Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องทำวาฟเฟิล เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องทำวาฟเฟิล เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

ถ้าพูดถึงขนมที่ให้รสชาติอร่อยและเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นต้องมีวาฟเฟิลที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ เพราะให้รสชาติหอมอร่อย เมื่อรับประทานกับผลไม้, วิปครีม หรือไอศกรีมแล้ว เพิ่มรสชาติของความอร่อยที่ดีเยี่ยมมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้หลาย ๆ บ้าน ต้องการซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลมาทำรับประทานเอง ซึ่งถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาเครื่องทำวาฟเฟิลคุณภาพดี ทำออกมาแล้วให้ลายสวยงาม รสชาติเยี่ยม ขอแนะนำ 5 รุ่นเครื่องวาฟเฟิลที่ได้รับความนิยม ดังนี้

1. HOMEMATE เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HOM-TSK2105B

HOMEMATE เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HOM-TSK2105B ยี่ห้อไหนดี


HOMEMATE เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถทำเครื่องอบวาฟเฟิลทรงกลมออกมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะรุ่น HOM-TSK2105B ที่เป็นหนึ่งในรุ่นกำลังได้รับความนิยม ราคาเข้าถึงง่าย โดยสามารถให้เนื้อวาฟเฟิลทรงกลมที่มีความสวยงาม พร้อมตัวเครื่องที่ถูกทำขึ้นเพื่อให้แกะเนื้อวาฟเฟิลออกจากฝาทั้ง 2 ข้างได้ง่ายกว่าเดิม ให้การอบได้ถึง 4 ชิ้นต่อ 1 ครั้ง และใช้เวลาเพียง 2 นาทีก็สุกอย่างทันใจ มีไฟแจ้งเตือนที่ด้านหน้าเครื่องเมื่อขนมสุกจนได้ที่ ตัวพิมพ์จะมีการเคลือบสารกันติดไว้เป็นอย่างดี การดูแลทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก ส่วนวัสดุที่ใช้ภายนอกจะเป็นสแตนเลสที่มีคุณภาพ จึงให้ความแข็งแรงทนทานพอสมควรเลยทีเดียว

  • ตัวเครื่องเป็นสีเงินแบบสแตนเลสสตีล
  • มีขนาดเครื่องโดยรวม 23 x 11 x 32 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 3,000 กรัม
  • อบได้ 4 ชิ้นต่อ 1 ครั้ง
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

2. HOMEMATE เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HOM-TSK2105B

HOMEMATE เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น HOM-TSK2105B ยี่ห้อไหนดี


สำหรับเครื่องทำวาฟเฟิลของ HOMEMATE ในรุ่น HOM-TSK2105B จะให้รูปลักษณ์ทรงกลมที่มีความหนามากขึ้น ได้รับความนิยมใช้ทำขนมทั้งในบ้านเรือนและกลุ่มร้านคาเฟ่ ราคาไม่สูงมาก แต่ให้การใช้งานที่มีความสะดวกใช้ได้เลยทีเดียว มาในรูปแบบของพิมพ์วาฟเฟิลลึกพิเศษ จึงให้เนื้อของวาฟเฟิลที่มากขึ้นและสุกอย่างทั่วถึง ทั้งภายในและภายนอก โดยที่เนื้อภายนอกกรอบ หอม อร่อย และเนื้อภายในหนานุ่ม ใช้เวลาในการอบเพียง 2 นาทีเท่านั้น และการอบในแต่ละครั้งจะได้มากถึง 4 ชิ้น ด้านหน้าจะมีตัวปรับระดับความร้อนได้และมีไฟแจ้งเตือนเมื่อเนื้อของวาฟเฟิลสุกจนได้ที่ ตัวพิมพ์จะมีการเคลือบสารกันติดที่ไม่หลุดร่อนง่ายและให้การทำความสะอาดที่ง่ายเลยทีเดียว ส่วนตัวเครื่องภายนอกจะเป็นสแตนเลสสตีลคุณภาพ จึงให้การใช้งานที่ยาวนานและทนทานต่อความร้อนสูง

