Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องกรองน้ำ เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องกรองน้ำ เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

วันนี้จะมาแนะนำ เครื่องกรองน้ำ เพราะน้ำคือส่วนสำคัญของร่างกายมนุษย์ เพราะช่วยหล่อเลี้ยงให้ทุกกระทบภายในร่างกายสามารถอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับของเสีย ทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายลดลง การดื่มน้ำที่มีคุณภาพ มั่นใจได้ต่อความสะอาดและให้ประโยชน์ต่อการดื่มในทุก ๆ วันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เกิดเป็นเครื่องกรองน้ำจากหลากหลายรุ่นและหลายแบรนด์ที่คนยุคนี้ต้องมีติดบ้านไว้ ดังนั้นขอแนะนำ 5 รุ่น จากแบรนด์เครื่องกรองน้ำที่คุณซื้อมาใช้แล้วสามารถไว้วางใจได้ คือ

1. Philips เครื่องกรองน้ำ ADD6910

Philips เครื่องกรองน้ำ ADD6910 ยี่ห้อไหนดี

เครื่องกรองน้ำคุณภาพจาก Philips สามารถไว้วางใจได้ถึงมาตรฐานการผลิตที่ดีเยี่ยม โดยมาในรุ่น ADD6910 ที่มีดีไซน์สุดเก๋ เพราะเป็นตู้กดน้ำที่มีตัวกรอง RO ภายใน ให้การใช้งานแบบครบครันในหนึ่งเดียว เพราะเมื่อกรองแล้วก็สามารถกดน้ำออกจากตู้และพร้อมดื่มได้ทันที เครื่องมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงสามารถนำไปติดตั้งหรือไปวางได้ทุกที่อย่างสะดวก ให้การกรองน้ำอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้นให้ความบริสุทธิ์ของน้ำด้วยระบบการฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบบ All in one99.999% กรองตะกั่วสารเคมีและคลอรีนได้ 99.9% เลือกใช้งาน LED-UV เพื่อฆ่าเชื้อต่างๆอย่างปลอดภัยลดความกระด้างของน้ำลงได้ถึง 95% มาพร้อมคุณสมบัติทำน้ำร้อนได้ภายใน 30 นาทีจากเทคโนโลยีการทำน้ำร้อนภายในตัวเครื่องและเปลี่ยนแผ่นกรองได้จึงทำให้สะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

  • เครื่องกรองน้ำสีขาว-เทา ดีไซน์โมเดิร์น
  • ระบบกรอง RO
  • ขนาดเครื่องกรองน้ำโดยรวม 232 x 250 x 424 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 7.0 กิโลกรัม
  • ความจุเครื่องกรอง 500 ลิตร
  • งานรับประกันเครื่องกรอง 2 ปี

 

2. Philips เครื่องกรองน้ำ รุ่น AUT2015

Philips เครื่องกรองน้ำ AUT2015 ยี่ห้อไหนดี

อีกหนึ่งรุ่นคุณภาพจากแบรนด์เครื่องกรองน้ำไว้วางใจได้อย่าง Philips คือรุ่น AUT2015 เด่นในเรื่องของการติดตั้งไว้ใต้ซิงค์ล้างจานหรือใกล้กับก๊อกน้ำ เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้โหมดการกรองน้ำคู่ที่จะช่วยทำให้การกรองมีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ ให้การใช้งานที่มีความหลากหลาย เพราะสามารถปรับเพื่อให้เกิดการกรองสำหรับน้ำดื่มและปรับสำหรับการทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก มาพร้อมกับกรองตะกอนและสารเคมีต่าง ๆ โดยการใช้คาร์บอนในแบบเดียวกับตัวกรอง RO จึงช่วยกรองทั้งฝุ่นละออง, แบคทีเรีย, เชื้อไวรัส และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่แม้จะมีขนาดเล็กเพียง 0.0001 um ก็สามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวแผ่นกรองจะมีการผสม CP และ Block Carbon รวมถึงการใช้ตัวกรองแบบรีเวิร์สออสโมซิส จึงทำให้สามารถกรองได้ทั้งเชื้อไวรัส, เชื้อแบคทีเรีย, สารเคมีอันตราย และโลหะขนาดเล็ก

