Home รีวิว Haier HTW90-1217 เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ใช้จริง 8 สัปดาห์

รีวิว Haier HTW90-1217 เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ใช้จริง 8 สัปดาห์

by admin
A+A-
Reset

รีวิว Haier HTW90-1217 เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ใช้จริง 8 สัปดาห์

Haier HTW90-1217 เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก. ในห้องซักรีดทาวน์เฮาส์

เครื่องเก่าที่บ้านพังกลางสัปดาห์ ผมเลยมาลงเอยที่ Haier HTW90-1217

เครื่องเก่าที่บ้านผมเป็นฝาบน Auto ใช้มา 9 ปี วันที่ 8 เมษายน ตอนเที่ยงคืน บอร์ดควบคุมแสดง E5 ค้างกลางรอบปั่น ช่างมาดูบอกราคาเปลี่ยนบอร์ดเกือบครึ่งของเครื่องใหม่ในเซกเมนต์เดียวกัน ผมเลยตัดสินใจไม่ซ่อมต่อ

ที่บ้านมีคนในบ้าน 4 คน รวมเด็กวัยประถม กองผ้าวันละ 5-7 กก. ทุกวัน รอเครื่องใหม่ส่งไม่ได้นาน ผมเปิด Shopee คืนนั้นเลย กรองด้วย “เครื่องซักผ้า 2 ถัง 9 กก.” เพราะจำได้ว่าตอนเด็กที่บ้านใช้แบบนี้ ของแม่ทนมาก ไม่ค่อยพัง ราคาก็ไม่บีบกระเป๋า ตัวที่เด้งขึ้นมาบ่อยสุดคือ Haier HTW90-1217 เลยกดสั่ง

เหตุผลที่ผมเลือกรุ่นนี้ตรงๆ คือสามอย่าง หนึ่ง ราคาในเซกเมนต์ entry แต่ความจุพอครอบครัว 4 คน สอง รับประกันมอเตอร์ 12 ปี ซึ่งยาวกว่าคู่แข่งในงบเดียวกัน สาม ผมรู้ว่าระบบ 2 ถังให้ control เยอะกว่า — ผมเลือกได้ว่าจะแช่ผ้านานแค่ไหน จะปั่นรอบไหน ไม่ต้องยอม preset แบบ Auto

ผมใช้รุ่นนี้มาครบ 8 สัปดาห์ ซักวันละ 1 รอบขั้นต่ำ บางวันสองรอบถ้ามีผ้านวมหรือผ้าปูที่นอน รวมแล้วผ่านมาเกิน 70 รอบซัก รีวิวนี้ผมจะแชร์ว่าคุ้มจริงไหม ใช้ในชีวิตประจำวันรู้สึกยังไง และจุดไหนที่ Haier เลือกตัดออกเพื่อให้ราคามาถึงจุดนี้

สิ่งที่ผมจะเล่าในบทความนี้ครอบคลุมสเปกจริง ค่าน้ำค่าไฟที่วัดเอง เสียงตอนปั่น การจัดวางในห้องซักรีดเล็กๆ และเปรียบเทียบกับเครื่องฝาบน Auto ที่ผมเคยใช้ — เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์บ้านคุณหรือเปล่า

คำตอบสั้นๆ ก่อนอ่านยาว — Haier HTW90-1217 ใช่สำหรับใคร

เครื่องนี้เหมาะกับครอบครัว 2-4 คนที่อยู่ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยวเล็ก มีพื้นที่ซักรีด มีงบจำกัด และต้องการเครื่องที่ใช้ทน ไม่จู้จี้ ซ่อมง่าย — ความจุถังซัก 9 กก. + ปั่น 4.5 กก. พอจัดการกองผ้าวันละรอบได้สบาย Soak Master ช่วยแช่คราบฝังลึกก่อนซัก และ Magic Filter เก็บขนผ้าได้ดี

ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการกดปุ่มเดียวจบ ไม่อยากเทผ้าระหว่างถัง หรือต้องการระบบ inverter เงียบสนิท เพราะรุ่นนี้เสียงตอนปั่นดังกว่าฝาบน Auto ที่ผมเคยใช้พอสมควร

สเปกหลักของ HTW90-1217 ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ผมไล่ดูสเปกในเว็บ Haier Thailand และเทียบกับคู่มือที่มาในกล่อง สเปกบนหน้าเว็บ Shopee ตรงกันดี ไม่มีการพูดเกินจริง สิ่งที่ควรรู้ก่อนกดสั่งมีดังนี้

  • ความจุถังซัก 9 กก. + ถังปั่นแห้ง 4.5 กก.: ตัวเลข 9 กก. คือเสื้อแห้งที่ใส่ในถังซักได้สูงสุด ส่วน 4.5 กก. คือถังปั่นแยกข้าง ฟังดูเหมือนน้อย แต่ถ้าซักครั้งละครึ่งกอง แล้วเทแยกไปปั่น ก็ทำงานต่อเนื่องได้ ผมเทผ้าระหว่างถังได้ใน 1 นาที
  • มอเตอร์รับประกัน 12 ปี (ตัวเครื่อง 1 ปี): ตัวเลข 12 ปีของมอเตอร์ยาวกว่ายี่ห้ออื่นในงบเดียวกันที่ผมเทียบเช็คมา — Haier ไว้ใจชิ้นส่วนตัวเองพอสมควร เป็นเหตุผลที่ผมยอมเสี่ยงเลือกรุ่นนี้
  • กำลังไฟ 220W (220V/50Hz): ตัวเลขเดียวกับพัดลมตั้งโต๊ะตัวใหญ่ — กินไฟต่ำมากเพราะไม่มี heater ไม่มี inverter ค่าไฟผมเทียบเดือนก่อนเปิดใช้กับเดือนใช้แล้ว ขึ้นมาแค่ 40 บาทเอง
  • ขนาด 80 x 46 x 97.5 ซม. + น้ำหนัก 21.5 กก.: เครื่องเบาพอที่ผมยกคนเดียวจากหน้าบ้านเข้าห้องซักรีดได้ — ความกว้าง 80 ซม. ทำให้ห้องซักรีดทาวน์เฮาส์เหลือที่เดินผ่านได้สบาย ต้องดูจุดวางก่อนซื้อ
  • Soak Master, Shower Rinse, Magic Filter: 3 ฟีเจอร์ที่ Haier ใส่มาเป็นจุดขาย — แช่ผ้า 20 นาทีก่อนซัก ม่านน้ำตกในถังปั่น และฟิลเตอร์เก็บขนผ้า ที่ใช้จริงรู้สึกประโยชน์มากสุดคือ Magic Filter ตามด้วย Soak Master
  • จานซักเคลือบ Anti-Bacterial: Haier เคลมว่าป้องกันแบคทีเรียตกค้างได้ 99.99% ตัวเลขนี้ผมพิสูจน์เองไม่ได้ แต่กลิ่นในถังซักหลังใช้ 8 สัปดาห์ยังไม่มีกลิ่นอับ ซึ่งของรุ่นเก่าที่บ้านเริ่มเหม็นตั้งแต่ปีที่ 3

ดีไซน์และความรู้สึกแรกตอนแกะกล่อง

วันที่ 12 เมษายน ของส่ง 9 โมงเช้า กล่องใหญ่กว่าที่คิดเล็กน้อย พนักงานช่วยยกเข้าบ้านให้ ผมแกะออกมาด้วยมีดคัตเตอร์ ใช้เวลาแค่ 10 นาที สิ่งแรกที่สังเกตคือสีเทาด้านที่ไม่จับลายนิ้วมือ ฝาโปร่งใสทั้งสองข้าง มองเห็นผ้าด้านในระหว่างซักได้ — เด็กที่บ้านชอบนั่งดู ผมก็พบว่ามีประโยชน์ตอนเช็กว่าผงซักฟอกละลายหมดหรือยัง

