บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ในหน้านี้ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้า โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่าย และไม่มีผลต่อความเห็นในบทวิเคราะห์นี้
Hikvision DS-2CD1047G3H-LIU สรุปสเปกเด่นก่อนอ่านต่อ
กล้อง 4MP ColorVu แบบภาพสี 24 ชั่วโมงราคาย่อมเยากลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของบ้านและร้านค้าขนาดเล็กในช่วงหลัง แต่หลายคนไม่ทันสังเกตว่ารุ่นเดียวกันมักมีตัวย่อยหลายแบบที่สเปกต่างกันจริง เช่น มีหรือไม่มีช่องเสียบการ์ดความจำ มีหรือไม่มีลำโพงพูดโต้ตอบ ทีมงาน promotionth วิเคราะห์จากข้อมูลผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายในไทยเพื่อสรุปให้ชัดว่า DS-2CD1047G3H-LIU ตัวฐาน (ไม่มีตัวย่อ F, SL หรือ SRB ต่อท้าย) มีอะไรให้บ้าง และมีอะไรที่ไม่ได้ให้มาด้วย
| รายการ | ค่าตามข้อมูลผู้ผลิต |
|---|---|
| ความละเอียด | 4MP (2560×1440) |
| เซนเซอร์ | 1/1.8 นิ้ว Progressive Scan CMOS รูรับแสง F1.0 |
| เทคโนโลยีภาพสี | ColorVu 3.0 พร้อม HikAI-ISP |
| AI ตรวจจับ | Motion Detection 3.0 แยกคนและยานพาหนะ |
| ไฟส่องสว่างเสริม | Smart Hybrid Light IR และไฟขาว 3 โหมด |
| กันน้ำกันฝุ่น | IP67 |
| ไมโครโฟน | มีในตัว 1 ตัว บันทึกเสียงทางเดียว |
| ที่เก็บข้อมูลในตัว | ไม่มี ตามข้อมูลผู้ผลิตรุ่นฐานไม่มีช่องเสียบการ์ด SD |
รายละเอียดของแต่ละหัวข้อและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อยู่ในส่วนถัดไป
สเปกเต็มของ Hikvision DS-2CD1047G3H-LIU
ตามข้อมูลผู้ผลิต Hikvision กล้องรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ขนาด 1 ต่อ 1.8 นิ้วแบบ Progressive Scan CMOS จับภาพความละเอียด 2560×1440 พิกเซล หรือราว 4 ล้านพิกเซล ร่วมกับเลนส์รูรับแสงกว้าง F1.0 ซึ่งเป็นค่าที่กว้างกว่ากล้องกลุ่มราคาใกล้เคียงส่วนใหญ่ ทำให้รับแสงได้มากขึ้นในสภาพแวดล้อมมืด ค่าความไวแสงต่ำสุดที่ยังให้ภาพสีอยู่ที่ 0.0001 Lux ที่ค่า AGC เปิดใช้งาน ตามข้อมูลผู้ผลิต
ด้านการเชื่อมต่อ ตัวกล้องมีพอร์ต RJ45 แบบ 10M/100M หนึ่งช่อง รองรับมาตรฐาน ONVIF ทั้ง Profile S และ Profile G ใช้งานร่วมกับโปรแกรม iVMS-4200 หรือแอป Hik-Connect ได้ ด้านไฟเลี้ยง Hikvision ประเทศไทยระบุตัวเลขเฉพาะรุ่น LIU ฐานไว้ชัดเจนว่าใช้ไฟ 12 โวลต์กระแสตรง 0.58 แอมป์ กำลังไฟสูงสุด 7 วัตต์ผ่านอะแดปเตอร์ หรือจ่ายผ่านสาย LAN แบบ PoE มาตรฐาน IEEE802.3af Class 3 กำลังไฟสูงสุด 9 วัตต์ ตัวเลขนี้ต่างจากรุ่น LIUF ที่มีช่องเสียบการ์ด SD ซึ่งกินไฟมากกว่าเล็กน้อยที่ 8 วัตต์และ 10 วัตต์ตามลำดับ จึงควรยึดตัวเลขของรุ่นฐานเป็นหลักเมื่อคำนวณสเปกอุปกรณ์จ่ายไฟ POE Switch หรือ NVR ที่จะใช้งานร่วมกัน