  • เครื่องกรองสีขาว ดีไซน์โมเดิร์น
  • การกรองเป็นแบบรีเวอร์สออสโมซิส
  • ขนาดเครื่องโดยรวม 13.4 x 39.2 x 39 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 4.6 กิโลกรัม
  • งานรับประกัน 1 ปี

 

3. 3M เครื่องกรองน้ำ รุ่นตั้งโต๊ะ COUNTER TOP

3M เครื่องกรองน้ำ รุ่นตั้งโต๊ะ COUNTER TOP ยี่ห้อไหนดี

เครื่องกรองน้ำจาก 3M ในรุ่น COUNTER TOP มีความเด่นเรื่องของรูปทรงที่สามารถตั้งวางกับโต๊ะได้ โดยไม่จำเป็นต้องเจาะผนังแต่อย่างใด ให้ดีไซน์ที่มีความสวยแบบโมเดิร์นสามารถกรองเชื้อโรคได้ 99.99% พร้อมการกรองคลอรีน, ตะกอน, สารเคมี, สารพิษ และโลหะหนักได้อย่างดีเยี่ยม โดยในตัวจะมีก๊อกพร้อมกดน้ำได้ทันที จึงให้การใช้งานที่ถือว่าสะดวกและง่ายดายเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ตัวไส้กรองยังทำการเปลี่ยนได้ด้วยตัวคุณเอง การกรองสิ่งสกปรกต่าง ๆ ทำได้ในขนาด 0.5 ไมครอน โดยใช้เทคโนโลยีสำหรับการทำน้ำสะอาดด้วยโพลีโพรพิลีน มีการดักจับตะกอนด้วยการใช้คาร์บอนกัมมันต์อัดแท่งที่ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง 3M ได้รับมาตรฐานสากล NSF42 มาแล้ว จึงสามารถกรองน้ำทุกประเภทได้โดยไร้ทั้งสีและกลิ่น พร้อมให้ความสะอาดสูง ไส้กรองใช้งานได้ยาวนาน 1 ปี การกรองน้ำใช้เวลาเพียง 3-5 นาที จะสามารถกดน้ำออกมาดื่มได้เลย นอกจากนี้ยังใช้งานร่วมกับซิงค์ล้างจาน เพื่อการล้างทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ โดยปราศจากคลอรีนและสารเคมีฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้อีกด้วย

  • ตัวเครื่องสีขาว ดีไซน์โมเดิร์น แบบเคาน์เตอร์ ท็อป
  • ความจุในการกรอง 2,800 ลิตร
  • ประสิทธิภาพในการกรอง 0.5 ไมครอน
  • ขนาดเครื่องกรองน้ำโดยรวม 19 x 36 เซนติเมตร
  • งานรับประกัน 1 ปี

 

4. Mazuma เครื่องกรองน้ำดื่ม รุ่น AQ-50UF

Mazuma เครื่องกรองน้ำดื่ม รุ่น AQ-50UF ยี่ห้อไหนดี

สำหรับเครื่องกรองน้ำ mazuma ในรุ่น AQ-50UF จะให้การกรองแบบมีคุณภาพสูงถึง 5 ขั้นตอนด้วยกันจึงสามารถมั่นใจได้ว่าน้ำที่ดื่มสะอาดและปราศจากเชื้อโรคต่างๆ มาเจือปนแน่นอนให้ประสิทธิภาพของไส้กรองสูงด้วยการใช้ Ultrafiltration Membrane หรือ UFสามารถกรองน้ำเพื่อการบริโภคได้สูงสุดครัวเรือนละ 6 คนสำหรับตัวผลิตภัณฑ์ใช้เป็นพลาสติกคุณภาพสูงอย่าง HDPEที่มีความแข็งแรงทนทานใช้งานได้ยาวนานและไม่ก่อให้เกิดสนิม ทนทานต่อแรงดันน้ำได้สูงสุด 70 psiจึงไม่เสียหายง่ายระบบกรอง 5 ขั้นตอนอายุไส้กรองใช้งานที่ยาวนาน 1 ปีการกรองทั้ง 5 ชั้นนั้นจะมีตั้งแต่กรองตะกอนหยาบ, กรองตะกอนเพื่อดูดซับสีและความขุ่น, กรองกันหินปูนและลดความกระด้างน้ำ, กรองเชื้อโรคและแบคทีเรียที่มีการปนเปื้อน, กรองชั้นสุดท้ายที่จะดูซับทั้งสี, กลิ่น, สารเคมี, คลอรีน, โลหะและสารต่างๆเมื่อออกมาเป็นน้ำดื่มแล้วจะให้คุณภาพดีดื่มได้อย่างปลอดภัย