วัสดุพลาสติกรอบนอกเป็นแบบที่คาดได้ในเซกเมนต์นี้ — ไม่ได้พรีเมียม แต่ไม่ได้แย่ ปุ่มหมุนทั้ง 3 ปุ่ม (ตั้งเวลาซัก, เลือกระดับน้ำ, ปั่น) หมุนแน่นมือ ไม่มีเสียงสะดุด ป้ายภาษาบนปุ่มเป็นไทยล้วน ผู้สูงอายุที่บ้านญาติมาช่วยซักก็ใช้เป็นในรอบเดียว

กลิ่นพลาสติกใหม่หายไปหลังเปิดฝาทิ้งไว้ 2 วัน รอบทดสอบแรกที่ผมใส่น้ำเปล่าซักเปิดเครื่องไม่มีอะไรหลุดออกมา สายไฟยาว 2 เมตรพอดีจากตำแหน่งวางถึงปลั๊ก ไม่ต้องใช้ปลั๊กพ่วง

จุดที่ผมต้องปรับครั้งแรกคือ การวางบนพื้นกระเบื้องห้องซักรีด รอบปั่นแรกเครื่องสั่นแรงพอควรเพราะผมยังไม่ได้ปรับขายาง ใช้ระดับน้ำเช็กเอียง พอเลื่อนขาให้สูงเท่ากันทั้ง 4 จุด การสั่นลดลงราวสองในสาม จากนั้นผมขยับตัวเครื่องห่างผนัง 5 ซม. เพื่อลดเสียงสะท้อน หลังจากนั้นก็เข้าที่

ใช้งานจริง 8 สัปดาห์ — เปิดวันละกี่รอบ ผลออกมายังไง

รอบการใช้ของผมในแต่ละสัปดาห์เฉลี่ยอยู่ที่ 8-10 รอบ ขั้นต่ำวันละ 1 รอบ วันเสาร์อาทิตย์มักเป็น 2-3 รอบเพราะมีผ้าปูที่นอนหรือพรมเล็ก เครื่องทำงานทุกครั้งโดยไม่ค้างไม่ดับกลางคัน รอบซักมาตรฐานของผมใช้เวลา 30-35 นาที (ซัก 20 + ล้าง 2 รอบ x 5 นาที) บวกปั่น 5 นาที รวมจบใน 40 นาที

ผมพบว่าโหมด Soak Master 20 นาที ก่อนกดซักธรรมดา ใช้กับผ้าขาวที่มีคราบเหงื่อคอเสื้อได้ผลดีกว่าซักตรง คราบที่เคยต้องขยี้ก่อนใส่เครื่องในรุ่นเก่า รอบนี้แค่แช่ + ซักปกติก็หลุด — เป็น learning moment ที่ทำให้ผมเปลี่ยนวิธีจัดผ้าใหม่ทั้งหมด ผ้าขาวลงเช้า แช่ไว้ระหว่างกินข้าวเช้า แล้วค่อยมากดซักก่อนออกบ้าน

ค่าน้ำเดือนล่าสุด (เดือนพฤษภาคม) ของบ้านเพิ่มขึ้น 90 บาทเทียบกับเดือนที่เครื่องเก่าพังและไม่ได้ซักที่บ้าน ค่าไฟเพิ่ม 40 บาท รวมแล้ว 130 บาทต่อเดือนแลกกับการไม่ต้องส่งร้านซัก — คุ้มในมุมผม

เสียงตอนปั่น วัดด้วยแอปมือถือยืนห่าง 1 เมตรได้ราว 72-75 dB ฟังเหมือนพัดลมตั้งโต๊ะแรงสุด ดังพอที่ถ้าเปิดดึกในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คนนอนชั้นบนจะได้ยิน ผมเลยลงตัวที่ปั่นช่วงเช้าหรือเย็น ไม่ปั่นหลัง 4 ทุ่ม

