Home ช็อปปิ้งงานอดิเรกกีฬาและยานยนต์GSPORTS GS-12430 เหมาะกับคอนโดมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง

GSPORTS GS-12430 เหมาะกับคอนโดมั้ย? รีวิวจากคนใช้จริง

by admin
A+A-
Reset

คอนโด 40 ตรม. ก็มีลู่วิ่งได้ — ทำไมผมถึงเลือก GSPORTS GS-12430

คอนโดผม 40 ตรม. ห้องนั่งเล่นต่อกับห้องนอน พื้นที่จริงเหลือให้วางอะไรเพิ่มไม่กี่ตารางเมตร แต่ผมอยากกลับมาวิ่งหลังเลิกงานหลังจากเลิกแพ็กเกจฟิตเนสไปเมื่อต้นปี เพราะขับรถไปฟิตเนสที่อยู่ห่างจากคอนโด 4 กิโล แล้วต้องหาที่จอด เสียเวลาเฉลี่ยวันละชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายก็ไปได้สัปดาห์ละครั้ง ไม่คุ้มค่าสมาชิก

ผมเป็นพนักงานออฟฟิศวัย 30 กลาง น้ำหนัก 72 kg สูง 172 ซม. เคยวิ่งบนลู่วิ่งฟิตเนสมาราว 4-5 ปี ส่วนตัวไม่ใช่นักวิ่งจริงจัง วิ่งสลับเดินเร็วเพื่อเผาผลาญและรักษาน้ำหนัก ตั้งใจไว้ว่าถ้าซื้อลู่วิ่งบ้านต้องเป็นรุ่นที่พับเก็บได้จริง ไม่กินพื้นที่ตอนไม่ใช้ และที่สำคัญต้องไม่ต้องประกอบเอง เพราะคนเดียวขนของเข้าคอนโดยากอยู่แล้ว

ตอนเลือกผมเทียบอยู่ 3 รุ่นในเซกเมนต์ใกล้กัน สุดท้ายมาลงตัวที่ GSPORTS GS-12430 เพราะมอเตอร์ DC 2.5 HP พอกับการวิ่งของคนน้ำหนัก 60-80 kg ในความเร็ว 8-10 km/hr ปรับชันได้ 9 ระดับด้วยไฟฟ้า รับประกันมอเตอร์ 5 ปี และที่สำคัญที่สุดคือ “ไม่ต้องประกอบ” — แกะกล่อง กางออก เสียบปลั๊ก วิ่งได้เลย

ใช้มาประมาณ 7 สัปดาห์ วิ่งสัปดาห์ละ 3-4 วัน ครั้งละ 30-45 นาที รวมแล้วน่าจะ 20+ ครั้งของจริง ส่วนนี้ผมจะเล่าจากการใช้จริงในคอนโดเล็ก ทั้งจุดที่ชอบและจุดที่ต้องยอมแลก เพราะลู่วิ่งงบไม่ถึงหมื่นไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect

บทความนี้จะครอบคลุมสเปก ดีไซน์ การใช้งานจริง ข้อดี-ข้อเสีย เปรียบเทียบกับลู่วิ่งคู่แข่งในเซกเมนต์ และคำถามที่คนถามผมบ่อยตอนเห็นในไลฟ์ขออ้างอิงจากการใช้จริง ไม่ใช่ spec sheet อย่างเดียว

GSPORTS GS-12430 ลู่วิ่งไฟฟ้า 2.5HP พับได้ คอนโด

Quick Answer — GSPORTS GS-12430 เหมาะกับใคร

สำหรับคนที่อยู่คอนโด/ห้องเช่า น้ำหนัก 60-85 kg สูงไม่เกิน 178 ซม. ต้องการลู่วิ่งบ้านเครื่องแรกสำหรับวิ่ง/เดินเร็ว 8-10 km/hr พื้นที่วิ่งกว้าง 42 ซม. ยาว 108 ซม. รับน้ำหนัก 100 kg พับเก็บได้ ไม่ต้องประกอบ ในงบเซกเมนต์เริ่มต้น

