Home รีวิว Gaabor RC50M-BE01A หม้อหุงข้าว 2.2L หลังใช้จริง 6 สัปดาห์

รีวิว Gaabor RC50M-BE01A หม้อหุงข้าว 2.2L หลังใช้จริง 6 สัปดาห์

by admin
A+A-
Reset

หม้อหุงข้าวเก่าใช้มา 5 ปี เริ่มก้นพัง — เลยหา Gaabor RC50M-BE01A มาแทน

หม้อหุงข้าวเก่าที่บ้านผมใช้มา 5 ปี เริ่มมีปัญหา ก้นหม้อด้านในสารเคลือบหลุดเป็นจุดๆ ข้าวติดก้นทุกครั้งที่หุง ล้างทีหายไปครึ่งชั่วโมง คนในบ้านบ่นเรื่องนี้มาเดือนกว่า ผมเลยเริ่มหารุ่นใหม่จริงจัง ไปเดิน Shopee เห็น Gaabor RC50M-BE01A ขึ้นมา ความจุ 2.2 ลิตร 700 วัตต์ ราคาอยู่ในเซกเมนต์ entry ก็เลยตัดสินใจสั่งมาลอง

ผมเป็นพ่อบ้านที่ทำกับข้าวเองทุกวัน คนในบ้าน 2-3 คน ตอนเย็นบางวันมีญาติมาด้วย กินข้าวเย็นเป็นมื้อหลัก ส่วนเช้าหุงข้าวต้มหรือโจ๊กบ้าง ผมเลยต้องการหม้อที่ใช้ทุกวันได้ ไม่จุกจิก ฟังก์ชั่นพื้นฐานครบ ขนาดไม่ใหญ่เกินจนเปลืองเคาน์เตอร์ครัวคอนโด

เหตุผลที่เลือก Gaabor รุ่นนี้แทนรุ่นอื่น มีอยู่ 2 จุดหลัก จุดแรกคือความจุ 2.2 ลิตร ฟังดูใหญ่ในกระดาษ แต่ใช้จริงสำหรับครอบครัวเล็ก ผมว่าพอดี ไม่ต้องไปเอารุ่น 1.8 ลิตรที่หุงเยอะแล้วเต็ม จุดที่สองคือระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะที่ผู้ผลิตเคลม ซึ่งผมอยากลองดูว่ามันต่างจากหม้อปกติแค่ไหน

ผมใช้รุ่นนี้มาประมาณ 6 สัปดาห์ หุงข้าวสวยเป็นหลัก สัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง บางครั้งหุงข้าวต้มตอนเช้า แล้วใช้ฟังก์ชั่น warm เก็บข้าวไว้กินมื้อเย็นด้วย

บทความนี้ผมจะเล่าตามที่เจอจริง ทั้งจุดที่ชอบและจุดที่อยากให้ปรับ ไม่มีโม้ ใครกำลังเล็งหม้อขนาดนี้ในงบเข้าถึงง่าย ลองอ่านดูก่อนตัดสินใจ

Gaabor RC50M-BE01A หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 2.2L คอนโด

สรุปสั้นๆ ก่อนเข้าเนื้อหา

Gaabor RC50M-BE01A เป็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าความจุ 2.2 ลิตร กำลังไฟ 700 วัตต์ มีระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ จุดเด่นคือขนาดพอเหมาะกับครัวคอนโดหรือบ้านคนน้อย 1-3 คน หุงข้าว 2 ถ้วยตวงใช้เวลาราว 25 นาที ฟังก์ชั่นอุ่นใช้ได้ตามมาตรฐานหม้อ entry tier ตัวเครื่องน้ำหนักเบา ยกย้ายสะดวก ราคาอยู่ในเซกเมนต์เข้าถึงง่าย เหมาะคนหาหม้อไว้ใช้ทุกวันแบบไม่หวือหวา

