
เอกสารสีที่ต้องส่งลูกค้าบ่ายนี้ แต่หัวพิมพ์อิงค์เจ็ทตันเพราะเครื่องถูกปล่อยว่างไว้สองสัปดาห์ ปัญหาแบบนี้คือเหตุผลหลักที่ออฟฟิศเล็กและคนทำงานที่บ้านหลายรายหันมามองเครื่องพิมพ์เลเซอร์สี เพราะผงหมึกโทนเนอร์ไม่มีน้ำหมึกให้แห้งค้างในหัวพิมพ์ เปิดเครื่องแล้วพิมพ์ได้เลย
Canon imageCLASS MF662Cdw คือรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ MF660 ที่ทำได้ 3 อย่าง พิมพ์ ถ่ายเอกสาร และสแกน พร้อมพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ จอสัมผัส 5 นิ้ว และ Wi-Fi ในตัว ทีมงาน promotionth วิเคราะห์จากสเปกที่ Canon ประเทศไทยเผยแพร่ เพื่อบอกให้ชัดว่ารุ่นนี้เหมาะกับงานแบบไหน และตรงไหนที่ต้องยอมรับก่อนตัดสินใจ
คำตอบสั้นก่อนอ่านต่อ: MF662Cdw เทียบกับรุ่นพี่ MF665Cdw ต่างกันตรงไหน
- MF662Cdw: พิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน ผ่านกระจกวางต้นฉบับทีละแผ่น ไม่มีถาดป้อนต้นฉบับอัตโนมัติ (ADF) และไม่มีแฟกซ์
- MF665Cdw: เพิ่ม ADF 50 แผ่นแบบสแกนสองหน้าในรอบเดียว และมีฟังก์ชันแฟกซ์ ตามเอกสารเปรียบเทียบของ Canon
- ถ้างานหลักคือพิมพ์ออก และสแกนนานๆ ครั้งไม่เกินวันละ 5-10 หน้า MF662Cdw ครอบคลุมพอ ถ้าต้องสแกนเอกสารหลายหน้าต่อชุดเป็นประจำ ควรขยับไปรุ่นที่มี ADF
บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) — หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ในหน้านี้ ทีมงาน promotionth อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้า โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่าย และไม่มีผลต่อความเห็นในบทวิเคราะห์นี้
สเปก Canon imageCLASS MF662Cdw ฉบับอ่านเข้าใจง่าย
ตัวเลขด้านล่างอ้างอิงจากหน้าสินค้าของ Canon ประเทศไทย และคู่มือผู้ใช้ออนไลน์ของ Canon ช่องที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุ ทีมงานเขียนว่า “ไม่ระบุ” ตรงๆ
| หัวข้อ | สเปก |
|---|---|
| ประเภท | เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีมัลติฟังก์ชัน (พิมพ์ / ถ่ายเอกสาร / สแกน) |
| ความเร็วพิมพ์ A4 | 25 แผ่นต่อนาที ทั้งขาวดำและสี |
| งานแผ่นแรก | 10.4 วินาที (ขาวดำ) / 10.5 วินาที (สี) |
| วอร์มอัพ | ไม่เกิน 13 วินาทีหลังเปิดเครื่อง / ไม่เกิน 4.8 วินาทีเมื่อตื่นจากโหมดสลีป |
| ความละเอียดพิมพ์ | 600 x 600 dpi (เทียบเท่า 1,200 x 1,200 dpi ด้วย Image Refinement) |
| พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ | มี |
