บ้านสามถึงสี่คนที่มีผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน และเสื้อผ้าเด็กรวมอยู่ในกองเดียวกัน มักเจอปัญหาเดิมซ้ำทุกสุดสัปดาห์ คือเครื่อง 8 กิโลกรัมซักไม่จบในรอบเดียว ต้องแบ่งซักสองรอบ Hisense WT105GE30 วางตัวเองในช่องว่างนั้นพอดี ความจุซักและความจุปั่นหมาดเท่ากันที่ 10.5 กิโลกรัม ฝากระจก หน้าจอ LED และ 9 โปรแกรมซัก แต่มีบรรทัดหนึ่งในตารางสเปกของผู้ผลิตที่คนอ่านผ่านบ่อยที่สุด และเป็นบรรทัดที่เปลี่ยนคำตอบว่ารุ่นนี้เหมาะกับบ้านคุณหรือไม่
สรุปก่อนอ่านยาว ทีมงานให้คะแนนเท่าไร
คะแนนทีมงาน promotionth: 7.3/10
เครื่องซักผ้าฝาบนความจุ 10.5 กิโลกรัม ที่เน้นความจุและความง่ายมากกว่าเทคโนโลยี จุดแข็งชัดเจนคือรับผ้าชุดใหญ่ได้ในรอบเดียว มีระบบตรวจจับน้ำหนักผ้า ล็อกกันเด็ก และโปรแกรมล้างถัง จุดที่ต้องยอมรับก่อนซื้อคือตารางสเปกผู้ผลิตระบุว่ารุ่นนี้ไม่ใช่มอเตอร์อินเวอร์เตอร์ และยังไม่มีตัวเลขฉลากประหยัดไฟฝั่งไทยให้เทียบ
บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จากสเปกผู้ผลิตและเอกสารทางการ ไม่ใช่การรีวิวจากการใช้งานจริงของทีมงาน และมีลิงก์พันธมิตร ทีมงานอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณกดผ่านลิงก์ในหน้านี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มกับคุณ
ก่อนเข้าเนื้อหา มีเรื่องแหล่งข้อมูลที่ต้องบอกตรงๆ ตอนเขียนบทความนี้ Hisense ประเทศไทยยังไม่มีหน้าผลิตภัณฑ์ของรุ่น WT105GE30 บนเว็บไซต์ ทีมงานจึงอ้างอิงตารางสเปกจากหน้าผลิตภัณฑ์ทางการของ Hisense มาเลเซีย ซึ่งใช้รหัสรุ่นเดียวกัน ร่วมกับคู่มือผู้ใช้ทางการของรุ่นนี้ ตัวเลขที่คุณจะอ่านต่อจากนี้จึงเป็นสเปกจากหน้าภูมิภาค ไม่ใช่หน้าไทย และรายละเอียดบางอย่างที่ผูกกับตลาด เช่น เงื่อนไขประกันและฉลากพลังงาน จะต่างกันตามประเทศ
สเปกที่ยืนยันได้ และช่องที่ยังไม่ระบุ
ตารางด้านล่างแยกให้ชัดระหว่างข้อมูลที่มาจากตารางสเปกผู้ผลิตโดยตรง กับช่องที่ผู้ผลิตไม่ได้เผยแพร่ ทีมงานเลือกเขียนว่าไม่ระบุแทนการเดาตัวเลขหรือหยิบค่าจากรุ่นพี่น้องมาใส่
| รุ่น | Hisense WT105GE30 |
| ประเภท | เครื่องซักผ้าฝาบน อัตโนมัติ |
| ความจุซัก / ปั่นหมาด | 10.5 กก. / 10.5 กก. |
| มอเตอร์อินเวอร์เตอร์ | ไม่มี |
| ถังซัก | ลาย Raindrop |
| ฝาเครื่อง | กระจก |
| หน้าจอ | LED |
| สีตัวเครื่อง | Titanium Grey |
| จำนวนโปรแกรม | 9 โปรแกรม |
