Home รีวิว KASHIWA S36C เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ใช้จริงในทาวน์เฮาส์ครอบครัว

รีวิว KASHIWA S36C เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ใช้จริงในทาวน์เฮาส์ครอบครัว

by admin
A+A-
Reset

KASHIWA S36C ดีมั้ย? รีวิวเครื่องซักผ้าฝาบน 2 ถัง หลังใช้ 2 เดือน

KASHIWA S36C เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ในห้องซักรีดทาวน์เฮาส์

เปลี่ยนจากเครื่องเก่ามาที่ 2 ถัง — เหตุผลเงิน

ค่าซ่อมเครื่องเก่ารอบล่าสุดของผมตีไปสองพันกว่า ช่างบอกบอร์ดอินเวอร์เตอร์เริ่มเสีย ถ้าซ่อมเต็มที่ทะลุสามพัน เครื่องอายุ 6 ปีกว่าแล้ว ผมเลยตัดสินใจไม่ซ่อมต่อ ลองไล่หาเครื่องใหม่ดู กะว่าครั้งนี้จะเปลี่ยนแนวเลย

ที่บ้านผมเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น มีคนในบ้าน 4 คน รวมเด็กเล็ก 1 พื้นที่ซักรีดหลังครัวพอวางเครื่องขนาดกลางได้สบาย ผมรับหน้าที่ซักผ้าเป็นหลักเพราะภรรยาทำงานนอกบ้านดึกกว่า ปกติซักวันละ 1 รอบ เสาร์อาทิตย์อาจ 2-3 รอบ ผ้าเด็กผมอยากแยกซักจริงๆ แต่ fully auto รุ่นเก่าทำให้แยกยาก ต้องรอครบรอบทุกที

ผมเลือก KASHIWA S36C เพราะหลายเหตุผล หลักๆ คือราคาอยู่ในงบที่ผมตั้งไว้ ฟังก์ชั่น 2 ถังให้ผมแยกซักผ้าเด็กกับผู้ใหญ่ได้พร้อมกัน และที่สำคัญ ไม่มีบอร์ดอินเวอร์เตอร์ที่ผมเคยปวดหัวกับมัน เครื่อง 2 ถังโครงสร้างง่าย ซ่อมง่าย ค่าอะไหล่ก็ถูกกว่า ในงบนี้ผมว่ามันคุ้ม

ใช้มา 2 เดือนแล้ว ซักรวมแล้วน่าจะ 70-80 รอบ ทั้งผ้าทั่วไป ผ้าเด็ก ผ้าฟิตเนสที่ผมไปออกกำลังกายเย็นๆ ผ้าใหญ่อย่างผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ก็ลองแล้ว มีทั้งเรื่องที่ชอบมาก กับเรื่องที่ต้องปรับตัว

บทความนี้ผมแชร์ทุกอย่างที่ผมเจอ ไม่อวยเกินจริง ไม่ด่าเกินเหตุ ผมจะบอกว่ารุ่นนี้เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร และจุดที่ใครๆ มักไม่บอกในรีวิวอื่น

KASHIWA S36C สรุปสั้น ใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ

รุ่นนี้คือเครื่องซักผ้าฝาบน 2 ถัง ความจุรวม 9 กิโล แยกเป็นถังซัก 5 กิโล และถังปั่น 4 กิโล รับประกันศูนย์ 1 ปี เหมาะกับครอบครัว 2-4 คนที่ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ระบายน้ำพื้น และต้องการเครื่องที่ราคาเอื้อมถึง

จุดเด่นคือใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ค่าไฟต่ำเพราะไม่มี heater น้ำร้อน ค่าซ่อมระยะยาวถูก เพราะโครงสร้างเป็นแบบ manual ไม่พึ่งบอร์ดอินเวอร์เตอร์ จุดเสียคือไม่อัตโนมัติ ต้องย้ายผ้าจากถังซักไปถังปั่นเอง และเสียงตอนปั่นค่อนข้างดัง ไม่เหมาะกับห้องที่ติดห้องนอน