  • เครื่องกรองน้ำสีขาว
  • ระบบการกรอง 5 ขั้นตอนแบบ Activated Carbon Block
  • ขนาดของเครื่องกรองน้ำโดยรวม 38 x 41 x 22 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 4.2 กิโลกรัม
  • งานรับประกัน 1 ปี

 

5. Clarte’ เครื่องกรองน้ำ รุ่น WP192R

Clarte' เครื่องกรองน้ำ ระบบ RO รุ่น WP192RO ยี่ห้อไหนดี

Clarte’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เครื่องกรองน้ำที่ไว้วางใจได้เสมอมากับรุ่น WP192RO ที่เป็นกรองแบบ 5 ขั้นตอน และมีระบบวาล์วน้ำ 2 จุด โดยจะมีวาล์วน้ำเข้าเครื่องกรองและจุดวาล์วรับน้ำที่กรองแล้ว จึงทำให้น้ำที่ออกมานั้นมีคุณภาพ พร้อมระบบถ่ายน้ำทิ้งอัตโนมัติแบบ Auto Flush ควบคุมการทำงานภายในด้วยระบบดิจิตอล เริ่มต้นจากไส้กรอง PP หรือไส้กรองหยาบที่สามารถกรองละเอียดได้ถึง 5 ไมครอน, กรองคาร์บอนแบบเกล็ดเพื่อช่วยลดคลอรีนและกรองสารเคมีต่าง ๆ, กรองเรซิ่นเพื่อปรับความกระด้างของน้ำ ช่วยกรองหินปูนและทำให้น้ำมีรสชาติที่ดีมากขึ้น, กรอง RO Membrane ช่วยกรองสารเคมี, สิ่งสกปรก, เชื้อแบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ ด้วยความละเอียดสูงถึง 0.0001 ไมครอน และกรองขั้นสุดท้ายจะเป็นกรองคาร์บอนขนาด 12 นิ้ว ที่จะช่วยดูดซับทั้งกลิ่น คลอรีน สารเคมี และช่วยทำให้น้ำมีคุณภาพสูงสุด เป็นเครื่องกรองน้ำที่ต้องใช้ไฟฟ้าในขนาด 220v แต่ไม่ทำให้เปลืองไฟแน่นอน

  • เครื่องกรองน้ำเป็นสีขาวและมีโลโก้สีฟ้า
  • เครื่องกรองน้ำแบบ 5 ขั้นตอน
  • ขนาดเครื่องกรองน้ำโดยรวม 39 x 44 x 23 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 13 กิโลกรัม
  • ความจุของเครื่องกรองขนาด 12.5 ลิตร
  • มีงานรับประกัน 1 ปี

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยเจอมั้ยครับว่าซื้อเครื่องกรองน้ำมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้ใช้งานเท่าไหร่ หรือไม่ก็รู้สึกว่าน้ำที่กรองออกมาไม่ค่อยสะอาดเท่าที่คิด บางคนก็ซื้อแบบราคาถูก แต่พอใช้ไปได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยจนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หรือบางรุ่นที่ซื้อมาราคาแพง แต่กลับมีฟีเจอร์ที่เราไม่ได้ใช้เลยซักอย่าง เสียดายเงินไปเปล่าๆ

จริงๆ แล้วการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร บ้านของเราเป็นแบบไหน แล้วเราใช้น้ำเยอะแค่ไหนในแต่ละวัน ก็สามารถหาเครื่องที่ใช่ได้แล้ว วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าจะเลือกยังไงให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งคุณภาพน้ำ งบประมาณ และการใช้งานจริง