| ถาดกระดาษ | ถาดหลัก 250 แผ่น + ช่องป้อนมือ 1 แผ่น / ถาดรับออก 100 แผ่น |
| น้ำหนักกระดาษ | 60-200 แกรม |
| สแกน | กระจกวางต้นฉบับ ความละเอียดออปติคอล 600 x 600 dpi / ไม่มี ADF |
| จอ | จอสัมผัสสี 5 นิ้ว |
| หน่วยความจำ | RAM 1 GB / eMMC 2 GB |
| การเชื่อมต่อ | USB 2.0, LAN Gigabit, Wi-Fi 802.11b/g/n |
| หมึก | Cartridge 075 / 075H (ดำ + ฟ้า ชมพู เหลือง) |
| ปริมาณงานสูงสุดต่อเดือน | 30,000 หน้า |
| ไฟฟ้า | AC 220-240 V / ขณะทำงาน 580 W (สูงสุด 980 W) / สแตนด์บาย 12 W / สลีป 1 W |
| ขนาด (กว้าง x ลึก x สูง) | 425 x 461 x 360 มม. |
| น้ำหนัก | ประมาณ 16.49 กก. (ไม่รวมหมึก) |
| สภาพแวดล้อมใช้งาน | 10-30 องศาเซลเซียส / ความชื้น 20-80% |
| การรับประกัน | ไม่ระบุบนหน้าสินค้า (สอบถามร้านค้าก่อนสั่ง) |
ความเร็ว 25 แผ่นต่อนาที ในงานจริงหมายถึงอะไร
ตัวเลข 25 แผ่นต่อนาทีเป็นความเร็วต่อเนื่องบนกระดาษ A4 ที่ Canon ระบุ ตัวเลขที่มีผลกับชีวิตประจำวันมากกว่าคือเวลางานแผ่นแรก 10.4-10.5 วินาที เพราะงานออฟฟิศส่วนใหญ่สั่งพิมพ์ครั้งละ 1-5 หน้า ไม่ใช่ครั้งละ 50 หน้า
ถ้าคุณสั่งพิมพ์ใบเสนอราคา 3 หน้า เวลารวมจะอยู่ราว 15-20 วินาที นับตั้งแต่กดพิมพ์จนกระดาษออกครบ ในกรณีที่เครื่องไม่ได้อยู่ในโหมดสลีปลึก ส่วนถ้าเครื่องหลับอยู่ Canon ระบุว่าตื่นได้ในไม่เกิน 4.8 วินาที
จุดที่ควรรู้คือ Canon ระบุความเร็วสีเท่ากับขาวดำที่ 25 แผ่นต่อนาที เครื่องพิมพ์สีราคาประหยัดบางรุ่นพิมพ์สีช้ากว่าขาวดำชัดเจน สำหรับรุ่นนี้งานเอกสารที่มีโลโก้สีหรือกราฟสีจึงไม่ทำให้คิวพิมพ์ช้าลงตามสเปก
ด้านคุณภาพ ความละเอียดจริงของหัวพิมพ์อยู่ที่ 600 x 600 dpi และ Canon ใช้เทคโนโลยี Image Refinement เกลี่ยขอบตัวอักษรให้ได้ผลเทียบเท่า 1,200 x 1,200 dpi ตามข้อมูลผู้ผลิต สำหรับตัวหนังสือ ตาราง และกราฟ ระดับนี้คมพอ แต่ถ้าคุณคาดหวังภาพถ่ายโทนผิวละเอียดแบบโฟโต้แล็บ เลเซอร์สีทุกยี่ห้อยังเป็นรองอิงค์เจ็ทสำหรับงานภาพถ่ายโดยธรรมชาติของผงหมึก
Canon ยังใส่ฟังก์ชัน V2 Colour Profile ที่ผู้ผลิตระบุว่าช่วยให้สีสดและสมจริงขึ้น ทีมงานมองว่าเหมาะกับงานนำเสนอ โบรชัวร์ภายใน และเอกสารการตลาดที่พิมพ์ใช้เองในออฟฟิศ
สแกนและถ่ายเอกสาร: ไม่มี ADF กระทบงานแบบไหน
นี่คือจุดที่ต้องอ่านให้ชัดที่สุดก่อนสั่งซื้อ MF662Cdw สแกนและถ่ายเอกสารผ่านกระจกวางต้นฉบับเท่านั้น เอกสารเปรียบเทียบของ Canon ระบุว่ารุ่นนี้ไม่มีถาดป้อนต้นฉบับอัตโนมัติ ต่างจาก MF665Cdw ที่มี ADF 50 แผ่น
