Home ท่องเที่ยวที่พักรีวิว โรงแรมเกรซเซอรี่ ซัปโปโร (Hotel Gracery Sapporo)

รีวิว โรงแรมเกรซเซอรี่ ซัปโปโร (Hotel Gracery Sapporo)

by
A+A-
Reset

ชื่อ Hotel Gracery Sapporo อาจฟังดูใหม่ แต่ตึกนี้เปิดให้บริการมานานในชื่อเดิมว่า Sapporo Washington Hotel ก่อนที่เครือ WHG (ในกลุ่ม Fujita Kanko) จะเปลี่ยนแบรนด์เป็น Gracery เมื่อปี 2008 จุดที่ทำให้โรงแรมนี้ยังถูกพูดถึงเรื่อยมาคือทำเล เพราะมันเชื่อมใต้ดินตรงกับสถานี JR ซัปโปโร ซึ่งในเมืองที่หิมะตกหนักหลายเดือนต่อปี เรื่องนี้มีน้ำหนักกว่าที่คิด

ประเภท โรงแรมในเมือง 4 ดาว (city/business hotel) เครือ WHG Hotels
ทำเล 4-1 Kita 4-Jo Nishi, Chuo-ku, Sapporo เชื่อมใต้ดินกับสถานี JR ซัปโปโร
ห้องพัก หลายร้อยห้อง (แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน ราว 386 ถึง 440 ห้อง) อยู่ชั้น 7 ถึง 16
เช็คอิน / เช็คเอาต์ 14:00 / 11:00
เหมาะกับ นักเดินทางมาซัปโปโรครั้งแรก นักธุรกิจ และคนที่เดินทางช่วงหิมะ

สรุปสั้นก่อนอ่านยาว: ถ้าคุณให้ค่ากับการเดินถึงสถานีรถไฟโดยไม่ต้องออกไปเจอลมหนาวกลางแจ้ง และไม่ซีเรียสว่าห้องจะกว้างขวาง โรงแรมนี้ตอบโจทย์ตรงตัว ทีมงานมองว่ามันคือ workhorse ทำเลดีมากกว่าจะเป็นที่พักหรูสำหรับนอนเล่นทั้งวัน

บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) กับ Agoda หากคุณจองผ่านลิงก์ในหน้านี้ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ความเห็นและการวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นของทีมงานตามข้อมูลจริงที่ตรวจสอบได้

ทำเล: เชื่อมใต้ดินตรงกับสถานี JR ซัปโปโร

หัวใจของโรงแรมนี้คือที่ตั้ง มันอยู่ฝั่ง Kita 4 Nishi ของย่าน Chuo-ku และเชื่อมเข้ากับสถานี JR ซัปโปโรผ่านทางเดินใต้ดิน หมายความว่าเมื่อคุณลงจากรถไฟแล้ว คุณเดินในร่มต่อเข้าตัวโรงแรมได้โดยแทบไม่ต้องโผล่ขึ้นพื้นถนน จุดนี้ฟังดูเหมือนรายละเอียดเล็ก แต่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ที่อุณหภูมิติดลบและทางเท้าเป็นน้ำแข็ง การลากกระเป๋าใบใหญ่ในร่มกับการลากฝ่าหิมะคือคนละประสบการณ์

ทางเดินใต้ดินเดียวกันนี้ยังต่อไปยังห้างใหญ่อย่าง Daimaru และศูนย์การค้า Stellar Place ที่อยู่ในอาคารสถานี ถ้าคุณมาช้อปปิ้งหรือหาของกินมื้อค่ำ คุณเดินไปได้โดยไม่ต้องเช็คพยากรณ์อากาศก่อนออกจากห้อง รอบโรงแรมในระยะเดินยังมีจุดสำคัญของเมือง ทั้งสวนโอโดริ (Odori Park) ที่เดินถึงในราว 10 ถึง 15 นาที หอนาฬิกาซัปโปโรที่เป็นแลนด์มาร์ก และตลาดปลานิโจ (Nijo Market) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง

จากชานชาลาถึงล็อบบี้ชั้น 7 ใช้เวลาจริงแค่ไหน

โรงแรมตั้งอยู่บนชั้น 7 ถึง 16 ของอาคาร โดยเคาน์เตอร์เช็คอินและล็อบบี้อยู่ที่ชั้น 7 เส้นทางที่ตรงที่สุดคือออกจากสถานี JR ซัปโปโรแล้วเข้าทางเดินใต้ดิน (โซน APIA) ซึ่งจากทางออกใต้ดินถึงตัวอาคารใช้เวลาเดินราวหนึ่งนาที จากนั้นขึ้นลิฟต์ไปชั้น 7