  • ตัวเครื่องเป็นสีเงินแบบแบบสแตนเลสสตีล
  • ด้านล่างจะมีฐานดันตัวเครื่องให้สูงขึ้น
  • ด้านหน้ามีปุ่มควบคุมและปรับระดับความร้อนได้
  • มีขนาดเครื่องโดยรวม 23 x 11 x 12 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 3,000 กรัม
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

3. CASIKO เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น CK-5005

CASIKO เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น CK-5005 ยี่ห้อไหนดี


CASIKO เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ทำวาฟเฟิลที่น่าสนใจและราคาไม่ถึงกับสูงมาก ทั้งยังมีรูปแบบของการทำวาฟเฟิลหลายขนาดและหลายดีไซน์ให้คุณได้เลือกใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งในรุ่น CK-5005 เป็นเครื่องทำลวดลายทรงกลมที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถตกแต่งบนไอศกรีมหรือขนมได้อย่างเหมาะสม การอบเพียงหนึ่งครั้งทำได้ถึง 8 ชิ้น ขนาดของวาฟเฟิลจะออกมาเล็กพอดีคำ รับประทานง่าย โดยใช้กำลังไฟเพียงแค่ 700 วัตต์ จึงไม่กินไฟมากเกินไป สามารถใช้กับแรงดันไฟฟ้าของบ้านขนาด 220-240v ได้ตามปกติ ส่วนตัวแม่พิมพ์นั้นจะเคลือบสาร Non-Sticks จึงไม่ทำให้เกิดปัญหาการติดแม่พิมพ์แต่อย่างใด ด้านหน้าของเครื่องจะมีไฟ LED ที่จะขึ้นเตือนเรื่องสถานะไว้อย่างชัดเจน ซึ่งขนาดของหลุมทำวาฟเฟิลทั้ง 8 หลุม จะมีความลึกอยู่ที่ 0.7 เซนติเมตร

  • ตัวเครื่องด้านนอกเป็นทรงสี่เหลี่ยมโทนสีขาว
  • ตัวเครื่องด้านในมีหลุมทรงกลมขนาดเล็ก เรียงกัน 8 หลุม
  • มีไฟ LED สีแดงและสีเขียว แสดงสถานะด้านหน้า
  • มีขนาดเครื่องโดยรวม 23.5 x 23 x 7 เซนติเมตร
  • ขนาดของหลุมภายใน 4.7 x 4.7 x 0.7 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม
  • มีงานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

4. Russell Taylors เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น WM-20

Russell Taylors เครื่องทำวาฟเฟิล รุ่น WM-20 ยี่ห้อไหนดี


Russell Taylors เป็นเครื่องทำวาฟเฟิลจากเบลเยี่ยมที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด โดยในรุ่น WM-20 มีคุณสมบัติของการเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานเทคโนโลยีรุ่นใหม่เพื่อทำให้การอบขนมเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยในหนึ่งเดียว ซึ่งตัวเครื่องถูกทำออกมาเป็นทรงกลม เพื่อทำวาฟเฟิลในแบบลวดลายปกติที่ออกมาสวยและน่ารับประทาน ใช้กำลังไฟอยู่ที่ 1,200 วัตต์ ให้การใช้งานที่ง่ายและมีตัวบอกสัญญาณเตือนที่ด้านหน้าของเครื่อง จึงทำให้วาฟเฟิลออกมาสวยงาม พร้อมมีรสชาติที่ดีเยี่ยมแน่นอน เครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด นำไปใช้งานได้ทุกที่อย่างสะดวกและหาที่เก็บได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาในการอบขนมให้ออกมาสวยและน่ารับประทาน ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 นาที ตัวแม่พิมพ์ใช้วัสดุที่มีการเคลือบสาร Non-Sticks ไว้ จึงไม่ทำให้ขนมติดเครื่องแน่นอนและการทำความสะอาดเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

