเปกจริง

LG PuriCare DD23GMWE1 สรุปเร็วก่อนตัดสินใจ

คะแนนจากทีมงาน promotionth: 8.0/10 เครื่องลดความชื้นคอมเพรสเซอร์ตัวใหญ่จาก LG ในไลน์ PuriCare จุดแข็งจริงอยู่ที่ถังน้ำ 5 ลิตร รองรับการต่อท่อระบายน้ำทิ้งแบบต่อเนื่อง และมีโหมดเป่าผ้าสำหรับวันฝนตกที่ผ้าตากไม่แห้ง ตัวเครื่องดึงความชื้นได้ระดับ 23 ลิตรต่อวันตามค่าระบุมาตรฐาน และขึ้นไปแตะ 40 ลิตรต่อวันเฉพาะเมื่ออากาศร้อนชื้นจัด

มีจุดหนึ่งที่ทีมงานอยากให้เข้าใจก่อนกดสั่ง คือเลข 40 ลิตรที่อยู่ในชื่อสินค้าไม่ใช่ค่าที่คุณจะเจอทุกวัน เรื่องนี้เราแยกอธิบายให้ชัดในหัวข้อถัดไป

บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณกดสั่งซื้อผ่านลิงก์ ทีมงานอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มกับคุณ เนื้อหาวิเคราะห์จากข้อมูลสเปกของผู้ผลิต ไม่ใช่การรับจ้างเขียนเชียร์ และทีมงานไม่ได้นำเครื่องไปใช้เองแบบครัวเรือน

ชื่อรุ่นบอก 40 ลิตร แต่สเปกจริงคือ 23 ลิตร เข้าใจตรงนี้ก่อน

ในหน้าข้อมูลทางเทคนิคของ LG ประเทศไทย เครื่องรุ่นนี้ระบุค่าลดความชื้นสองบรรทัด บรรทัดแรกคือค่ามาตรฐาน 23 ลิตรต่อวัน และอีกบรรทัดคือ 40 ลิตรต่อวันที่วัดในเงื่อนไข 30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข 40 จึงเป็นค่าพีคในสภาพร้อนและชื้นจัด ไม่ใช่ค่าที่เครื่องทำได้ตลอดเวลา สังเกตได้จากรหัสรุ่นที่ขึ้นต้นว่า DD23 ซึ่งอิงจากค่าระบุ 23 ลิตร

ความหมายในทางใช้งานคือ ถ้าห้องคุณเย็นกว่านั้นหรือชื้นน้อยกว่านั้น ปริมาณน้ำที่ดึงได้ต่อวันจะลดลงตามจริง การตั้งความคาดหวังไว้ที่ราว 23 ลิตรต่อวันในสภาพห้องปกติจะใกล้ความจริงมากกว่า และช่วยให้คุณเลือกขนาดเครื่องได้เหมาะกับพื้นที่ โดยไม่ผิดหวังทีหลัง

สเปกหลักที่ยืนยันได้จากข้อมูลผู้ผลิต

ทีมงานดึงเฉพาะค่าที่ปรากฏในหน้าสเปกทางการของ LG ประเทศไทย ค่าใดที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุ เราทำเครื่องหมายว่าไม่ระบุ ไม่หยิบยืมจากรุ่นพี่น้องมาเติมเอง

  • รุ่น: DD23GMWE1 (รหัสเต็ม DD23GMWE1.ATH) สี Essence White
  • ค่าลดความชื้น: 23 ลิตรต่อวันตามค่าระบุ และ 40 ลิตรต่อวันที่ 30 องศา ความชื้น 80 เปอร์เซ็นต์
  • ถังน้ำ: 5.0 ลิตร มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม
  • ขนาดตัวเครื่อง กว้างสูงลึก: 410 x 640 x 210 มิลลิเมตร
  • คอมเพรสเซอร์: ตารางสเปกระบุชนิด Twin Rotary มอเตอร์พัดลมแบบ BLDC
  • ระดับเสียง: 40 เดซิเบลที่รอบสูง และ 34 เดซิเบลที่รอบต่ำ
  • กำลังไฟ: 379 วัตต์ ระบบไฟ 220 โวลต์ 50 เฮิรตซ์ สารทำความเย็น R-134a
  • ขนาดห้องที่แนะนำ: ไม่ระบุ (ผู้ผลิตขึ้นค่าเป็น No ในตารางสเปก)

