Home รีวิว Hisense WSRB1201W เครื่องซักผ้า 2 ถัง 12 กก. ซักผ้าเยอะทุกวันเอาอยู่ไหม

รีวิว Hisense WSRB1201W เครื่องซักผ้า 2 ถัง 12 กก. ซักผ้าเยอะทุกวันเอาอยู่ไหม

by
A+A-
Reset

ตลาดเครื่องซักผ้า 2 ถังในไทยไม่ได้หายไปไหน แต่เปลี่ยนหน้าผู้เล่นไปแล้ว จากที่เคยมี Toshiba กับ LG คุมเซกเมนต์เกือบทั้งชั้นวาง ตอนนี้มีแบรนด์ที่ผลิตเองอย่าง Hisense, TCL และ Midea เข้ามาเบียดในช่วงความจุ 10 ถึง 15 กิโลกรัม ด้วยฟังก์ชันที่ตัดทอนลงและตำแหน่งราคาที่ต่ำกว่า Hisense WSRB1201W วางตัวอยู่กลางกลุ่มนี้พอดี ความจุถังซัก 12 กิโลกรัม ปุ่มควบคุมแบบลูกบิด ไม่มีจอดิจิทัล ไม่มีอินเวอร์เตอร์

สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ต้องอธิบายให้ชัดก่อนอย่างอื่น คือชื่อสินค้าบนหน้าร้านออนไลน์มีคำว่า ฝาบน อยู่ด้วย ซึ่งผู้ซื้อจำนวนหนึ่งอ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นเครื่องอัตโนมัติถังเดียวที่กดปุ่มเดียวจบ ทั้งที่โครงสร้างจริงของเครื่องนี้เป็นแบบ 2 ถังกึ่งอัตโนมัติ ต้องยกผ้าย้ายจากถังซักไปถังปั่นเองทุกกอง ความต่างตรงนี้เปลี่ยนวิธีใช้งานประจำวันทั้งหมด และเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนคืนสินค้ากลุ่มนี้

Hisense WSRB1201W เครื่องซักผ้า 2 ถัง 12 กก. สีขาว

Hisense WSRB1201W ยืนอยู่ตรงไหนในกลุ่มเครื่องซักผ้า 2 ถัง

ในชั้นวางเดียวกัน คู่แข่งตรงของรุ่นนี้คือ Toshiba VH-Q110MT ความจุ 10 กิโลกรัม, TCL F210TTW ความจุ 10 กิโลกรัม และ Toshiba VH-H140WT ความจุ 13 กิโลกรัม WSRB1201W แทรกตัวอยู่ระหว่างกลาง ได้ความจุมากกว่ากลุ่ม 10 กิโลกรัมพอสมควรโดยที่ตัวเครื่องยังไม่ใหญ่ถึงระดับ 14 ถึง 17 กิโลกรัมที่กินพื้นที่หน้าห้องซักจริงจัง

สรุปสั้นก่อนอ่านยาว

คะแนนทีมงาน 7.4 จาก 10

  • ได้อะไร: ถังซัก 12 กิโลกรัม ถังปั่นแยก 6.5 กิโลกรัม ที่ 1,350 รอบต่อนาที ซักกองใหม่ทับขณะปั่นกองเก่าได้
  • เสียอะไร: ต้องยกผ้าย้ายถังเอง กองเต็มพิกัดต้องแบ่งปั่น 2 รอบ และผู้จัดจำหน่ายไม่เปิดเผยกำลังไฟ อัตราการใช้น้ำ และเงื่อนไขประกัน
  • เหมาะกับ: ครอบครัวผ้าเยอะทุกวัน หอพัก ร้านซักรีดขนาดเล็ก บ้านที่มีระบายน้ำระดับพื้น
  • ควรข้าม ถ้า: อยู่คอนโดที่ต่อท่อทิ้งระดับพื้นไม่ได้ หรือคาดหวังกดปุ่มเดียวแล้วเดินหนี

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จากสเปกผู้ผลิตและข้อมูลผู้จัดจำหน่ายในไทย ไม่ใช่การทดสอบมือ ทีมงาน promotionth ได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์พันธมิตรในหน้านี้เมื่อเกิดการสั่งซื้อ โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่ายและไม่มีผลต่อข้อสรุปในบทความ