  • ตัวเครื่องโทนสีขาวขนาดเล็กกะทัดรัด
  • มีไฟแจ้งเตือนสถานะที่บนฝาของเครื่อง
  • มีขนาดเครื่องโดยรวม 11 x 21 x 25 เซนติเมตร
  • ขนาดของหลุมวาฟเฟิลภายใน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 x 18 เซนติเมตร
  • มีงานรับประกัน 1 ปี

 

5. Lecon เครื่องทำวาฟเฟิล

เครื่องทำวาฟเฟิล ยี่ห้อไหนดี


Leconเป็นเครื่องทำวาฟเฟิลที่มีความหลากหลาย เพราะนอกจากจะทำขนมเค้กวาฟเฟิล, ทำขนมเนื้อวาฟเฟิลปกติ หรือไข่วาฟเฟิลก็สามารถทำได้อย่างสะดวกทั้งหมด มาในรูปแบบของเครื่องไฟฟ้าที่สามารถทำขนมเค้กไข่ในแบบฮ่องกงทุกสูตรแล้วออกมาอร่อยแน่นอน ทั้งยังเป็นเครื่องที่สามารถให้การอบแบบหมุนได้ 180 องศา เนื้อของวาฟเฟิลหรือเนื้อไข่จึงสามารถเข้าสู่แป้นพิมพ์ได้อย่างทั่วถึง ให้การอบด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 250 องศาเซลเซียส โดยที่ตัวเครื่องจะสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามที่คุณต้องการ และมีตัวช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของตัวเครื่องไว้ เพื่อป้องกันเนื้อวาฟเฟิลไหม้หรือเสียหายจนไม่สามารถรับประทานได้ พร้อมให้ความอร่อยที่กรอบนอก นุ่มใน และเนื้อออกมาสวยอย่างเท่าเทียมกัน ด้านล่างจะมีถาดเคลือบเทฟล่อนเพื่อป้องกันขนมติดถาด จึงทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องที่ง่าย ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสคุณภาพดี มีความแข็งแรงทนทาน และมีการเคลือบกันสนิมมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย

  • ตัวเครื่องสีเงินแบบสแตนเลสสตีล
  • มีการยกตัวเครื่องขึ้นสูงและมีตัวหมุน จึงสามารถหมุนได้ 180 องศา
  • ใช้กำลังไฟขนาด 220v หรือ 1,400 วัตต์
  • มีขนาดเครื่องโดยรวม 330 x 225 x 250 มิลลิเมตร
  • ด้านในจะเป็นวาฟเฟิลทรงกลมหรือที่เรียกว่าวาฟเฟิลไข่
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยที่ตื่นเช้ามา อยากทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้ลูกกินก่อนไปโรงเรียน แต่กลับต้องมาวุ่นวายกับการผสมแป้ง ทำให้แป้งติดกระทะ หรือกลับกลายเป็นก้อนสีดำไหม้เกรียมแทน บางครั้งก็อยากจะมีเมนูอะไรสักอย่างที่ทำง่าย เสิร์ฟได้เร็ว แถมดูน่าทานอีกด้วย นี่แหละคือเหตุผลที่เครื่องทำวาฟเฟิลกลายเป็นของใช้ในครัวที่หลายคนให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่พอจะซื้อจริงๆ กลับงงไปอีกแบบ มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบกลม แบบเหลี่ยม แบบลึก แบบตื้น ราคาก็หลากหลายตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน บางรุ่นบอกว่าเคลือบสารกันติด บางรุ่นบอกว่าทำความสะอาดง่าย แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าอันไหนเหมาะกับเราจริงๆ ซื้อมาแล้วจะได้ใช้บ่อย ไม่ใช่ซื้อมาแล้วเก็บไว้ในตู้ กินฝุ่นอย่างเดียว

วันนี้เราเลยจะมาช่วยแกะโจทย์ให้ชัดเจนว่า ถ้าจะซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลในปี 2025 ต้องดูอะไรบ้าง แต่ละแบบเหมาะกับใคร และที่สำคัญคือ ทำยังไงให้ซื้อมาแล้วคุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องเสียดายเงินที่จ่ายไป พร้อมไปดูกันเลย

ทำไมต้องมีเครื่องทำวาฟเฟิลในบ้าน?