สเปก Gaabor RC50M-BE01A จุดที่ผมสนใจที่สุด

มาดูสเปกหลักก่อน เพื่อให้เห็นภาพชัดว่ารุ่นนี้อยู่ตรงไหนของตลาด

  • ความจุ 2.2 ลิตร: หุงข้าวได้ราว 8-10 ถ้วยตวง — สำหรับครอบครัว 1-3 คน ผมว่าเหลือเฟือ ถ้าใส่ 80% ของความจุข้าวจะนุ่มที่สุด ใส่เต็มจะแฉะเล็กน้อย
  • กำลังไฟ 700 วัตต์: ถือว่ากลางๆ สำหรับขนาด 2.2L — ไม่ได้สูงเหมือนหม้อ IH ที่ 1000W+ แต่พอกับ thermal mass ของหม้อขนาดนี้ ค่าไฟต่อรอบหุงไม่เยอะ
  • ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ: ผู้ผลิตเคลมว่าปรับความร้อนตามปริมาณข้าว — ผมลองหุงตั้งแต่ 1 ถ้วยถึง 5 ถ้วย ผลลัพธ์ค่อนข้างคงที่ ข้าวสุกทั่วไม่มีจุดดิบ
  • หม้อในเคลือบกันติด: ผ่านการใช้ 6 สัปดาห์ ยังไม่เห็นรอยขูด ล้างง่าย เศษข้าวที่เกาะก้นหม้อหลุดด้วยฟองน้ำธรรมดา ไม่ต้องขัด
  • ฟังก์ชั่นอุ่นข้าว: เก็บข้าวอุ่นได้นาน 4-6 ชั่วโมง — ผมเปิดข้าวตอนเช้า ตอนเย็นกินยังอุ่นพอใช้ ไม่แห้งเหมือนหม้อรุ่นเก่าที่เคยใช้

ที่ผมสนใจที่สุดคือเรื่องระบบควบคุมอุณหภูมิ เพราะหม้อ entry หลายรุ่นใช้ thermostat ธรรมดา ตัดเมื่อร้อนเกิน ทำให้ข้าวก้นหม้อบางทีไหม้ ส่วนรุ่นนี้ผมหุงมา 30+ รอบ ยังไม่เจอข้าวไหม้ก้นจริงจัง อาจเรียกว่าได้ผลตามที่เคลม

ดีไซน์ + วันแกะกล่อง

วันที่ของมาส่ง กล่องไม่ใหญ่อย่างที่คิด ขนาดประมาณกล่องรองเท้าใหญ่ๆ ภายในมีตัวหม้อ ที่ตวงข้าว ทัพพีพลาสติก สายไฟแบบถอดได้ และคู่มือ ขั้นตอนเซ็ตอัพง่าย เสียบปลั๊กก็พร้อมใช้

ดีไซน์ภายนอกเป็นทรงกลมมาตรฐาน สีขาวนวล บอดี้พลาสติกผสมเหล็ก น้ำหนักเบากว่าที่คิด ผมยกด้วยมือเดียวสบายตอนล้างหม้อใน หูจับด้านบนแข็งแรง ไม่เหวี่ยงเวลายกเต็ม

ปุ่มควบคุมเป็นแบบ mechanical สวิตช์เลื่อน 2 ตำแหน่ง — Cook กับ Warm ไม่มีหน้าจอดิจิตอล ไม่มีโหมดให้กดเลือกเยอะ ส่วนตัวผมชอบตรงนี้เพราะใช้งานเร็ว ไม่ต้องนั่งกดเมนู คนในบ้านที่ไม่คุ้นเทคโนโลยีก็ใช้เป็นทันที

หม้อในผิวเคลือบ non-stick สีดำ ผิวเรียบ ดูแล้วทำงานมาตรฐาน ไม่ใช่ระดับ premium แต่ก็ไม่ได้ดูบาง ผมใช้ทัพพีพลาสติกที่ให้มาตักข้าว ป้องกันรอยขูด ส่วนใครจะใช้ทัพพีไม้ก็ใช้ได้

จุดเล็กๆ ที่ผมชอบ คือฝาด้านในถอดล้างได้ — เวลาหุงข้าวต้มหรือโจ๊ก น้ำซุปกระเด็นเลอะฝา ถอดมาล้างใต้ก๊อกได้เลย หม้อรุ่นเก่าที่ผมใช้ฝาถอดไม่ได้ เช็ดไม่สะอาด

ใช้งานจริง 6 สัปดาห์

ผมเริ่มใช้ Gaabor รุ่นนี้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม หุงข้าวสวยเป็นหลัก สัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง โดยเฉลี่ย 2 ถ้วยตวงต่อรอบ ใช้เวลาราว 25 นาทีจาก start ถึงสวิตช์ตัดเป็น warm