เพราะเครื่องกรองน้ำไม่ใช่แค่เรื่องของการดื่มน้ำสะอาดอย่างเดียว มันยังช่วยให้เราประหยัดค่าน้ำดื่มที่ซื้อมารายวัน ลดปัญหาหินปูนในเครื่องใช้ไฟฟ้า และที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพของคนในครอบครัวในระยะยาว แค่เลือกให้ถูกแบบ ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ เลยครับ

1. ทำความเข้าใจกับประเภทเครื่องกรองน้ำก่อนซื้อ

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เราต้องรู้ก่อนว่าเครื่องกรองน้ำมีหลายแบบมาก และแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน ลองมาดูกันว่าแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

เครื่องกรองน้ำแบบตั้งโต๊ะ

ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่อยู่คอนโด หอพัก หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ติดตั้งง่าย เสียบปลั๊กใช้ได้เลย ไม่ต้องเจาะท่อประปา ย้ายไปไหนก็เอาไปด้วยได้ แต่ข้อเสียคือความจุน้ำไม่เยอะ ถ้าครอบครัวใหญ่อาจต้องเติมน้ำบ่อย และการกรองอาจไม่ละเอียดเท่าระบบใหญ่

เครื่องกรองน้ำแบบติดตั้งใต้ซิงค์

สำหรับคนที่อยากได้น้ำสะอาดตรงจากก็อก ติดตั้งไว้ใต้อ่างล้างจาน เปิดก๊อกน้ำก็ได้น้ำกรองทันที เหมาะกับบ้านที่ใช้น้ำเยอะ หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนแก่ ที่ต้องการน้ำสะอาดสำหรับทำอาหาร ข้อเสียคือต้องจ้างช่างมาติดตั้ง และราคาค่อนข้างสูงกว่าแบบตั้งโต๊ะ

เครื่องกรองน้ำแบบ RO (Reverse Osmosis)

ตัวนี้กรองได้ละเอียดมาก กำจัดสารปนเปื้อนได้เกือบทั้งหมด รวมถึงแร่ธาตุที่เกินมาตรฐาน เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปามีคุณภาพไม่ดี หรือมีปัญหาเรื่องหินปูน แต่ข้อเสียคือเสียน้ำทิ้งเยอะ ประมาณ 3-4 ลิตรต่อ 1 ลิตรน้ำสะอาด และราคาค่อนข้างแพง

เครื่องกรองน้ำแบบ UF (Ultrafiltration)

กรองได้ดี กำจัดแบคทีเรียและเชื้อโรคออก แต่ยังคงแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ไว้ เสียน้ำทิ้งน้อยกว่าแบบ RO เหมาะกับคนที่อยู่ในพื้นที่น้ำประปาคุณภาพดีพอสมควร แต่อยากได้ความสะอาดเพิ่มขึ้น ราคาอยู่ในระดับกลาง ไม่แพงจนเกินไป

2. ดูสิ่งนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ

พอรู้แล้วว่ามีประเภทไหนบ้าง ต่อไปเราต้องดูรายละเอียดอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางทีเครื่องดูดีมาก แต่พอใช้จริงกลับไม่ตรงกับความต้องการเลย

คุณภาพน้ำประปาในพื้นที่ของคุณเป็นยังไง

ลองสังเกตดูว่าน้ำประปาที่บ้านคุณมีกลิ่นคาวหรือเปล่า มีตะกอนหรือไม่ หม้อต้มน้ำมีหินปูนเกาะเยอะมั้ย ถ้าเจอปัญหาพวกนี้บ่อย แสดงว่าคุณต้องการเครื่องกรองที่มีประสิทธิภาพสูง อาจจะต้องเป็นแบบ RO เลย แต่ถ้าน้ำประปาใสสะอาดอยู่แล้ว แค่เลือกแบบ UF หรือแบบคาร์บอนธรรมดาก็เพียงพอ

