Home Hitachi HRTN5230MXTH ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 12 สัปดาห์

Hitachi HRTN5230MXTH ดีมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง 12 สัปดาห์

by admin
A+A-
Reset

Hitachi HRTN5230MXTH เหมาะกับคอนโดคนเดียว? รีวิว 10 สัปดาห์

Hitachi HRTN5230MXTH ตู้เย็น 2 ประตู 7.4 คิว ในครัวคอนโด

หลังเกษียณ ผมย้ายเข้าคอนโด — ทำไมเลือก Hitachi HRTN5230MXTH

หลังเกษียณปีที่แล้ว ผมย้ายจากบ้านเดี่ยวสองชั้นที่อยู่กับครอบครัวมาตลอด เข้าคอนโด 38 ตรม. คนเดียว ตู้เย็น Side-by-side ตัวเก่าที่บ้านขนาด 15 คิว ส่งต่อให้ลูกหลานไป เพราะลำพังของในตู้ของผมตอนนี้ มีแค่น้ำดื่ม ผักสด ยาแช่เย็น และของกินเล่นเล็กน้อย

ผมเป็นอดีตวิศวกร เลยติดนิสัยอ่านสเปกก่อนซื้อ ตู้เย็นที่ผมต้องการมีเงื่อนไขสามข้อ ขนาดต้องไม่ใหญ่เกิน 8 คิว ครัว pantry ของคอนโดวางได้กว้างแค่ 60 ซม. ต้องเป็น inverter เพราะเปิด 24 ชม. และต้องมี No Frost จะได้ไม่ต้องละลายน้ำแข็งเอง ผมไม่ได้เลือกรุ่นแพงที่สุด แต่เลือกตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของชีวิตคนเดียว

หลังศึกษาตู้เย็นในเซกเมนต์ 7-8 คิว อยู่หลายสัปดาห์ ผมมาลงที่ Hitachi HRTN5230MXTH สี Elegant Inox ขนาด 7.4 คิว ของ Carbon Line series ใช้มา 10 สัปดาห์ จากที่ผมสังเกตในชีวิตประจำวัน บทความนี้ผมจะเล่าทั้งจุดที่ใช้แล้วถูกใจ และจุดที่ต้องปรับตัว เพื่อให้คนที่กำลังเลือกตู้เย็นเครื่องเดียวสำหรับคอนโดเล็กๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

สรุปสั้นๆ ก่อน: รุ่นนี้เหมาะกับใคร

ถ้าใครรีบ ผมขอสรุปไว้ก่อน Hitachi HRTN5230MXTH เป็นตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 7.4 คิว 210 ลิตร คอมเพรสเซอร์ inverter ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สองดาว มีระบบ Surround Air Cooling กระจายลมเย็นรอบทิศ และแผ่นกรอง Triple Power Filter

รุ่นนี้เหมาะกับคนอยู่คอนโด 30-45 ตรม. คนเดียวหรือสองคน ผู้สูงอายุที่ลดขนาดบ้าน หรือใครที่ต้องการตู้เย็นเครื่องที่สองในห้องนอน/ห้องทำงาน รับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี ถือว่ายาวพอสมควรในเซกเมนต์ราคานี้

สเปก + จุดเด่นที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนจะเล่าประสบการณ์ใช้ ผมขอแยกสเปกที่ส่งผลกับการใช้งานจริงออกมาก่อน เพราะหลายตัวมันไม่ใช่แค่ตัวเลขในกล่อง