ครั้งแรกที่ลองหุง ผมใส่ข้าว 3 ถ้วยตวงเต็ม คิดว่าหม้อ 2.2L น่าจะรับได้ ปรากฏข้าวพองล้นออกขอบนิดหน่อย ฝาปิดไม่สนิท ผมเลยลดเหลือ 2.5 ถ้วยตวงเป็นเพดาน หลังจากนั้นไม่มีปัญหา ที่บ้านผมหุงเฉลี่ย 2 ถ้วยตวงพอ คนน้อยกินไม่หมด

คุณภาพข้าวสวยที่ออกมา ผมว่าโอเคในระดับราคานี้ ข้าวนุ่มทั่วทั้งหม้อ ไม่มีข้าวก้นหม้อแห้ง ถ้าเทียบกับหม้อ IH ราคา 3-4 พันที่เคยลองที่บ้านญาติ ความนุ่มสู้ไม่ได้ระดับนั้น แต่สำหรับการใช้ทั่วไปผมว่าพอ

หลังใช้ 3 สัปดาห์ ผมเริ่มเข้าใจพฤติกรรมของฟังก์ชั่น warm ดีขึ้น พอใช้ตอนแรกผมเปิด warm ทิ้งทั้งวัน ตั้งแต่หุงเช้าจนเย็น แล้วสังเกตว่าค่าไฟเดือนนั้นเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ผมเลยปรับมาเปิด warm 2-3 ชั่วโมงก่อนกินพอ ส่วนเวลานานกว่านั้นปิดเครื่อง ค่าไฟเดือนล่าสุดเพิ่มแค่ราว 30 บาทจากการใช้หม้อนี้ทุกวัน

ฟังก์ชั่น warm เก็บข้าวอุ่นได้ดีพอใช้ — ผมหุงข้าวตอน 8 โมงเช้า เปิด warm ไว้ 4 ชั่วโมง ตอนเที่ยงข้าวยังอุ่นพอ ไม่แห้ง ไม่เปลี่ยนสี ส่วนถ้าเปิด warm 6 ชั่วโมงขึ้นไป ข้าวจะเริ่มแห้งที่ผิวบน ต้องคนสักหน่อย

เรื่องเสียงตอนหุง รุ่นนี้เงียบมาก ไม่มีเสียงพัดลมแบบหม้อ IH ตอนน้ำเริ่มเดือดได้ยินเสียงน้ำเดือดเบาๆ ในหม้อเท่านั้น เสียง click ตอนสวิตช์ตัดเป็น warm ดังพอได้ยินจากห้องนั่งเล่น ใช้เป็นสัญญาณว่าข้าวสุกแล้วก็สะดวก

เรื่องไอน้ำ ตอนหุงข้าวสวยมีไอออกจากรูระบายด้านบนพอประมาณ ไม่เยอะจนเลอะตู้ครัวด้านบน แต่ถ้าวางใต้ตู้ตื้นๆ ขอบไม้อาจจะชื้นได้บ้าง ผมเลยขยับวางบนเคาน์เตอร์เปิดโล่งแทน