ผลในทางปฏิบัติคือ ถ้าคุณต้องสแกนสัญญา 12 หน้า คุณต้องเปิดฝา วางทีละแผ่น กดสแกน แล้ววนซ้ำ 12 รอบ แม้ Canon ระบุความเร็วสแกนต่อแผ่นไว้ที่ 1.8-1.9 วินาที แต่เวลาที่เสียจริงอยู่ที่มือคุณเปลี่ยนกระดาษ ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง
ในทางกลับกัน งานที่ใช้กระจกวางต้นฉบับได้ดีกว่า ADF ก็มีอยู่จริง เช่น ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง สมุดบัญชี หรือเอกสารเย็บเล่ม ซึ่ง ADF ป้อนไม่ได้อยู่แล้ว Canon ใส่โหมด ID Card Copy และ Passport Copy มาให้ เพื่อจัดหน้าสองด้านของบัตรลงกระดาษแผ่นเดียว
ฟังก์ชันถ่ายเอกสารทำได้ 25 แผ่นต่อนาที งานแผ่นแรก 11.0-11.2 วินาที ย่อขยายได้ 25-400% ทีละ 1% และมีโหมด 2-on-1 กับ 4-on-1 สำหรับรวมหลายหน้าลงแผ่นเดียว ปลายทางการสแกนรองรับอีเมล โฟลเดอร์แชร์ในเครือข่าย (SMB) และ FTP ตามสเปกผู้ผลิต
เชื่อมต่อและสั่งพิมพ์จากมือถือ
MF662Cdw มีช่องทางเชื่อมต่อครบสำหรับออฟฟิศเล็ก คือ USB 2.0 สำหรับต่อตรงกับคอมเครื่องเดียว LAN ความเร็วระดับ Gigabit สำหรับเสียบเข้าเราเตอร์ และ Wi-Fi 802.11b/g/n ที่รองรับทั้งการเชื่อมผ่านเราเตอร์และโหมด Access Point ให้มือถือเชื่อมตรงกับเครื่องพิมพ์ได้โดยไม่ผ่านเราเตอร์
ฝั่งมือถือรองรับแอป Canon PRINT, AirPrint สำหรับ iPhone และ iPad, Mopria Print Service สำหรับ Android และ Microsoft Universal Print สำหรับองค์กรที่ใช้ระบบคลาวด์ของ Microsoft ระบบปฏิบัติการที่ Canon ระบุว่ารองรับ ได้แก่ Windows, Windows Server, macOS, Linux และ Chrome OS
จุดที่ควรรู้คือ Wi-Fi ของรุ่นนี้เป็นมาตรฐาน 802.11b/g/n และหน้าสเปกของ Canon ไม่ได้ระบุว่ารองรับคลื่น 5 GHz ถ้าเราเตอร์ในออฟฟิศคุณแยกชื่อ Wi-Fi 2.4 GHz กับ 5 GHz ให้เชื่อมเครื่องพิมพ์กับฝั่ง 2.4 GHz เป็นค่าเริ่มต้น ส่วนใครที่วางเครื่องใกล้เราเตอร์ได้ การเสียบสาย LAN จะเสถียรกว่าสำหรับการใช้งานร่วมกันหลายคน
ด้านความปลอดภัย Canon ระบุว่ารองรับ TLS 1.3, WPA3, IEEE802.1X, IPsec และ SNMPv3 พร้อมฟังก์ชัน Department ID สำหรับแยกสิทธิ์และนับยอดพิมพ์ตามแผนก และ Secure Print ที่ต้องใส่รหัสที่เครื่องก่อนเอกสารจะพิมพ์ออก เหมาะกับเอกสารเงินเดือนหรือสัญญาที่ไม่อยากให้ค้างอยู่ในถาดให้คนอื่นหยิบ
หมึก Cartridge 075 กับ 075H: คิดต้นทุนระยะยาวอย่างไร
MF662Cdw ใช้ตลับหมึกแยก 4 สี ตามตารางของ Canon ประเทศไทย ตลับมาตรฐาน Cartridge 075 พิมพ์ได้ประมาณ 1,400 หน้า (ดำ) และ 1,300 หน้า (ฟ้า ชมพู เหลือง) ส่วนตลับความจุสูง Cartridge 075H พิมพ์ได้ประมาณ 3,500 หน้า (ดำ) และ 2,500 หน้า (สี)
