Home รีวิว Hisense ER92B ตู้เย็น 1 ประตู 3.4 คิว สีดำ คอนโดพื้นที่จำกัดใช้ได้จริง

รีวิว Hisense ER92B ตู้เย็น 1 ประตู 3.4 คิว สีดำ คอนโดพื้นที่จำกัดใช้ได้จริง

by admin
A+A-
Reset

Hisense ER92B ตู้เย็น 1 ประตู สีดำในคอนโด 30 ตรม. — รีวิวจากคนใช้จริง 6 สัปดาห์

คอนโดผม 30 ตรม. ครัวเป็น pantry counter แคบติดผนัง ตู้เย็นเครื่องเก่าขนาด 5 คิวที่เคยใช้กินพื้นที่จนเดินผ่านไมโครเวฟลำบาก พอตู้เย็นเก่าเริ่มเสียงดังตอนคอมตัด ผมเลยตัดสินใจขายต่อแล้วเปลี่ยนเป็นตู้เย็น 1 ประตูที่กะทัดรัดกว่า Hisense ER92B รุ่น RR121D4TGN ขนาด 3.4 คิว สีดำ เลยเข้าตา เพราะดีไซน์ดูไม่เหมือนตู้เย็นเล็กราคาประหยัดทั่วไป

ในคอนโปผมอยู่คนเดียว บางทีมีคนในบ้านมาค้างคืน 1-2 คืน การใช้งานหลักคือแช่น้ำดื่ม กาแฟกระป๋อง ไข่ ผักนิดหน่อย เนยและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนของกินสดผมซื้อวันต่อวันจากร้านสะดวกซื้อข้างคอนโด ขนาด 3.4 คิวหรือประมาณ 96 ลิตร เลยพอดีกับ pattern การใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่ต้องตุนของเยอะ

เหตุผลที่ผมเลือก Hisense รุ่นนี้ ไม่ใช่แค่ราคาน่ารัก แต่ที่สะดุดตาคือสีดำ Premium Black ที่หาได้ยากในตู้เย็น 1 ประตูราคาเท่ากัน บวกกับประกันคอมเพรสเซอร์ 12 ปี ซึ่งยาวกว่าตู้เย็นเครื่องเก่าที่เคยใช้ ตู้เย็นใหญ่แบรนด์อื่นมักให้แค่ 10 ปี ส่วนตัวคิดว่าถ้าคอมพังก่อน warranty หมด การเคลมก็เบาใจกว่า

ตั้งแต่วันที่เริ่มใช้จนถึงตอนเขียนบทความนี้ ผมใช้มา 6 สัปดาห์เต็ม เปิดเครื่อง 24 ชั่วโมงทุกวัน เปิด-ปิดประตูเฉลี่ย 6-8 ครั้งต่อวัน ไม่เคยปิดเครื่อง ค่าไฟเดือนล่าสุดเพิ่มจากเดือนก่อนหน้าราว 60-80 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาดไว้ (ตู้เย็นเก่าใหญ่กว่าเดิม เคยเพิ่ม 150-200 บาท)

ในบทความนี้ผมจะเล่าทั้งจุดที่ Hisense ER92B ทำได้ดี และจุดที่ต้องยอมรับว่าเป็นตู้เย็น entry ไม่ใช่ตู้เย็น flagship เพื่อให้คนที่กำลังตัดสินใจซื้อตู้เย็น 1 ประตูในงบไม่ถึง 5 พัน เห็นภาพชัดก่อนเอาเงินจ่าย ผมไม่ปิดบังข้อเสีย เพราะมันมีจริงและคุณควรรู้

Hisense ER92B ตู้เย็น 1 ประตู 3.4 คิว สีดำคอนโด

สรุปสั้นๆ ก่อนเข้ารายละเอียด

Hisense ER92B / RR121D4TGN เป็นตู้เย็น 1 ประตู ความจุ 3.4 คิว (96 ลิตร) ดีไซน์สีดำ Premium Black ระบบทำความเย็น Direct Cool ละลายน้ำแข็งกึ่งอัตโนมัติ ช่องแช่แข็งในตัว 12 ลิตร ขนาดเครื่อง 84.9 x 47.5 x 44.8 ซม. ประกันตัวเครื่อง 3 ปี คอมเพรสเซอร์ 12 ปี เหมาะกับคนคอนโด หอพัก ห้องส่วนตัว ที่อยู่ 1-2 คน ใช้แช่ของรายวัน ไม่ใช่ตุนของยาว คะแนนจากผม 8.0/10