ใช้น้ำวันละกี่ลิตร

ครอบครัวเล็กๆ สองคน อาจใช้น้ำดื่มแค่วันละ 3-4 ลิตร แต่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ 5-6 คน หรือมีคนแวะมาเยี่ยมบ้านบ่อย อาจต้องใช้มากถึง 10-15 ลิตรต่อวัน ดูจากการใช้งานจริงของคุณ แล้วเลือกเครื่องที่มีความจุเหมาะสม ไม่งั้นจะเติมน้ำไม่ทันดื่มหรือรอกรองน้ำนานเกินไป

พื้นที่ติดตั้งมีเท่าไหร่

ถ้าอยู่คอนโดหรือห้องเช่าที่มีพื้นที่จำกัด เลือกแบบตั้งโต๊ะหรือแบบติดผนังจะดีกว่า แต่ถ้ามีพื้นที่ใต้ซิงค์เหลือเฟือ ก็ลองดูแบบติดตั้งใต้ซิงค์ เพราะจะได้ไม่ต้องมากวนใจเรื่องพื้นที่บนโต๊ะครัว และยังดูเรียบร้อยกว่าด้วย

งบประมาณที่มีอยู่

เครื่องกรองน้ำมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับประเภทและฟีเจอร์ แต่อย่าลืมคิดค่าใช้จ่ายระยะยาวด้วยนะ เช่น ค่าเปลี่ยนไส้กรอง บางรุ่นราคาเครื่องถูก แต่ไส้กรองแพง เปลี่ยนบ่อย ก็ไม่คุ้ม ควรดูรีวิวว่าไส้กรองอยู่ได้นานแค่ไหน หาซื้อง่ายมั้ย

3. เช็คลิสต์ช่วยตัดสินใจ ก่อนกดสั่งซื้อ

มาถึงตรงนี้แล้ว ลองเช็คตามลิสต์นี้ดู ถ้าตอบได้หมดแปลว่าคุณพร้อมซื้อแล้ว

  • รู้แล้วว่าต้องการกรองน้ำเพื่ออะไร – ดื่ม ทำอาหาร หรือใช้ทั่วไป
  • ทราบปริมาณน้ำที่ใช้ต่อวัน – เพื่อเลือกความจุที่เหมาะสม
  • มีพื้นที่สำหรับติดตั้ง – บนโต๊ะ ใต้ซิงค์ หรือติดผนัง
  • กำหนดงบไว้แล้ว – ทั้งค่าเครื่องและค่าบำรุงรักษา
  • อ่านรีวิวจากคนใช้จริง – ดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เปลี่ยนไส้กรองง่ายมั้ย
  • เช็คการรับประกัน – มีศูนย์บริการหรือเปล่า ส่งซ่อมง่ายมั้ย
  • ดูมาตรฐานการกรอง – มีรับรองจากหน่วยงานอาหารและยาหรือไม่

4. ข้อผิดพลาดที่คนมักทำตอนซื้อเครื่องกรองน้ำ

หลายคนซื้อเครื่องกรองน้ำแล้วไม่พอใจ ส่วนใหญ่มาจากข้อผิดพลาดง่ายๆ แบบนี้ ลองอ่านดูเผื่อจะได้หลีกเลี่ยง

ซื้อตามแบรนด์ดัง โดยไม่ดูสเปก

แบรนด์ดังไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคนเสมอไป บางรุ่นมีฟีเจอร์เยอะ แต่คุณไม่ได้ใช้ทั้งหมด จ่ายเงินไปเปล่าๆ ควรดูว่าฟีเจอร์ไหนที่คุณต้องใช้จริงๆ แล้วเลือกตามความต้องการมากกว่าชื่อเสียง

ลืมคิดเรื่องค่าไส้กรอง

เครื่องถูก แต่ไส้กรองแพงและหาซื้อยาก นี่คือกับดักที่เจอบ่อยมาก บางรุ่นไส้กรองต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือต้องเปลี่ยนทุก 2-3 เดือน ค่าใช้จ่ายก็เลยพุ่งสูง ควรเช็คก่อนว่าไส้กรองหาง่ายมั้ย อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง

รีวิวจากคนใช้จริงบอกได้เยอะมาก ทั้งเรื่องการใช้งานจริง ปัญหาที่เจอบ่อย หรือความทนทาน อย่าพึ่งพารีวิวจากเว็บไซต์เดียว ลองหาอ่านจากหลายแหล่ง รวมถึงคอมเมนต์ในช่อง YouTube หรือกลุ่มคนรีวิวของจริง

เลือกเครื่องที่ไม่เหมาะกับคุณภาพน้ำในพื้นที่

น้ำประปาแต่ละพื้นที่คุณภาพไม่เท่ากัน บางพื้นที่น้ำใส ไม่มีกลิ่น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องแบบ RO ที่เสียน้ำเยอะ แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่น้ำมีปัญหา ก็ควรเลือกเครื่องที่กรองได้ละเอียดกว่า ไม่งั้นจะเสียเงินซื้อแล้วน้ำยังไม่สะอาดพอ

5. เคล็ดลับการดูแลเครื่องกรองน้ำให้ใช้ได้นาน

พอซื้อมาแล้ว การดูแลรักษาก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าดูแลดีเครื่องก็จะใช้งานได้นานขึ้น และน้ำที่ออกมาก็จะสะอาดตลอด

  • เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด – อย่ารอจนน้ำมีกลิ่นหรือไหลช้าค่อยเปลี่ยน ควรเปลี่ยนตามระยะเวลาที่แนะนำ
  • ทำความสะอาดถังเก็บน้ำ – อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อไม่ให้มีตะกอนหรือเชื้อโรคเกาะ
  • ตรวจสอบสายน้ำและข้อต่อ – เช็คว่ามีรอยรั่วหรือชำรุดหรือเปล่า ถ้าเจอก็รีบซ่อมหรือเปลี่ยนทันที
  • ไม่ปล่อยให้น้ำขังในถังนาน – ถ้าไม่ได้ใช้สักพัก ควรปล่อยน้ำทิ้งแล้วกรองใหม่ เพราะน้ำที่ขังนานอาจมีเชื้อโรค
  • อ่านคู่มือการใช้งาน – แต่ละรุ่นมีวิธีดูแลที่แตกต่างกัน อ่านคู่มือให้ละเอียดจะช่วยให้ใช้งานได้ถูกต้อง

6. คำถามที่เจอบ่อย ก่อนซื้อเครื่องกรองน้ำ

เครื่องกรองน้ำแบบไหนเหมาะกับคอนโด

ถ้าพื้นที่จำกัด แนะนำเครื่องแบบตั้งโต๊ะหรือแบบที่ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะท่อ เพราะย้ายไปไหนก็เอาไปด้วยได้ แต่ถ้ามีพื้นที่ใต้ซิงค์ ก็ลองดูแบบติดใต้ซิงค์ จะได้ไม่ต้องมากวนใจเรื่องความสวยงามบนเคาน์เตอร์

ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งาน โดยปกติแบบคาร์บอนอาจอยู่ได้ 6-12 เดือน แบบ UF ประมาณ 12-24 เดือน ส่วน RO อาจต้องเปลี่ยนบางขั้นตอนทุก 6 เดือน ควรอ่านคู่มือให้ชัด หรือติดตามไฟแจ้งเตือนบนเครื่อง

เครื่องกรองน้ำแบบ RO เสียน้ำเยอะจริงมั้ย

จริงครับ แบบ RO จะเสียน้ำทิ้งประมาณ 3-4 ลิตร ต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร แต่ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่น้ำมีปัญหามาก มันก็คุ้มค่าที่จะแลกกับน้ำดื่มที่สะอาดมากขึ้น บางคนเก็บน้ำทิ้งไปใช้ล้างห้องน้ำหรือรดต้นไม้ก็ได้

ซื้อแบบไหนดีถ้างบไม่เกิน 5,000 บาท

ในงบนี้ควรมองหาเครื่องแบบตั้งโต๊ะหรือแบบคาร์บอนธรรมดา ซึ่งกรองได้ดีพอสมควรสำหรับการใช้ในครัวเรือน แค่เช็คว่าไส้กรองหาง่ายและไม่แพงจนเกินไป จะได้ไม่ปวดหัวในระยะยาว