  • ความจุ 7.4 คิว / 210 ลิตร แบ่งเป็นช่องแช่เย็น 154 ลิตร + ช่องแช่แข็ง 56 ลิตร พอกับคนเดียว/สองคน ที่กินข้าวบ้านบ้าง สั่งบ้าง
  • คอมเพรสเซอร์ Inverter ปรับรอบตามภาระโหลด ต่างจากแบบ on-off ตรงเสียงและค่าไฟ ในวัยผมที่นอนเร็ว เสียงเป็นเรื่องสำคัญ
  • ระบบ Surround Air Cooling กระจายลมเย็นรอบทิศ ไม่เป่าตรงอาหาร ผักไม่เหี่ยวเร็วเท่าตู้แบบเก่าที่ผมเคยใช้
  • แผ่นกรอง Triple Power Filter ขจัดกลิ่นและแบคทีเรียได้ 99% ตามที่ผู้ผลิตเคลม ในการใช้จริงผมยังไม่เคยเปิดตู้แล้วเจอกลิ่นอาหารผสมกัน
  • ฉลากเบอร์ 5 สองดาว สำหรับเครื่องใช้ที่ทำงาน 24 ชม. ตลอดปี ความต่างเบอร์ 5 ดาวต่างกันคิดเป็นเงินจริงต่อปีไม่ได้สูงอย่างที่หลายคนเข้าใจ
  • ขนาดตู้กว้าง 56 ลึก 63.5 สูง 146 ซม. ผมวัดช่องวางในคอนโดได้ 60 ซม. พอดี ไม่ต้องดัดแปลงเคาน์เตอร์

ดีไซน์ + First Impression วันแกะกล่อง

ตอนช่างมาส่ง ผมเซ็นรับเสร็จก็ต้องนั่งดูเครื่อง 5 นาทีก่อน ตามคู่มือบอกว่าหลังขนย้ายต้องตั้งทิ้งไว้ก่อนเสียบไฟอย่างน้อย 2-3 ชม. เพื่อให้น้ำมันในคอมเพรสเซอร์ลงตัว ผมตั้งทิ้งไว้ 4 ชม. เสียบครั้งแรกตอนบ่าย 3 และเริ่มเย็นได้ภายในประมาณ 1 ชม.

สี Elegant Inox ที่เห็นในเว็บกับของจริงต่างกันเล็กน้อย ในเว็บออกโทนเงิน-ฟ้าใส แต่ของจริงเป็นเงินด้านโทนเทาเข้มกว่า ที่ผมชอบคือผิว anti-fingerprint รอยนิ้วมือไม่ติดเหมือนตู้สีดำเงา เช็ดผ้าชุบน้ำผ่านครั้งเดียวก็เกลี้ยง

วันแรกที่ผมเสียบไฟ มีกลิ่นพลาสติกใหม่จางๆ ที่หายไปภายใน 2 วัน ผมเปิดประตูระบายอากาศ 5-10 นาที วันละ 2 ครั้ง ของผู้ผลิตที่ให้มาในตู้คือถาดน้ำแข็ง 1 ชุดและคู่มือภาษาไทย-อังกฤษ ที่บอกขั้นตอนติดตั้งและการปรับอุณหภูมิครั้งแรกได้ละเอียดพอใช้

ใช้งานจริง 10 สัปดาห์ — สิ่งที่ค้นพบ

เรื่องแรกที่ผมต้องเล่าก่อน คือคืนแรกหลังเสียบไฟใหม่ ผมได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์ click เบาๆ 2-3 ครั้งช่วงตี 2 ตอนนั้นในวัยผมที่หลับไวตื่นไว ผมเอาหูแนบไปฟัง คิดว่าเครื่องมีปัญหา พอเช็คคู่มือจึงรู้ว่าเป็นเสียง relay ปกติของคอมพ์ inverter ตอนปรับรอบลง หลังสัปดาห์แรกผมก็ไม่ได้ยินอีก หรืออาจจะเริ่มชินก็เป็นไปได้

เรื่องที่สอง คือผมพบว่าผักใบเขียวถ้าวางชิดผนังในของช่องแช่เย็น จะมีน้ำเกาะที่ใบเล็กน้อยภายใน 3 สัปดาห์แรก ที่จริงไม่ใช่ปัญหาของตู้ แต่เป็นเรื่อง air flow ของระบบ Surround Cooling พอผมขยับผักออกมาวางตรงกลางลิ้นชักผัก ปัญหานี้ก็หายไป จุดนี้ผมต้องปรับตำแหน่งวางของในตู้ 2 ครั้งในสัปดาห์แรกๆ กว่าจะลงตัว