บางคนอาจจะคิดว่า ซื้อวาฟเฟิลสำเร็จรูปก็ได้นี่ หรือจะไปซื้อร้านก็ได้ ทำไมต้องมาเสียเงินซื้อเครื่องด้วยล่ะ? จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนนะ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำกินเอง ชอบคุมส่วนผสมเอง หรือมีลูกเล็กที่ต้องดูแลเรื่องอาหาร การมีเครื่องทำวาฟเฟิลติดบ้านก็จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

นอกจากจะทำวาฟเฟิลหวานกินเล่นได้แล้ว บางคนยังใช้ทำวาฟเฟิลคาวเป็นมื้อหลักได้อีก ใส่ไข่ ใส่แฮม ใส่ชีส หรือจะโรยหน้าด้วยผักสดก็ได้ อร่อยไม่แพ้ซื้อจากร้านเลย แถมประหยัดกว่าอีกต่างหาก ยิ่งถ้าทำบ่อยๆ ก็ยิ่งคุ้มค่าเครื่องที่ซื้อมา

ประเภทของเครื่องทำวาฟเฟิล แต่ละแบบต่างกันยังไง?

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่องทำวาฟเฟิลมีหลายแบบ แต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป เราจะพาไปรู้จักกันทีละแบบ

1. วาฟเฟิลแบบเบลเยี่ยม (Belgian Waffle Maker)

ถ้าเคยทานวาฟเฟิลที่นุ่ม หนา มีช่องลึกๆ ให้ราดซอสหรือน้ำผึ้งได้เยอะๆ ก็ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน เครื่องทำวาฟเฟิลแบบเบลเยี่ยมจะมีแม่พิมพ์ที่ลึกกว่าแบบอื่น ทำให้วาฟเฟิลที่ได้มีความหนา กรอบนอกนุ่มใน ดูน่ากินมาก

เหมาะกับใคร: คนที่ชอบวาฟเฟิลหวาน ชอบเสิร์ฟกับไอศกรีม ครีม หรือผลไม้ หรือใครที่ชอบแต่งหน้าวาฟเฟิลให้สวยงาม เพราะช่องลึกจะทำให้ตกแต่งได้ง่าย

2. วาฟเฟิลแบบคลาสสิก (Classic Waffle Maker)

แบบนี้จะเป็นวาฟเฟิลบางกว่า มีช่องตื้นกว่า กินแล้วจะกรอบทั่วทั้งชิ้น เหมาะกับคนที่ไม่ชอบแบบนุ่มเกินไป ชอบความกรอบๆ แบบเบาๆ ทานง่าย

เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการทำวาฟเฟิลเร็วๆ ไม่ชอบความหนา หรือใครที่จะเอาไปทาแยมทานเล่นๆ เพราะวาฟเฟิลบางจะไม่อิ่มมากเกินไป

3. วาฟเฟิลแบบหมุนได้ (Rotating Waffle Maker)

เครื่องแบบนี้จะมีกลไกให้หมุนแม่พิมพ์ได้ 180 องศา ช่วยให้แป้งกระจายทั่วถึงทุกมุมของแม่พิมพ์ วาฟเฟิลที่ได้จะสุกสม่ำเสมอ ไม่มีจุดไหนไหม้หรือจุดไหนยังดิบ ดูเป็นมืออาชีพสุดๆ

เหมาะกับใคร: คนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ชอบทำอาหารที่ต้องใส่ใจในรายละเอียด หรือใครที่จะเอาไปขายก็ได้ เพราะคุณภาพของวาฟเฟิลจะสม่ำเสมอทุกชิ้น

สิ่งที่ต้องดูก่อนตัดสินใจซื้อ

รู้จักแบบต่างๆ แล้ว มาดูกันว่าเวลาซื้อต้องเช็กอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้พลาดซื้อของที่ไม่ตรงใจ

ขนาดของเครื่อง

อันดับแรกเลย ต้องดูว่าคุณมีพื้นที่ในครัวแค่ไหน ถ้าครัวเล็ก หรืออยู่คอนโดที่มีเคาน์เตอร์จำกัด ก็ควรเลือกเครื่องขนาดกะทัดรัดที่เก็บง่าย แต่ถ้ามีพื้นที่เยอะ ก็เลือกได้สบายตามสไตล์ที่ชอบ