ขนาดตัวเครื่องของรุ่น LIU ฐานอยู่ที่ 69.1 x 66.9 x 172.9 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักไม่มีตัวเลขแยกเฉพาะรุ่นนี้ในเอกสารที่ทีมงานตรวจสอบได้ จึงขอระบุว่าไม่ระบุแทนการเดาจากรุ่นใกล้เคียง ค่าการทนอุณหภูมิใช้งานอยู่ที่ ลบ 30 ถึง 60 องศาเซลเซียส และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นอยู่ที่ IP67 ตามข้อมูลผู้ผลิต
ColorVu 3.0 และ Smart Hybrid Light ทำงานอย่างไร
ColorVu เป็นชื่อเทคโนโลยีของ Hikvision ที่ใช้เลนส์รูรับแสงกว้างร่วมกับเซนเซอร์ที่ไวแสงสูง เพื่อให้กล้องยังคงจับภาพเป็นสีได้แม้ในที่แสงน้อยมาก แทนที่จะสลับเป็นภาพขาวดำแบบกล้องอินฟราเรดทั่วไป ตามข้อมูลผู้ผลิต รุ่นนี้เป็นเวอร์ชัน 3.0 ที่จับคู่กับชิปประมวลผลภาพ HikAI-ISP ซึ่งมีหน้าที่ลดสัญญาณรบกวน หรือ Noise ในภาพตอนกลางคืนโดยเฉพาะ ทำให้ภาพยังคงรายละเอียดของสีผิวและเสื้อผ้าได้ชัดกว่ากล้องรุ่นเก่าที่ใช้เซนเซอร์ธรรมดา
ส่วน Smart Hybrid Light คือระบบไฟส่องสว่างเสริมที่รวมทั้งไฟอินฟราเรดและไฟสีขาวไว้ในตัวเดียวกัน แบ่งเป็น 3 โหมดคือ ภาพสีตลอดเวลา ภาพขาวดำอินฟราเรดตลอดเวลา หรือโหมดอัตโนมัติที่จะเปิดไฟขาวเฉพาะตอนตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ โหมดหลังนี้เหมาะกับบ้านที่ไม่อยากให้แสงไฟส่องรบกวนเพื่อนบ้านตลอดคืน แต่ยังต้องการภาพสีชัดตอนมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ระยะไฟส่องสว่างเสริมอยู่ที่ประมาณ 30 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต
ระบบตรวจจับคนและยานพาหนะด้วย AI
Motion Detection 3.0 คือฟีเจอร์ AI ที่แยกแยะระหว่างคน ยานพาหนะ และวัตถุอื่นอย่างต้นไม้ไหวหรือเงาแมวที่วิ่งผ่าน ตามข้อมูลผู้ผลิต ระบบนี้ช่วยลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นได้มาก เพราะกล้องรุ่นเก่าที่ใช้การตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบพื้นฐานมักจะแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีอะไรขยับในเฟรม ไม่ว่าจะเป็นคนจริงหรือกิ่งไม้ ทำให้ผู้ใช้เลิกเปิดการแจ้งเตือนไปในที่สุด
ระบบนี้ทำงานอยู่บนตัวกล้องโดยตรง ไม่ต้องพึ่งบริการคลาวด์เสียเงินเพิ่ม เมื่อเชื่อมกับ NVR ของ Hikvision ที่รองรับ สามารถตั้งค่าให้บันทึกเฉพาะช่วงที่ตรวจพบคนหรือยานพาหนะเท่านั้น ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้พอสมควรเมื่อเทียบกับการบันทึกต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
การติดตั้งและการบันทึกภาพ สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่ม
เนื่องจากกล้องรุ่น LIU ฐานไม่มีช่องเสียบการ์ด SD ในตัว ตามข้อมูลผู้ผลิต การจะบันทึกภาพเก็บไว้ดูย้อนหลังจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์บันทึกแยกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง NVR ของ Hikvision เอง หรือโปรแกรม VMS บนคอมพิวเตอร์ที่รองรับมาตรฐาน ONVIF จุดนี้ต่างจากกล้องราคาใกล้เคียงกันบางรุ่นในตลาดที่มีช่อง SD มาให้ในตัว ผู้ที่ตั้งใจจะใช้กล้องตัวเดียวแบบไม่มีระบบ NVR อยู่แล้วจึงควรตรวจสอบรุ่นย่อยให้ดีก่อนสั่งซื้อ เพราะรุ่นเดียวกันที่มีตัวอักษร F ต่อท้ายจะมีช่องเสียบการ์ดมาให้