ไม่เหมาะถ้าเป็นนักวิ่งจริงจังที่ต้องการพื้นที่วิ่งยาว 130-140 ซม. หรือต้องการวิ่งเร็วเกิน 12 km/hr หรือคนตัวสูง 180+ ที่ก้าวยาวกว่า 110 ซม. ต่อก้าว เพราะพื้นที่วิ่งของรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อ jogging เป็นหลัก ไม่ใช่ sprint

สเปก GSPORTS GS-12430 และจุดเด่นที่ผมเลือก

มาลงรายละเอียดสเปกก่อนพูดถึงการใช้งาน ตัวเลขที่อยู่ในกล่องผมเทียบกับเว็บผู้ผลิตและเอกสารแล้วตรงกัน

  • มอเตอร์ DC 2.5 HP: ตัวเลขกลางๆ สำหรับลู่วิ่งบ้านงบไม่ถึงหมื่น พอใช้จริงสำหรับคนน้ำหนัก 60-85 kg วิ่งความเร็ว 8-10 km/hr — ผมวิ่ง 8.5 km/hr 30 นาทีต่อเนื่อง มอเตอร์ไม่ร้อนผิดปกติ
  • ความเร็ว 0.8-12 km/hr ปรับขั้นละ 0.1 km/hr: ช่วงเดินช้า 0.8 km/hr เหมาะกับ walking pad โหมด (พับราวลงต่ำ เดินขณะทำงาน) ส่วนที่บ้านผมใช้สูงสุด 10 km/hr ก็เพียงพอ
  • ปรับชัน 9 ระดับด้วยไฟฟ้า: ไม่ต้องลงไปยกล้อหลังเอง กดปุ่มบนคอนโซลได้เลย — ในงบเซกเมนต์นี้หลายรุ่นยังเป็นชันแบบ manual
  • พื้นที่วิ่ง 42 × 108 ซม. สายพานหนา 1.6 มม.: กว้างเพียงพอสำหรับ stride ปกติของคนสูงไม่เกิน 175-178 ซม. — ถ้าสูงกว่านี้จะรู้สึกว่าก้าวสุดท้ายไปติดขอบ
  • รับน้ำหนักได้ 100 kg + หน้าจอ LED แสดงเวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลอรี่: ตัวเลขมาตรฐานในเซกเมนต์ พอใช้จริง ไม่ต้องพึ่งแอป
  • 6 โปรแกรมอัตโนมัติ + 1 ปกติ + รองรับ Zwift/Kinomap ผ่าน Bluetooth: ผมใช้แอป Kinomap ดูคลิปวิ่งที่ฝรั่งเศสบนมือถือ ตัวลู่ปรับความเร็วและชันตามคลิป — ทำให้ไม่เบื่อ
  • พับเก็บได้ + ไม่ต้องประกอบ + รับประกันโครง 3 ปี / มอเตอร์ 5 ปี: จุดที่ผมเลือกเพราะคนเดียวขนของเข้าคอนโดยาก ส่วนประกันมอเตอร์ 5 ปียาวกว่าหลายเจ้าในงบเดียวกัน

สรุปสเปกในมุมผม คือไม่ได้ “spec ล้น” แต่ทุกอย่างพอดีกับคนใช้บ้านที่ไม่ใช่นักวิ่งจริงจัง ที่สำคัญคือฟังก์ชันที่ใช้บ่อย (พับเก็บ ปรับชันไฟฟ้า แอปวิ่ง) ครบในงบที่ไม่ถึงหมื่น

ดีไซน์และ First Impression ตอนแกะกล่อง

วันที่ของส่ง ผมประหลาดใจสองเรื่อง เรื่องแรกคือกล่องไม่ใหญ่อย่างที่คิด ขนเข้าคอนโดคนเดียวพอได้ (น้ำหนัก 35 kg แต่กล่องมีหูจับ) เรื่องที่สองคือพอเปิดกล่อง ตัวลู่วิ่งประกอบมาเรียบร้อย เหลือแค่กางราวจับขึ้น เสียบปลั๊ก ใช้งานได้ทันที ใช้เวลารวมจากแกะกล่องถึงเริ่มวิ่ง ประมาณ 7 นาที