ค่าไฟเดือนแรกหลังเสียบเครื่องนี้ ผมจ่ายเพิ่มจากเดิมประมาณ 80 บาท เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ยังไม่มีตู้เย็นในคอนโดเลย คิดเป็นค่าไฟตู้เย็นเดือนเดียวประมาณ 80-90 บาท สำหรับคนใช้แอร์ทุกคืนอย่างผม ตู้เย็นไม่ใช่ตัวการใหญ่ของบิลค่าไฟ

เรื่องเสียง ในความเงียบของคอนโดชั้น 18 ผมยังพอได้ยินเสียงคอมพ์ทำงานเบาๆ ถ้านั่งทำงานในห้องนั่งเล่นที่ห่างจากตู้ 3-4 เมตร แต่ไม่ใช่เสียงที่รบกวน เทียบคล้ายเสียงเครื่องดูดฝุ่นห่างออกไป 2 ห้อง ในตอนกลางวันที่มีเสียงรถจากถนนข้างล่าง ผมแทบไม่ได้ยินเลย

ข้อดี + ข้อเสียที่ต้องชั่งใจ

หลังใช้มา 10 สัปดาห์ ผมจะแยกข้อดี-ข้อเสียออกเป็นบรรทัดที่ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ใครอ่านแล้วเห็นว่าข้อเสียบางอย่างไม่ใช่ปัญหาในชีวิตของตัวเอง ก็ผ่านไปได้

ข้อดี

  • ขนาดกะทัดรัด 56 ซม. กว้าง ทำให้วางในครัว pantry ของคอนโดได้พอดี ไม่ต้องเคลียร์เคาน์เตอร์ใหม่ — สำคัญมากสำหรับคนเปลี่ยนจากบ้านเดี่ยวมาคอนโดอย่างผม
  • คอมเพรสเซอร์ inverter ทำงานเงียบ ค่าไฟเพิ่มจริงประมาณ 80 บาท/เดือน — ตัวเลขที่ผมเทียบกับบิลก่อน-หลังตรงๆ ไม่ใช่ตัวเลขในโบรชัวร์
  • ระบบ Surround Air Cooling กระจายลมรอบทิศ ผักใบเขียวอยู่ในตู้ได้ 5-7 วันโดยไม่เหี่ยวเหมือนตู้รุ่นเก่าที่ผมเคยใช้ที่เป่าตรง
  • แผ่นกรอง Triple Power Filter ใช้ไป 10 สัปดาห์ยังไม่มีกลิ่นปนกัน ระหว่างปลาทอดที่เหลือกับผลไม้
  • รับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี ในวัยผมที่ตู้เย็นนี้อาจจะใช้กว่า 10 ปี ตัวเลขนี้คือ peace of mind ที่หลายแบรนด์ไม่ให้ในงบเดียวกัน

ข้อเสีย

  • ช่องแช่แข็ง 56 ลิตรค่อนข้างจำกัด ถ้าเป็นครอบครัวที่ตุนเนื้อสัตว์/อาหารแช่แข็งเยอะ คงไม่พอ ผมคนเดียวยังพอใช้
  • ตอนเปิดประตูช่องล่างกว้างเต็มที่ ต้องมีพื้นที่หน้าตู้อย่างน้อย 70 ซม. ถ้าคอนโดเล็กกว่านี้ ต้องวัดก่อน
  • ฉลากเบอร์ 5 สองดาว ไม่ใช่ห้าดาว — ถ้าให้ความสำคัญกับการประหยัดไฟสูงสุด ในเซกเมนต์ราคานี้รุ่นห้าดาวก็มี แต่ความต่างค่าไฟเดือนล่ะไม่ถึง 60 บาทตามที่ผมเทียบ

7.4 คิวเล็กไป? — มุมที่หลายคนเข้าใจผิด

เรื่องที่ผมคิดว่าหลายคนพลาดตอนเลือกตู้เย็น คือคิดว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดี เผื่อไว้ก่อน ในวัยผมที่เคยใช้ตู้เย็น 15 คิวที่บ้านมา 12 ปี ผมเห็นชัดว่า 70% ของพื้นที่ในตู้ คือของที่ลืมและไม่ได้กิน

