Home ท่องเที่ยวที่พักรีวิว Hotel Gracery Shinjuku โรงแรมก็อดซิลล่าใจกลางคาบูกิโจ

รีวิว Hotel Gracery Shinjuku โรงแรมก็อดซิลล่าใจกลางคาบูกิโจ

by
A+A-
Reset

หัวก็อดซิลล่าขนาดเท่าของจริงโผล่พ้นระเบียงชั้น 8 มองลงมาที่ถนนคาบูกิโจ คือภาพแรกที่คนเดินผ่านตึก Shinjuku Toho จำได้ทันที และนั่นคือที่ตั้งของ Hotel Gracery Shinjuku โรงแรมราว 970 ห้องในเครือ Washington Hotels ที่เปิดเมื่อปี 2015 ทีมงาน promotionth รวบรวมข้อมูลทำเล ขนาดห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ เพื่อช่วยคุณตัดสินใจก่อนกดจอง โดยเฉพาะถ้านี่คือทริปโตเกียวครั้งแรกของคุณ

หัวข้อ ข้อมูล
ทำเล 1-19-1 คาบูกิโจ เขตชินจูกุ โตเกียว (ในตึก Shinjuku Toho สูง 130 เมตร)
ระยะถึงสถานี เดินจากทางออกฝั่งตะวันออก JR Shinjuku ราว 5 นาที และจาก Seibu Shinjuku ราว 3 นาที
ระดับและขนาด โรงแรมระดับ 4 ดาว ราว 970 ห้อง เปิดปี 2015 เครือ Washington Hotels / Gracery
ห้องพักหลัก Single 18 / Double 18 / Twin 24 / Comfort Twin 32 / Triple 28 ตารางเมตร
เช็คอิน-เช็คเอาต์ เช็คอิน 14:00 น. เช็คเอาต์ 11:00 น.

สรุปก่อนจอง: Hotel Gracery Shinjuku เหมาะกับคนที่ให้น้ำหนักทำเลเป็นอันดับหนึ่ง เพราะอยู่ใจกลางคาบูกิโจ เดินถึงสถานีชินจูกุได้ในไม่กี่นาที มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อรอบตัวเกือบตลอดเวลา จุดที่ต้องทำใจคือห้องมาตรฐานค่อนข้างกะทัดรัดตามสไตล์โรงแรมกลางเมืองโตเกียว และที่นี่ไม่มีสระว่ายน้ำหรือฟิตเนส ถ้าคุณมาเพื่อเที่ยวและใช้โรงแรมเป็นฐานพักนอน ที่นี่ตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากได้รีสอร์ตไว้พักผ่อนทั้งวัน ควรพิจารณาที่อื่น

หมายเหตุ: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณจองที่พักผ่านลิงก์ในหน้านี้ promotionth.com อาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ข้อมูลและความเห็นทั้งหมดมาจากการวิเคราะห์ของทีมงานตามข้อมูลโรงแรมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

Hotel Gracery Shinjuku โรงแรมก็อดซิลล่าย่านคาบูกิโจ

ทำเลคาบูกิโจ ใกล้สถานีชินจูกุแค่ไหน

หัวใจของที่พักนี้คือตำแหน่ง โรงแรมตั้งอยู่กลางคาบูกิโจ ย่านกินดื่มและบันเทิงที่คึกคักที่สุดของชินจูกุ เดินจากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR Shinjuku มาถึงล็อบบี้ราว 5 นาที และจากสถานี Seibu Shinjuku ราว 3 นาที สำหรับคนที่กลัวหลงในสถานีชินจูกุซึ่งเป็นสถานีที่คนใช้พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การมีจุดหมายที่จำง่ายอย่างตึกหัวก็อดซิลล่าช่วยให้กลับที่พักได้ไม่ยาก

ทางเข้าโรงแรมอยู่ด้านหลังตึก Shinjuku Toho และต้องขึ้นลิฟต์เฉพาะไปที่ล็อบบี้ชั้น 8 ระหว่างทางจากสถานีมาโรงแรมคุณจะผ่านร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และร้านดองกิ (Don Quijote) ที่เปิดดึก ทำให้การหาของกินมื้อค่ำหรือซื้อของฝากกลางดึกทำได้ในระยะเดินสั้นๆ ที่ชั้นล่างของตึกยังมีร้าน 7-Eleven ซึ่งช่วยเรื่องของกินเล่นและกดเงินสดได้สะดวก