ดีไซน์โดยรวมเป็นสีดำด้านทั้งตัว ราวจับมีโฟมหุ้ม ไม่หรูแต่ไม่ดูถูกตา วางในห้องนั่งเล่นคอนโดแล้วไม่รู้สึกว่าโดดออกมามาก ตอนพับ ตัวลู่ตั้งขึ้นเป็นกระดานพิงผนัง ขนาดเมื่อพับเหลือพื้นที่จริงประมาณ 68 × 50 ซม. — เก็บได้ในมุมห้องไม่กินที่

จุดที่ผมชอบเป็นพิเศษคือล้อข้างใต้ตัวลู่ เลื่อนไป-มาง่ายแม้คนเดียว ยกเอียง 30 องศาแล้วเข็นได้บนพื้นไม้/กระเบื้อง ส่วนจุดที่ดูเหมือนของลู่วิ่งงบนี้คือคอนโซลหน้าจอ LED ไม่ใช่ touch screen แสดงเป็นตัวเลข segment สีฟ้า — อ่านง่าย แต่ดูธรรมดา ไม่ premium

การใช้งานจริง 7 สัปดาห์ — สิ่งที่ผมเจอ

วันแรกที่ลอง ผมเริ่มเดินที่ 4 km/hr อุ่นเครื่อง 5 นาทีก่อนเร่งเป็น 8 km/hr ความรู้สึกบนสายพานนุ่มกว่าที่คิด สายพานหนา 1.6 มม. กับโครงลู่ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกพอช่วยให้เข่าไม่รู้สึกกระแทกแรงเหมือนวิ่งบนถนน

แต่ในสัปดาห์แรกผมเจอ friction ตัวจริง — ผมลองเร่งความเร็วไป 10 km/hr ตัวลู่เริ่มสั่นแรง เสียงดังเป็นจังหวะ “ตึก ตึก” เพราะวางบนพื้นไม้ลามิเนตที่ลื่นและไม่ flat สนิท ต้องสั่งแผ่นยางรองมาเพิ่ม (หนา 6 มม. ขนาด 70 × 140 ซม.) วางใต้ลู่ พอใส่แผ่นยางแล้วเสียงลดลงไปเยอะ เพื่อนข้างห้องไม่ทักอีก ส่วนตัวผมแนะนำว่าใครจะซื้อ ควรเผื่องบแผ่นยางรองอีก 800-1,500 บาท เพราะคอนโดส่วนใหญ่ใช้พื้นไม้ลามิเนตหรือกระเบื้อง

หลังใช้ครบ 3 สัปดาห์ ผมก็เริ่มเข้าใจวิธีดูแลลู่วิ่งจากการอ่านคู่มือและคลิป YouTube ของช่าง — ต้องหยอดน้ำมันซิลิโคนใต้สายพานทุก 4-6 สัปดาห์ ใช้กระบอกฉีดเสียบเข้าใต้สายพาน บีบเข้าไปประมาณ 5-10 ml กระจายให้ทั่ว ผลคือเสียงเงียบลงและสายพานเลื่อนนุ่มขึ้นจริง — นี่เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญมาก เพราะถ้าไม่ดูแล สายพานจะสึกเร็วกว่ากำหนด

ส่วนการเชื่อมต่อแอป Kinomap ผมลองหลายเส้นทาง ปกติเปิดคลิปวิ่งในสวนญี่ปุ่น 30 นาที ลู่จะปรับชันและความเร็วตามคลิปอัตโนมัติ — รู้สึกเหมือนวิ่งกลางแจ้งจริง ทำให้ไม่เบื่อเหมือนวิ่งดูเลขเฉยๆ ส่วน Zwift ผมไม่ค่อยใช้เพราะเสีย subscription รายเดือน

เรื่องเสียงตอนวิ่ง — หลังใส่แผ่นยางและหยอดน้ำมันแล้ว ที่ความเร็ว 8 km/hr เสียงอยู่ในระดับที่ดูซีรีส์ทีวีในห้องเดียวกันได้โดยไม่ต้องเร่งเสียงสูงเกินไป แต่ที่ความเร็ว 11-12 km/hr ก็ดังขึ้นชัดเจน — ในคอนโดผมแนะนำให้วิ่งไม่เกิน 10 km/hr ถ้าไม่อยากให้เพื่อนข้างห้องได้ยิน