ตัวเลขนี้บอกอะไรกับคุณ ถ้าออฟฟิศพิมพ์เอกสารขาวดำราววันละ 30 หน้า หรือเดือนละประมาณ 660 หน้าในวันทำงาน ตลับดำ 075H จะอยู่ได้ราว 5 เดือน ส่วนตลับมาตรฐานอยู่ได้ราว 2 เดือน ความถี่ในการเปลี่ยนตลับจึงต่างกันมากกว่า 2 เท่า
คำแนะนำเชิงความคุ้มค่าคือ ใช้ตลับที่มากับเครื่องให้หมดก่อน แล้วเทียบต้นทุนต่อหน้าของ 075 กับ 075H จากราคาที่ร้านค้าในวันที่คุณซื้อ โดยทั่วไปตลับความจุสูงมักมีต้นทุนต่อหน้าต่ำกว่า และลดความถี่ที่ต้องสั่งหมึก ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องหยุดงานกลางคันเพราะหมึกหมด
ข้อดีของระบบตลับแยกสีคือ เปลี่ยนเฉพาะสีที่หมด ถ้าคุณพิมพ์ขาวดำเป็นหลัก ตลับดำจะหมดก่อนและเปลี่ยนแค่ตลับเดียว ไม่ต้องทิ้งหมึกสีที่ยังเหลือ
ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
- ความเร็วสีเท่าขาวดำ: Canon ระบุ 25 แผ่นต่อนาทีทั้งสองแบบ งานเอกสารที่มีโลโก้หรือกราฟสีจึงไม่ทำให้คิวพิมพ์ช้าลง เหมาะกับออฟฟิศที่ผสมงานสีและขาวดำในวันเดียวกัน
- พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ: เครื่องกลับกระดาษเองโดยไม่ต้องพลิกด้วยมือ ลดปริมาณกระดาษได้ครึ่งหนึ่งในงานรายงานหลายหน้า และลดความผิดพลาดจากการใส่กระดาษกลับด้าน
- จอสัมผัส 5 นิ้วกับ Application Library: ตั้งปุ่มลัดพิมพ์แบบฟอร์มที่ใช้บ่อยได้จากหน้าจอเครื่อง ตามข้อมูลผู้ผลิต คนที่ไม่ถนัดคอมก็สั่งพิมพ์ฟอร์มประจำได้เอง
- ความปลอดภัยระดับองค์กร: Secure Print และ Department ID ช่วยคุมเอกสารลับและติดตามยอดพิมพ์ของแต่ละแผนก ซึ่งเครื่องพิมพ์ระดับบ้านส่วนใหญ่ไม่มี
- โทนเนอร์ไม่แห้งค้าง: ผงหมึกเลเซอร์ไม่อุดตันแบบหัวพิมพ์อิงค์เจ็ท เหมาะกับคนที่พิมพ์ไม่สม่ำเสมอ บางสัปดาห์พิมพ์เยอะ บางสัปดาห์ไม่ได้ใช้เลย
ข้อจำกัด
- ไม่มี ADF: สแกนหรือถ่ายเอกสารหลายหน้าต้องวางทีละแผ่นบนกระจก งานสแกนเอกสารชุดละ 10 หน้าขึ้นไปเป็นประจำจะเสียเวลามือคุณมาก
- ไม่มีแฟกซ์: ถ้าธุรกิจคุณยังต้องรับส่งแฟกซ์กับหน่วยงานหรือคู่ค้า ต้องเลือก MF665Cdw หรือรุ่นอื่นที่มีโมเด็มแฟกซ์
- ตัวเครื่องใหญ่และหนัก: ขนาด 425 x 461 x 360 มม. และน้ำหนักราว 16.5 กก. ต้องการโต๊ะหรือชั้นที่แข็งแรง ไม่เหมาะกับการวางบนชั้นหนังสือแคบๆ
เทียบกับ MF665Cdw รุ่นพี่ในซีรีส์เดียวกัน
ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์พิมพ์และจอ 5 นิ้วชุดเดียวกัน ความต่างตามเอกสารเปรียบเทียบของ Canon อยู่ที่งานฝั่งต้นฉบับ MF665Cdw มี ADF 50 แผ่นที่สแกนสองหน้าได้ในรอบเดียว (One Pass Scan) และมีแฟกซ์ความเร็ว 33.6 kbps ส่วน MF662Cdw ตัดสองอย่างนี้ออก