นอกจากขนาดของตัวเครื่องแล้ว ต้องดูขนาดของวาฟเฟิลที่จะได้ด้วย บางเครื่องทำได้ทีละ 1 ชิ้น บางเครื่องทำได้ทีละ 2 หรือ 4 ชิ้นเลย ถ้าบ้านคุณมีคนเยอะ แนะนำให้เลือกแบบที่ทำได้หลายชิ้นพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องคอยทำทีละชิ้นจนเหนื่อย

วัสดุเคลือบผิว

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด ถ้าเครื่องมีผิวเคลือบสารกันติด (Non-stick) จะทำให้วาฟเฟิลหลุดออกมาง่าย ไม่ต้องใช้น้ำมันเยอะ ทำความสะอาดก็ง่ายมาก แค่เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำก็สะอาดแล้ว

แต่ถ้าเป็นผิวธรรมดา แป้งอาจจะติดแม่พิมพ์ ต้องใช้น้ำมันหรือเนยทาก่อนทุกครั้ง แถมทำความสะอาดยากกว่า ต้องขัดให้เหนื่อยอีกต่างหาก ก็เลือกตามความถนัดของตัวเองได้ แต่ถ้าจะให้สะดวก ยังไงก็แบบกันติด

ระบบควบคุมอุณหภูมิ

บางเครื่องจะมีปุ่มปรับความร้อนได้ บางเครื่องตั้งไว้แบบเดียวตายตัว ถ้าเครื่องปรับความร้อนได้ คุณจะทำวาฟเฟิลได้หลายแบบ ชอบกรอบนอกนุ่มในก็ปรับร้อนสูง ชอบนุ่มทั่วทั้งชิ้นก็ปรับร้อนต่ำ ยืดหยุ่นกว่าเยอะ

แต่ถ้าเป็นแบบตายตัว ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี บางครั้งการมีตัวเลือกเยอะเกินไปก็ทำให้งงได้ ถ้าคุณไม่ใช่คนชอบทดลองอะไรมาก อยากได้วาฟเฟิลที่กำลังดีทุกครั้ง แบบตายตัวก็เพียงพอแล้ว

สัญญาณไฟแจ้งเตือน

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณรู้ว่าเครื่องร้อนพอแล้ว หรือวาฟเฟิลสุกแล้วหรือยัง บางเครื่องจะมีไฟสีเขียวแสดงว่าพร้อมเท แป้ง และไฟสีแดงแสดงว่ากำลังทำงาน พอไฟเปลี่ยนสีก็รู้ว่าวาฟเฟิลสุกแล้ว ไม่ต้องมาคอยจับเวลาเอง

ถ้าไม่มีสัญญาณไฟก็ต้องดูจากไอน้ำ หรือเปิดดูด้วยตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร แต่จะต้องระวังเปิดก่อนสุกแล้วแป้งจะพัง หรือปิดช้าไปจะไหม้ มีไฟแจ้งก็จะสบายกว่าแน่นอน

ความปลอดภัย

เรื่องนี้ห้ามมองข้าม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ต้องดูว่าเครื่องมีด้ามจับกันร้อนหรือเปล่า มีระบบป้องกันความร้อนส่วนเกินมั้ย เพราะเครื่องทำวาฟเฟิลร้อนจริงๆ ถ้าจับผิดที่อาจจะลวกมือได้

ยิ่งถ้าเครื่องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อร้อนเกิน หรือมีฐานยางกันลื่นก็จะยิ่งดี เพราะจะได้ไม่ต้องมากังวลเวลาใช้งาน โดยเฉพาะถ้าเราจะปล่อยให้ลูกช่วยทำด้วย ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ

วิธีเลือกเครื่องทำวาฟเฟิลตามไลฟ์สไตล์

มาถึงจุดนี้ คุณคงพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าต้องดูอะไรบ้าง แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเลือกให้เหมาะกับวิธีใช้ชีวิตของคุณ ไม่ใช่แค่ดูแบรนด์หรือราคาอย่างเดียว