กับชีวิตคนเดียวในคอนโด ขนาด 7.4 คิวคือพอดี ผมเก็บผักทั้งสัปดาห์ ขวดน้ำ 6 ขวดใหญ่ ไข่ครึ่งแผง อาหารปรุงสำเร็จ 2-3 กล่อง และยาที่ต้องแช่ ก็ยังเหลือพื้นที่ ถ้าผมเลือกตู้ใหญ่กว่านี้ คือเปลืองพื้นที่ในคอนโด เปลืองค่าไฟ และเปลืองโอกาสที่ของจะค้างในตู้นานเกินไป

อีกเรื่องคือฉลากเบอร์ 5 สองดาวกับห้าดาว หลายคนคิดว่าต้องห้าดาวเท่านั้น พอผมลองคำนวณดูจากข้อมูลฉลากที่แปะข้างเครื่อง รุ่นนี้กินไฟประมาณ 250-260 kWh ต่อปี รุ่นห้าดาวในเซกเมนต์เดียวกันอยู่ราว 190-210 kWh/ปี ต่างกัน 50-60 kWh ที่ค่าไฟ 5 บาท/หน่วย คือ 250-300 บาท/ปี หรือ 20-25 บาท/เดือน ตัวเลขนี้ในมุมผมไม่ใช่จุดตัดสินใจ

เทียบกับรุ่นใกล้เคียงในงบเดียวกัน

ในเซกเมนต์ตู้เย็น 2 ประตู 6-8 คิว ราคา 6,500-9,000 บาท ผมมองอยู่ 2-3 รุ่น ก่อนตัดสินใจที่ Hitachi รุ่นนี้

Hitachi รุ่น HRTN5198MXTH ขนาด 6.4 คิว เล็กกว่ารุ่นที่ผมซื้อ 1 คิว ราคาถูกกว่าประมาณ 1,500 บาท แต่ช่องแช่เย็นเล็กลงพอควร ในมุมผม ถ้างบยังพอ ขยับมา 7.4 คิวคุ้มกว่าในระยะยาว

Hitachi HRTN5255MPSVTH ขนาด 8.5 คิว จากซีรีส์ Carbon Line เหมือนกัน ใหญ่กว่ารุ่นที่ผมเลือก 1 คิว ราคาแพงขึ้น 800-1,000 บาท ตู้รุ่นนี้เหมาะกับครอบครัว 2-3 คนขึ้นไป สำหรับ บทความตู้เย็น 2 ประตูยี่ห้อไหนดี เคยรวบรวมไว้ละเอียด ใครยังเลือกระหว่างแบรนด์ลองอ่านดูได้

หรือถ้าใครยังลังเลระหว่างขนาดและฟีเจอร์ ผมแนะนำให้ลองดู รีวิวตู้เย็น 2 ประตู ยี่ห้อไหนดี ที่มีรุ่นใกล้เคียงจากหลายแบรนด์ในงบเดียวกัน

Hitachi HRTN5230MXTH เหมาะกับใคร?

หลังใช้มา 10 สัปดาห์ในวัยและไลฟ์สไตล์ของผม ผมขอสรุปกลุ่มคนที่รุ่นนี้ “ตอบโจทย์” และ “ไม่ตอบโจทย์” แบบตรงไปตรงมา

เหมาะกับ

  • คนอยู่คอนโด 30-45 ตรม. คนเดียวหรือสองคน ที่ครัวมีพื้นที่จำกัด 55-65 ซม.
  • ผู้สูงอายุที่ลดขนาดบ้าน เปลี่ยนจากตู้ใหญ่มาตู้ที่พอดีกับชีวิตปัจจุบัน
  • คนที่ต้องการตู้เย็นเครื่องที่สอง วางในห้องทำงาน/ห้องนอน เพื่อแยกของกินกับของในครัวหลัก
  • คนที่ให้ความสำคัญกับ inverter + No Frost + รับประกันยาว มากกว่าเบอร์ห้าดาวเป๊ะ

ไม่เหมาะกับ

  • ครอบครัว 4 คนขึ้นไป — ช่องแช่แข็ง 56 ลิตรเล็กไป ควรขยับไป 9-10 คิวขึ้น
  • คนที่ต้องการ feature smart เชื่อมต่อ Wi-Fi — รุ่นนี้ไม่มี เป็น mechanical control พื้นฐาน