สเปกที่ยืนยันได้ และช่องที่ผู้ขายเว้นว่างไว้

ทีมงานไล่ตรวจข้อมูลรุ่นนี้จากหน้าผู้จัดจำหน่ายในไทยและจากคู่มือผู้ใช้ของ Hisense เอง ตารางด้านล่างแยกให้ชัดว่าอะไรที่มีแหล่งยืนยัน และอะไรที่ไม่มีใครระบุ ช่องที่เขียนว่า ไม่ระบุ คือช่องที่ทีมงานเลือกจะไม่เดาแทนผู้ผลิต และไม่ยืมตัวเลขจากรุ่นพี่ WSRB1401W มาใส่แทน เพราะเป็นคนละรหัสสินค้า

รายการ ค่า
ประเภท เครื่องซักผ้า 2 ถัง กึ่งอัตโนมัติ
ความจุถังซัก 12 กิโลกรัม
ความจุถังปั่นหมาด 6.5 กิโลกรัม
รอบปั่นหมาด 1,350 รอบต่อนาที
ระดับการซัก 3 ระดับ พร้อมโหมดแช่
ขนาดตัวเครื่อง 51 x 85 x 99.3 ซม. (แหล่งไม่ระบุว่าด้านใดคือกว้าง ลึก สูง)
น้ำหนัก 26 กิโลกรัม
กำลังไฟซักและปั่น ไม่ระบุ
อัตราการใช้น้ำต่อรอบ ไม่ระบุ
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ไม่ระบุ
ระยะประกัน ไม่ระบุ
วัสดุตัวถังและชนิดมอเตอร์ ไม่ระบุ

ช่องว่างเรื่องกำลังไฟและการใช้น้ำเป็นเรื่องปกติของเครื่อง 2 ถังระดับเริ่มต้นในไทย เพราะสินค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าโครงการฉลากประหยัดไฟ จึงไม่มีแรงบังคับให้ประกาศตัวเลข ผลกระทบต่อคุณคือคำนวณค่าไฟล่วงหน้าไม่ได้ ต้องขอดูฉลากท้ายเครื่องจากผู้ขายก่อนกดสั่ง ส่วนช่องประกันเป็นช่องที่ควรถามร้านค้าให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเครื่อง 2 ถังมีชิ้นส่วนหมุน 2 ชุด

ตัวเลข 12 กิโลกรัมที่เห็นบนกล่อง ไม่ใช่จำนวนที่คุณได้ทั้งรอบ

นี่คือจุดที่ทำให้คนซื้อเครื่อง 2 ถังผิดหวังบ่อยที่สุด และเป็นข้อมูลที่แทบไม่เคยอยู่ในพาดหัวสินค้า ตัวเลข 12 กิโลกรัมของ WSRB1201W คือความจุของ ถังซัก อย่างเดียว ส่วนถังปั่นหมาดที่อยู่ข้างกันรับได้ 6.5 กิโลกรัม แปลว่าถ้าคุณซักเต็มพิกัดจริง 12 กิโลกรัม กองนั้นต้องแบ่งปั่นหมาด 2 รอบเสมอ

ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเครื่องโฆษณาเกินจริง เพราะเป็นวิธีระบุสเปกมาตรฐานของเครื่อง 2 ถังทั้งตลาด แต่มันเปลี่ยนภาพในหัวของคนที่คิดว่าจะโยนผ้ากองใหญ่ลงไปแล้วจบในรอบเดียว ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณอยากได้จังหวะซักที่ลื่นที่สุด ให้แบ่งผ้าเป็นกองละราว 6 กิโลกรัม แล้วเดินสองถังสลับกัน กองแรกไปปั่น กองสองลงซักทันที วิธีนี้ทำให้เครื่องทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีถังไหนว่าง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่แท้จริงของโครงสร้าง 2 ถัง มากกว่าตัวเลขความจุที่พิมพ์บนกล่อง

ฟังก์ชันซัก 3 ระดับ กับโหมดแช่ ใช้จริงตอนไหน

แผงควบคุมของรุ่นนี้เป็นลูกบิดกลไก ไม่มีจอ ไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูปแบบเครื่องอัตโนมัติ สิ่งที่คุณเลือกได้คือระดับความแรงของการซัก 3 ระดับ และตั้งเวลาแช่ผ้าก่อนเริ่มปั่นจาน ระดับอ่อนสุดเหมาะกับผ้าบาง ชุดชั้นใน เสื้อผ้าเด็กเล็ก ระดับแรงสุดออกแบบมาสำหรับผ้าหนา ผ้าปูที่นอน ชุดทำงานที่เปื้อนคราบเหงื่อสะสม