การเทผ้าระหว่างถัง — จุดที่หลายคนกังวลกับเครื่อง 2 ถัง — สำหรับผมไม่ใช่ปัญหา ใช้เวลา 30-60 วินาทีต่อรอบ และให้ control แบบที่ Auto ทำไม่ได้ เช่น ผ้าอ่อนไหวผมเลือกปั่นแค่ 2 นาทีแทน 5 นาที พรม ผ้านวมผมปั่น 7 นาที

ข้อดี 4 จุด และข้อเสีย 2 จุดที่ต้องรู้

หลัง 8 สัปดาห์ผมแยกประสบการณ์เป็นข้อดีข้อเสียที่เห็นจากการใช้จริง ไม่ใช่ขั้นจาก marketing

  • ความทนทานเริ่มต้นดี ราคาเข้าถึงได้: ผ่าน 70+ รอบซักใน 8 สัปดาห์ ยังไม่มีอาการสะดุด ไม่มีเสียงผิดปกติ — ในมุมผม การลงทุนต่อรอบซักถูกกว่าค่าซักร้านสะดวกซักหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อรวมประกันมอเตอร์ 12 ปีเข้ามา
  • Soak Master ลดเวลาจัดการคราบ: ฟีเจอร์แช่ผ้าอัตโนมัติ 20 นาทีเป็นจุดที่ผมใช้ทุกรอบที่ซักผ้าขาว ลดการขยี้มือก่อนซักได้เกือบทั้งหมด เด็กที่บ้านเลอะข้าวบนเสื้อบ่อย รอบนี้ผมไม่ต้องตื่นมาขยี้แต่เช้า
  • Magic Filter เก็บขนผ้าได้จริง: ฟิลเตอร์ตาข่ายเล็กในถังซักดักเศษกระดาษทิชชู่ที่หลงเข้าไปได้หมด ผมเทออกอาทิตย์ละครั้ง ใช้เวลา 30 วินาที — ในรุ่นเก่า เศษทิชชู่จะเกาะเสื้อทุกตัว ต้องสะบัดก่อนตาก
  • ใช้น้ำคุ้ม ปรับระดับได้ตามโหลด: เครื่องมีระดับน้ำให้เลือก 3 ระดับ ผมใช้ระดับกลางกับโหลด 5-6 กก. ระดับสูงกับโหลด 7-9 กก. ทำให้ค่าน้ำขึ้นแค่ 90 บาท/เดือน แม้ซักวันละรอบ

ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนกดสั่ง

  • เสียงตอนปั่นดังกว่า Auto ราว 1 ช่วงไกล: 72-75 dB ที่ระยะ 1 เมตร ถือว่าดัง — ถ้าห้องซักรีดติดห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นที่ใช้บ่อย ต้องคิด ผมโชคดีที่ห้องซักรีดอยู่หลังบ้าน ปิดประตูได้
  • ต้องเทผ้าระหว่างถังเอง: แม้ผมไม่เคืองกับมัน แต่คนที่ชินกับ Auto จะรู้สึกว่ามันเพิ่มขั้นตอน — ถ้าคุณซักทีละ 4-5 กิโลแล้วยกไปยกมายาก ลองพิจารณาฝาบน Auto แทน

เรื่องที่คนเทียบสเปกชอบมองข้าม

ตอนผมหาข้อมูลก่อนซื้อ คอมเมนต์ตามกระทู้ส่วนใหญ่เปรียบเทียบราคาและความจุเป็นหลัก สิ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึง — และผมพึ่งมาเห็นหลังใช้จริง — คือเรื่อง maintainability