| ขนาดตัวเครื่อง | 556 x 566 x 960 มม. (กว้าง x ลึก x สูง) |
| ขนาดกล่อง | 650 x 650 x 1030 มม. |
| น้ำหนักสุทธิ | 39.0 กก. |
| ไฟเข้า | 220-240 โวลต์ / 50 เฮิรตซ์ |
| แรงดันน้ำที่รองรับ | 0.03-0.8 MPa |
| รอบปั่นหมาดสูงสุด | ไม่ระบุ |
| กำลังไฟที่ใช้ | ไม่ระบุ |
| ระดับเสียง | ไม่ระบุ |
| ฉลากประหยัดไฟไทย | ไม่ระบุ |
| ประกันในไทย | ไม่ระบุ |
ช่องที่เขียนว่าไม่ระบุมีสี่ช่อง และสามช่องในนั้นเป็นตัวเลขที่คนซื้อเครื่องซักผ้าอยากรู้ที่สุด คือรอบปั่นหมาด กำลังไฟ และฉลากพลังงาน การที่ผู้ผลิตไม่เผยแพร่ค่าเหล่านี้บนหน้าผลิตภัณฑ์ทำให้เทียบกับคู่แข่งเชิงตัวเลขได้ยาก ทีมงานจึงเลือกเทียบด้วยคุณสมบัติเชิงกลไกแทน
บรรทัดที่คนอ่านผ่าน มอเตอร์รุ่นนี้ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์
ในตารางสเปกของผู้ผลิตมีแถวชื่อ Inverter และค่าที่ระบุคือ No ตรงตัว นี่คือจุดที่สวนความเข้าใจของคนจำนวนมาก เพราะภาพจำของตลาดตอนนี้คือเครื่องความจุสองหลัก มีหน้าจอ LED และมีโปรแกรมเยอะ มักเป็นเครื่องอินเวอร์เตอร์ ความสับสนยิ่งเพิ่มเมื่อ Hisense เองมีเครื่องซักผ้าฝาหน้าความจุ 10.5 กิโลกรัมขายผ่านค้าปลีกใหญ่ในไทย ซึ่งเป็นอินเวอร์เตอร์และติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว คนละรุ่น คนละแบบ แต่ความจุตัวเลขเดียวกันเป๊ะ
มอเตอร์ที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ทำงานแบบเปิดและปิดที่รอบค่อนข้างคงที่ ไม่ปรับความเร็วละเอียดตามภาระผ้าเหมือนมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติมีสามข้อ ข้อแรกคือการควบคุมความนุ่มนวลของรอบซักทำได้หยาบกว่า ข้อสองคือระดับเสียงและแรงสั่นตอนปั่นหมาดมักสูงกว่าเครื่องอินเวอร์เตอร์ที่ความจุใกล้กัน ข้อสามคือประสิทธิภาพพลังงานต่อรอบมักด้อยกว่า แม้จะไม่มีตัวเลขไทยมายืนยันในกรณีนี้ก็ตาม
สิ่งที่ทีมงานไม่ทำคือบอกว่ารุ่นนี้กินไฟกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีฉลากไทยและไม่มีค่ากำลังไฟจากผู้ผลิตให้คำนวณ การใส่ตัวเลขลงไปตรงนี้จะเป็นการเดา
9 โปรแกรมซัก ต่างกันตรงไหนเวลาใช้จริง
ผู้ผลิตระบุรายชื่อโปรแกรมไว้ครบ ได้แก่ Standard, Quick, Delicate, Spin, Tub Clean, Bedding, Cotton, Anti-Mite และ Soak Wash แต่ละตัวไม่ได้ใช้บ่อยเท่ากัน และบางตัวคือเหตุผลที่ทำให้เครื่องความจุใหญ่คุ้มกว่าเครื่องเล็ก