โหมดแช่เป็นฟังก์ชันที่คนมองข้ามบ่อย แต่กับเครื่องกลุ่มนี้มันคือตัวชดเชยหลัก เครื่อง 2 ถังไม่มีน้ำร้อนและไม่มีโปรแกรมขจัดคราบเฉพาะทาง การปล่อยให้ผงซักฟอกทำงานในน้ำนิ่งสัก 15 ถึง 20 นาทีก่อนเริ่มปั่นจึงเป็นวิธีเดียวที่ได้ผลกับคราบฝังแน่น ถ้าบ้านคุณมีผ้ากีฬาหรือชุดนักเรียนเปื้อนดินเป็นประจำ ฟังก์ชันนี้จะถูกใช้ทุกสัปดาห์

ตัวกรองที่ผู้จัดจำหน่ายเรียกว่า Magic Filter ต้องอธิบายให้ตรง มันคือตะแกรงดักขุยและเศษผ้าที่หลุดออกมาระหว่างซัก ไม่ใช่เครื่องกรองน้ำประปา คำโฆษณาที่ว่าทำให้ได้น้ำสะอาดจึงหมายถึงน้ำในถังที่ไม่มีขุยลอย ไม่ได้หมายถึงคุณภาพน้ำในเชิงสารเจือปน ประโยชน์จริงของมันคือผ้าสีเข้มไม่ติดขุยจากผ้าขนหนู และท่อน้ำทิ้งไม่ตัน โดยมีเงื่อนไขว่าคุณต้องถอดล้างมันจริง อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

รอบปั่น 1,350 รอบต่อนาที บอกอะไรเรื่องเวลาตากผ้า

ตัวเลข 1,350 รอบต่อนาทีดูสูงเมื่อวางเทียบกับเครื่องฝาหน้าหลายรุ่นที่ปั่นราว 1,200 รอบ แต่การเทียบแบบนั้นให้ข้อสรุปที่ผิด แรงเหวี่ยงที่รีดน้ำออกจากเนื้อผ้าไม่ได้ขึ้นกับรอบต่อนาทีอย่างเดียว มันขึ้นกับรัศมีของถังด้วย ถังปั่นของเครื่อง 2 ถังมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าถังของเครื่องฝาหน้าอย่างชัดเจน ที่รอบเท่ากัน ถังเล็กจึงให้แรงเหวี่ยงต่อผ้าน้อยกว่าถังใหญ่

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกได้จริงคือรุ่นนี้อยู่ในระดับบนของกลุ่มเครื่อง 2 ถังด้วยกันเอง ผลที่คุณสัมผัสได้คือผ้าออกจากถังปั่นในสภาพหมาดที่แขวนแล้วไม่หยดน้ำลงพื้นระเบียง และร่นเวลาตากในหน้าฝนได้จริงเมื่อเทียบกับการบิดมือ แต่ถ้าคุณกำลังเทียบรุ่นนี้กับเครื่องฝาหน้าเพื่อหวังว่าจะข้ามขั้นตอนเครื่องอบ คำตอบคือยังไม่ถึงจุดนั้น

พื้นที่วางเครื่อง และเงื่อนไขการต่อท่อที่ต้องเช็คก่อนกดสั่ง

แหล่งผู้จัดจำหน่ายระบุขนาดตัวเครื่องไว้ที่ 51 x 85 x 99.3 เซนติเมตร โดยไม่ได้ระบุว่าด้านไหนคือกว้าง ลึก หรือสูง ทีมงานจึงไม่สรุปแทน สิ่งที่ใช้วางแผนได้อย่างปลอดภัยคือ ให้เผื่อพื้นที่วางราว 90 x 55 เซนติเมตร และเผื่อความสูงราว 1 เมตร แล้ววัดจุดที่คุณจะวางจริงก่อนสั่ง

คู่มือผู้ใช้ของ Hisense สำหรับรุ่นนี้ระบุเงื่อนไขติดตั้งที่มีผลกับคอนโดโดยตรง ทีมงานสรุปประเด็นที่กระทบการตัดสินใจไว้ดังนี้