สเปก Hisense ER92B / RR121D4TGN พร้อมจุดเด่นที่ดึงดูด

สเปกหลักของตู้เย็นรุ่นนี้ไม่ได้ซับซ้อน เพราะเป็นตู้เย็น 1 ประตูระบบพื้นฐาน ตัวเครื่องวัดความจุได้ 3.4 คิว หรือประมาณ 96 ลิตร แบ่งเป็นช่องแช่เย็นด้านล่าง 84 ลิตร และช่องแช่แข็งด้านบน 12 ลิตร ระบบทำความเย็นแบบ Direct Cool ที่ส่งความเย็นจากช่องแช่แข็งลงมาช่องแช่เย็น คอมเพรสเซอร์เป็นแบบโรตารี่มาตรฐาน ใช้น้ำยาทำความเย็น R600a ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การปรับอุณหภูมิทำผ่านปุ่มหมุนภายในช่องแช่เย็น มี 7 ระดับให้เลือก ส่วนตัวผมใช้ระดับกลาง (4) ตลอด ก็เย็นพอดี ไม่ต้องปรับบ่อย ขนาดเครื่องสูง 84.9 ซม. กว้าง 47.5 ซม. ลึก 44.8 ซม. น้ำหนักประมาณ 22 กิโลกรัม วางได้บนพื้น หรือบนเคาน์เตอร์ที่แข็งแรงพอ ไฟ 220V AC 50Hz ปลั๊ก 3 ขามาตรฐานไทย

จุดเด่นที่ Hisense เน้นคือประกันคอมเพรสเซอร์ 12 ปี ซึ่งยาวกว่าตู้เย็นในเซกเมนต์เดียวกันที่มักให้ 10 ปี ส่วนตัวเครื่องประกัน 3 ปี ใช้ได้กับศูนย์บริการ Hisense ทั่วประเทศ ดีไซน์สีดำ Premium Black เป็นจุดขายที่หาได้ยากในงบนี้ เพราะตู้เย็น 1 ประตูส่วนมากมีแค่สีขาว เงิน หรือเทา

ดีไซน์สีดำ Premium Black — first impression วันแรกที่เปิดกล่อง

วันที่ของส่งมาถึงหน้าห้อง ผมแกะกล่องอยู่ตรงทางเดินคอนโด สิ่งแรกที่สังเกตคือสีดำของตัวเครื่องเป็นสีดำด้านนิดๆ ไม่ใช่ดำเงาแบบสติ๊กเกอร์ติด ผิวเครื่องเป็นแบบ matte finish ที่จับแล้วไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ต่างจากตู้เย็นเก่าผมที่เป็นสีขาวมัน ใช้ไป 1 ปีรอยนิ้วมือเต็มไปหมด

มือจับประตูเป็นแบบฝังในตัวเครื่อง ไม่ยื่นออกมา ทำให้ดูเป็นทรงสี่เหลี่ยมเรียบๆ เปิดประตูใช้นิ้วล่างประตูดึงขึ้น แรงดึงพอประมาณ ไม่หนัก ไม่เบา ใช้ได้กับมือเดียวสะดวก ขอบยางประตูเป็นแบบแม่เหล็ก ดูดติดแน่นพอสมควร ลองเอากระดาษ A4 หนีบดูแล้วยังดูดอยู่

ภายในตู้แบ่งเป็น 3 ช่องหลัก: ช่องแช่แข็งด้านบน 12 ลิตร พร้อมประตูเล็กแยก ชั้นวางตะแกรงเหล็กเคลือบ 2 ชั้นปรับความสูงได้ และลิ้นชักผัก-ผลไม้ด้านล่าง ส่วนประตูมีช่องวางขวดน้ำ 3 ระดับ ขนาดพอวางขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้ 2 ขวดในชั้นล่าง ในคอนโปผมวางน้ำดื่ม 1.5 ลิตร 2 ขวดและน้ำส้ม 1 ลิตรอีก 1 ขวดได้พอดี