- Bedding ออกแบบมาสำหรับผ้าชิ้นใหญ่ที่อมน้ำหนัก เช่น ผ้าห่มและปลอกที่นอน ผลกับการใช้งานคือถ้าบ้านคุณมีผ้านวมที่ต้องหิ้วไปร้านสะดวกซักทุกเดือน โปรแกรมนี้กับความจุ 10.5 กิโลกรัมคือเหตุผลหลักที่ทำให้เลิกหิ้ว
- Anti-Mite เป็นรอบซักที่เน้นจัดการไรฝุ่นบนผ้าเครื่องนอน ผลกับการใช้งานคือบ้านที่มีคนแพ้ฝุ่นหรือมีเด็กเล็ก จะได้ใช้โปรแกรมนี้จริงมากกว่าที่คิด ไม่ใช่ปุ่มประดับ
- Soak Wash คือรอบแช่ก่อนซัก ผลกับการใช้งานคือคราบเหงื่อคอเสื้อและคราบอาหารบนผ้ากันเปื้อนเด็ก ได้เวลาแช่โดยไม่ต้องมานั่งกดปุ่มเอง
- Tub Clean คือรอบล้างถังซักโดยเฉพาะ ผลกับการใช้งานคือช่วยลดกลิ่นอับและคราบสะสมหลังใช้ไปหลายเดือน ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของเครื่องฝาบนที่ถังตั้งแนวตั้ง
- Quick เป็นรอบสั้นสำหรับผ้าน้อยและไม่สกปรกมาก ผลกับการใช้งานคือชุดออกกำลังกายที่ใส่วันเดียวไม่ต้องรอรอบเต็ม
ฟังก์ชันที่ผู้ผลิตระบุว่ามีเพิ่มเติมคือ Pause and Add ซึ่งคือการหยุดกลางรอบเพื่อใส่ผ้าเพิ่ม Memory Backup ที่จำสถานะรอบซักไว้เมื่อไฟดับแล้วทำต่อได้ Child Lock สำหรับล็อกแผงควบคุมกันเด็กกด และ Load Detection ที่ตรวจน้ำหนักผ้าเพื่อกำหนดระดับน้ำ ส่วนสองฟังก์ชันที่ตารางสเปกระบุว่าไม่มีคือ Stain Wash และ Activate Water
มีจุดที่ข้อมูลสองแหล่งขัดกัน และทีมงานเลือกเปิดเผยแทนการเลือกข้างเงียบๆ หน้าขายฝั่งไทยบางแห่งเขียนว่ารุ่นนี้ไม่มีช่องใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มแยกมาให้ ขณะที่คู่มือผู้ใช้ทางการของ WT105GE30 มีหัวข้ออธิบายวิธีดึงช่องใส่ผงซักฟอกออกมาใช้ พร้อมระบุว่าใช้ได้ทั้งผงและน้ำยาชนิดน้ำ ตามลำดับความน่าเชื่อถือ ทีมงานยึดคู่มือผู้ผลิต แต่แนะนำให้ถ่ายรูปแผงหน้าเครื่องจากผู้ขายก่อนกดสั่ง เพราะเป็นจุดที่ตรวจได้ง่ายและกระทบการใช้งานทุกวัน
ความจุ 10.5 กิโลกรัม แปลว่าอะไรในกองผ้าจริง
ตัวเลขความจุคือน้ำหนักผ้าแห้งสูงสุดที่ผู้ผลิตออกแบบให้ถังรับได้ต่อรอบ ไม่ใช่น้ำหนักผ้าเปียก และไม่ได้แปลว่าควรอัดจนเต็มทุกครั้ง ในทางปฏิบัติ ผ้าปูที่นอนขนาดควีนหนึ่งชุดพร้อมปลอกหมอนจะกินความจุไปพอสมควรแล้ว ส่วนเสื้อผ้ารวมของบ้านสามถึงสี่คนที่สะสมสองถึงสามวัน มักลงตัวกับถังขนาดนี้ในรอบเดียว
จุดที่ความจุ 10.5 กิโลกรัมช่วยได้ชัดที่สุดไม่ใช่จำนวนเสื้อยืด แต่เป็นผ้าชิ้นใหญ่ที่กินพื้นที่ถังมากกว่ากินน้ำหนัก ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ผ้าห่มบาง และปลอกที่นอน คือของที่ทำให้เครื่อง 7 ถึง 8 กิโลกรัมต้องแบ่งรอบ ถ้าบ้านคุณซักผ้าสัปดาห์ละสองครั้งและมีผ้าประเภทนี้ประจำ ความจุระดับนี้จะลดจำนวนรอบลงจริง ซึ่งแปลว่าประหยัดทั้งเวลาและน้ำต่อสัปดาห์ แม้จะไม่มีตัวเลขพลังงานต่อรอบมายืนยัน