มีรายละเอียดด้านความปลอดภัยที่ควรรู้ล่วงหน้า ลิฟต์ของโรงแรมทำงานด้วยคีย์การ์ดของห้องพัก แปลว่าทุกครั้งที่คุณจะขึ้นไปชั้นห้อง ต้องมีการ์ดติดตัว ข้อดีคือคนนอกขึ้นไปโซนห้องพักไม่ได้ ข้อควรระวังคือถ้าคุณออกจากห้องโดยลืมการ์ด คุณจะกลับขึ้นไปเองไม่ได้และต้องลงมาที่เคาน์เตอร์ ถ้าคุณเดินทางเป็นกลุ่มและมีการ์ดใบเดียว วางแผนเรื่องนี้ไว้ก่อนจะสะดวกกว่า

ชั้น 7 ยังมีเลานจ์สำหรับแขกที่มีกาแฟบริการฟรีและขนมต้อนรับ รวมถึงตู้ล็อกเกอร์เก็บกระเป๋า เผื่อคุณเช็คเอาต์แล้วแต่ยังมีเวลาเดินเล่นในเมืองก่อนไปสนามบิน

รถบัสสนามบินจอดหน้าโรงแรม เส้นทางจาก New Chitose

สำหรับคนที่บินลงสนามบิน New Chitose แล้วกังวลเรื่องการต่อรถเข้าเมือง โรงแรมนี้มีข้อได้เปรียบหนึ่งข้อ คือมีป้ายรถบัสสนามบินอยู่หน้าตัวอาคาร ผู้รีวิวบน Tripadvisor ระบุว่าจุดจอดรถบัสสนามบินอยู่ตรงหน้าโรงแรมพอดี ซึ่งช่วยได้มากถ้าคุณมีกระเป๋าหนักและไม่อยากลากเปลี่ยนขบวนรถไฟ

อีกทางเลือกที่หลายคนใช้คือนั่งรถไฟ JR สาย Rapid Airport ซึ่งวิ่งตรงระหว่างสนามบิน New Chitose กับสถานี JR ซัปโปโร เมื่อถึงสถานีแล้วคุณเดินใต้ดินต่อเข้าโรงแรมได้เลย ทั้งสองวิธีล้วนได้ประโยชน์จากการที่โรงแรมเกาะติดสถานี ส่วนรายละเอียดเวลาเดินรถและค่าโดยสารควรเช็กกับผู้ให้บริการอีกครั้งก่อนเดินทางจริง

ห้องพักและขนาดจริง: เล็กแบบ business hotel แต่ครบ

ตรงนี้ต้องพูดกันตามตรง ห้องพักของที่นี่เป็นไซซ์มาตรฐานของโรงแรมในเมืองญี่ปุ่น ไม่ใช่ห้องกว้างแบบรีสอร์ท จากข้อมูลห้องพักบนแพลตฟอร์มจอง ห้องซิงเกิลมาตรฐานมีขนาดราว 18 ตารางเมตร พร้อมเตียงกว้าง 140 เซนติเมตร ซึ่งทางโรงแรมเรียกว่าเป็นเตียงเซมิดับเบิล ส่วนห้องดับเบิลอยู่ที่ราว 19 ตารางเมตร

แปลเป็นภาษาคนเดินทางคือ ห้องนอนสบายสำหรับหนึ่งถึงสองคนที่ใช้โรงแรมเป็นฐานออกไปเที่ยว แต่ถ้าคุณสูงและมากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ พื้นที่เดินรอบเตียงจะค่อนข้างจำกัด ผู้รีวิวบน Tripadvisor รายหนึ่งที่พักห้องซิงเกิลบนชั้นสุภาพสตรีก็สะท้อนตรงกันว่าห้องคับและขยับตัวลำบากเมื่อมีกระเป๋าใบกลาง ดังนั้นถ้าคุณแพ็กของมาเยอะหรืออยู่หลายคืน การอัปเกรดเป็นห้องประเภทใหญ่ขึ้นคุ้มค่าที่จะพิจารณา

ภายในห้องมีของใช้ครบตามที่คาดหวังจากโรงแรมระดับนี้ ทั้งตู้เย็น กาต้มน้ำไฟฟ้า ทีวีจอแบน ระบบฮีตเตอร์และแอร์ในตัว ที่รีดกางเกง และ Wi-Fi ฟรี ห้องน้ำเป็นแบบแยกส่วนชักโครกกับฝักบัว จุดที่ผู้เดินทางหญิงน่าจะถูกใจคือชั้นเฉพาะสุภาพสตรี ซึ่งมีของใช้เสริมจากแบรนด์ความงาม ReFa ให้ด้วย

ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนจอง

ทีมงานสรุปจากข้อมูลโรงแรมและรีวิวสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ดังนี้

ข้อดี

  • เชื่อมใต้ดินตรงสถานี JR ซัปโปโร: เดินในร่มถึงสถานีและห้างใหญ่ แปลว่าวันที่หิมะตกหรือลมหนาวจัด คุณยังออกไปไหนได้โดยไม่ต้องลุยกลางแจ้ง มีผลกับทริปฤดูหนาวมากกว่าที่หลายคนประเมินไว้
  • ระบบความปลอดภัยชัดเจน: ลิฟต์ขึ้นชั้นห้องต้องใช้คีย์การ์ด คนนอกเข้าโซนพักไม่ได้ เหมาะกับผู้เดินทางคนเดียวหรือผู้หญิงที่ให้ค่ากับความปลอดภัย
  • มีชั้นเฉพาะสุภาพสตรี: พร้อม amenity เฉพาะ ลดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสำหรับนักเดินทางหญิง
  • เลานจ์และตู้ล็อกเกอร์ส่วนกลาง: ฝากกระเป๋าหลังเช็คเอาต์แล้วเดินเที่ยวต่อได้ เหมาะกับวันสุดท้ายก่อนบินที่ยังมีเวลาเหลือ

ข้อควรพิจารณา

  • ห้องเล็กตามมาตรฐาน business hotel: ห้องซิงเกิลราว 18 ตารางเมตร ถ้ามากับกระเป๋าใบใหญ่หรืออยู่หลายคืน พื้นที่อาจอึดอัด พิจารณาห้องประเภทใหญ่ขึ้นตั้งแต่จอง
  • ข้อมูลจำนวนห้องและที่จอดรถไม่ตรงกันระหว่างแหล่ง: จำนวนห้องที่แต่ละเว็บระบุอยู่ในช่วงราว 386 ถึง 440 ห้อง และข้อมูลที่จอดรถก็ขัดกัน หากต้องใช้รถ ควรสอบถามโรงแรมโดยตรงก่อน
  • เป็นที่พักเพื่อใช้เป็นฐาน ไม่ใช่จุดหมายในตัว: ไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปาใหญ่ ถ้าคุณอยากนอนแช่ในโรงแรมทั้งวัน ที่นี่อาจไม่ตรงโจทย์

อาหารเช้าบุฟเฟต์และร้านอาหารในโรงแรม

โรงแรมมีอาหารเช้าบุฟเฟต์สไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตก เสิร์ฟช่วงเช้าราว 06:30 ถึง 10:00 โดยมีค่าใช้จ่ายแยก ผู้รีวิวบน Tripadvisor หลายรายพูดถึงอาหารเช้าในแง่บวก โดยเฉพาะเมนูญี่ปุ่นและของทะเลตามฤดูกาล ซึ่งเข้ากับบรรยากาศการมาเยือนฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบทะเล

นอกจากมื้อเช้าแล้ว ในโรงแรมยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ à la carte ถ้าคืนไหนคุณเดินเที่ยวจนเหนื่อยและไม่อยากออกไปหาร้านไกล การมีตัวเลือกในตึกก็สะดวก แต่ด้วยทำเลที่เชื่อมห้างและย่านร้านอาหารรอบสถานีโดยตรง คนส่วนใหญ่มักออกไปลองร้านข้างนอกได้ง่ายอยู่แล้ว

อย่าจองผิดตัว Gracery ไม่ใช่ Sapporo Washington Hotel Plaza

นี่คือจุดที่ทีมงานอยากเตือนเป็นพิเศษ เพราะโรงแรมนี้เคยใช้ชื่อ Sapporo Washington Hotel มาก่อน หลายคนจึงค้นหาด้วยคำว่า Washington แล้วไปเจออีกโรงแรมที่ชื่อคล้ายกันมากคือ Sapporo Washington Hotel Plaza ซึ่งเป็นคนละแห่งกันโดยสิ้นเชิง

Sapporo Washington Hotel Plaza เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวในย่าน Kita-ku ที่เปิดใหม่กว่าและมีจำนวนห้องน้อยกว่า ส่วนตัวที่บทความนี้รีวิวคือ Hotel Gracery Sapporo ระดับ 4 ดาวที่เชื่อมใต้ดินตรงสถานี ทั้งสองอยู่ในย่านใกล้สถานีซัปโปโรเหมือนกัน แต่คนละอาคาร คนละระดับ และคนละราคา ก่อนกดจอง ให้เช็กชื่อเต็มและที่อยู่ให้ตรงกับที่คุณตั้งใจ จะได้ไม่ไปถึงผิดที่ในวันเดินทางจริง