ต้องบันทึกไว้อย่างตรงไปตรงมาสองจุด หนึ่งคือหน้าสเปกไม่ได้กำหนดขนาดห้องที่รองรับไว้ คุณจึงต้องประเมินจากค่าลิตรต่อวันเทียบกับสภาพห้องเอง สองคือฟิลด์ระดับพลังงานผู้ผลิตระบุว่าเป็นมาตรฐานที่ไม่จำเป็น เท่ากับเครื่องนี้ไม่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 กำกับ ใครที่มองหาเบอร์ 5 เป็นเงื่อนไขหลักควรทราบไว้

ฟังก์ชันเด่นและการทำงานจริง

หัวใจของเครื่องคือการดูดอากาศชื้นผ่านคอยล์เย็น ให้ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำเก็บลงถัง ส่วนที่ทำให้รุ่นนี้ใช้สะดวกกว่าเครื่องเล็กมีอยู่สามอย่าง

อย่างแรกคือถังน้ำ 5 ลิตรที่ใหญ่พอให้ไม่ต้องเทบ่อยในหนึ่งวัน เมื่อน้ำเต็มเครื่องจะตัดการทำงานเองเพื่อกันน้ำล้น อย่างที่สองคือช่องต่อท่อระบายน้ำต่อเนื่อง ถ้าคุณวางเครื่องใกล้ท่อระบายหรือจุดที่ปล่อยน้ำทิ้งได้ ก็เสียบสายยางให้น้ำไหลทิ้งตลอด ไม่ต้องคอยมาเทถังเลย เหมาะกับคนที่อยากเปิดทิ้งไว้ทั้งวันหรือตอนไม่อยู่บ้าน อย่างที่สามคือโหมดเป่าผ้า ที่ออกแบบมาช่วยไล่ความชื้นให้ผ้าที่ตากในร่มแห้งเร็วขึ้นในวันฝนตก ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของบ้านและคอนโดในเมืองไทย

ในเอกสารการตลาด LG ยังกล่าวถึงระบบฟอกอากาศแบบ nano-ion และโหมดทำความสะอาดตัวเองหลังปิดเครื่องเพื่อลดกลิ่นอับและการสะสมของเชื้อรา ทีมงานจัดข้อมูลกลุ่มนี้เป็นคำกล่าวอ้างทางการตลาดที่ผู้ผลิตให้มา ผลจริงขึ้นกับสภาพการใช้งานของแต่ละห้อง

การติดตั้งและการต่อท่อระบายน้ำต่อเนื่อง

เครื่องลดความชื้นคอมเพรสเซอร์ตัวนี้เป็นแบบตั้งพื้น สูง 640 มิลลิเมตร ควรวางบนพื้นเรียบและเว้นระยะรอบตัวเครื่องให้อากาศไหลเวียนเข้าออกได้ เพื่อให้ประสิทธิภาพการดึงความชื้นไม่ตก

ถ้าคุณตั้งใจใช้ระบบระบายน้ำต่อเนื่อง จุดที่ต้องเตรียมคือตำแหน่งวางที่อยู่ใกล้ท่อระบายหรือระเบียง เพราะน้ำจะไหลด้วยแรงโน้มถ่วง ปลายสายทิ้งต้องอยู่ต่ำกว่าช่องต่อของเครื่อง ถ้าห้องคุณไม่มีจุดปล่อยน้ำใกล้ๆ การใช้งานแบบถัง 5 ลิตรก็ยังทำได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องคอยเทเมื่อเต็ม สำหรับคนที่ย้ายเครื่องข้ามห้องบ่อย น้ำหนักและขนาดตัวเครื่องเป็นเรื่องต้องเผื่อใจ เพราะเป็นเครื่องคอมเพรสเซอร์เต็มตัว ไม่ใช่เครื่องดูดความชื้นเม็ดเล็กแบบพกพา

เสียงและการกินไฟที่ควรรู้

ตารางสเปกระบุระดับเสียง 34 เดซิเบลที่รอบต่ำ และ 40 เดซิเบลที่รอบสูง ตัวเลข 34 เดซิเบลจัดว่าเบาพอสำหรับเปิดในห้องนอนตอนกลางคืน ส่วนเอกสารการตลาดกล่าวถึงโหมดเงียบที่ต่ำกว่า 32 เดซิเบล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่างจากตารางสเปกเล็กน้อย ทีมงานยึดค่าจากตารางสเปกคือ 34 เดซิเบลเป็นหลักในการประเมิน เพราะเป็นค่าที่ผู้ผลิตลงเป็นข้อมูลทางเทคนิค