ไฟภายในเป็นหลอด LED สีขาว เปิดประตูแล้วสว่างทันที ไม่ดีเลย์ ขอบในตัวตู้เป็นพลาสติกขาว ทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำผสมเบกกิ้งโซดาได้ ไม่มีกลิ่นพลาสติกแรงเมื่อใช้ไปสัปดาห์ที่ 2 (สัปดาห์แรกมีกลิ่นพลาสติกใหม่ ผมเปิดประตูระบาย 1 วันก่อนเริ่มแช่ของ)

ใช้งานจริง 6 สัปดาห์ในคอนโด — แช่อะไรได้บ้าง เสียงรบกวนระดับไหน

สัปดาห์แรกผมเจอ moment ที่สะดุดเล็กน้อย เปิดเครื่องตอนเย็นแล้วได้กลิ่นพลาสติกใหม่ค่อนข้างชัด ตอนแรกผมจะเสียบของแช่ทันที แต่อ่านคู่มือแล้วเขาแนะนำให้เปิดเครื่องเปล่าๆ ทิ้งไว้ก่อน 24 ชั่วโมงให้น้ำยาทำความเย็นไหลกลับเข้าที่และให้กลิ่นจางลง ผมเลยปล่อยทิ้งไว้ 1 คืนเต็ม ตื่นเช้ามาเปิดประตูแล้วกลิ่นเบาลงเยอะ ทำความสะอาดภายในอีกรอบด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดา หลังจากนั้นไม่มีกลิ่นรบกวนอีกเลย

การใช้งานจริงในคอนโด ผมเก็บของรายวันแบบนี้: ชั้นบนสุดของช่องแช่เย็น วางไข่ 6 ฟอง เนย ชีส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดเล็ก ชั้นกลาง วางอาหารปรุงสุกในกล่องพลาสติก กับนมพาสเจอไรซ์ 1 ลิตร ชั้นล่างวางผลไม้ที่ซื้อมาวันต่อวัน ผักใบเขียวอยู่ในลิ้นชักด้านล่าง ส่วนช่องแช่แข็งใส่ไอศกรีมและน้ำแข็งหลอด ขนาดความจุที่ผมใช้จริงประมาณ 60-70% ยังมีที่ว่าง

เสียงคอมเพรสเซอร์ตอนทำงาน วัดแบบ subjective ในคอนโดที่เงียบ ผมยืนห่างจากตู้เย็น 1 เมตรได้ยินเสียง ‘หึ่งๆ’ เบามาก คล้ายเสียงคอมพิวเตอร์ทำงานในห้องเงียบ ตอนนอนห้องนอนแยกห่าง 4 เมตร ไม่ได้ยินเลย คอมตัดทำงานเป็นจังหวะประมาณทุก 30-40 นาที ตัดครั้งละ 8-10 นาที (ผมจับเวลาดูตอนทำงาน WFH)

สัปดาห์ที่ 2 มี learning moment ที่ผมเข้าใจระบบมากขึ้น ระบบ Direct Cool ของตู้เย็นรุ่นนี้ไม่ใช่ No Frost จึงจะมีน้ำแข็งเกาะที่ผนังช่องแช่แข็งและชั้นวางขวดน้ำสะสม ต้องละลายน้ำแข็งเองทุก 2-3 สัปดาห์ ปุ่มหมุนปรับอุณหภูมิมีตำแหน่ง ‘OFF’ ที่กดแล้วคอมจะหยุด น้ำแข็งละลายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง เช็ดน้ำที่ก้นตู้แล้วเปิดใหม่ ใช้เวลาทั้งหมดราว 4 ชั่วโมง ไม่ได้ยุ่งยาก แต่ต้องวางแผนล่วงหน้า

ค่าไฟที่ผมเห็นจริงเดือนล่าสุด เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ยังไม่มีตู้เย็นใหม่ (ใช้ตู้เย็นเก่าตอนสัปดาห์แรกของเดือน) เพิ่มขึ้นประมาณ 60-80 บาท เปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน ในคอนโดของผมห้องนอนแยก ครัวอุณหภูมิประมาณ 27-29°C ตอนกลางวัน ค่าไฟตู้เย็นรุ่นนี้เลยถือว่าไม่กินไฟเยอะตามที่ผมคาดไว้