ต้องล้างเครื่องกรองน้ำบ่อยมั้ย

ถ้าเป็นแบบมีถังเก็บน้ำ ควรล้างอย่างน้อยเดือนละครั้ง ส่วนเครื่องแบบติดตรงก๊อกน้ำอาจไม่ต้องล้างบ่อย แต่ควรเช็ดทำความสะอาดภายนอกเป็นประจำ และเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด

7. เลือกแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยู่คนเดียว บางคนมีครอบครัวใหญ่ บางคนชอบทำอาหารเอง บางคนกินข้าวนอกบ้านบ่อย มาดูกันว่าแต่ละแบบควรเลือกยังไง

สำหรับคนอยู่คนเดียวหรือคู่รัก

ถ้าใช้น้ำไม่เยอะมาก เลือกเครื่องแบบตั้งโต๊ะขนาดเล็กก็พอ ความจุประมาณ 2-3 ลิตร ไม่กินพื้นที่ ราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย เหมาะกับคนที่อยู่หอพักหรือคอนโดสตูดิโอ

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

แนะนำเลือกเครื่องที่กรองได้ละเอียด เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ควรเป็นแบบที่มีถังเก็บน้ำใหญ่ หรือแบบติดตรงก๊อกน้ำเพื่อใช้ได้ตลอดเวลา อย่าลืมเลือกแบบที่หาไส้กรองง่าย เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลตอนต้องเปลี่ยน

สำหรับคนที่ทำอาหารบ่อย

ถ้าใช้น้ำในการทำอาหารเยอะ แนะนำเครื่องแบบติดใต้ซิงค์ เปิดก๊อกน้ำก็ได้น้ำสะอาดทันที ไม่ต้องรอกรอง ไม่ต้องเติมน้ำให้ยุ่งยาก ประหยัดเวลามาก โดยเฉพาะตอนต้องล้างผักหรือต้มน้ำซุป

สำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ

ถ้าคุณเป็นคนที่ห่วงเรื่องสุขภาพมาก อยากได้น้ำที่สะอาดที่สุด ลองดูเครื่องแบบ RO จะดี เพราะกรองได้ละเอียดมาก กำจัดสารปนเปื้อนได้เกือบหมด แต่อย่าลืมเลือกแบบที่มีการเติมแร่ธาตุกลับคืนด้วย จะได้ดื่มแล้วไม่รู้สึกจืดเกินไป

สำหรับคนที่เช่าบ้านหรือย้ายบ่อย

เลือกแบบตั้งโต๊ะที่ไม่ต้องติดตั้งถาวร ถอดประกอบง่าย ย้ายไปไหนก็เอาไปด้วยได้ ไม่ต้องเสียเงินติดตั้งใหม่ทุกครั้ง และไม่ต้องกังวลเรื่องการเจาะผนังหรือท่อประปาที่อาจทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจ

สรุป

การเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำไม่ยากอย่างที่คิด แค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้งานยังไง แล้วเลือกตามไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่จำเป็นต้องซื้อแบบแพงที่สุดหรือแบบที่คนอื่นแนะนำเสมอไป เพราะแต่ละบ้านมีความต้องการไม่เหมือนกัน

อย่าลืมดูเรื่องคุณภาพน้ำในพื้นที่ของคุณก่อนตัดสินใจ เช็คว่าใช้น้ำวันละเท่าไหร่ มีพื้นที่ติดตั้งแค่ไหน และงบประมาณที่มี รวมถึงอย่าลืมคิดค่าบำรุงรักษาระยะยาวด้วย โดยเฉพาะค่าไส้กรองที่บางรุ่นอาจแพงและหายาก

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าเครื่องกรองน้ำแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองเทียบเคียงกับไลฟ์สไตล์ของคุณเอง แล้วเลือกให้คุ้มค่าที่สุดก็พอ น้ำสะอาดที่ได้ดื่มทุกวันมันคุ้มค่ามากกว่าที่คิด ทั้งเรื่องสุขภาพ รสชาติ และความอุ่นใจ ไม่ต้องซื้อน้ำดื่มทุกวันก็ประหยัดไปอีกเยอะเลย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

Related Articles