ด้านการกินไฟ เครื่องดึงกำลังไฟสูงสุด 379 วัตต์ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของเครื่องลดความชื้นคอมเพรสเซอร์ระดับนี้ แต่เพราะเป็นอุปกรณ์ที่มักเปิดต่อเนื่องหลายชั่วโมง ค่าไฟรวมต่อเดือนจึงขึ้นกับชั่วโมงใช้งานจริงเป็นหลัก และอย่างที่บอกไปว่าเครื่องนี้ไม่มีฉลากเบอร์ 5 กำกับ คนที่คำนวณค่าไฟละเอียดควรอิงจากกำลังไฟ 379 วัตต์คูณชั่วโมงใช้งานของตัวเอง

เรื่องความชื้นในบ้านสัมพันธ์กับคุณภาพอากาศโดยรวม ใครที่กำลังจัดการทั้งฝุ่นและความอับ อาจดู รวมเครื่องฟอกอากาศแก้ปัญหาฝุ่นในบ้าน ประกอบเพื่อวางแผนทั้งระบบ

ข้อดีและข้อจำกัดแบบตรงไปตรงมา

ข้อดีที่มาจากสเปกจริง

  • ถังน้ำ 5 ลิตร ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเต็ม: ความจุระดับนี้ทำให้ในหนึ่งวันของการใช้งานปกติไม่ต้องเทถังบ่อย และการตัดไฟอัตโนมัติช่วยกันน้ำล้นตอนคุณไม่อยู่
  • รองรับท่อระบายน้ำต่อเนื่อง: เสียบสายให้น้ำไหลทิ้งตลอดได้ เหมาะกับคนที่อยากเปิดยาวทั้งวันโดยไม่ต้องมานั่งเฝ้าถัง
  • โหมดเป่าผ้า: ช่วยไล่ความชื้นให้ผ้าที่ตากในร่มแห้งเร็วขึ้น ตอบโจทย์หน้าฝนที่แดดไม่ออกหลายวันติด
  • เสียงรอบต่ำ 34 เดซิเบล: เบาพอเปิดในห้องนอนกลางคืนได้โดยไม่รบกวนการนอนมากนัก
  • ค่าลดความชื้นสูงสุดถึง 40 ลิตรต่อวัน: ในสภาพร้อนชื้นจัดเครื่องมีกำลังดึงน้ำได้เยอะ เหมาะกับบ้านหรือพื้นที่ที่ชื้นหนักจริง

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ

  • เลข 40 ลิตรเป็นค่าพีค ไม่ใช่ค่าทุกวัน: ในสภาพห้องปกติควรคาดหวังราว 23 ลิตรต่อวัน ถ้าเข้าใจผิดว่าได้ 40 ตลอดจะรู้สึกว่าเครื่องทำงานน้อยกว่าที่คิด
  • ไม่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: ผู้ผลิตระบุระดับพลังงานเป็นมาตรฐานที่ไม่จำเป็น คนที่ต้องการเบอร์ 5 เป็นเงื่อนไขหลักอาจต้องพิจารณา
  • ผู้ผลิตไม่ระบุขนาดห้องที่รองรับ: คุณต้องประเมินความเหมาะสมจากค่าลิตรต่อวันเทียบกับพื้นที่เอง ไม่มีตัวเลขตารางเมตรให้อ้างอิงตรงๆ

เทียบกับรุ่นพี่น้องในไลน์ PuriCare

ในไลน์เครื่องลดความชื้น LG PuriCare ยังมีรุ่นเล็กลงมาอย่าง MD16GQSA1 และ MD19GQGA1 ที่วางค่าลดความชื้นระดับ 23 ถึง 30 ลิตรต่อวันตามหน้าผู้ผลิต จุดต่างหลักของ DD23GMWE1 คือถังน้ำ 5 ลิตรและตัวเครื่องตั้งพื้นขนาดใหญ่กว่า ซึ่งเน้นการใช้งานต่อเนื่องและพื้นที่ที่ชื้นหนัก ส่วนรุ่น MD จะเน้นความกะทัดรัดมากกว่า ถ้าห้องคุณเล็กและความชื้นไม่ได้หนักมาก รุ่นเล็กกว่าอาจพอดีกว่าและประหยัดกว่า แต่ถ้าต้องการกำลังดึงน้ำสูงในวันที่ชื้นจัด ตัว DD23GMWE1 คือฝั่งที่ให้เฮดรูมมากกว่า