สเปก KASHIWA S36C ที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

ผมขอลิสต์สเปกแบบที่จำเป็นต้องดู ไม่ใช่ลอกมาจากกล่อง

  • ความจุรวม 9 กิโล (ถังซัก 5 กก. + ถังปั่น 4 กก.): พอสำหรับครอบครัว 3-4 คน ซักผ้าเสื้อเชิ้ต กางเกง ผ้าขนหนูได้รอบหนึ่งครบ — ผมโหลดเฉลี่ย 4 กก. ต่อรอบในการใช้จริง
  • ระบบ 2 ถัง Twin Tub: ถังซักกับถังปั่นแยกกัน ไม่ใช้บอร์ดอินเวอร์เตอร์ — ผมใช้ความได้เปรียบนี้แยกซักผ้าเด็กก่อน แล้วเปลี่ยนน้ำซักผ้าผู้ใหญ่ต่อ ประหยัดน้ำในระยะยาว
  • Timer ตั้งเวลาซัก 0-15 นาที: หมุนปุ่มเลือกเวลาตามความสกปรกของผ้า ผมใช้ 8-10 นาทีเป็นปกติ — ผ้าทั่วไปออกมาสะอาดพอ ผ้าเด็กบางครั้งผมเพิ่มเป็น 12 นาที
  • Timer ตั้งเวลาปั่น 0-5 นาที: หมุนเลือก 3-5 นาที พอแล้ว ผ้าออกมาแห้งระดับนึง พร้อมตาก — ผมตั้ง 4 นาทีเป็นค่ามาตรฐาน เห็นว่าออกมานุ่มกว่าตั้ง 5 นาทีนิดหน่อย
  • ฝาใส มองเห็นถังซักได้: เห็นน้ำหมุนเห็นผ้าหมุน — มีประโยชน์ตอนผ้าไหลกระจุกเป็นก้อน จะรู้ทันที ปิดเครื่องคลี่ผ้า แล้วเปิดต่อ
  • รับประกันศูนย์ 1 ปี: คุ้มสำหรับเครื่อง entry tier ที่โครงสร้างง่าย — ปีแรกถ้าเสียคือเรื่องมอเตอร์หรือสายไฟ ซึ่งไม่บ่อย

สเปกหลักที่ผมอยากให้คุณดูคือ ความจุถังซัก 5 กิโล ไม่ใช่ 9 กิโล อย่าหลงตัวเลข 9 กิโลที่เป็น “ความจุรวม” เพราะเวลาซักจริง คุณซักได้ครั้งละไม่เกิน 5 กิโลในถังซัก ถ้าครอบครัวคุณ 5 คนขึ้นไป รุ่นนี้อาจไม่พอ ต้องซัก 2 รอบทุกครั้ง

แกะกล่อง KASHIWA S36C วันแรกในห้องซักรีด

กล่องมาแบบ packed แน่นหนา มีโฟมล้อมรอบ ผมแกะออกใช้เวลาประมาณ 10 นาที พลาสติกหุ้มถังด้านในก็มี ไม่กลัวรอย ตัวเครื่องสีขาวล้วน plastic body ที่จับแล้วรู้สึกบางกว่าเครื่องเก่าของผมที่เป็น top load fully auto แต่ก็ไม่ถึงกับ “เปราะ” รับน้ำหนักผ้าเปียกได้สบาย

วันแรกที่เสียบไฟเปิดดูฟังก์ชั่น ผมงงนิดหน่อยกับการเรียงปุ่ม timer ซ้ายเป็นโหมดซัก/บีบ ปุ่มขวาเป็นปั่น มีตัวเลือกระบายน้ำตรงกลาง คู่มือภาษาไทยมีแต่อ่านแล้วยังไม่เข้าใจครบ ผมเลยลองซักเสื้อยืดของตัวเองก่อนเป็น test run เปิด timer ซัก 5 นาที ใส่น้ำให้พอท่วม เติมผงซัก แล้วกดสตาร์ท ถังหมุนเสียงเริ่มดัง เสียงประมาณ พัดลมเปิดเบอร์ 3 ห่าง 1 เมตร ฟังคล้ายมอเตอร์เก่าๆ ที่ผมจำได้สมัยที่บ้านพ่อแม่ยังใช้