ข้อแลกเปลี่ยนของทำเลกลางย่านบันเทิงคือบรรยากาศรอบตัวที่จอแจและมีชีวิตชีวาตลอดคืน ถ้าคุณเป็นคนนอนไวและอ่อนไหวกับเสียง ควรขอห้องชั้นสูงหรือห้องที่ไม่หันออกถนนหลักตั้งแต่ตอนจอง

เดินทางจากสนามบินมา Hotel Gracery Shinjuku

ถ้ามาจากสนามบินนาริตะ ทางเลือกตรงที่สุดคือรถไฟ Narita Express (NEX) เข้าสถานีชินจูกุแล้วเดินต่อ หรือนั่งรถลีมูซีนบัสที่ลงป้าย Tokyu Kabukicho Tower ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมในระยะเดินราว 2 นาที เหมาะกับคนที่ลากกระเป๋าใบใหญ่และไม่อยากต่อรถไฟหลายทอด ส่วนจากสนามบินฮาเนดะซึ่งใกล้เมืองกว่า มีทั้งรถไฟต่อเข้าชินจูกุและรถลีมูซีนบัสเข้าย่านชินจูกุเช่นกัน

ในทางการเดินทางจริง ถ้าคุณมาถึงช่วงค่ำพร้อมสัมภาระเยอะ การเลือกลีมูซีนบัสที่ส่งถึงย่านชินจูกุโดยตรงจะลดความเหนื่อยจากการเปลี่ยนขบวนและขึ้นลงบันไดในสถานีได้มาก แต่ถ้ามาช่วงกลางวันและเดินทางคนเดียวแบบกระเป๋าไม่หนัก รถไฟมักเร็วกว่าและยืดหยุ่นเรื่องเวลามากกว่า

ห้องพัก Hotel Gracery Shinjuku เล็กจริงไหม ขนาดเท่าไหร่

คำถามที่คนถามบ่อยที่สุดคือเรื่องขนาดห้อง คำตอบตรงไปตรงมาคือ ห้องที่นี่เป็นมาตรฐานโรงแรมกลางเมืองโตเกียว ห้อง Single และ Double อยู่ที่ราว 18 ตารางเมตร ห้อง Twin ราว 24 ตารางเมตร ห้อง Triple ราว 28 ตารางเมตร และห้องที่กว้างสุดในกลุ่มมาตรฐานคือ Comfort Twin ราว 32 ตารางเมตร ตัวเลขเหล่านี้แปลว่าห้องไม่ได้กว้างขวางแบบรีสอร์ต แต่จัดวางเตียงและพื้นที่วางกระเป๋าได้ลงตัวสำหรับการพักนอนระหว่างเที่ยว

ในแง่ของใช้ในห้อง โรงแรมจัดให้ครบสำหรับสายเที่ยว มีทีวีจอแบน ตู้เย็นเล็ก กาต้มน้ำ ห้องน้ำแยกส่วนอาบและส่วนสุขา และ Wi-Fi ฟรีทั่วทั้งโรงแรม จุดที่หลายคนชอบคือบริการสมาร์ตโฟนให้ยืมใช้ระหว่างพัก ช่วยเรื่องแผนที่และอินเทอร์เน็ตตอนออกไปเที่ยวข้างนอก ส่วนที่ล็อบบี้มีเครื่องชั่งกระเป๋าให้ใช้ก่อนวันบินกลับ ลดความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินที่สนามบิน

ห้องพัก Hotel Gracery Shinjuku ขนาดกะทัดรัดสไตล์โรงแรมเมือง

ในทางการเข้าพักจริง ถ้าคุณเดินทางสองคนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ การเลือกห้อง Twin หรือ Comfort Twin จะสบายกว่าห้อง Double มาก เพราะมีพื้นที่กางกระเป๋าและเดินผ่านได้โดยไม่ต้องเบียด

ห้องธีมก็อดซิลล่าและจุดถ่ายรูปในโรงแรม

สิ่งที่ทำให้โรงแรมนี้ต่างจากที่พักกลางเมืองทั่วไปคือธีมก็อดซิลล่าที่ทำร่วมกับ Toho ล็อบบี้ชั้น 8 ตกแต่งด้วยฉากเมืองก็อดซิลล่า โปสเตอร์หนังหลายสิบปี และมุมขายของที่ระลึก ส่วนไฮไลต์ที่เห็นจากถนนคือหัวก็อดซิลล่าน้ำหนักราว 80 ตันบนระเบียงชั้น 8 ที่ทำขนาดอ้างอิงก็อดซิลล่ารุ่นแรก