ข้อดี ข้อเสีย หลังลองหุงทุกวัน

หลังใช้มา 6 สัปดาห์ ผมแยกประเด็นที่ชอบและไม่ชอบให้ดูชัดๆ ตามนี้

ข้อดี

  • ขนาด 2.2 ลิตร เหมาะคอนโด: วางบนเคาน์เตอร์ครัวคอนโดได้สบาย — ที่บ้านผมเคาน์เตอร์ยาวแค่ 1.5 เมตร หม้อรุ่นนี้กินพื้นที่น้อยกว่ารุ่นเก่าที่เคยใช้ราว 30% เหลือที่วางหม้อต้มซุปได้สะดวก
  • ฝาในถอดล้างได้: ตอนหุงโจ๊กหรือข้าวต้มฝาเลอะคราบ — ถอดมาล้างใต้ก๊อกได้เลย ผมว่าจุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่หุงข้าวต้มบ่อย เพราะหม้อรุ่นเก่าที่ฝาติดเช็ดยังไงก็ไม่สะอาด
  • ปุ่มควบคุมเรียบง่าย ไม่จุกจิก: สวิตช์เลื่อน 2 ตำแหน่ง — ใช้เป็นทันที ไม่ต้องเปิดคู่มือ คนในบ้านที่ไม่คุ้นเทคโนโลยีหุงเองได้ ไม่กดผิด ส่วนใครต้องการตั้งเวลาล่วงหน้าหรือโหมดเค้ก รุ่นนี้ไม่มี ต้องไปดูรุ่นดิจิตอลแทน
  • ค่าไฟต่อรอบหุงต่ำ: 700W ใช้ราว 25 นาทีต่อรอบ — ผมคำนวณคร่าวๆ ค่าไฟต่อรอบหุงไม่ถึง 2 บาท เดือนหนึ่งหุง 25 รอบ + warm บ้าง รวมราว 30-40 บาท ที่ผมเห็นในบิลค่าไฟ ส่วนต่างจากเดือนก่อนใช้ไม่เยอะ
  • หม้อในเคลือบกันติดดี: ใช้ 6 สัปดาห์ยังไม่มีรอยขูด — เศษข้าวก้นหม้อหลุดด้วยฟองน้ำธรรมดา ผมไม่ต้องแช่น้ำหรือขัด ล้างเสร็จใน 30 วินาที ลดเวลาทำความสะอาดได้มาก

ข้อเสีย

  • ไม่มีโหมดดิจิตอล / ตั้งเวลาล่วงหน้า: ใครชอบตื่นมาเจอข้าวสุกแล้ว — ตั้งเวลาล่วงหน้าตอนกลางคืนไม่ได้ ต้องกดเอง ผมว่าถ้าเทียบในงบนี้รุ่นดิจิตอลมีให้เลือกเหมือนกัน ใครต้องการต้องเพิ่มงบเล็กน้อย
  • ความจุไม่พอครอบครัว 4+ คน: ใส่เกิน 2.5 ถ้วยตวงข้าวเริ่มล้นขอบ — ครอบครัว 4-5 คนกินเยอะคงไม่พอใน 1 รอบ ต้องหุง 2 รอบ หรือไปรุ่นความจุ 1.8L+ แทน รุ่นนี้ออกแบบสำหรับครัวคนน้อย ตามที่ผู้ผลิตวางตำแหน่ง
  • คู่มือภาษาไทยน้อย: มีแต่ภาษาอังกฤษกับจีนเป็นหลัก — ภาษาไทยมีนิดเดียว คนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษอาจงงเรื่อง ratio ข้าวกับน้ำตอนเริ่ม ผมต้องลองเองอยู่ 2-3 รอบกว่าจะได้สูตรที่นุ่มกำลังดี

จุดที่คนมักเข้าใจผิดเรื่องหม้อ 2.2L

ผมเห็นในกระทู้ pantip กับ comment ใต้รีวิว Shopee คนมักเข้าใจผิดเรื่องหม้อขนาด 2.2 ลิตรอยู่ 2 จุด ที่ผมอยากเล่าจากประสบการณ์ตรง

จุดแรก หลายคนคิดว่าหม้อ 2.2L = หุงได้ 2.2 ลิตรเต็มๆ — จริงๆ ความจุที่ระบุคือ “ความจุหม้อ” ไม่ใช่ “ความจุข้าวที่หุงได้” ในทางปฏิบัติ ผู้ผลิตหม้อหุงข้าวส่วนใหญ่แนะนำใส่ข้าว+น้ำไม่เกิน 70-80% ของความจุ มิฉะนั้นน้ำจะล้น ข้าวจะแฉะ ผมลองใส่เต็ม 100% รอบแรกก็ล้นจริง สำหรับ Gaabor 2.2L เพดานปลอดภัยคือราว 2.5 ถ้วยตวง = ข้าวสวยพอครอบครัว 3-4 คน 1 มื้อ

จุดที่สอง คนมักคิดว่ากำลังไฟสูง = หุงเร็ว = ดีกว่า — จริงๆ wattage ต้อง match กับ thermal mass ของหม้อ Gaabor 2.2L ที่ 700W หุงข้าว 2 ถ้วยใน 25 นาที เทียบกับหม้อ IH 1000W ขนาดใกล้เคียง ที่หุงราว 22-23 นาที ต่างกันแค่ 2-3 นาที แต่ราคาห่างกันหลายเท่า ในมุมผม wattage ที่พอดีกับขนาดหม้อสำคัญกว่า wattage ที่สูงไว้ก่อน