ระบบ Load Detection ที่ผู้ผลิตระบุไว้ทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักผ้าแล้วเลือกระดับน้ำให้เอง ประโยชน์จริงคือคุณไม่ต้องเดาว่าจะกดระดับน้ำเท่าไรเมื่อซักผ้าน้อย ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องฝาบนรุ่นเก่ามักทำให้เปลืองน้ำโดยไม่รู้ตัว
พื้นที่วางและการติดตั้ง ตัวเลขที่ต้องวัดก่อนสั่ง
ผู้ผลิตระบุขนาดตัวเครื่องไว้ที่ 556 มิลลิเมตรกว้าง 566 มิลลิเมตรลึก และ 960 มิลลิเมตรสูง น้ำหนักสุทธิ 39 กิโลกรัม ตัวเลขสามชุดนี้ใช้วางแผนได้จริงสามเรื่อง
เรื่องแรกคือช่องวางเครื่อง ความกว้าง 55.6 เซนติเมตรและลึก 56.6 เซนติเมตร ทำให้รุ่นนี้ลงช่องมาตรฐานข้างซิงก์ซักล้างของทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวได้ไม่ยาก แต่ควรเผื่อระยะด้านหลังสำหรับสายน้ำเข้าและท่อน้ำทิ้งเพิ่มอีกราว 10 เซนติเมตร
เรื่องที่สองคือระยะเปิดฝา เครื่องฝาบนต้องการที่ว่างเหนือเครื่องเพื่อยกฝาขึ้น สูงตัวเครื่อง 96 เซนติเมตรบวกระยะเปิดฝา แปลว่าห้ามมีชั้นวางของหรือตู้แขวนกดต่ำเกินไปเหนือจุดวาง ข้อนี้คือข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เครื่องฝาหน้าไม่มี และเป็นเหตุผลที่คนคอนโดพื้นที่แคบมักเลือกฝาหน้าแทน
เรื่องที่สามคือการขนย้าย น้ำหนัก 39 กิโลกรัมถือว่าเบาสำหรับเครื่องความจุระดับนี้ ขนาดกล่อง 650 x 650 x 1030 มิลลิเมตรยังผ่านประตูมาตรฐานได้สบาย ถ้าบ้านคุณต้องยกขึ้นบันได น้ำหนักระดับนี้ใช้คนสองคนพอ
ส่วนแรงดันน้ำ ผู้ผลิตระบุช่วงที่รองรับไว้ที่ 0.03 ถึง 0.8 MPa บ้านที่ใช้น้ำประปาตรงโดยไม่มีปั๊มและอยู่ปลายท่อ ควรตรวจแรงดันก่อน เพราะแรงดันต่ำกว่าช่วงนี้จะทำให้เครื่องเติมน้ำช้าและรอบซักยืดออก
เรื่องค่าไฟ สิ่งที่พูดได้และสิ่งที่พูดไม่ได้
ตรงนี้ต้องตรงไปตรงมา หน้าผลิตภัณฑ์ทางการฝั่งมาเลเซียระบุเรตติ้งพลังงานไว้ที่ 3 ดาว ซึ่งเป็นระบบฉลากของประเทศนั้น ไม่ใช่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ของไทย ทั้งสองระบบใช้วิธีทดสอบและเกณฑ์คนละชุด การเอาเลข 3 ดาวมาแปลงเป็นระดับดาวของฉลากไทยคือการสร้างตัวเลขที่ไม่มีอยู่จริง ทีมงานจึงเขียนช่องฉลากไทยว่าไม่ระบุ