ถ้าคุณอยู่คนเดียว หรือคู่รัก

เลือกเครื่องขนาดเล็กพอดีคำ ทำได้ทีละ 1-2 ชิ้น เก็บง่าย ใช้พื้นที่น้อย แถมราคาก็ไม่แพง ดูให้เน้นที่ทำความสะอาดง่าย มีผิวกันติด เพราะคุณคงไม่อยากมาเสียเวลาขัดล้างหลังทำอาหารหรอก

ถ้าคุณมีครอบครัว

แนะนำเครื่องที่ทำได้หลายชิ้นพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องคอยทำทีละชิ้นจนเมื่อยมือ ลองดูแบบที่ทำได้ 4 ชิ้นเลย หรือถ้าอยากได้วาฟเฟิลขนาดใหญ่ก็เลือกแบบเบลเยี่ยม เด็กๆ จะชอบมากเพราะดูน่ากิน แถมยังทานได้นานกว่า

ถ้าคุณเป็นคนขายอาหาร

ต้องเลือกเครื่องที่แข็งแรง ทนทาน ใช้งานบ่อยได้โดยไม่เสีย แนะนำแบบหมุนได้ เพราะจะทำให้วาฟเฟิลสวยทุกชิ้น สม่ำเสมอ ลูกค้าจะได้พอใจ และต้องมีระบบควบคุมอุณหภูมิ เพราะบางครั้งลูกค้าอาจจะสั่งแบบกรอบ บางคนอาจจะสั่งแบบนุ่ม มีตัวปรับจะได้ทำตามออเดอร์ได้

ถ้าคุณชอบทดลองเมนูใหม่ๆ

เลือกเครื่องที่มีความยืดหยุ่น ปรับอุณหภูมิได้ ขนาดกลางๆ ที่ไม่เล็กจนเกินไปแต่ก็ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น และที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดง่าย เพราะคุณจะได้ทดลองทำบ่อยๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขี้เกียจล้าง

เคล็ดลับการใช้งานให้คุ้มค่าสุด

ซื้อเครื่องมาแล้ว ต้องรู้วิธีใช้ให้ถูกต้องด้วย ถึงจะคุ้มค่าจริงๆ มีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากกัน

1. อุ่นเครื่องให้ร้อนก่อนเท แป้ง

อย่าเพิ่งรีบเทแป้งทันทีที่เปิดเครื่อง ต้องรอให้เครื่องร้อนจริงๆ ก่อน สังเกตจากสัญญาณไฟหรือรอประมาณ 3-5 นาที ถ้าเทแป้งตอนเครื่องยังไม่ร้อนพอ วาฟเฟิลจะสุกไม่ทั่ว อาจจะเละหรือติดแม่พิมพ์ได้

2. อย่าเปิดฝาบ่อยเกินไป

เข้าใจว่าอยากเห็นว่าวาฟเฟิลสุกหรือยัง แต่การเปิดฝาบ่อยจะทำให้ความร้อนหนีออกไป วาฟเฟิลสุกไม่สม่ำเสมอ ลองใจเย็นๆ รอไปตามเวลาที่แนะนำ ถ้าเครื่องมีสัญญาณไฟก็ยิ่งดี แค่รอไฟเปลี่ยนสีก็รู้ว่าสุกแล้ว

3. ทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง

อย่าปล่อยให้คราบแห้งแข็งไปเลย เพราะจะทำให้ทำความสะอาดยากขึ้น พอใช้เสร็จรอให้เครื่องเย็นลงแล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำ ถ้ามีคราบติดก็ใช้สำลีชุบน้ำมันพืชเช็ด อย่าใช้แปรงแข็งขัดเพราะอาจทำให้ผิวกันติดหลุดลอกได้

4. เก็บให้ถูกวิธี

ถ้าจะเก็บเครื่อง ต้องให้แห้งสนิทก่อน อย่าเก็บตอนยังชื้นเพราะจะเกิดเชื้อราได้ และควรเก็บในที่แห้ง ไม่ชื้น ถ้าเก็บไว้ในตู้ก็ยิ่งดี จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะ

5. ทดลองสูตรใหม่ๆ

อย่าจำกัดตัวเองแค่สูตรธรรมดา ลองเพิ่มโกโก้ผงในแป้งเพื่อทำวาฟเฟิลช็อกโกแลต หรือใส่ชีสเพื่อทำวาฟเฟิลคาว หรือแม้แต่เอาข้าวเหลือมาผสมกับไข่ทอดในเครื่องก็ได้ ยิ่งใช้บ่อยก็ยิ่งคุ้มค่า

สัญญาณที่บอกว่าคุณควรซื้อเครื่องทำวาฟเฟิล

ถ้าคุณยังลังเลอยู่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ลองดูสัญญาณเหล่านี้ ถ้าตรงสักข้อก็แสดงว่าคุณควรมีติดบ้านแล้ว

  • คุณมีลูกเล็ก และต้องทำอาหารเช้าให้ทุกวัน วาฟเฟิลเป็นเมนูที่เด็กชอบ ทำง่าย ได้คุณค่าอาหารอีกด้วย
  • คุณชอบทำอาหารเอง อยากมีอุปกรณ์ที่หลากหลายในครัว วาฟเฟิลก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำได้ทั้งคาวและหวาน
  • คุณอยากประหยัดค่าอาหารเช้า แทนที่จะซื้อข้างนอกทุกวัน ทำเองก็ถูกกว่าและสะอาดกว่า
  • คุณมีธุรกิจขายอาหาร หรือกำลังคิดจะเริ่ม วาฟเฟิลเป็นเมนูที่ขายดีและทำง่าย
  • คุณชอบเชิญเพื่อนมาบ้าน และอยากมีอะไรเสิร์ฟที่ทำง่ายแต่ดูดี วาฟเฟิลก็ตอบโจทย์

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

ก่อนจะไปตัดสินใจซื้อ มีข้อผิดพลาดที่หลายคนมักพลาดบ่อยๆ รู้ไว้จะได้ไม่ต้องเสียดายเงินภายหลัง

1. ซื้อเพราะราคาถูกอย่างเดียว

ถูกจริง แต่ถ้าใช้แล้วไม่ดี ก็ไม่คุ้มอยู่ดี ควรดูที่คุณภาพประกอบด้วย อ่านรีวิวจากคนที่ซื้อจริงใช้จริง จะได้รู้ว่าของตัวไหนดีจริง

2. ไม่ดูขนาดให้ชัดเจน

บางคนซื้อมาแล้วถึงรู้ว่าตัวเครื่องใหญ่เกินไป วางไม่ได้ในครัว หรือเล็กเกินไปจนทำวาฟเฟิลได้แค่ชิ้นเดียว ไม่พอกิน ต้องเช็กขนาดให้ดีก่อนสั่ง

3. ละเลยเรื่องการทำความสะอาด

ซื้อมาแล้วถึงรู้ว่าทำความสะอาดยาก ถอดชิ้นส่วนไม่ได้ ต้องขัดเองทุกครั้ง สุดท้ายก็ขี้เกียจใช้ เก็บเข้าตู้ไป ก็เสียเงินฟรีๆ ต้องดูว่าเครื่องทำความสะอาดง่ายแค่ไหน

4. ไม่อ่านคู่มือการใช้งาน

หลายคนคิดว่าเครื่องทำวาฟเฟิลใช้ง่าย ไม่ต้องอ่านคู่มือก็ได้ แต่จริงๆ แล้วในคู่มือจะบอกเคล็ดลับดีๆ เช่น ควรอุ่นเครื่องนานแค่ไหน ควรใช้แป้งเท่าไหร่ต่อครั้ง การดูแลรักษายังไง จะได้ใช้เครื่องได้นานขึ้น

คำถามที่มักถามกัน

ทำวาฟเฟิลแล้วติดแม่พิมพ์ต้องทำยังไง?