  • ระดับท่อน้ำทิ้ง: คู่มือระบุว่าปลายท่อทิ้งควรอยู่สูงจากพื้นไม่เกิน 10 เซนติเมตร เพราะเครื่องกลุ่มนี้ระบายน้ำด้วยแรงโน้มถ่วง ไม่มีปั๊มดันขึ้นท่อสูง คอนโดที่มีแต่ท่อระบายลอยสูงจากพื้นจะใช้ไม่ได้ตรงจุดนี้
  • ท่อต่อพ่วง: หากต้องต่อท่อทิ้งให้ยาวขึ้น คู่มือกำหนดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในไม่ต่ำกว่า 30 มิลลิเมตร และความยาวรวมไม่เกิน 1.5 เมตร ยาวหรือแคบกว่านี้จะระบายไม่ทันจนน้ำค้างในถัง
  • ระยะห่างผนัง: คู่มือกำหนดให้เว้นระยะห่างจากผนังอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ตัวเลขนี้ต้องบวกเข้าไปในพื้นที่ที่คุณวัดไว้ ไม่ใช่วางชิดผนังได้
  • ตำแหน่งติดตั้ง: คู่มือระบุห้ามติดตั้งในห้องน้ำหรือจุดที่มีความชื้นสะสม และเครื่องจัดอยู่ในประเภทที่ต้องต่อสายดิน ซึ่งเป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ควรให้ช่างไฟตรวจก่อนใช้งาน
  • อุณหภูมิน้ำ: คู่มือระบุห้ามเติมน้ำที่ร้อนเกิน 50 องศาเซลเซียส คนที่เคยชินกับการเทน้ำร้อนช่วยละลายคราบต้องเปลี่ยนวิธี เพราะโครงสร้างถังพลาสติกไม่ได้ออกแบบมารับความร้อนระดับนั้น

น้ำหนักตัวเครื่อง 26 กิโลกรัมถือว่าเบาสำหรับความจุระดับนี้ ผลดีคือคนเดียวเลื่อนเครื่องออกมาทำความสะอาดด้านหลังได้ ผลเสียคือขณะปั่นหมาดที่รอบสูงและผ้ากระจายตัวไม่สม่ำเสมอ เครื่องน้ำหนักเบามีโอกาสสั่นและขยับมากกว่าเครื่องที่หนักกว่า พื้นที่วางจึงควรเป็นพื้นแข็งและได้ระดับ

ถังซักและถังปั่นหมาดแยกกันของ Hisense WSRB1201W

ข้อดีที่มาจากสเปกจริง

  • ถังซัก 12 กิโลกรัมในตัวเครื่องที่ยังไม่ใหญ่: ความจุระดับนี้รับผ้าปูที่นอนขนาด 5 ฟุตพร้อมปลอกหมอนได้ในรอบเดียว โดยที่ตัวเครื่องยังเล็กกว่ารุ่น 14 ถึง 17 กิโลกรัมที่กินความกว้างหน้าห้องซักไปเกือบเมตร
  • ถังปั่นแยกที่ 1,350 รอบต่อนาที: เป็นรอบระดับบนของกลุ่มเครื่อง 2 ถัง ผ้าออกมาในสภาพหมาดพอที่จะแขวนได้ทันทีโดยไม่หยดน้ำ ช่วยร่นเวลาตากในหน้าฝนซึ่งเป็นปัญหาจริงของบ้านที่ตากผ้าในร่ม
  • ซักและปั่นพร้อมกันได้: โครงสร้าง 2 ถังแยกมอเตอร์ทำให้ลงผ้ากองใหม่ในถังซักได้ขณะกองเก่ากำลังปั่นอยู่ บ้านที่มีผ้าวันละ 3 กองจะจบเร็วกว่าเครื่องอัตโนมัติถังเดียวที่ต้องรอครบรอบทีละกอง
  • กลไกเรียบง่ายที่ซ่อมได้ในราคาถูก: ไม่มีบอร์ดควบคุมซับซ้อน ไม่มีอินเวอร์เตอร์ ไม่มีเซนเซอร์ชั่งน้ำหนัก จุดที่พังบ่อยคือสายพาน ลูกบิดตั้งเวลา และซีลยาง ซึ่งเป็นอะไหล่ที่ช่างทั่วไปหาได้และเปลี่ยนได้ในราคาต่ำกว่าการเปลี่ยนบอร์ด
  • โหมดแช่พร้อมกระดานซักด้านข้าง: สองอย่างนี้ทำงานร่วมกันกับคราบฝังแน่น ขยี้จุดคอเสื้อบนกระดานก่อนแล้วปล่อยแช่ในถัง เป็นวิธีที่ชดเชยการไม่มีน้ำร้อนและไม่มีโปรแกรมขจัดคราบเฉพาะทางได้ในระดับหนึ่ง