ข้อดี-ข้อเสีย แบบเล่าตามใช้จริง

หลังใช้ครบเดือนกว่า ผมแยกข้อดี-ข้อเสียออกมาแบบที่อยากบอกตัวเองตอนกำลังตัดสินใจซื้อ

ข้อดี:

  • ไม่ต้องประกอบ + พับเก็บง่าย: แกะกล่อง กางราวจับ เสียบปลั๊ก ใช้ได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที — สำคัญมากสำหรับคนอยู่คอนโดที่ไม่มีคนช่วยขน/ประกอบ ผมทำคนเดียวได้สบาย
  • ปรับชัน 9 ระดับด้วยไฟฟ้า: กดบนคอนโซลปรับชัน 0-9 ได้ทันที — ในงบเซกเมนต์เดียวกันหลายรุ่นยังเป็นชันแบบ manual ที่ต้องลงไปยกล้อหลังเอง ในมุมผมจุดนี้คุ้มมาก เพราะการเล่นชัน 3-5% ตอนเดินช่วยเผาผลาญต่างจากความเร็วเฉยๆ ชัด
  • มอเตอร์ DC 2.5 HP พอใช้จริงในบ้าน: หลายคนเห็น 2.5 HP แล้วคิดว่าน้อย แต่สำหรับคน 60-85 kg วิ่ง 8-10 km/hr 30-45 นาที มอเตอร์ไม่ร้อนผิดปกติ ไม่มีอาการกระตุก — รับประกันมอเตอร์ 5 ปียาวกว่าหลายเจ้า
  • เชื่อมต่อ Kinomap/Zwift ผ่าน Bluetooth: ตัวลู่ปรับชัน-ความเร็วตามคลิปวิ่งจริงในแอป — ทำให้วิ่งสนุกขึ้น ไม่เบื่อ และในงบไม่ถึงหมื่นที่มีฟีเจอร์นี้ ผมว่าน้อยรุ่น
  • พื้นที่วิ่ง 42 × 108 ซม. + สายพานหนา 1.6 มม.: กว้างพอสำหรับ stride ของคนสูงไม่เกิน 175-178 ซม. สายพานหนาให้ความรู้สึกนุ่ม ไม่กระแทกเข่าเหมือนวิ่งบนถนน

ข้อเสีย/ข้อจำกัด:

  • ต้องซื้อแผ่นยางรองแยก: ถ้าวางบนพื้นไม้ลามิเนตหรือกระเบื้องในคอนโด ที่ความเร็ว 9+ km/hr จะมีอาการสั่น-เสียงจังหวะ ผมแก้ด้วยแผ่นยางหนา 6 มม. — ต้องเผื่องบเพิ่มอีก 800-1,500 บาท
  • คอนโซลหน้าจอ LED แบบ segment ธรรมดา: อ่านง่ายแต่ไม่มีสีสันหรือ touch screen เหมือนรุ่นใหม่ๆ ในงบนี้ถือว่ายอมรับได้ แต่ถ้าคาดหวังจอสวยอาจรู้สึกธรรมดา
  • ความยาวพื้นที่วิ่ง 108 ซม. ไม่เหมาะกับคนตัวสูง 180+ ที่ก้าวยาวกว่า 110 ซม.: ผมสูง 172 ซม. วิ่งสบาย แต่เพื่อนที่สูง 183 ซม. มาลอง บอกว่ารู้สึกก้าวสุดท้ายไปติดขอบ

มุมที่คนมักเข้าใจผิดเรื่องลู่วิ่ง 2.5 HP

มีเรื่องหนึ่งที่ผมเจอบ่อยตอนคุยกับเพื่อนเรื่องลู่วิ่ง — หลายคนบอกว่า “2.5 HP ไม่พอ ต้องเอา 3.0 HP ขึ้นไป” ในมุมผมหลังใช้จริง 7 สัปดาห์ ผมว่าตัวเลข HP ในสเปก sheet มันสำคัญน้อยกว่า “use case” ของคนใช้