สิ่งที่พูดได้จากสเปกคือกลไก มอเตอร์ที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์โดยทั่วไปมีประสิทธิภาพพลังงานต่อรอบด้อยกว่ามอเตอร์อินเวอร์เตอร์ที่ความจุใกล้กัน และเครื่องซักผ้าฝาบนโดยธรรมชาติใช้น้ำต่อรอบมากกว่าเครื่องฝาหน้า เพราะต้องเติมน้ำให้ท่วมผ้าในถังแนวตั้ง ขณะที่ฝาหน้าใช้การพลิกกลับของผ้าในถังแนวนอน สองข้อนี้เป็นหลักการของประเภทเครื่อง ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะรุ่น
สิ่งที่ช่วยได้ในทางกลับกันคือความจุ การซักจบในรอบเดียวแทนสองรอบ ลดทั้งการเติมน้ำและการทำงานของมอเตอร์ลงหนึ่งชุดเต็ม ถ้าเดิมคุณใช้เครื่อง 7 กิโลกรัมและต้องซักสองรอบทุกครั้ง ผลรวมต่อสัปดาห์อาจไม่ต่างอย่างที่กลัว แต่ทีมงานไม่มีตัวเลขมายืนยันจุดนี้เป็นรายรุ่น จึงเสนอเป็นการพิจารณา ไม่ใช่การรับประกัน
เทียบกับตัวเลือกอื่นในบ้านเดียวกัน
ในเซกเมนต์เดียวกัน คู่เทียบที่ตรงที่สุดคือเครื่องซักผ้าฝาหน้าของ Hisense เองที่ความจุ 10.5 กิโลกรัม ซึ่งวางขายผ่านค้าปลีกใหญ่ในไทยและมีข้อมูลครบกว่า รุ่นฝาหน้าเหล่านั้นระบุรอบปั่นหมาดสูงสุด 1400 รอบต่อนาที เป็นมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ มีโปรแกรมมากกว่า และติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว
ความต่างที่แท้จริงไม่ใช่แค่สเปก แต่เป็นรูปแบบการใช้ชีวิต เครื่องฝาบนอย่าง WT105GE30 ใส่ผ้าเพิ่มกลางรอบได้ง่ายกว่า ไม่ต้องก้มลงโหลด ติดตั้งง่ายกว่าเพราะไม่ต้องปรับระดับละเอียดเท่า และมักไม่ต้องใช้ช่างติดตั้งเฉพาะทาง ส่วนเครื่องฝาหน้าได้เปรียบเรื่องการใช้น้ำ ความเงียบ และรอบปั่นหมาดที่สูงกว่า แลกกับต้องเปิดปิดที่ระดับพื้นและปิดฝาแล้วเพิ่มผ้ากลางรอบได้จำกัด
ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่างเครื่องอัตโนมัติกับเครื่องสองถัง ทีมงานเคยแยกประเด็นไว้ใน รีวิวเครื่องซักผ้า 2 ถัง KASHIWA S36C และในบทความ เครื่องซักผ้า 2 ถัง LG TT18NAPG ส่วนใครที่เอนไปทางฝาหน้าอยู่แล้ว ลองอ่าน เครื่องซักผ้าฝาหน้า Haier HWM80-1269S2 ประกอบ
ข้อดี 5 ข้อ และข้อจำกัด 3 ข้อ
ข้อดี
- ความจุซักและปั่นหมาดเท่ากันที่ 10.5 กก. ตัวเลขปั่นหมาดไม่ถูกลดลงจากตัวเลขซักเหมือนบางรุ่นในตลาด ผลกับการใช้งานคือผ้าที่ใส่เข้าไปเต็มถังจะได้ปั่นหมาดครบชุด ไม่ต้องแบ่งรอบตอนปั่น
- โปรแกรม Bedding และ Anti-Mite แยกมาให้ ทั้งสองเป็นรอบเฉพาะสำหรับผ้าเครื่องนอน ผลกับการใช้งานคือบ้านที่มีคนแพ้ไรฝุ่นได้ใช้จริงทุกเดือน และลดความจำเป็นในการหิ้วผ้านวมออกไปซักข้างนอก