ใครสนใจดูเปรียบเทียบหม้อหุงข้าวรุ่นอื่นๆ ลองอ่าน รีวิว 5 อันดับ หม้อหุงข้าวดิจิตอล ยี่ห้อไหนดี เพื่อเทียบกับรุ่นที่มีโหมดเยอะกว่า ก่อนตัดสินใจ

Gaabor RC50M-BE01A เทียบกับหม้อ entry รุ่นอื่น

ผมเทียบกับหม้อ entry tier 2 รุ่นที่อยู่ในเซกเมนต์ใกล้เคียง เพื่อให้เห็นภาพว่ารุ่นนี้แข็งจุดไหน อ่อนจุดไหน

เทียบกับ Toshiba RC-10NMF series — Toshiba เป็นหม้อ digital ที่มีโปรแกรมหุงเยอะกว่า มีโหมดเค้ก โจ๊ก ตุ๋น และตั้งเวลาล่วงหน้าได้ ส่วน Gaabor RC50M-BE01A เป็น mechanical ตัด 2 โหมดง่ายๆ ใครที่ต้องการหม้อทำได้หลายอย่างไปทาง Toshiba ส่วนใครที่ต้องการหุงข้าวอย่างเดียว ใช้ทุกวัน ไม่ต้องการโหมดเยอะ Gaabor พอ ราคา Gaabor อยู่ในเซกเมนต์เข้าถึงง่ายกว่าชัดเจน

เทียบกับหม้อ Sharp / Hanabishi 1.8L เซกเมนต์เดียวกัน — ความจุต่างกัน Sharp/Hanabishi 1.8L หุงเต็มได้ราว 2 ถ้วยตวง ส่วน Gaabor 2.2L หุงได้ถึง 2.5 ถ้วย ครอบครัว 3 คนใช้ Gaabor พอ ส่วนคนเดียวหรือคู่ Sharp/Hanabishi อาจประหยัดพื้นที่กว่า ฟีเจอร์โดยรวมใกล้เคียงกัน ทั้งคู่เป็น mechanical

สรุปจุดยืนของ Gaabor RC50M-BE01A ในตลาด — รุ่น mechanical ความจุ 2.2L ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะคนที่ต้องการหม้อทำงานพื้นฐานได้ดี ไม่ต้องการโหมดดิจิตอล

Gaabor RC50M-BE01A เหมาะกับใคร?

หลังใช้มา 6 สัปดาห์ ผมว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์คนกลุ่มเฉพาะมากกว่าจะเป็นหม้อ “ครอบจักรวาล” ลองดูตามนี้

เหมาะกับ

  • คนคอนโด/ห้องเช่า 1-3 คน ที่ต้องการหม้อหุงข้าวประจำวัน ไม่กินที่บนเคาน์เตอร์ครัวขนาดจำกัด
  • ครอบครัวเล็ก 2-3 คน ที่กินข้าวสวยเป็นหลัก ไม่ได้ทำเค้ก ทำขนมในหม้อ
  • ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลูกหลาน ต้องการหม้อปุ่มน้อย ใช้งานง่าย ไม่ต้องเรียนรู้เมนูดิจิตอล
  • คนที่งบเข้าถึงง่าย ต้องการหม้อใหม่แทนรุ่นเก่าที่พัง โดยไม่อยากลงทุนกับหม้อ IH/ดิจิตอลในตอนนี้

ไม่เหมาะกับ

  • ครอบครัวใหญ่ 4-5 คน+ ที่กินข้าวเยอะ — ความจุไม่พอใน 1 รอบหุง
  • คนที่ชอบทำเมนูหลากหลาย เช่น ทำเค้ก ตุ๋น ทำขนม — ไม่มีโหมดเหล่านี้
  • คนที่ต้องการตั้งเวลาล่วงหน้า เพื่อให้ข้าวสุกพอดีตอนตื่น — รุ่นนี้ไม่มี timer

ข้อแนะนำ + ข้อควรระวัง

ข้อแนะนำ: ใช้ทัพพีพลาสติกที่ให้มาเสมอ อย่าใช้โลหะ แม้สารเคลือบจะดูทนแต่รอยขูดสะสมจะทำให้สารเคลือบหลุดเร็วกว่ากำหนด — ของผมใช้ทัพพีพลาสติก 6 สัปดาห์ยังเงาดี อีกข้อคือล้างหม้อในด้วยฟองน้ำนุ่มเท่านั้น ห้ามใช้ฝอยขัดเหล็ก