ถ้าถามว่าควรจ่ายเพิ่มไปรุ่นพี่หรือไม่ ให้ดูที่ปริมาณงานสแกน คนที่สแกนใบเสร็จหรือบัตรวันละไม่กี่ใบ ไม่ได้ประโยชน์จาก ADF เท่าไร แต่ถ้าคุณทำบัญชี งานเอกสารบุคคล หรือต้องแปลงเอกสารกระดาษเป็นไฟล์ PDF ทีละหลายสิบหน้า ADF จะคืนเวลาให้ทุกวัน
สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเลเซอร์สีหรือไม่ ลองดู เครื่องปริ้นเลเซอร์ยี่ห้อไหนดี 5 อันดับ เป็นภาพรวมตลาดก่อน และถ้างานของคุณเน้นพิมพ์ภาพสีจำนวนมากหรือกระดาษ A3 ระบบแท็งก์หมึกอย่างใน รีวิว Epson L15150 เครื่องพิมพ์ A3 แท็งก์หมึก อาจตอบโจทย์กว่า
ติดตั้งและพื้นที่วาง: อุณหภูมิห้องสำคัญกว่าที่คิด
จุดที่หลายคนมองข้ามคือสภาพแวดล้อมใช้งานที่ Canon ระบุไว้ที่ 10-30 องศาเซลเซียส และความชื้น 20-80% ห้องในไทยที่ไม่เปิดแอร์ช่วงบ่ายหน้าร้อนมักเกิน 30 องศาได้ง่าย ถ้าคุณวางเครื่องในห้องเก็บของหรือมุมบ้านที่ไม่มีแอร์ ควรเลือกจุดที่อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดตรง และเปิดใช้งานในช่วงที่ห้องไม่ร้อนจัด
เรื่องไฟฟ้า เครื่องกินไฟขณะทำงาน 580 W และพีคสูงสุด 980 W ตามข้อมูลผู้ผลิต ตัวเลขพีคนี้เกิดตอนชุดหลอมหมึกร้อนขึ้น ควรเสียบปลั๊กผนังโดยตรงหรือรางปลั๊กที่รองรับกำลังไฟพอ และไม่ควรพ่วงบนรางเดียวกับกาต้มน้ำหรือไมโครเวฟ ขณะสแตนด์บายใช้ 12 W และโหมดสลีป 1 W จึงเปิดทิ้งไว้ทั้งวันได้โดยไม่เปลืองไฟมาก
ขนาดตัวเครื่อง 425 x 461 x 360 มม. แต่พื้นที่ใช้งานจริงเมื่อเปิดถาดและฝาสแกนเต็มที่ Canon ระบุไว้ที่ 425 x 820 x 681 มม. ให้เผื่อระยะด้านหน้าสำหรับดึงถาดกระดาษ และด้านบนสำหรับเปิดฝากระจก ถ้าวางใต้ชั้นวางจะเปิดฝาสแกนไม่สุด
ขั้นตอนเริ่มใช้แบบย่อ
- แกะเทปกันกระแทกและวัสดุล็อกภายในออกให้ครบตามคู่มือ
- เสียบปลั๊กไฟ 220 V แล้วเปิดเครื่อง รอวอร์มอัพไม่เกิน 13 วินาที
- ตั้งค่า Wi-Fi ผ่านจอสัมผัส หรือเสียบสาย LAN
- ติดตั้งไดรเวอร์ UFR II ในคอม หรือเพิ่มเครื่องผ่าน AirPrint / Mopria ในมือถือ
- ลงทะเบียนรับประกันที่ระบบของ Canon ประเทศไทย
ถ้ามีเครื่องทำลายเอกสารอยู่ข้างเครื่องพิมพ์ด้วย ลองดู เครื่องทำลายเอกสารยี่ห้อไหนดี 5 อันดับ สำหรับจัดมุมเอกสารให้ครบในที่เดียว
MF662Cdw เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
เหมาะกับ
- ออฟฟิศเล็ก 2-10 คน ที่พิมพ์ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และรายงานสีเป็นหลัก และแชร์เครื่องผ่าน LAN หรือ Wi-Fi