สำหรับแฟนตัวจริง โรงแรมมีห้องธีมพิเศษหลายแบบ ทั้งห้องบนชั้น 30 ที่เรียกว่า Godzilla Floor ห้อง Godzilla View Rooms จำนวน 6 ห้องที่มองเห็นหัวก็อดซิลล่าได้จากหน้าต่างในระยะใกล้ และในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 10 ปี โรงแรมเพิ่มห้องใหม่ชื่อ Godzilla vs King Ghidorah Room ที่ให้ผู้เข้าพักเล่นกับไฟและเสียงเหมือนกำกับฉากหนังเอง

หัวก็อดซิลล่าบนระเบียงชั้น 8 ของ Hotel Gracery Shinjuku

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตั้งความหวัง คือระเบียงที่ตั้งหัวก็อดซิลล่าปิดไม่ให้เข้า มองได้ผ่านกระจกจากในล็อบบี้หรือจากถนนด้านล่าง และห้องธีมพิเศษกับห้องบน Godzilla Floor รับจองทางออนไลน์เท่านั้น มีจำนวนจำกัด ใครอยากได้ควรวางแผนจองล่วงหน้า

อาหารเช้าและร้านอาหารในโรงแรม

ร้านหลักในโรงแรมคือ Bonsalute KABUKI ร้านสไตล์อิตาเลียนที่ตอนเช้าเสิร์ฟบุฟเฟต์ทั้งแบบตะวันตกและญี่ปุ่น และเปิดอีกครั้งช่วงค่ำเป็นมื้ออิตาเลียนที่มีพิซซ่าเตาอบเป็นเมนูเด่น อีกจุดคือ Café Terrace Bonjour บนชั้น 8 ที่มีระเบียงนั่งกินกลางแจ้งมองเมือง

ข้อควรรู้คืออาหารเช้ามักคิดค่าใช้จ่ายแยก ไม่ได้รวมในทุกแพ็กเกจห้อง เวลาจองจึงควรเช็กว่าเรตที่เลือกรวมอาหารเช้าหรือไม่ จากรีวิวสาธารณะบน Tripadvisor มีผู้เข้าพักบางส่วนระบุว่าบุฟเฟต์มีให้เลือกหลากหลายทั้งฝั่งตะวันตกและญี่ปุ่น ขณะที่บางความเห็นมองว่าตัวเลือกสำหรับคนชอบอาหารตะวันตกยังไม่มากนัก เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวที่ต่างกันได้

ในทางปฏิบัติ ทำเลกลางคาบูกิโจช่วยลดแรงกดดันเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่อยากกินในโรงแรม รอบตัวมีร้านราเมง อิซากายะ และร้านสะดวกซื้อให้เลือกอีกมาก

ย่านรอบโรงแรม ของกิน ช้อปปิ้ง และของจำเป็นยามดึก

ภายในรัศมีเดินไม่กี่นาทีจากโรงแรม คุณจะเจอย่านกินดื่มที่หลากหลาย ทั้งซอยร้านเหล้าเล็กๆ อย่าง Golden Gai ตรอกร้านปิ้งย่างสไตล์เก่าอย่าง Omoide Yokocho และร้านอาหารหลากสัญชาติทั่วคาบูกิโจ ส่วนสายช้อปปิ้งมีดองกิที่เปิดดึกและร้านสะดวกซื้อหลายแห่งให้ซื้อของจำเป็นยามดึกได้ตลอด

เรื่องที่ทีมงานอยากให้รู้ตามจริงคือ คาบูกิโจมีชื่อในฐานะย่านบันเทิงกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออก บรรยากาศจึงคึกคักและมีร้านกลางคืนหนาแน่น สำหรับนักเดินทางส่วนใหญ่ที่เดินตรงระหว่างสถานีกับโรงแรมจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณเดินทางกับเด็กเล็กหรือไม่สบายใจกับย่านกลางคืน ควรเลือกเส้นทางหลักและกลับโรงแรมเร็วหน่อยในตอนค่ำ

ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนจอง

ข้อดีที่เห็นชัดจากการวิเคราะห์ข้อมูล:

  • ทำเลใจกลางชินจูกุ: เดินถึงสถานี JR ราว 5 นาที หมายความว่าคุณต่อรถไฟไปเที่ยวจุดอื่นของโตเกียวและเดินทางไปต่างเมืองด้วยชินคันเซนได้สะดวก ลดเวลาและค่าเดินทางในแต่ละวัน
  • ของกินและร้านสะดวกซื้อรอบตัว: มี 7-Eleven ในตึกและดองกิใกล้ๆ แปลว่าหิวดึกหรือลืมซื้อของก็แก้ได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่กลับที่พักค่ำ
  • ของใช้ในห้องครบสำหรับสายเที่ยว: มีกาต้มน้ำ ตู้เย็น Wi-Fi ฟรี และสมาร์ตโฟนให้ยืม ช่วยให้วันเที่ยวสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม
  • เป็นแลนด์มาร์กที่หาง่าย: ตึกหัวก็อดซิลล่าเป็นจุดสังเกตชัดเจน ช่วยให้กลับที่พักไม่หลงแม้อยู่ในย่านที่ซับซ้อน