- Load Detection ตรวจน้ำหนักผ้าเพื่อกำหนดระดับน้ำ เครื่องเลือกน้ำให้เองตามภาระจริง ผลกับการใช้งานคือคนที่ซักผ้าน้อยกลางสัปดาห์ไม่ต้องกดระดับน้ำเอง และลดโอกาสเติมน้ำเกินความจำเป็น
- Child Lock ล็อกแผงควบคุม กันเด็กกดปุ่มระหว่างรอบทำงาน ผลกับการใช้งานคือบ้านที่มีเด็กวัยหัดเดินและวางเครื่องไว้ในพื้นที่เปิด ลดเหตุรอบซักถูกขัดจังหวะกลางคัน
- น้ำหนัก 39 กก. กับกล่อง 650 x 650 x 1030 มม. เบากว่าเครื่องความจุใกล้กันหลายรุ่น ผลกับการใช้งานคือย้ายเข้าบ้านและปรับตำแหน่งภายหลังทำได้ด้วยคนสองคน ไม่ต้องรอทีมขนของ
ข้อจำกัด
- ไม่ใช่มอเตอร์อินเวอร์เตอร์ ตารางสเปกผู้ผลิตระบุ Inverter เป็น No ผลกับการใช้งานคือคาดหวังความเงียบและการควบคุมรอบละเอียดแบบเครื่องอินเวอร์เตอร์ไม่ได้ และควรเผื่อว่าเสียงตอนปั่นหมาดจะได้ยินชัดถ้าวางติดห้องนอน
- ไม่มีตัวเลขรอบปั่นหมาดและฉลากพลังงานไทย ผู้ผลิตไม่เผยแพร่ค่า RPM สูงสุด และยังไม่พบฉลากเบอร์ 5 ของรุ่นนี้ ผลกับการใช้งานคือเทียบเชิงตัวเลขกับคู่แข่งไม่ได้ ต้องขอข้อมูลจากผู้ขายก่อนตัดสินใจถ้าจุดนี้สำคัญกับคุณ
- ประกันฝั่งไทยไม่ระบุ เงื่อนไขที่ผู้ผลิตประกาศไว้เป็นของตลาดมาเลเซีย ใช้อ้างอิงข้ามประเทศไม่ได้ ผลกับการใช้งานคือควรถามผู้ขายเรื่องระยะประกันมอเตอร์และแผงควบคุมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนกดสั่ง
เหมาะกับใคร และใครควรข้าม
เหมาะกับ บ้านสามถึงสี่คนที่ซักผ้าสัปดาห์ละสองครั้ง มีผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอนอยู่ในรอบซักประจำ และต้องการเลิกแบ่งซักสองรอบ กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากความจุ 10.5 กิโลกรัมเต็มที่ที่สุด
เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องฝาบนด้วยเหตุผลด้านท่าทาง คือไม่ต้องก้มโหลดผ้า และต้องการใส่ผ้าเพิ่มกลางรอบได้ ซึ่งฟังก์ชัน Pause and Add รองรับไว้
เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือมีคนแพ้ไรฝุ่น เพราะโปรแกรม Anti-Mite กับ Bedding ตอบโจทย์ผ้าเครื่องนอนโดยตรง และ Child Lock ช่วยเรื่องความปลอดภัยในบ้านที่เด็กเดินได้แล้ว
ควรข้าม ถ้าคุณตั้งใจซื้อเครื่องอินเวอร์เตอร์โดยเฉพาะ เพราะสเปกผู้ผลิตระบุชัดว่ารุ่นนี้ไม่ใช่ การซื้อไปแล้วคาดหวังความเงียบระดับอินเวอร์เตอร์จะเป็นความผิดหวังที่หลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้