ข้อแนะนำก่อนติดตั้ง ตั้งทิ้งไว้หลังขนย้ายอย่างน้อย 2-3 ชม. ก่อนเสียบไฟ ปรับอุณหภูมิช่องเย็นที่ระดับ 3-4 จาก 7 ก่อน แล้วค่อยปรับขึ้นถ้ายังไม่พอ จะประหยัดไฟกว่าตั้งสูงสุดตั้งแต่แรก เว้นด้านหลังตู้ห่างผนังอย่างน้อย 5 ซม. เพื่อระบายความร้อนคอมเพรสเซอร์

คำถามที่เจอบ่อยก่อนตัดสินใจซื้อ

Hitachi HRTN5230MXTH เหมาะกับห้องขนาดเท่าไหร่?

เหมาะกับคอนโดและห้องชุด 28-50 ตรม. สำหรับคนเดียวหรือสองคน หรือเป็นเครื่องที่สองในบ้านเดี่ยวสำหรับห้องนอน/ห้องทำงาน ขนาดตู้กว้าง 56 ซม. ลึก 63.5 ซม. ต้องวัดช่องวางก่อนสั่งซื้อ และเว้นด้านหน้าอย่างน้อย 70 ซม. สำหรับเปิดประตู

Hitachi HRTN5230MXTH กินไฟเยอะมั้ย?

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สองดาว กินไฟประมาณ 250-260 kWh/ปี จากการใช้จริงของผมในคอนโดเปิด 24 ชม. ค่าไฟตู้เย็นเดือนเดียวอยู่ราว 80-90 บาท เทียบบิลก่อน-หลังเสียบเครื่อง รุ่นห้าดาวประหยัดเพิ่มประมาณ 20-25 บาท/เดือน

Hitachi HRTN5230MXTH รับประกันกี่ปี?

รับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี ตามข้อมูลผู้ผลิต อะไหล่อื่นๆ ตามเงื่อนไขร้านค้า โดยทั่วไป 1-2 ปีสำหรับ parts หลัก แนะนำเก็บใบรับประกันและใบเสร็จไว้ตรวจสอบสิทธิ์ผ่านศูนย์บริการ Hitachi โดยตรงเมื่อมีปัญหา

สรุป: คุ้มมั้ยกับชีวิตคอนโดคนเดียว

ในมุมของอดีตวิศวกรที่ผมเคยอ่านสเปกเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเยอะ ผมให้ Hitachi HRTN5230MXTH ที่ 8.2/10 ส่วนที่หักไปอยู่ที่ช่องแช่แข็งที่เล็กกว่าที่คาด และฉลากเบอร์ 5 ที่ไม่ถึงห้าดาว ส่วนที่เหลือคือสมดุลที่ผมพอใจ ทั้งขนาด ราคา และความเงียบของ inverter

รุ่นนี้ตอบโจทย์คนที่อยู่คอนโดคนเดียว/สองคน ที่ต้องการตู้เย็นพอใช้กับวัตถุดิบรายสัปดาห์ ไม่ตุนเยอะ และให้ค่ากับ peace of mind จากรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี ในงบราว 7,000-8,000 บาท หาตู้ที่สมดุลแบบนี้ในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย

ในแง่ที่ต้องชั่งใจ ถ้าคุณกำลังย้ายไปอยู่บ้านที่จะมีคนเพิ่มในอนาคต หรือคิดจะเริ่มทำอาหารแช่แข็งเอง ขยับไปรุ่น 8.5 คิวเลยน่าจะคุ้มกว่าในระยะยาว 1,000 บาทที่จ่ายเพิ่ม ช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ใน 3-5 ปี

หลังใช้มา 10 สัปดาห์ในวัยผมที่ละเอียดกับเครื่องใช้ในบ้าน ถ้าให้ย้อนกลับไปเลือกใหม่ ผมยังลงที่รุ่นนี้ — แต่อาจจะวัดช่องครัวอีกครั้งก่อนตัดสินใจ ถ้าใครอยู่ในจุดเดียวกับผมตอนเลือก ผมหวังว่าประสบการณ์ 10 สัปดาห์ของผมในคอนโดเล็กๆ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น