เหมาะกับใคร และใครควรข้าม

เครื่องนี้เหมาะกับคุณ ถ้าบ้านหรือคอนโดเจอปัญหาความชื้นหนักในหน้าฝน มีมุมที่เกิดกลิ่นอับหรือเชื้อราง่าย และอยากได้เครื่องที่เปิดต่อเนื่องยาวได้โดยไม่ต้องเทถังบ่อย โดยเฉพาะคนที่วางเครื่องใกล้จุดระบายน้ำแล้วต่อท่อทิ้งตลอดได้ รวมถึงคนที่ตากผ้าในร่มบ่อยและต้องการโหมดเป่าผ้าช่วยในวันแดดไม่ออก

ควรข้ามหรือดูตัวอื่น ถ้าคุณอยู่ห้องเล็กมากที่ความชื้นไม่ได้หนัก เพราะกำลังเครื่องระดับนี้อาจเกินจำเป็น ถ้าคุณต้องการฉลากเบอร์ 5 เป็นเงื่อนไขหลักในการเลือก หรือถ้าคุณต้องยกเครื่องย้ายห้องบ่อยและอยากได้อะไรที่เบากะทัดรัดกว่านี้ กรณีที่โฟกัสเรื่องอากาศสะอาดมากกว่าความชื้น การดู รีวิวเครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องใหญ่ อาจตรงโจทย์กว่า

คำถามที่พบบ่อย

LG DD23GMWE1 ลดความชื้นได้ 40 ลิตรต่อวันจริงไหม
ได้ในเงื่อนไขเฉพาะคือที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80 เปอร์เซ็นต์ตามที่ผู้ผลิตระบุ ส่วนค่าระบุมาตรฐานคือ 23 ลิตรต่อวัน ในสภาพห้องปกติจึงควรคาดหวังใกล้ค่า 23 มากกว่า

LG DD23GMWE1 ต่อท่อระบายน้ำต่อเนื่องได้ไหม
ได้ ตัวเครื่องมีช่องต่อท่อสำหรับระบายน้ำทิ้งแบบต่อเนื่อง เหมาะกับการเปิดใช้งานยาวโดยไม่ต้องคอยเทถัง โดยปลายทางระบายน้ำต้องอยู่ต่ำกว่าช่องต่อเพื่อให้น้ำไหลด้วยแรงโน้มถ่วง

LG DD23GMWE1 มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ไหม
หน้าสเปกของผู้ผลิตระบุระดับพลังงานเป็นมาตรฐานที่ไม่จำเป็น เท่ากับเครื่องรุ่นนี้ไม่มีฉลากเบอร์ 5 กำกับ หากต้องการประเมินค่าไฟให้อิงจากกำลังไฟ 379 วัตต์คูณชั่วโมงใช้งานจริง

สรุปส่งท้าย

คะแนนรวม 8.0/10 LG PuriCare DD23GMWE1 เป็นเครื่องลดความชื้นคอมเพรสเซอร์ตั้งพื้นที่ทำหน้าที่หลักได้ครบ ถังน้ำ 5 ลิตร ต่อท่อระบายน้ำต่อเนื่องได้ และมีโหมดเป่าผ้าที่ตอบโจทย์หน้าฝนของบ้านไทยจริง จุดที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อคือเลข 40 ลิตรในชื่อรุ่นเป็นค่าพีคในสภาพร้อนชื้นจัด ค่าใช้งานจริงในห้องปกติใกล้เคียง 23 ลิตรต่อวันมากกว่า และเครื่องนี้ไม่มีฉลากเบอร์ 5

ถ้าคุณเลือกเพราะต้องการกำลังดึงความชื้นสูงในวันที่ชื้นหนัก เปิดยาวได้ด้วยการต่อท่อ และไม่ได้ยึดเบอร์ 5 เป็นเงื่อนไข ตัวนี้คือคู่ที่ลงตัว แต่ถ้าห้องเล็กและความชื้นเบา ลองพิจารณารุ่นเล็กในไลน์เดียวกันเทียบก่อนตัดสินใจ