เหมาะกับนักเดินทางแบบไหน และใครควรข้าม

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทำเล ห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ทีมงานมองว่าที่นี่เหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้

  • คนมาซัปโปโรครั้งแรก: การเกาะติดสถานี JR ทำให้วางแผนเที่ยวรอบฮอกไกโดง่าย ออกทริปไปโอตารุหรือสนามบินก็สะดวก ไม่ต้องลุ้นเรื่องการต่อรถ
  • นักธุรกิจและคนเดินทางคนเดียว: ห้องกระชับ ของครบ ระบบคีย์การ์ดที่ลิฟต์ และทำเลที่เดินไปไหนต่อได้ทันที ตอบโจทย์การเข้าออกบ่อย
  • คนเที่ยวฤดูหนาว: นี่คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุด เพราะทางเดินใต้ดินช่วยให้คุณเลี่ยงการเดินบนหิมะหรือพื้นน้ำแข็งในวันที่อากาศโหด

ส่วนคนที่อาจอยากมองตัวเลือกอื่น ได้แก่ ครอบครัวที่ต้องการห้องกว้างให้เด็กวิ่งเล่นหรือมีพื้นที่นั่งเล่นในห้อง คู่ที่อยากได้โรงแรมมีสระหรือสปาเป็นกิจกรรมในตัว และคนที่ขับรถเที่ยวซึ่งควรเคลียร์เรื่องที่จอดกับโรงแรมก่อน เพราะข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ชัดเจนระหว่างแหล่ง ใครสนใจวางแผนเที่ยวเพิ่มเติม อ่าน หมวดท่องเที่ยวของ promotionth ประกอบได้

คำถามที่พบบ่อยก่อนจอง

Hotel Gracery Sapporo เดินถึงสถานี JR ซัปโปโรกี่นาที
เชื่อมใต้ดินตรงกับสถานี เดินจากทางออกใต้ดินถึงตัวอาคารราวหนึ่งนาที แล้วขึ้นลิฟต์ไปล็อบบี้ชั้น 7 จุดเด่นคือเดินในร่มได้ตลอด เหมาะกับวันที่หิมะตก

เช็คอินเช็คเอาต์กี่โมง ขอเข้าก่อนหรือออกช้าได้ไหม
เช็คอิน 14:00 เช็คเอาต์ 11:00 มีบริการเข้าก่อนตั้งแต่ 12:00 และออกช้าถึง 14:00 โดยมีค่าบริการราว 1,100 เยนต่อชั่วโมงต่อห้อง ขึ้นกับห้องว่าง ควรแจ้งล่วงหน้า

โรงแรมนี้ใช่ Sapporo Washington Hotel หรือเปล่า
เป็นอาคารเดียวกับที่เคยชื่อ Sapporo Washington Hotel ซึ่งเปลี่ยนแบรนด์เป็น Hotel Gracery ในปี 2008 แต่ระวังสับสนกับ Sapporo Washington Hotel Plaza ที่เป็นคนละโรงแรม เช็กชื่อเต็มและที่อยู่ก่อนจองทุกครั้ง

สรุป คุ้มจองไหม

ถ้าให้สรุปตามแนวทางของทีมงาน Hotel Gracery Sapporo คือโรงแรมที่ขายด้วยทำเลเป็นหลัก และทำเลของมันก็แข็งแรงจริงสำหรับเมืองอย่างซัปโปโร การเชื่อมใต้ดินตรงสถานี JR และห้างใหญ่ทำให้คุณเดินทางและช้อปปิ้งได้โดยไม่ต้องสู้กับอากาศหนาว ภายในห้องมีของครบและมีจุดใส่ใจอย่างชั้นสุภาพสตรีกับระบบลิฟต์คีย์การ์ด

สิ่งที่ต้องยอมรับคือห้องเล็กตามสไตล์ business hotel ญี่ปุ่น และข้อมูลปลีกย่อยบางอย่างอย่างจำนวนห้องกับที่จอดรถยังไม่ตรงกันระหว่างแหล่ง ถ้าเป้าหมายของคุณคือใช้โรงแรมเป็นฐานเที่ยวที่เดินทางสะดวกสุด ๆ นี่เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล แต่ถ้าคุณอยากได้ห้องกว้างหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรีสอร์ท ควรเทียบกับตัวเลือกอื่นก่อน ลองเช็กห้องว่างและราคาช่วงที่คุณจะไปเพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้าย

Hotel Gracery Sapporo เชื่อมสถานี JR ซัปโปโร

ห้องพัก Hotel Gracery Sapporo

ทำเลและทางเดินใต้ดิน Hotel Gracery Sapporo

Related Articles