สำหรับคนน้ำหนัก 60-85 kg วิ่ง jogging ที่ 8-10 km/hr 30-45 นาที 3-4 วัน/สัปดาห์ มอเตอร์ DC 2.5 HP ของ GS-12430 ไม่ได้รู้สึกว่ามอเตอร์ทำงานเต็มกำลังเลย เครื่องไม่ร้อนผิดปกติแม้วิ่งต่อเนื่อง 45 นาที — เหตุผลที่หลายคนเชียร์ 3.0+ HP คือกรณี “วิ่งหนักจริงจัง” หรือ “น้ำหนักเกิน 90 kg” ซึ่งเป็น use case ที่ต่างจากคนใช้บ้านทั่วไป

อีกเรื่องที่คนเข้าใจผิดคือ “ความชันไม่สำคัญ” ผมเองตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเลย วิ่ง 0% อย่างเดียว แต่หลังลองปรับชัน 3-5% ขณะเดินเร็ว 5-6 km/hr ผมรู้สึกชัดว่าเหนื่อยกว่าวิ่งเร็ว 8 km/hr ที่ชัน 0% และเผาผลาญแคลอรี่ตามที่หน้าจอแสดงต่างจริง — ใครที่อยากลด weight แต่เข่าไม่ดี ผมเชียร์ให้เน้นเดินชันมากกว่าวิ่งเร็ว

GSPORTS GS-12430 vs ลู่วิ่งคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน

เซกเมนต์ลู่วิ่งงบไม่ถึงหมื่น ตอนผมเทียบมีหลายรุ่นที่ใกล้กัน เช่น 360FITNESS A5 (DC 2.5 HP, สายพาน 125 × 42 ซม.) และลู่วิ่งจีนหลายแบรนด์ที่ไม่มีชื่อ ในมุมผม GS-12430 ได้เปรียบสามจุดคือ ไม่ต้องประกอบ (หลายคู่แข่งต้องประกอบเอง 30-60 นาที), ปรับชันด้วยไฟฟ้า (คู่แข่งบางรุ่นเป็น manual), และรับประกันมอเตอร์ 5 ปี (มาตรฐานคือ 2-3 ปี)

ส่วนที่คู่แข่งเด่นกว่าคือ 360FITNESS A5 มีพื้นที่วิ่งยาว 125 ซม. ยาวกว่า GS-12430 ที่ 108 ซม. — ถ้าคุณสูง 178+ ผมแนะนำให้ดู A5 หรือรุ่นที่พื้นที่วิ่งยาวกว่า 120 ซม. แทน ถ้าอยากเริ่มต้นทำความเข้าใจตัวเลือกในเซกเมนต์นี้ทั้งหมด ผมแนะนำให้ดู รีวิว 5 อันดับลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ก่อนตัดสินใจ

GSPORTS GS-12430 เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

เหมาะกับ:

  • คนอยู่คอนโด 30-50 ตรม. หรือห้องเช่า ที่ต้องการลู่วิ่งพับเก็บได้ ไม่กินพื้นที่ตอนไม่ใช้
  • คนน้ำหนัก 60-85 kg สูงไม่เกิน 178 ซม. ที่วิ่ง jogging 8-10 km/hr 30-45 นาที 3-4 วัน/สัปดาห์
  • คนที่เพิ่งเริ่มซื้อลู่วิ่งบ้านครั้งแรก งบไม่ถึงหมื่น และไม่อยากปวดหัวกับการประกอบเอง
  • คนที่อยากเชื่อมต่อแอป Kinomap/Zwift เพื่อให้วิ่งไม่เบื่อ

ไม่เหมาะกับ:

  • นักวิ่งจริงจังที่ฝึก 12+ km/hr หรือวิ่งต่อเนื่อง 60+ นาที — ควรไปดูรุ่น 3.0+ HP พื้นที่วิ่งยาว 130-140 ซม.
  • คนตัวสูง 180+ ซม. หรือน้ำหนัก 90+ kg — พื้นที่วิ่ง 108 ซม. และ load 100 kg อาจไม่พอ
  • คนที่อยากออกกำลังกายแบบรอบด้านมากกว่าวิ่งอย่างเดียว — อาจดูเครื่องเดินวงรีเป็นทางเลือก รายละเอียดดูได้ที่ เครื่องเดินวงรียี่ห้อไหนดี

ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะซื้อ: เผื่องบแผ่นยางรองพื้น 800-1,500 บาท ถ้าวางบนพื้นไม้/กระเบื้อง ซื้อขวดน้ำมันซิลิโคนไว้หยอดสายพานทุก 4-6 สัปดาห์ และวางให้ห่างจากผนัง 50+ ซม. เพื่อระบายอากาศมอเตอร์