ข้อดีและข้อเสียจากประสบการณ์ตรง

หลัง 6 สัปดาห์ ผมแยกออกเป็น 2 ฝั่งให้ชัด ไม่กลบข้อเสีย

ข้อดี

  • ดีไซน์สีดำ Premium Black: ผิว matte finish ที่ไม่จับรอยนิ้วมือง่าย — ในคอนโด minimalist ดูเป็นเฟอร์นิเจอร์มากกว่าตู้เย็นทั่วไป ต่างจากตู้เย็นเก่าผมที่เป็นสีขาวมันรอยนิ้วเต็มไปหมด
  • ขนาดกะทัดรัด 84.9 x 47.5 x 44.8 ซม.: วางใต้เคาน์เตอร์ครัว pantry counter ที่สูง 90 ซม. ได้พอดี — ในคอนโด 30 ตรม. ของผม เปลี่ยนจากตู้เย็น 5 คิวเป็นรุ่นนี้ ได้พื้นที่ครัวคืนมาราว 60% ใช้วางเครื่องครัวอื่นได้
  • ประกันคอมเพรสเซอร์ 12 ปี: ยาวกว่าตู้เย็นแบรนด์อื่นเซกเมนต์เดียวกันที่ให้ 10 ปี — ส่วนตัวคิดว่าถ้าคอมพังหลังประกันตัวเครื่อง 3 ปีหมด ยังเคลมคอมได้อีกเกือบ 10 ปี เบาใจ
  • เสียงเบามาก ตอนกลางคืนแทบไม่ได้ยิน: คอมเพรสเซอร์โรตารี่ทำงานเงียบ — ในคอนโดเปิดประตูห้องนอนแล้วยังไม่ได้ยินเสียง ไม่รบกวนเวลานอน ต่างจากตู้เย็นเก่าที่เคยเสียงดังตอนคอมตัด
  • ค่าไฟไม่กินเท่าที่กลัว: เพิ่มจากบิลเดิมราว 60-80 บาท/เดือน — สำหรับตู้เย็นที่เปิด 24 ชั่วโมง ถือว่ารับได้สำหรับคนคอนโดที่ค่าไฟส่วนรวมไม่สูงนัก

ข้อเสีย

  • ระบบ Direct Cool ต้องละลายน้ำแข็งเอง: ไม่ใช่ No Frost ที่ตู้เย็นใหญ่กว่ามี — ทุก 2-3 สัปดาห์ต้องปิดเครื่อง 3-4 ชั่วโมงเพื่อละลายน้ำแข็งที่เกาะช่องแช่แข็ง ส่วนตัวไม่ได้ยุ่งยาก แต่ต้องวางแผนวันหยุด
  • ช่องแช่แข็ง 12 ลิตรเล็ก: ใส่ไอศกรีมถ้วยกลาง 4-5 ถ้วยพอดี ไม่พอสำหรับคนที่ตุนเนื้อสัตว์หรืออาหารแช่แข็งล็อตใหญ่ — ถ้าซื้อเนื้อจาก makro คงต้องแบ่งซื้อทีละน้อย
  • ปุ่มปรับอุณหภูมิเป็นแบบหมุนพื้นฐาน: ไม่มีจอดิจิทัล ไม่บอกอุณหภูมิจริง — ต้องลองปรับและจับเวลาเอง ส่วนตัวระดับ 4 พอดีกับการใช้แช่ของรายวัน

Hisense ER92B คุ้มจริงไหมในงบ entry?