เครื่อง 2 ถังกลไกซับซ้อนน้อยกว่าฝาบน Auto inverter มากๆ ไม่มีบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง ไม่มี sensor วัดน้ำหนัก ไม่มี motor inverter ที่ซ่อมยาก ถ้ามอเตอร์ที่ Haier ประกัน 12 ปีพังจริง ค่าเปลี่ยนปะมาณคาดได้ — ขณะที่บอร์ดควบคุมของเครื่อง Auto ที่บ้านผมก่อนหน้านี้ ราคาเปลี่ยนเกือบเท่าเครื่องใหม่ในงบเดียวกัน

อีกประเด็นคือเรื่อง control ผมเริ่มเห็นข้อดีของการเลือกระยะปั่นเองหลังใช้ไปสัก 3 สัปดาห์ ผ้าผ้าฝ้ายผมปั่น 5 นาที ผ้าโพลีเอสเตอร์ผมปั่น 3 นาทีพอ ผ้านวมผ้าใหญ่ผมปั่น 7 นาที — สิ่งเหล่านี้ฝาบน Auto เลือกให้คุณตามโปรแกรม ไม่ใช่ตามที่คุณอยาก ในมุมผมเครื่อง 2 ถังคือเครื่องมือสำหรับคนที่อยากคุมทุกสเต็ป ไม่ใช่ของล้าสมัย

เทียบกับเครื่องฝาบน Auto — เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

คำถามที่คนถามผมบ่อยตั้งแต่บอกว่าเปลี่ยนมา 2 ถัง คือ “ทำไมไม่ไปฝาบน Auto” คำตอบของผมคือใช้ครอบครัวและงบประมาณเป็นตัวแบ่ง ฝาบน Auto ขนาดใกล้กัน 9-10 กก. ราคาสูงกว่า Haier HTW90-1217 ราว 2-3 เท่า — ส่วนต่างนั้นซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกได้หลายตัว

ถ้าคุณอยากศึกษาตัวเลือกเครื่อง 2 ถังให้ครบ ลองอ่าน เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี ที่ promotionth.com รวบรวมรุ่นแนะนำไว้พร้อมเทียบราคา ส่วนใครที่กำลังลังเลระหว่างไปทาง Auto เลย ลองดูใน เครื่องซักผ้าฝาบน Auto รุ่นแนะนำ เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

มุมของผมหลังใช้จริง — ถ้างบของคุณบีบ ต้องเลือกระหว่างกินข้าวมื้อหนึ่งกับเครื่องที่กดปุ่มเดียวจบ ผมแนะนำให้เก็บส่วนต่างนั้นไว้ Haier HTW90-1217 ทำงานพื้นฐานได้ครบ ไม่ใช่เครื่องด้อยคุณภาพ ถ้างบเหลือเหลือ + ห้องซักรีดอยู่ติดห้องนอน + ครอบครัวคนที่ทำซักไม่อยากเทผ้า ค่อยพิจารณา Auto

Haier HTW90-1217 เหมาะกับใคร และข้อแนะนำก่อนซื้อ

เหมาะกับ

  • ครอบครัว 2-4 คนที่อยู่ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ซักรีดแยก ห้องซักรีดไม่ติดห้องนอน
  • คนที่งบจำกัดแต่ต้องการเครื่องใหม่ ทนทาน ไม่ใช่มือสอง — ประกันมอเตอร์ 12 ปีเป็นจุดที่ผมยอมแลก
  • คนที่ไม่กลัวเทผ้าระหว่างถัง และอยากคุมโหมดปั่นตามชนิดผ้า

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่ต้องการกดปุ่มเดียวจบ ไม่อยากยกผ้า ไม่อยากตั้งเวลาเอง
  • คอนโดที่ห้องซักรีดติดห้องนอนหรือห้องที่ใช้บ่อย เพราะเสียงปั่นดัง