ถ้าเครื่องมีผิวกันติดแล้วยังติด อาจเป็นเพราะเครื่องยังไม่ร้อนพอ หรือใช้แป้งที่มีน้ำมันน้อยเกินไป ลองทาเนยหรือน้ำมันพืชบางๆ บนแม่พิมพ์ก่อนเทแป้ง และรอให้เครื่องร้อนจริงๆ ก่อนเริ่มใช้

ต้องใช้น้ำมันทุกครั้งหรือเปล่า?

ถ้าเครื่องมีผิวกันติดที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกครั้ง แต่ครั้งแรกที่ใช้เครื่องใหม่แนะนำให้ทาบางๆ หลังจากนั้นถ้าวาฟเฟิลหลุดง่าย ไม่ติด ก็ไม่ต้องทาก็ได้

วาฟเฟิลไหม้ต้องทำยังไง?

ถ้าเครื่องปรับความร้อนได้ ลองลดความร้อนลง แล้วเพิ่มเวลาในการทำ จะได้วาฟเฟิลที่สุกทั่วแต่ไม่ไหม้ หรือถ้าเครื่องไม่มีปุ่มปรับ ก็ลองลดเวลาทำลง เปิดออกมาก่อนที่จะไหม้

ทำวาฟเฟิลแล้วไม่กรอบทำยังไง?

ถ้าอยากได้วาฟเฟิลกรอบ ต้องใช้ความร้อนที่สูงพอสมควร และอย่าเปิดฝาออกมาเร็วเกินไป รอให้ไอน้ำออกมาน้อยลงก่อนค่อยเปิด หรือถ้าทำเสร็จแล้วยังไม่กรอบพอ ลองนำไปอบในเครื่องอบอีกสักพักก็ได้

วาฟเฟิลที่ทำเองกับวาฟเฟิลสำเร็จรูป ต่างกันยังไง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องเหนื่อยทำเอง ทั้งที่มีวาฟเฟิลสำเร็จรูปขายอยู่ทั่วไป คำตอบคือ วาฟเฟิลที่ทำเองจะสดใหม่กว่า คุมส่วนผสมได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารกันบูด หรือน้ำตาลที่เยอะเกินไป

ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวแพ้อาหาร หรือควบคุมน้ำตาล การทำเองก็จะดีกว่า เพราะรู้ว่าใส่อะไรลงไปบ้าง แถมยังประหยัดเงินอีกด้วย ถ้าคำนวณดู ซื้อแป้งมาทำเอง 1 ถุงทำได้หลายชิ้น ถ้าแบ่งเป็นชิ้น ต้นทุนต่ำกว่าซื้อสำเร็จรูปเยอะ

สรุป: เลือกอย่างไรให้ได้ที่สุด

มาถึงตรงนี้ คุณน่าจะมีภาพชัดแล้วว่าจะเลือกเครื่องทำวาฟเฟิลแบบไหนดี จุดสำคัญที่สุดคือ อย่าเลือกแค่ดูราคาหรือแบรนด์อย่างเดียว ต้องมองให้รอบด้านว่ามันเหมาะกับการใช้งานจริงของคุณมั้ย

ถ้าคุณทำบ่อย ก็เลือกเครื่องที่ทำความสะอาดง่าย ทนทาน ถ้าครอบครัวใหญ่ ก็เลือกแบบที่ทำได้หลายชิ้น ถ้าชอบทดลอง ก็เลือกแบบที่ปรับอุณหภูมิได้ แต่ถ้าอยากได้แบบใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ก็เลือกแบบธรรมดาที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐาน

สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกให้ตรงกับสไตล์ของคุณ อย่าไปตามกระแส ซื้อเพราะเห็นคนอื่นใช้ แล้วพอซื้อมาใช้ไม่ถนัด ก็กลายเป็นของกินฝุ่นในที่สุด การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการซื้อสิ่งที่เราจะใช้จริง ใช้บ่อย และใช้ได้นาน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และเลือกได้เครื่องทำวาฟเฟิลที่ใช่สำหรับคุณจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ขอให้สนุกกับการทำวาฟเฟิลและอร่อยทุกมื้อนะ

Related Articles