มีจุดที่ผมอยากชี้ให้เห็น เพราะหลายคนเข้าใจผิด ตู้เย็น 1 ประตูขนาดเล็ก ไม่ได้แปลว่าจัดของไม่เป็นระบบเสมอไป Hisense ER92B แบ่งช่องแช่แข็ง 12 ลิตรในตัวให้ชัดเจน บวกกับชั้นวางตะแกรงที่ปรับความสูงได้ และลิ้นชักผักด้านล่าง สำหรับคอนโดที่อยู่คนเดียวหรือคู่ การจัดของเป็นระบบเท่ากับตู้เย็นใหญ่ — ต่างกันแค่ปริมาณ ไม่ใช่ระเบียบ

อีกประเด็นที่คนชอบเทียบคือ feature sheet ระหว่างตู้เย็นรุ่นใหม่ยุค inverter กับ Direct Cool แบบเก่า ในเซกเมนต์ราคาเดียวกัน Direct Cool มีข้อดีคือซ่อมง่าย ราคาอะไหล่ถูก ช่างทั่วไปทำได้ ส่วน inverter เสียงเงียบกว่าจริง แต่ค่าซ่อมแพงและช่างเฉพาะทาง ผมจึงไม่รู้สึกว่ารุ่นนี้ตกยุค สำหรับ use case ตู้เย็นเล็กในคอนโด Direct Cool ตอบโจทย์มากกว่า

เทียบกับตู้เย็น 1 ประตูในเซกเมนต์เดียวกัน

ในเซกเมนต์ตู้เย็น 1 ประตู 3-4 คิว ราคา entry คู่แข่งหลักที่คนคอนโดมักเทียบคือ Toshiba รุ่น 1 ประตู 3.0-3.6 คิว และ Mitsubishi MR-14 series ถ้าเทียบ feature ผมว่า Toshiba ดีไซน์เรียบกว่าแต่สีตัวเลือกน้อย Mitsubishi ทนทานชื่อเสียงดีแต่ราคาสูงกว่าราว 1,000 บาท ส่วน Hisense ER92B จุดต่างชัดเจนคือสีดำ Premium Black และประกันคอมเพรสเซอร์ 12 ปี ยาวกว่าทั้งสองค่าย

ถ้ามองในแง่ใช้งาน ขนาด 3.4 คิวของ Hisense ใหญ่กว่า Mitsubishi 3.0 คิวเล็กน้อย แต่เล็กกว่า Toshiba 3.6 คิว ส่วนตัวคิดว่าความจุไม่ใช่ปัจจัยตัดสินใจหลัก เพราะใน range นี้ทุกตัวเหมาะกับคนคอนโด 1-2 คน แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมเลือก Hisense คือดีไซน์ + ประกัน + ราคาที่อยู่ในกลุ่ม entry ใกล้กัน อ่านเพิ่มได้ที่ รีวิวตู้เย็นมินิบาร์ยอดนิยม ที่เทียบทุกค่ายในเซกเมนต์เดียวกัน

Hisense ER92B เหมาะกับใคร และข้อแนะนำก่อนซื้อ

เหมาะกับ:

  • คนคอนโด 25-40 ตรม. ที่อยู่ 1-2 คน ใช้แช่ของรายวัน ไม่ตุนของยาว
  • คนหอพัก/ห้องเช่า ที่ต้องการตู้เย็นเล็กดีไซน์ดูดีกว่าตู้เย็นมินิบาร์มาตรฐาน
  • คนที่ต้องการเครื่องสองสำหรับห้องทำงาน/ห้องเอนเตอร์เทน นอกเหนือจากตู้เย็นใหญ่ที่ครัวหลัก
  • คนที่ต้องการความมั่นใจจากประกันคอมเพรสเซอร์ยาว 12 ปี ในงบไม่ถึง 5 พัน

ไม่เหมาะกับ:

  • ครอบครัว 3 คนขึ้นไป — ความจุ 3.4 คิวไม่พอแน่นอน ควรขยับเป็น 2 ประตู 6 คิว+ ลองอ่าน รีวิวตู้เย็น 2 ประตูยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบก่อน
  • คนที่ตุนเนื้อสัตว์/อาหารแช่แข็งล็อตใหญ่ — ช่องแช่แข็ง 12 ลิตรเล็กไป
  • คนที่ไม่สะดวกละลายน้ำแข็งเอง — ระบบ Direct Cool ไม่ใช่ No Frost

ข้อแนะนำก่อนใช้: เปิดเครื่องเปล่าๆ 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มแช่ของ เพื่อให้น้ำยาไหลกลับและกลิ่นพลาสติกใหม่จาง ทำความสะอาดภายในด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดา 1 รอบก่อนใช้งานจริง ปรับอุณหภูมิเริ่มที่ระดับกลาง (4) แล้วค่อยปรับตามปริมาณของที่แช่

ข้อควรระวัง: หลังขนย้ายเครื่อง ห้ามเสียบปลั๊กทันที ต้องตั้งทิ้งไว้นิ่งๆ อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง ป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหายจากน้ำยาไหลย้อน

FAQ ที่คนถามบ่อยก่อนตัดสินใจ

Q: Hisense ER92B / RR121D4TGN ต่างกันยังไง?