ผมขยับเครื่องไปจุดพื้นเรียบที่สุดในห้องซักรีด เพราะ 2 สัปดาห์แรก เครื่องตอนปั่นมันขยับเองนิดหน่อย ขยับรอบที่ 2 หลังสัปดาห์ที่ 2 ก็ลงตัว ไม่ขยับอีก พื้นต้องเรียบจริงๆ ถ้าเอียงนิดเดียวเครื่อง 2 ถังจะรู้สึกได้ทันที

ใช้งานจริง 2 เดือน เจออะไรบ้าง

เดือนแรกของผมคือช่วงเรียนรู้ ผ้าออกมาผมรู้สึกว่าสะอาดสู้ fully auto เก่าไม่ได้ ค่อยมาจูนภายหลัง คือเวลาซัก 8 นาทีไม่พอสำหรับผ้าเด็กที่เลอะนม ต้องเพิ่มเป็น 12 นาที และต้องใส่น้ำให้ท่วมผ้าจริงๆ ไม่ใช่แค่พอเปียก เพราะเครื่อง 2 ถังต้องใช้น้ำมากกว่า fully auto ที่ใช้ sensor วัดน้ำหนักผ้า

ค่าน้ำเดือนเมษายน 2026 ของผมเพิ่มขึ้น 70 บาทจากเดือนก่อน คิดเป็นเงินไม่เยอะ แต่ก็เป็นข้อมูลที่ผมอยากให้รู้ว่าเครื่อง 2 ถังกินน้ำมากกว่า fully auto ประมาณนี้ ใครคิดว่าจะประหยัดน้ำเพราะถูก อาจคิดผิด ที่ประหยัดคือค่าไฟ ไม่ใช่ค่าน้ำ

ครั้งหนึ่งในสัปดาห์ที่ 2 ผมใส่ผ้าแน่นเกินไป มอเตอร์ปั่นหยุดกะทันหันกลางรอบ ผมต้องเปิดถังเอาผ้าออกครึ่งหนึ่ง แล้วปั่นใหม่ บทเรียนคือถังปั่น 4 กิโลไม่ได้แปลว่าใส่ได้ 4 กิโลแน่น ต้องเหลือพื้นที่ให้ผ้าเหวี่ยงได้ ผมประเมินคร่าวๆ ว่าใส่ได้จริงประมาณ 3-3.5 กิโลตอนเปียก

ส่วนที่ผมประทับใจคือ workflow แยกซักผ้าเด็กก่อนแล้วเปลี่ยนน้ำ พบว่าน้ำซักรอบสองยังใส่ผ้าผู้ใหญ่ต่อได้ ใส่ผงซักเพิ่มนิดเดียว ผ้าออกมาก็สะอาด ผมคำนวณคร่าวๆ ว่าประหยัดน้ำได้ประมาณ 1 ใน 3 ของรอบที่ซักแยก ในระยะ 2 เดือนนี้ผมเริ่มชินกับ workflow นี้

โหมดมาตรฐานของผมตอนนี้คือ ซัก 10 นาที, แช่อีก 5 นาที โดยปิดเครื่อง, ย้ายผ้าไปถังปั่น, ปั่น 4 นาที จบ ผมจับเวลาเฉลี่ยรอบหนึ่งใช้เวลา 25-30 นาที ซึ่งเร็วกว่า fully auto ที่ผมเคยใช้ที่รอบหนึ่งใช้เวลา 45-60 นาที ข้อแลกคือต้องอยู่ใกล้ๆ คอยย้ายผ้า