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับก่อนกดสั่ง

  • ต้องยกผ้าย้ายถังเองทุกกอง: นี่คือธรรมชาติของเครื่องกึ่งอัตโนมัติ ไม่ใช่ข้อบกพร่องของรุ่นนี้ แต่มันหมายถึงคุณต้องอยู่บ้านตลอดรอบซัก และผ้าเปียกเต็มถัง 6 กิโลกรัมมีน้ำหนักจริงที่หนักกว่าที่หลายคนคาด คนที่มีปัญหาหลังหรือข้อมือควรคิดจุดนี้ให้หนัก
  • ถังปั่น 6.5 กิโลกรัมเล็กกว่าถังซักครึ่งหนึ่ง: ผ้ากองเต็มพิกัดต้องแบ่งปั่น 2 รอบเสมอ ทำให้เวลารวมต่อกองใหญ่ยาวกว่าที่ตัวเลข 12 กิโลกรัมบนกล่องทำให้เข้าใจ
  • ข้อมูลกำลังไฟ การใช้น้ำ และประกันไม่ถูกเปิดเผย: ทั้งหน้าผู้จัดจำหน่ายและเอกสารที่หาได้ในไทยไม่ระบุตัวเลขสามอย่างนี้ ทีมงานเลือกที่จะบอกว่าไม่รู้แทนการเดา ผลกับคุณคือต้องขอดูฉลากท้ายเครื่องและขอเงื่อนไขประกันเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขายก่อนตัดสินใจ

เทียบกับตัวเลือกอื่นในชั้นวางเดียวกัน

ในกลุ่มเครื่อง 2 ถังที่วางขายพร้อมกันในไทย รุ่นที่คนเทียบกับ WSRB1201W บ่อยที่สุดคือ Toshiba VH-Q110MT ที่ความจุ 10 กิโลกรัม และ Toshiba VH-H140WT ที่ความจุ 13 กิโลกรัม ความต่างหลักไม่ได้อยู่ที่ฟังก์ชัน เพราะเครื่องกลุ่มนี้มีฟังก์ชันใกล้เคียงกันหมด แต่อยู่ที่ความจุกับพื้นที่วางที่คุณมี

ถ้าคุณอยู่หอพักหรือเป็นครอบครัว 2 ถึง 3 คน กลุ่ม 10 กิโลกรัมเพียงพอและวางง่ายกว่า ถ้าครอบครัวคุณมีเด็กเล็กหรือมีสัตว์เลี้ยง ผ้าวันละสองกองขึ้นไป ความจุ 12 กิโลกรัมของรุ่นนี้จะเริ่มคุ้มกับพื้นที่ที่เสียไป และถ้าคุณเปิดร้านเช่าเครื่องซักหรือมีผ้าปูที่นอนหลายชุดต้องหมุนเวียน ควรมองไปที่กลุ่ม 14 กิโลกรัมขึ้นไปตั้งแต่แรกแทนที่จะซื้อรุ่นนี้แล้วรู้สึกไม่พอในปีถัดไป

เรามีบทความเปรียบเทียบไว้ให้ดูต่อสำหรับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ทั้ง รีวิวเครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่นแนะนำ ที่รวมหลายแบรนด์ไว้ในหน้าเดียว และ Haier HWM-T75PF เครื่อง 2 ถังขนาดเล็ก สำหรับคนพื้นที่จำกัด ส่วนคนที่ผ้าเยอะกว่านี้มากดูฝั่ง LG TT18NAPG เครื่อง 2 ถังความจุใหญ่ ได้

เหมาะกับใคร และใครควรข้ามไปเลย

เหมาะกับคุณ ถ้า บ้านมีผ้าเข้าเครื่องทุกวันตั้งแต่สองกองขึ้นไป มีพื้นที่ซักที่ระบายน้ำได้ระดับพื้น อยู่บ้านช่วงที่ซักผ้าอยู่แล้ว และให้ความสำคัญกับค่าซ่อมระยะยาวมากกว่าความสะดวกในแต่ละรอบ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุดคือบ้านที่มีเด็กเล็ก บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง และหอพักขนาดเล็กที่ต้องหมุนผ้าปูที่นอนบ่อย