A: รหัส ER92B เป็นรหัสรุ่นการตลาด ส่วน RR121D4TGN เป็นรหัสรุ่นในระบบโรงงาน ตัวเครื่องเหมือนกันทุกประการ สเปกความจุ 3.4 คิว สีดำ ระบบ Direct Cool ใช้ได้กับศูนย์บริการ Hisense เดียวกัน

Q: Hisense ER92B กินไฟเยอะไหมในคอนโด?

A: จากที่ผมใช้ในคอนโด 30 ตรม. เปิด 24 ชั่วโมง บิลค่าไฟเพิ่มจากเดิมราว 60-80 บาท/เดือน ใกล้เคียงกับตู้เย็นเล็กรุ่นอื่นในเซกเมนต์เดียวกัน ไม่ได้กินไฟผิดปกติ

Q: Hisense ER92B ราคาเท่าไหร่?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry ตู้เย็น 1 ประตู เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee ผ่านลิงก์ในบทความ

สรุปการใช้งาน Hisense ER92B หลัง 6 สัปดาห์

คะแนนรวมจากผม 8.0/10 — คะแนนนี้สะท้อนว่า Hisense ER92B รุ่น RR121D4TGN ทำได้ดีในสิ่งที่มันถูกออกแบบมาให้ทำ ตู้เย็น 1 ประตูสำหรับคนคอนโด/หอพัก ใช้แช่ของรายวัน 1-2 คน ไม่ใช่ตู้เย็นที่จะมาทดแทนตู้เย็น 2 ประตูใหญ่ในครอบครัว

Use case ที่รุ่นนี้ตอบโจทย์ชัดคือคอนโด 25-40 ตรม. ที่อยู่ 1-2 คน ครัวเป็น pantry counter พื้นที่จำกัด ต้องการตู้เย็นที่ดีไซน์ดูเรียบหรู (ดำ Premium Black) ไม่ใช่ตู้เย็นมินิบาร์แบบหอพักทั่วไป ใช้แช่น้ำดื่ม เครื่องดื่ม ผักผลไม้รายวัน ของแช่แข็งนิดหน่อย เปิด 24 ชั่วโมง ค่าไฟไม่กินมาก เสียงไม่รบกวน

สิ่งที่ต้องยอมรับคือมันเป็นตู้เย็น entry ระบบ Direct Cool ต้องละลายน้ำแข็งเองทุก 2-3 สัปดาห์ ช่องแช่แข็ง 12 ลิตรไม่ใหญ่ ปุ่มปรับอุณหภูมิเป็นแบบหมุนไม่มีจอดิจิทัล แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แลกมาเพื่อราคาในงบเข้าถึงได้ + ประกันคอมยาว 12 ปี ส่วนตัวผมว่าคุ้ม เพราะคอนโดผมไม่ต้องการตู้เย็นใหญ่อยู่แล้ว

ถ้าให้ผมย้อนกลับไปวันที่ตัดสินใจซื้อ ผมยังเลือกรุ่นนี้สำหรับคอนโดใหม่ของผม แต่ถ้าวันหนึ่งย้ายไปอยู่บ้านกับครอบครัว 3-4 คน คงต้องขยับไปเป็น 2 ประตู 6-8 คิวขึ้นไป รุ่นนี้คงเป็นเครื่องสองในห้องทำงาน หรือยกให้คนในบ้านใช้ในห้องส่วนตัว

สำหรับคนที่กำลังมองหาตู้เย็น 1 ประตูในงบเข้าถึงได้ Hisense ER92B รุ่น RR121D4TGN เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะถ้าให้ความสำคัญกับดีไซน์สีดำที่หาได้ยากในเซกเมนต์เดียวกัน บวกประกันคอมเพรสเซอร์ที่ยาวกว่ารุ่นทั่วไป ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