ด้านการจ่ายไฟ กล้องรองรับทั้งอะแดปเตอร์ไฟ 12 โวลต์แบบขั้วต่อ 5.5 มิลลิเมตร และการจ่ายไฟผ่านสาย LAN แบบ PoE ซึ่งสะดวกกว่าสำหรับการติดตั้งจุดที่ไกลจากปลั๊กไฟ เพราะเดินสายเน็ตเวิร์กเส้นเดียวได้ทั้งสัญญาณภาพและไฟเลี้ยง ตามข้อมูลผู้ผลิต ตัวเรือนได้มาตรฐาน IP67 จึงติดตั้งภายนอกอาคารได้โดยไม่ต้องมีหลังคากันฝนเพิ่ม แต่จุดต่อสายไฟและขั้วต่อ PoE ควรพันเทปกันน้ำหรือใช้กล่องกันน้ำเสริมตามคำแนะนำการติดตั้งทั่วไปของกล้องวงจรปิด
ข้อดี
- ภาพสีชัดในที่แสงน้อยจากเลนส์รูรับแสงกว้าง F1.0 ตามข้อมูลผู้ผลิต ทำให้เห็นรายละเอียดใบหน้าและป้ายทะเบียนได้ดีกว่ากล้องอินฟราเรดขาวดำทั่วไปเมื่อแสงน้อย
- AI แยกคนและยานพาหนะทำงานบนตัวกล้องโดยตรง ลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นโดยไม่ต้องเสียค่าบริการคลาวด์เพิ่ม
- รองรับทั้งไฟอะแดปเตอร์และ PoE ให้เลือกวิธีติดตั้งได้ตามหน้างานจริง เดินสายเส้นเดียวได้ทั้งภาพและไฟผ่าน PoE
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ติดตั้งภายนอกอาคารได้โดยไม่ต้องมีหลังคากันฝนเสริม
- รองรับมาตรฐานเปิด ONVIF ใช้งานร่วมกับ NVR หรือโปรแกรม VMS ของแบรนด์อื่นได้ ไม่ผูกติดกับอุปกรณ์ Hikvision เท่านั้น
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนซื้อ
- ไม่มีช่องเสียบการ์ด SD ในตัว ต้องมี NVR หรือระบบบันทึกแยกต่างหากเสมอ ไม่สามารถใช้เป็นกล้องเดี่ยวแบบพึ่งตัวเองได้
- มีไมโครโฟนบันทึกเสียงทางเดียวเท่านั้น ไม่มีลำโพงหรือฟังก์ชันพูดโต้ตอบสองทาง ผู้ที่ต้องการคุยผ่านกล้องต้องเลือกรุ่น SL หรือ SRB แทน
- ชื่อสินค้าในหน้าขายไม่ได้ระบุความยาวโฟกัสของเลนส์ชัดเจนว่าเป็น 2.8 มิลลิเมตรหรือ 4 มิลลิเมตร ซึ่งมีผลต่อมุมมองภาพ ควรสอบถามหรือตรวจสอบกับผู้ขายก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง
เทียบกับรุ่นใกล้เคียงในตระกูลเดียวกัน
Hikvision ทำตลาดกล้องรุ่นนี้ไว้หลายตัวย่อยภายใต้รหัสฐานเดียวกัน ตามข้อมูลผู้ผลิต รุ่น LIUF เพิ่มช่องเสียบการ์ด SD สูงสุด 512GB เข้ามา เหมาะกับผู้ที่ต้องการบันทึกภาพในตัวกล้องโดยไม่ต่อ NVR ส่วนรุ่น SL และ SRB เพิ่มลำโพงสำหรับพูดโต้ตอบสองทางและไฟกระพริบเตือนภัยเข้ามาด้วย เหมาะกับจุดที่ต้องการไล่ผู้บุกรุกด้วยเสียงและแสงทันที แลกกับราคาที่สูงขึ้นและกำลังไฟที่ใช้มากขึ้นตามลำดับ การเลือกรุ่นย่อยจึงควรพิจารณาจากระบบบันทึกภาพที่มีอยู่แล้วในบ้านหรือหน้างานเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ดูราคาต่ำสุดของรหัสรุ่น
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