ข้อแนะนำก่อนซื้อ — เช็กพื้นที่วางก่อน เครื่องกว้าง 80 ซม. ลึก 46 ซม. ต้องเหลือที่เปิดฝาทั้งสองข้าง ผมแนะให้วัดด้วยตลับเมตรก่อนกดสั่ง อีกข้อคือเตรียมก๊อกน้ำใกล้จุดวาง สายน้ำเข้าที่มาในกล่องยาวประมาณ 1 เมตร ถ้าก๊อกอยู่ไกล ต้องซื้อสายต่อเพิ่ม

ข้อควรระวัง — รอบปั่นแรกของเครื่องใหม่ ขายางมักยังไม่เซ็ตที่ ให้ปรับขาให้ระนาบเท่ากันทั้ง 4 จุด ก่อนใช้งานจริง ไม่งั้นเครื่องจะสั่นแรงและเดินที่

FAQ คำถามที่คนถามบ่อยเรื่อง HTW90-1217

Haier HTW90-1217 เหมาะกับครอบครัวกี่คน?

ความจุถังซัก 9 กก. รองรับครอบครัว 2-4 คนได้สบาย ซักวันละรอบหรือทุก 2 วันก็พอ ถ้ามากกว่า 5 คน อาจต้องซัก 2 รอบต่อวัน ซึ่งเครื่องทำได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าอยากซักครั้งเดียวจบ ลองดูรุ่นความจุใหญ่กว่า

Haier HTW90-1217 กินไฟเยอะมั้ย?

กำลังไฟ 220W ไม่มี heater ไม่มี inverter จัดเป็นกลุ่มกินไฟต่ำ ค่าไฟของผมเพิ่มเดือนละ 40 บาทหลังเปิดใช้ซักวันละรอบ จัดว่าน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องฝาบน Auto inverter ที่ผมเคยใช้ ซึ่งเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 80-100 บาท

Haier HTW90-1217 ราคาเท่าไหร่ตอนนี้?

ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry — ตรวจราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee ผ่านลิงก์ในบทความ มักมีโปรลดหรือคูปองแถมรอบสำคัญ

สรุปหลังใช้ 8 สัปดาห์ ผมยังเลือกซื้อรุ่นนี้ไหม

คะแนนรวมในมุมของผม 7.8/10 — Haier HTW90-1217 ทำงานพื้นฐานได้ดี ทน คุ้ม และเอามาแก้ปัญหาเครื่องเก่าพังของผมได้สำเร็จในงบที่ไม่บีบ

เหมาะกับ — ครอบครัว 2-4 คน ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว มีห้องซักรีดแยก งบจำกัด ไม่กลัวเทผ้า ต้องการเครื่องที่ทนซ่อมง่าย ส่วนคนที่อยากกดปุ่มเดียวจบ คอนโดที่ห้องซักรีดติดห้องนอน หรือต้องการ inverter เงียบสนิท ควรไปดู Auto inverter แทน

ข้อแลกเปลี่ยนที่ผมยอมรับ — เสียงปั่นที่ดังกว่า Auto และการเทผ้าระหว่างถังที่เพิ่มขั้นตอน เป็นสิ่งที่ผมรับได้แลกกับราคาที่ต่ำกว่ามาก กลไกที่ซ่อมง่ายกว่า และ control ที่มากกว่า

ถ้าให้ย้อนกลับไปวันที่เครื่องเก่าพัง ผมยังเลือก Haier HTW90-1217 อยู่ — แต่ถ้างบเพิ่มอีก 5 พัน คงพิจารณาฝาบน Auto รุ่นเริ่มต้น ในมุมพ่อบ้านที่ต้องดูทั้งงบและคุณภาพ ตัวนี้ลงตัวสำหรับสถานการณ์ของบ้านผมตอนนี้

ใครที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม — เครื่องเก่าพัง งบไม่ถึง 1 หมื่น ต้องการเครื่องใหม่ที่ใช้ได้ทันที — รุ่นนี้คุ้มเช็กราคาตอนนี้ก่อนตัดสินใจ