เดือนที่ 2 ผมเริ่มลองอะไรใหม่ๆ ลองซักผ้าปูที่นอนผืนใหญ่ ใส่ในถังซักได้ผืนเดียวต่อรอบ ผ้าห่มขนาดกลางเข้าได้ ผ้านวมตัวใหญ่เกินก็ต้องส่งร้านอยู่ดี ผมคิดว่ารุ่นนี้ครอบคลุมการใช้งานหลักของบ้านได้ 90% แล้ว ส่วนที่เหลือเป็นกรณีพิเศษที่บ้านเราซักไม่บ่อยอยู่แล้ว

ข้อดี ข้อเสีย หลังใช้จริง

ผมขอสรุปทั้ง 2 ฝั่งแบบตรงไปตรงมา ไม่ยัดเยียดให้ดีเกินจริง

ข้อดี

  • แยกซักผ้าหลายประเภทพร้อมกันได้ ผ้าเด็กกับผ้าผู้ใหญ่ไม่ปนกัน: ในงบนี้ที่บ้านมีเด็กเล็ก ผมว่าคุ้ม — fully auto ราคาเดียวกันทำไม่ได้ ต้องรอครบรอบ
  • ค่าไฟต่ำมาก ไม่มี heater น้ำร้อน ไม่มี sensor หนัก: บิลค่าไฟเดือนล่าสุดของผมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนที่ไม่มีเครื่องซักผ้าเลย — เครื่อง fully auto เก่าเพิ่มประมาณ 60-80 บาทต่อเดือน
  • ค่าซ่อมระยะยาวถูกมาก: ช่างย่านบ้านผมบอกว่าเครื่อง 2 ถังถ้าเสียมักเป็นมอเตอร์หรือสายพาน ค่าซ่อม 500-1,500 ส่วน fully auto บอร์ดอินเวอร์เตอร์เริ่ม 2,000+ — ในงบนี้คุ้มสำหรับคนที่อยู่บ้านยาวๆ
  • โครงสร้างเข้าใจง่าย ไม่กลัวกดผิด: ปุ่มทั้งหมด 3 ปุ่ม timer ซัก, ปุ่มเลือก wash/drain, timer ปั่น — คนสูงอายุที่บ้านก็ใช้เป็น
  • ฝาใสมองเห็นผ้าทำงาน: ช่วยให้รู้ว่าผ้ากระจุกเป็นก้อนตอนซักรึยัง ปิดเครื่องคลี่ออกแล้วเปิดต่อ — fully auto บอกอะไรไม่ได้ขนาดนี้

ข้อเสีย

  • ต้องอยู่ใกล้ๆ ตลอดรอบ ย้ายผ้าจากถังซักไปถังปั่นเอง: ถ้าคุณต้องการเปิดเครื่องแล้วออกไปทำธุระอื่น รุ่นนี้ทำไม่ได้ — ผมต้องวางแผนเวลาซักให้อยู่บ้าน 30 นาที
  • เสียงตอนปั่นค่อนข้างดัง: ผมไม่ปั่นช่วงกลางคืน หลัง 21:00 — ถ้าห้องซักรีดติดห้องนอน จะรบกวน
  • ใช้น้ำมากกว่า fully auto: ค่าน้ำผมเพิ่มประมาณ 70 บาทต่อเดือน — ระยะยาวอาจหักลบส่วนที่ประหยัดค่าไฟ

เครื่อง 2 ถัง อาจดีกว่าที่หลายคนคิด

หลายคนมองเครื่อง 2 ถังเป็นของล้าสมัย คิดว่ามันคือเทคโนโลยีที่ตามไม่ทันยุค fully auto ผมเข้าใจมุมนั้น แต่หลังใช้ 2 เดือน ผมพบว่ามันคือ tool คนละแบบ ไม่ใช่ของล้าสมัย

fully auto ออกแบบมาเพื่อความสะดวก เปิดเครื่องแล้วเดินไปทำอย่างอื่น เครื่อง 2 ถังออกแบบมาเพื่อความคุมได้ คุณเลือกได้ว่าจะซักนานแค่ไหน จะแช่หรือไม่ จะปั่นกี่นาที จะเปลี่ยนน้ำกี่รอบ มันเหมาะกับคนที่อยู่บ้านระหว่างซัก และมีรูทีนซักผ้าที่ชัดเจน