หลายคนเห็นชื่อรุ่น DS-2CD1047G3H-LIU ในหน้าขายแล้วเข้าใจว่าเป็นกล้องที่ใช้งานได้ครบในตัวเดียว แต่ตามข้อมูลผู้ผลิต ตัวย่อ LIU ที่ไม่มี F ต่อท้ายหมายถึงรุ่นที่ไม่มีที่เก็บข้อมูลในตัวเอง จุดนี้เป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อจริง เพราะถ้าที่บ้านยังไม่มี NVR หรือระบบบันทึกอื่นอยู่แล้ว ต้นทุนรวมของการใช้งานจะสูงกว่าตัวเลขราคากล้องอย่างเดียว ผู้ที่มีระบบ NVR หรือ PoE Switch พร้อมใช้งานอยู่แล้วจะได้ประโยชน์จากจุดนี้เต็มที่ เพราะไม่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับที่เก็บข้อมูลในตัวกล้องที่อาจไม่ได้ใช้อยู่ดี
เหมาะกับใคร
กล้องรุ่นนี้เหมาะกับบ้านหรือร้านค้าที่มีระบบ NVR หรือ PoE Switch ใช้งานอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มจุดติดตั้งกล้องภาพสี 24 ชั่วโมงคุณภาพดีในงบไม่สูงมาก โดยเฉพาะจุดที่ต้องการเห็นรายละเอียดใบหน้าหรือป้ายทะเบียนรถชัดเจนตอนกลางคืน เพราะเลนส์รูรับแสงกว้าง F1.0 ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่ากล้องอินฟราเรดขาวดำทั่วไป
ส่วนคนที่ต้องการกล้องตัวเดียวใช้งานได้ครบแบบไม่ต่อ NVR หรือต้องการฟังก์ชันพูดโต้ตอบไล่ผู้บุกรุก ควรพิจารณารุ่น LIUF ที่มีช่อง SD หรือรุ่น SL และ SRB ที่มีลำโพงในตัวแทน เพราะรุ่นฐานตัวนี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับใช้งานเดี่ยวโดยลำพัง
คำถามที่พบบ่อย
Hikvision DS-2CD1047G3H-LIU มีช่องเสียบการ์ด SD ในตัวหรือไม่
ตามข้อมูลผู้ผลิต รุ่นฐาน LIU ที่ไม่มีตัวอักษร F ต่อท้ายไม่มีช่องเสียบการ์ด SD ในตัว ต้องบันทึกภาพผ่าน NVR หรือระบบ VMS แยกต่างหาก หากต้องการช่องเสียบการ์ดในตัวควรเลือกรุ่น LIUF แทน
กล้องรุ่นนี้พูดคุยโต้ตอบผ่านลำโพงได้หรือไม่
รุ่นฐานมีเฉพาะไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงทางเดียวเท่านั้น ไม่มีลำโพง จึงพูดโต้ตอบสองทางไม่ได้ ฟังก์ชันนี้อยู่เฉพาะรุ่น SL และ SRB ตามข้อมูลผู้ผลิต
ควรเลือกเลนส์ 2.8 มิลลิเมตรหรือ 4 มิลลิเมตรดี
เลนส์ 2.8 มิลลิเมตรให้มุมมองกว้างกว่า เหมาะกับพื้นที่แคบหรือต้องการเห็นภาพรวมกว้าง ส่วนเลนส์ 4 มิลลิเมตรให้มุมมองแคบลงแต่เห็นรายละเอียดจุดไกลชัดขึ้น ควรเลือกตามระยะทางและมุมที่ต้องการติดตั้งจริง และตรวจสอบกับผู้ขายให้แน่ใจก่อนสั่งซื้อว่าล็อตที่ส่งเป็นเลนส์ขนาดใด
สรุปและคะแนนจากทีมงาน
Hikvision DS-2CD1047G3H-LIU ทำคะแนนได้ 7.6 จาก 10 คะแนน จุดแข็งอยู่ที่คุณภาพภาพสีในที่แสงน้อยจากเลนส์รูรับแสงกว้าง และระบบ AI แยกคนกับยานพาหนะที่ทำงานบนตัวกล้องโดยตรง จุดที่ต้องแลกคือการไม่มีที่เก็บข้อมูลในตัว ซึ่งเหมาะกับคนที่มีระบบ NVR อยู่แล้วมากกว่าคนที่ต้องการกล้องเดี่ยวใช้งานได้ทันที ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ แนะนำให้อ่าน รีวิวกล้องวงจรปิดไร้สายยี่ห้อไหนดี เพื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นในงบใกล้เคียงกัน และหากต้องเดินระบบเครือข่ายเพิ่มสำหรับ PoE สามารถดู รีวิวเร้าเตอร์แนะนำ ประกอบการวางระบบได้เช่นกัน