ควรข้าม ถ้า คุณอยู่คอนโดที่มีเฉพาะท่อระบายลอยสูงจากพื้น เพราะคู่มือกำหนดปลายท่อทิ้งไม่เกิน 10 เซนติเมตรจากพื้น ควรข้ามเช่นกันถ้าคุณต้องการกดปุ่มแล้วออกจากบ้าน ถ้าคุณยกของหนักไม่ไหว หรือถ้าคุณต้องการเครื่องที่มีฉลากประหยัดไฟยืนยันเพื่อคำนวณค่าไฟล่วงหน้า ซึ่งข้อมูลของรุ่นนี้ไม่มีเปิดเผย

คำถามที่พบบ่อย

Hisense WSRB1201W ซักผ้าได้ 12 กิโลกรัมจริงไหม

ถังซักรับได้ 12 กิโลกรัมตามสเปก แต่ถังปั่นหมาดรับได้ 6.5 กิโลกรัม ผ้ากองเต็มพิกัดจึงต้องแบ่งปั่น 2 รอบ ถ้าอยากให้จังหวะซักลื่นที่สุด แนะนำแบ่งกองละราว 6 กิโลกรัมแล้วเดินสองถังสลับกัน

เครื่องซักผ้า 2 ถังรุ่นนี้ใช้ในคอนโดได้ไหม

ขึ้นกับจุดระบายน้ำของห้องคุณ คู่มือผู้ผลิตระบุว่าปลายท่อน้ำทิ้งควรสูงจากพื้นไม่เกิน 10 เซนติเมตร เพราะเครื่องระบายน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงไม่มีปั๊มดัน คอนโดที่มีท่อระบายระดับพื้นใช้ได้ ส่วนห้องที่มีแต่ท่อลอยสูงจะมีปัญหาน้ำระบายไม่ออก

WSRB1201W กินไฟเท่าไร คุ้มค่าไฟไหม

ผู้จัดจำหน่ายในไทยไม่เปิดเผยกำลังไฟและอัตราการใช้น้ำของรุ่นนี้ ทีมงานจึงไม่คำนวณตัวเลขค่าไฟให้ เพราะจะกลายเป็นการเดา สิ่งที่บอกได้จากโครงสร้างคือเครื่องกลุ่มนี้ไม่มีฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนซึ่งเป็นตัวกินไฟหลักของเครื่องซักผ้า และในเชิงราคาตัวเครื่องอยู่ในกลุ่มเริ่มต้น ก่อนซื้อควรขอให้ผู้ขายถ่ายฉลากท้ายเครื่องที่ระบุกำลังไฟมาให้ดู

แผงควบคุมลูกบิดและตัวกรองของ Hisense WSRB1201W

สรุปจากทีมงาน promotionth

คะแนน 7.4 จาก 10 Hisense WSRB1201W เป็นเครื่องที่ทำสิ่งที่ตัวเองถูกออกแบบมาให้ทำได้ดี คือรับผ้าปริมาณมากในราคาระดับเริ่มต้น ด้วยกลไกที่ซ่อมได้ถูกเมื่อถึงวันที่ต้องซ่อม สิ่งที่มันไม่ได้ให้คือความสะดวก และรุ่นนี้ก็ไม่ได้พยายามจะให้ตั้งแต่แรก

คนที่จะได้ประโยชน์เต็มที่คือบ้านที่ผ้าเยอะจริง มีจุดระบายน้ำระดับพื้น และไม่ติดขั้นตอนยกผ้าย้ายถัง ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนั้น ความจุ 12 กิโลกรัมกับรอบปั่น 1,350 รอบต่อนาทีคือของที่คุ้มกับสิ่งที่จ่ายไป

จุดที่ทีมงานอยากให้คุณระวังก่อนกดสั่งมีสองอย่าง อย่างแรกคือวัดพื้นที่จริงพร้อมเผื่อระยะห่างผนัง 5 เซนติเมตรตามคู่มือ อย่างที่สองคือขอข้อมูลกำลังไฟและเงื่อนไขประกันเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ขาย เพราะสองเรื่องนี้ไม่มีเปิดเผยในเอกสารสาธารณะของรุ่นนี้ และเราไม่อยากให้คุณรู้ทีหลังตอนเครื่องมีปัญหา