ในมุมผม ราคาในงบนี้ คุณได้ “ความเข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น” กับเครื่อง 2 ถัง ขณะที่ fully auto คุณได้ “สะดวก” ทั้งคู่มีค่า ไม่มีอันไหนผิด ขึ้นอยู่กับคุณให้น้ำหนักอันไหนมากกว่า ที่บ้านผมเลือกเข้าใจ เพราะมีเด็กเล็ก และต้องการแยกซัก

KASHIWA S36C เทียบรุ่นใกล้เคียงในเซกเมนต์

ในเซกเมนต์เครื่องซักผ้าฝาบน 2 ถังขนาด 8-10 กิโล มีหลายแบรนด์ทั้งไทยและจีน HAIER, TOSHIBA, MITSUBISHI, ในเซกเมนต์ใกล้เคียง KASHIWA S36C ผมเทียบกับรุ่น TWIN TUB ของ HAIER ขนาด 9 กิโลที่ราคาใกล้กัน HAIER ได้เปรียบเรื่องเครือข่ายศูนย์ทั่วประเทศ KASHIWA ต้องเช็คก่อนว่าศูนย์ใกล้บ้านมีไหม

ถ้าเปรียบเทียบกับ fully auto top load ในงบเดียวกัน จะได้ขนาด 7 กิโล แต่ระบบเป็นถังเดียว ไม่สามารถแยกซักได้ ค่าไฟสูงกว่า แต่สะดวกกว่าในแง่ “เปิดทิ้งไป” สำหรับครอบครัวที่ไม่มีเด็กเล็กและไม่มีปัญหากับผ้าปนกัน fully auto อาจคุ้มกว่า

ผมแนะนำให้คุณดู รวมเครื่องซักผ้าน่าซื้อ ที่มีทั้งเครื่อง 2 ถังกับ fully auto ในงบเดียวกัน จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าคุณตอบโจทย์ตรงไหน หรือถ้าสนใจ fully auto ระดับใกล้เคียง ลองอ่าน รีวิวเครื่องซักผ้า Samsung เพื่อเทียบประสบการณ์

ใครควรซื้อ KASHIWA S36C ใครควรข้าม

เหมาะกับ

  • ครอบครัว 2-4 คนที่อยู่ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ระบายน้ำพื้น และต้องการเครื่องในงบไม่เกิน 5 พัน
  • คนที่มีเด็กเล็กและต้องการแยกซักผ้าเด็กกับผู้ใหญ่ ไม่อยากซื้อเครื่องที่ราคาแพงเป็น 2 เท่า
  • คนที่อยู่บ้านระหว่างซัก ทำงานจากบ้าน หรือพ่อบ้าน/แม่บ้านที่จัดเวลาซักได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไป
  • คนที่ไม่อยากปวดหัวกับการซ่อมบอร์ดอินเวอร์เตอร์ในระยะยาว ต้องการเครื่องที่ช่างทั่วไปซ่อมได้

ไม่เหมาะกับ

  • ครอบครัวเกิน 5 คนที่ซักวันละ 2 รอบ — รุ่นนี้ความจุไม่พอ ต้องซักหลายรอบและเหนื่อย
  • คนที่อยู่คอนโดและไม่มีพื้นที่ระบายน้ำพื้น — ท่อทิ้งน้ำของรุ่นนี้ต้องการช่องระบายตรง ไม่เหมาะกับห้องที่ระบบประปาแน่นหนา
  • คนที่ต้องการเปิดเครื่องแล้วเดินออกไปทำธุระอื่น — เครื่อง 2 ถังต้องอยู่ใกล้ตลอดรอบ