- คนทำงานที่บ้านหรือฟรีแลนซ์ที่พิมพ์ไม่สม่ำเสมอ และเคยเจอปัญหาหัวพิมพ์อิงค์เจ็ทตัน
- ร้านค้าหรือคลินิกที่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนบ่อย โหมด ID Card Copy ช่วยจัดหน้าได้เร็ว
- ทีมที่ต้องการคุมเอกสารลับ ด้วย Secure Print และแยกยอดพิมพ์ด้วย Department ID
ไม่เหมาะกับ
- งานที่ต้องสแกนเอกสารหลายหน้าต่อชุดทุกวัน เช่น งานบัญชีหรืองานเอกสาร HR ควรเลือกรุ่นที่มี ADF
- ธุรกิจที่ยังต้องใช้แฟกซ์
- คนที่ต้องการพิมพ์ภาพถ่ายคุณภาพสูง หรือกระดาษขนาด A3 ซึ่งเครื่องนี้ไม่รองรับตามรายการขนาดกระดาษที่ Canon ระบุ
- พื้นที่วางจำกัดมาก หรือห้องที่ร้อนเกิน 30 องศาเป็นประจำโดยไม่มีแอร์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Canon MF662Cdw
Canon MF662Cdw สแกนเอกสารหลายหน้าเป็นไฟล์ PDF เดียวได้ไหม
ได้ แต่ต้องวางต้นฉบับทีละแผ่นบนกระจก เพราะรุ่นนี้ไม่มี ADF ตามเอกสารของ Canon ถ้าต้องทำงานนี้เป็นประจำ ควรพิจารณา MF665Cdw ที่มี ADF 50 แผ่น
พิมพ์จาก iPhone หรือ Android ได้ไหม ต้องลงแอปหรือเปล่า
ได้ iPhone และ iPad ใช้ AirPrint ได้เลยโดยไม่ต้องลงแอปเพิ่ม ฝั่ง Android รองรับ Mopria Print Service และทั้งสองระบบใช้แอป Canon PRINT ได้ถ้าต้องการสั่งสแกนจากมือถือ
ตลับหมึก Cartridge 075H คุ้มกว่า 075 ธรรมดาไหม
ตลับ 075H พิมพ์ได้มากกว่าราว 2.5 เท่าในหมึกดำ (3,500 เทียบ 1,400 หน้าตามข้อมูล Canon) ถ้าคุณพิมพ์เดือนละหลายร้อยหน้า ให้เทียบต้นทุนต่อหน้าจากราคาร้านค้าในวันที่ซื้อ ตลับความจุสูงมักคุ้มกว่าในระยะยาวและเปลี่ยนตลับไม่บ่อย
สรุป: Canon imageCLASS MF662Cdw คะแนน 8.0/10
MF662Cdw ทำงานหลักของออฟฟิศเล็กได้ครบ พิมพ์สีและขาวดำเร็วเท่ากันที่ 25 แผ่นต่อนาที มีพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ จอสัมผัส 5 นิ้ว และการเชื่อมต่อทั้งสาย LAN, Wi-Fi และมือถือ บวกฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ปกติพบในเครื่องระดับองค์กร
สิ่งที่ต้องแลกคือไม่มี ADF และไม่มีแฟกซ์ ข้อนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็นการตัดสเปกเพื่อวางตำแหน่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ ถ้างานสแกนของคุณเป็นแค่บัตรหรือเอกสารไม่กี่หน้าต่อวัน การตัดสองอย่างนี้แทบไม่กระทบ แต่ถ้าสแกนเป็นชุดทุกวัน รุ่นพี่คุ้มกว่าในระยะยาว
คำตัดสินของทีมงาน: เลือก MF662Cdw ถ้าคุณต้องการเลเซอร์สีที่เน้นงานพิมพ์ออก ใช้ร่วมกันหลายคน และไม่อยากเจอปัญหาหัวพิมพ์ตันอีก ข้ามไปรุ่นที่มี ADF ถ้างานสแกนหลายหน้าคือหัวใจของงานคุณ