ควรข้ามถ้าคุณอยู่คอนโดที่มีตู้แขวนเหนือจุดวางเครื่อง หรือช่องวางเครื่องถูกจำกัดความสูง เพราะฝาบนต้องการระยะเปิดฝาเหนือตัวเครื่องเพิ่มจากความสูง 96 เซนติเมตร
ควรข้ามถ้าคุณต้องการเปรียบเทียบค่าไฟต่อปีเป็นตัวเลขก่อนซื้อ เพราะรุ่นนี้ยังไม่มีฉลากไทยและไม่มีค่ากำลังไฟจากผู้ผลิต การเลือกรุ่นที่ติดฉลากเบอร์ 5 จะให้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้มากกว่า
คำถามที่พบบ่อย
Hisense WT105GE30 เป็นเครื่องซักผ้าอินเวอร์เตอร์หรือไม่
ไม่ใช่ ตารางสเปกบนหน้าผลิตภัณฑ์ทางการของผู้ผลิตระบุแถว Inverter ไว้ว่า No ถ้าต้องการมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ ควรดูรุ่นอื่นในไลน์อัปที่ระบุไว้ชัดเจนแทน
เครื่องรุ่นนี้ซักผ้านวมได้ไหม
ผู้ผลิตใส่โปรแกรม Bedding มาให้สำหรับผ้าเครื่องนอนโดยเฉพาะ และความจุ 10.5 กิโลกรัมรองรับผ้าชิ้นใหญ่ได้ ข้อควรระวังคือผ้านวมหนามากจะกินพื้นที่ถังมากกว่ากินน้ำหนัก จึงควรดูปริมาตรผ้าประกอบ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขกิโลกรัม
ต้องเตรียมพื้นที่เท่าไรและคุ้มค่าตัวไหม
ตัวเครื่องกว้าง 556 มิลลิเมตร ลึก 566 มิลลิเมตร สูง 960 มิลลิเมตร ควรเผื่อด้านหลังราว 10 เซนติเมตรสำหรับท่อ และเผื่อระยะเปิดฝาด้านบน ส่วนความคุ้ม รุ่นนี้อยู่ในกลุ่มเครื่องความจุใหญ่ระดับเริ่มต้นถึงกลาง จุดคุ้มอยู่ที่ความจุต่อความเรียบง่าย ไม่ใช่ที่เทคโนโลยีมอเตอร์
สรุปจากทีมงาน
คะแนน 7.3/10
Hisense WT105GE30 คือเครื่องซักผ้าฝาบนที่ซื่อสัตย์กับสิ่งที่มันเป็น ความจุซักและปั่นหมาด 10.5 กิโลกรัมเท่ากัน โปรแกรมครบพอใช้จริง 9 รอบ มีระบบตรวจน้ำหนักผ้า ล็อกกันเด็ก และรอบล้างถัง ตัวเครื่องขนาดมาตรฐานลงช่องซักล้างทั่วไปได้ และน้ำหนัก 39 กิโลกรัมทำให้ติดตั้งและย้ายง่ายกว่าที่คาด
สิ่งที่ต้องแลกมีสองอย่างและควรรู้ตั้งแต่ก่อนกดสั่ง อย่างแรกคือมอเตอร์ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ตามที่ผู้ผลิตระบุเอง อย่างที่สองคือข้อมูลฝั่งไทยยังไม่ครบ ทั้งรอบปั่นหมาด ฉลากพลังงาน และเงื่อนไขประกัน ซึ่งทีมงานเลือกเขียนว่าไม่ระบุแทนการเดาให้ดูดี
คำตัดสินของทีมงานคือ ถ้าโจทย์ของคุณคือเลิกซักสองรอบทุกสุดสัปดาห์ ด้วยเครื่องที่ใช้ง่ายและติดตั้งไม่ยุ่งยาก รุ่นนี้ตอบโจทย์ตรงจุด แต่ถ้าโจทย์คือความเงียบ ตัวเลขประหยัดไฟที่ตรวจสอบได้ และมอเตอร์อินเวอร์เตอร์ ควรมองรุ่นอื่นตั้งแต่แรกจะคุ้มเวลากว่า