ข้อควรระวัง: ตอนตั้งหม้อ ห้ามใต้ตู้ครัวที่ตื้นเกินไป เพราะไอน้ำจะทำให้ขอบไม้ตู้ชื้น เกิดเชื้อราในระยะยาว ผมแนะนำเว้นพื้นที่ด้านบนหม้ออย่างน้อย 30 ซม. หรือวางบนเคาน์เตอร์เปิดโล่ง

สำหรับคนที่กำลังเล็งเครื่องครัวอื่นเสริมในคอนโด ลองดู รีวิว 5 อันดับ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่เซ็ตคู่กับหม้อหุงข้าวพอดี

คำถามที่เจอบ่อย (FAQ)

Gaabor RC50M-BE01A เหมาะกับครอบครัวกี่คน?

เหมาะกับครัวคนน้อย 1-3 คน หุงข้าวเต็มเพดานปลอดภัยที่ราว 2.5 ถ้วยตวง = ข้าวสวยพอ 3-4 คน 1 มื้อ ครอบครัว 4 คนขึ้นไปที่กินข้าวเยอะ คงต้องไปดูรุ่นความจุใหญ่กว่า

Gaabor RC50M-BE01A กินไฟเยอะมั้ย?

กำลังไฟ 700 วัตต์ ใช้ราว 25 นาทีต่อรอบหุง ถ้าหุงวันละ 1 รอบ + warm 2-3 ชั่วโมง ค่าไฟเพิ่มเดือนละราว 30-40 บาทตามที่ผมเห็นในบิล ถือว่าไม่เยอะ

Gaabor RC50M-BE01A ราคาเท่าไหร่?

ราคาเปลี่ยนตามโปรโมชันแต่ละช่วง รุ่นนี้อยู่ในเซกเมนต์ entry tier เข้าถึงง่าย เช็คราคาปัจจุบันได้ที่ Shopee

สรุป Gaabor RC50M-BE01A — ผมให้กี่คะแนน

หลังใช้ Gaabor RC50M-BE01A มา 6 สัปดาห์ ผมให้คะแนน 7.5/10 สำหรับเซกเมนต์หม้อหุงข้าว entry tier ความจุ 2.2L คะแนนนี้สะท้อนว่ารุ่นนี้ทำงานพื้นฐานได้ดี ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่ผิดหวัง

รุ่นนี้เหมาะกับครัวคอนโด หรือบ้านคนน้อย 1-3 คน ที่ใช้หม้อหุงข้าวทุกวัน ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์เยอะ เน้นการใช้งานง่าย ปุ่มน้อย ผู้สูงอายุที่บ้านก็หุงเองได้ทันทีโดยไม่ต้องสอน คนที่อยากได้หม้อใหม่ใส่ครัวเล็ก โดยไม่ลงทุนกับหม้อ IH ราคา 3-4 พัน รุ่นนี้เป็นทางเลือกที่ลงตัว

สิ่งที่ต้องแลกในงบนี้คือ ไม่มีโหมดดิจิตอล ไม่มี timer ตั้งเวลาล่วงหน้า ไม่มีโหมดเค้ก ตุ๋น โจ๊ก auto ใครต้องการสิ่งเหล่านี้คงต้องเพิ่มงบไปดูรุ่นดิจิตอลแทน แต่ถ้าเป้าหมายคือหุงข้าวสวย ใช้ทุกวัน ไม่จุกจิก รุ่นนี้ทำได้ดีในงบที่จ่าย

ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไป ผมยังเลือกรุ่นนี้สำหรับครัวคอนโดผม เพราะ ratio ราคา/ฟังก์ชั่นพื้นฐาน/คุณภาพข้าวที่ออกมา ลงตัวสำหรับ use case ของผม แต่ถ้าครอบครัวขยายเป็น 4-5 คน คงต้องเปลี่ยนไปรุ่นความจุใหญ่กว่า

ใครคอนโด 1-3 คน หาหม้อหุงข้าวประจำวัน งบไม่ได้สูง รุ่นนี้น่าลองดูก่อนตัดสินใจ ปุ่มกดง่าย ทำงานพื้นฐานครบ ขนาดพอดีเคาน์เตอร์ครัวเล็ก