ข้อควรพิจารณาที่อยากให้ชั่งใจก่อนจอง:

  • ห้องมาตรฐานกะทัดรัด: ขนาดเริ่มราว 18 ตารางเมตร หมายความว่าถ้ามากันสองคนพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ ควรอัปเป็นห้อง Twin หรือ Comfort Twin เพื่อให้มีพื้นที่กางกระเป๋า
  • ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปา: ที่นี่ออกแบบมาเป็นฐานพักนอนกลางเมือง ไม่ใช่ที่พักไว้ใช้เวลาในโรงแรมทั้งวัน ถ้าต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกพักผ่อนครบ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์
  • บรรยากาศย่านกลางคืน: คาบูกิโจคึกคักและมีเสียงในตอนค่ำ คนนอนไวควรขอห้องชั้นสูงหรือห้องที่ไม่ติดถนนหลัก

โรงแรมนี้เหมาะกับใคร และใครควรมองที่อื่น

Hotel Gracery Shinjuku เหมาะกับนักเดินทางที่มาเที่ยวโตเกียวครั้งแรกและอยากได้ฐานที่เดินทางง่าย ต่อรถไฟไปไหนก็สะดวก เหมาะกับคู่เพื่อนหรือคู่รักที่ใช้โรงแรมเป็นที่พักนอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน และเหมาะเป็นพิเศษกับแฟนก็อดซิลล่าที่อยากได้ประสบการณ์ห้องธีมหรือถ่ายรูปกับแลนด์มาร์ก นักเดินทางเดี่ยวสายธุรกิจที่ต้องการทำเลใกล้สถานีและร้านสะดวกซื้อก็ใช้งานได้ลงตัว

คนที่ควรมองที่อื่นคือครอบครัวที่ต้องการห้องกว้างมากหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรีสอร์ต คนที่อยากได้สระว่ายน้ำหรือฟิตเนสในโรงแรม และคนที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ เพราะทำเลกลางย่านบันเทิงนั้นแลกความสะดวกมาด้วยความคึกคักรอบตัว

คำถามที่พบบ่อยก่อนจอง Hotel Gracery Shinjuku

เดินจากสถานีชินจูกุกี่นาที
จากทางออกฝั่งตะวันออกของ JR Shinjuku ราว 5 นาที และจากสถานี Seibu Shinjuku ราว 3 นาที ทางเข้าหลักอยู่ด้านหลังตึก Shinjuku Toho ขึ้นลิฟต์เฉพาะไปล็อบบี้ชั้น 8

ห้องพักขนาดเท่าไหร่และมีแบบไหนบ้าง
ห้องหลักมี Single และ Double ราว 18 ตารางเมตร Twin ราว 24 ตารางเมตร Triple ราว 28 ตารางเมตร และ Comfort Twin ราว 32 ตารางเมตร เลือกตามจำนวนคนและปริมาณกระเป๋า

มีสระว่ายน้ำหรือฟิตเนสไหม
ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปา แต่มีร้านอาหารในโรงแรม คาเฟ่ระเบียงชั้น 8 เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และ Wi-Fi ฟรีทั่วทั้งโรงแรม

สรุป Hotel Gracery Shinjuku คุ้มจองไหม

เมื่อชั่งข้อมูลทั้งหมด Hotel Gracery Shinjuku คือโรงแรมสายทำเลที่ทำหน้าที่ฐานพักนอนกลางชินจูกุได้ดี จุดแข็งคือเดินถึงสถานีและร้านรอบตัวในไม่กี่นาที บวกกับความเป็นแลนด์มาร์กก็อดซิลล่าที่หาง่ายและเพิ่มสีสันให้ทริป ส่วนข้อจำกัดที่ต้องยอมรับคือห้องมาตรฐานกะทัดรัดและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรีสอร์ต

ถ้าคุณวางแผนเที่ยวโตเกียวแบบออกตั้งแต่เช้ากลับค่ำ และให้ความสำคัญกับการเดินทางสะดวกมากกว่าการใช้เวลาในโรงแรม ที่นี่เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล แนะนำให้เทียบประเภทห้องและช่วงราคากับวันเดินทางจริงก่อนตัดสินใจ

Related Articles