ข้อแนะนำ

  • ก่อนซื้อ ลองวัดพื้นที่ห้องซักรีดให้ชัด เครื่องนี้กว้างประมาณ 75 ซม. ลึก 45 ซม. ต้องมีพื้นที่หน้าเครื่องเพื่อย้ายผ้า อย่างน้อย 60 ซม.
  • ใช้ผงซักผ้าน้อยกว่า fully auto ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะน้ำในถังน้อยกว่าและกำลังกวนน้อยกว่า — ใส่เยอะจะล้างฟองออกยาก
  • หลังใช้ทุกครั้ง ปล่อยฝาเปิดให้แห้งสนิท ป้องกันราในยางขอบ — เครื่อง 2 ถังเป็นจุดเสี่ยงนี้

คำถามที่คนถามบ่อย

Q: KASHIWA S36C เหมาะกับครอบครัวกี่คน?

A: เหมาะกับครอบครัว 2-4 คน ซักวันละ 1 รอบ ผมโหลดเฉลี่ย 4 กิโลต่อรอบในบ้าน 4 คน พอใช้ ถ้าครอบครัวคุณ 5 คนขึ้นไป หรือต้องซัก 2 รอบต่อวัน รุ่นนี้อาจไม่พอ ลองดูรุ่นความจุ 10-12 กิโล

Q: เครื่อง 2 ถังประหยัดน้ำกว่า fully auto จริงไหม?

A: ในการใช้แบบปกติไม่ประหยัดกว่า ค่าน้ำผมเพิ่มประมาณ 70 บาทต่อเดือนหลังเปลี่ยนมาใช้ แต่ถ้าใช้ workflow ซักผ้าหลายล็อตด้วยน้ำเดิม (ผ้าน้อยสกปรกก่อน ผ้าสกปรกมากตามหลัง) จะประหยัดได้ ขึ้นอยู่กับวินัยการใช้

Q: KASHIWA S36C ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry ของเครื่องซักผ้าฝาบน 2 ถัง เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee ผ่านลิงก์ในบทความนี้

สรุป KASHIWA S36C คุ้มจริงในงบนี้

คะแนนรวมจากการใช้จริง 2 เดือน ผมให้ 7.5/10 หักคะแนนเรื่องเสียงตอนปั่นและการใช้น้ำ ส่วนที่ได้คะแนนคือความคุ้ม ความง่าย และความน่าเชื่อถือในระยะยาว สำหรับเครื่องซักผ้าในงบนี้ ผมว่ามันทำหน้าที่ของมันได้

ใช้กับครอบครัว 2-4 คนที่อยู่ทาวน์เฮาส์ มีพื้นที่ระบายน้ำพื้น และต้องการเครื่องที่ราคาเอื้อมถึง รุ่นนี้ตอบโจทย์ครบ พ่อบ้าน/แม่บ้านที่มีรูทีนซักผ้าและอยู่บ้านระหว่างซัก จะใช้รุ่นนี้ได้คุ้ม

ข้อแลกที่ต้องยอมรับคือเสียงดังกว่าเครื่องสมัยใหม่ ไม่อัตโนมัติ และใช้น้ำมากกว่า fully auto ถ้าคุณอยากความสะดวกแบบ “เปิดทิ้งไป” รุ่นนี้ไม่ใช่คำตอบ คุณต้องเพิ่มงบไปดู fully auto inverter ที่ราคาขยับขึ้นอีกสักหน่อย

ถ้าให้ย้อนกลับไป ผมยังเลือกรุ่นนี้ในงบที่มี ผมแลกความสะดวกบางส่วนกับความคุมได้และค่าซ่อมระยะยาวที่ต่ำกว่า ในมุมพ่อบ้าน ผมว่าคุ้มในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ถ้าใครอยู่ในเงื่อนไขใกล้เคียงผม ลองพิจารณารุ่นนี้

ก่อนตัดสินใจ ลองวัดพื้นที่ห้องซักรีด ตรวจสอบช่องระบายน้ำ และดูราคาปัจจุบันก่อน ราคาเปลี่ยนตามช่วงโปรโมชัน เช็คก่อนซื้อจะได้ราคาที่ดีที่สุด