ข้อควรระวัง: อย่าวิ่งทันทีหลังกินอาหารหนัก รออย่างน้อย 1-1.5 ชั่วโมง และอย่าเร่งความเร็วเกิน 10 km/hr ในคอนโดถ้าไม่อยากให้เพื่อนข้างห้องได้ยิน

คำถามที่คนถามผมบ่อย

Q: GSPORTS GS-12430 รับน้ำหนักได้กี่กิโล ใช้กับคนหนัก 95 kg ได้ไหม?

A: สเปกระบุรับน้ำหนัก 100 kg แต่ในมุมผมถ้าหนักเกิน 90 kg ผมแนะนำให้ดูรุ่นที่รับ 120+ kg เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของมอเตอร์ในระยะยาว เพราะวิ่งใกล้ limit จะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักกว่าปกติ

Q: เสียงดังมั้ย? ใช้ในคอนโดได้จริงเหรอ?

A: ที่ความเร็ว 6-8 km/hr วางบนแผ่นยางหนา 6 มม. เสียงอยู่ระดับที่ดูทีวีในห้องเดียวกันได้ ที่ 10 km/hr ขึ้นไปจะเริ่มได้ยินชัด — ผมแนะนำไม่เกิน 10 km/hr ในคอนโดและไม่วิ่งหลัง 21:00

Q: GSPORTS GS-12430 ราคาเท่าไหร่ คุ้มมั้ย?

A: ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ลู่วิ่งบ้านงบไม่ถึงหมื่น สำหรับสเปก DC 2.5 HP + พับได้ + ไม่ต้องประกอบ + ปรับชันไฟฟ้า + รับประกันมอเตอร์ 5 ปี ในมุมผมถือว่าคุ้มในเซกเมนต์นี้ เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

สรุป GSPORTS GS-12430 หลังใช้ 7 สัปดาห์

คะแนนรวมในมุมผม 8.2/10 — คะแนนนี้สะท้อนว่าเป็นลู่วิ่งบ้านงบไม่ถึงหมื่นที่ตอบโจทย์ use case คอนโด/ห้องเช่าเกือบครบ มีจุดต้องยอมแลก แต่ไม่ใช่ deal-breaker

รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยู่คอนโด 30-50 ตรม. น้ำหนัก 60-85 kg สูงไม่เกิน 178 ซม. ต้องการลู่วิ่งบ้านเครื่องแรกสำหรับ jogging/เดินเร็ว 8-10 km/hr ไม่อยากปวดหัวกับการประกอบ และต้องการพับเก็บตอนไม่ใช้ ระยะเวลาใช้งานต่อครั้ง 30-45 นาที 3-4 วัน/สัปดาห์

สิ่งที่ต้องยอมแลกคือต้องเผื่องบแผ่นยางรองพื้น 800-1,500 บาท คอนโซลหน้าจอเป็น LED segment ธรรมดาไม่ใช่ touch screen และพื้นที่วิ่ง 108 ซม. ไม่เหมาะกับคนตัวสูง 180+ — แต่ในงบเซกเมนต์นี้ผมว่ายอมรับได้ เพราะรุ่นที่ครบกว่านี้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 5,000-10,000 บาท

ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปเลือกใหม่ ผมยังเลือก GS-12430 อยู่ดี เพราะ “ไม่ต้องประกอบ” คือจุดที่ช่วยชีวิตคนอยู่คอนโดคนเดียวจริงๆ ส่วนคนที่ตัวสูง 180+ หรือเป็นนักวิ่งจริงจัง ผมแนะนำให้เพิ่มงบไปดูรุ่นที่พื้นที่วิ่งยาว 130+ ซม. แทน

สำหรับใครที่กำลังลังเลในเซกเมนต์ลู่วิ่งบ้านงบไม่ถึงหมื่น และตรงกับ profile ที่ผมเล่ามา ลู่วิ่ง GSPORTS GS-12430 เป็นตัวเลือกที่คุ้มในมุมผม ลองเช็คราคาและข้อมูลปัจจุบันได้ที่ลิงก์

Related Articles