1. Blackmores Lutein-Vis อาหารเสริมบํารุงสายตา (60 แคปซูล)
อาหารเสริมบำรุงสายตาที่ประกอบด้วยลูทีนจากสารสกัดดอกดาวเรืองช่วยบำรุงสายตา และซีลีเนียมมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ มอบสุขภาพดวงตาที่ดีให้กับคุณได้ในทุกวัน โดยใน 1 เม็ดก็ประกอบด้วย
- ลูทีน (จากสารสกัดดอกดาวเรือง 80 มิลลิกรัม) 6 มิลลิกรัม
- ซีลีเนียม (จากซิลีโนเมไธโอนีน 64.5 ไมโครกรัม) 26 ไมโครกรัม
- น้ำมันปลา (ให้ EPA 5.05 มิลลิกรัม และ DHA 25.25 มิลลิกรัม) 101 มิลลิกรัม
2. Puritan’s Pride Bilberry extract 1000 mg (180 แคปซูล)
อาหารเสริมบำรุงสายตาจากอเมริกาที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รีเข้มข้นที่มีส่วนช่วยทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น บรรเทาอาการตาพร่ามัวในตอนกลางคืน ช่วยลดความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการใช้งานมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็ควรรับประทานควบคู่กับลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งมีส่วนช่วยเรื่องการมองเห็น รับประทานง่ายด้วยเม็ดแบบซอฟท์เจล โดยใน 1 เม็ดก็ประกอบไปด้วย
- สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 250 มิลลิกรัม (a 4:1 Extract, equivalent to 1,000 mg of Bilberry)
- ส่วนผสมอื่นๆได้แก่ Soybean Oil, Gelatin, Vegetable Glycerine, Soy Lecithin, Natural Caramel Color และ Yellow Beeswax
3. Nfinite Luteines (ลูทีเนส) อาหารเสริมบํารุงสายตา (30 เม็ด)
อาหารเสริมบำรุงสายตาที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 5 ชนิด ที่ช่วยบำรุงสายตา มี Lutein และ Zeaxanthin ช่วยชะลอความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา บำรุงสายตาและบรรเทาอาการเมื่อยล้า อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามินเอ ที่ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง (Dry Eye) โดยใน 1 เม็ดก็ประกอบไปด้วย
- ลูทีน 10 mg ซีแซนทีน 2 mg
- สารสกัดจาก Maqui Berry
- สารสกัดจาก Blackcurrant
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
- สารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถึง 6 ชนิด
- มีวิตามิน A ,B2 ,B6 ,B12
- มีซิงค์
- น้ำมันเมล็ดลินิน (ช่วยลดอาการตาแห้ง)
4. DHC Blueberry อาหารเสริมบํารุงสายตา (120 เม็ด)
บำรุงสุขภาพดวงตาของคุณด้วย DHC Blueberry 60 วัน 120 เม็ด ที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี่เข้มข้น และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ช่วยให้ดวงตาสดชื่นจากการใช้สายตาหนัก วิตามินบำรุงสายตาที่ช่วยคืนความสดชื่นสดใสให้กับดวงตาของคุณ โดยส่วนประกอบที่ได้จากปริมาณที่ได้รับใน 1 วัน (620 มิลลิกรัม) ตัวประกอบไปด้วย
- Blueberry extract powder (36% anthocyanins) 170 mg
- Carotenoids 2 mg
- Free lutein 0.6 mg
- Vitamin B1 2 mg
- Vitamin B2 0.4 mg
- Vitamin B6 2 mg
- Vitamin B12 40μg
- Shiso fruit oil 156 mg (of which α-linolenic acid 85.8 mg)
- Stabilizers (shiso fruit oil, beeswax)
- Casing (Gelatin, glycerin)
5. BRAND’S สารสกัดจากเเบล็กเคอร์เเรนท์ ผสมลูทีนเเละซีเเซนทีน อาหารเสริมบํารุงสายตา (60 เม็ด)
อาหารเสริมยี่ห้อที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา อุดมไปด้วยสารสกัดจากแบล็กเคอร์แรนท์ที่ให้แอนโทซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระผสานคุณประโยชน์จากลูทีน และซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา ให้คุณสามารถใช้สายตาสำหรับการทำกิจกรรมและการทำงานได้อย่างเต็มที่ มีส่วนประกอบสำคัญโดยประมาณใน 1 วัน ( 2 เม็ด) ดังนี้ก็คือ
- สารสกัดจากแบล็คเคอร์แรนท์ 114.4 มิลลิกรัม
- ลูทีน (ลูทีน 10%) 50 มิลลิกรัม
- ซีแซนทีน 20 มิลลิกรัม
6. Nature’s Truth Bilberry อาหารเสริมบํารุงสายตา 1,200 mg
บำรุงสุขภาพดวงตาและช่วยให้การมองเห็นในตอนกลางคืนดียิ่งขึ้นด้วยคุณประโยชน์จากสารสกัดบิลเบอร์รี่ (Bilberry Extract) ใช้เทคโนโลยีการสกัด และผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความเข้มข้นสารตั้งต้น 4:1 (US Technology extraction yields concentration 4:1 in Bilberry) ให้คนปกป้องและบำรุงดวงตาได้ในทุกวัน โดยใน 1 เม็ดก็ประกอบไปด้วย
- Bilberry 1,200 มิลลิกรัม
- ส่วนผสมอื่น ๆ ได้แก่ Gelatin Capsule, Rice Powder, Vegetable Magnesium Stearate, Silica
7. Vistra Bilberry Extract Plus Lutein Beta-Carotene อาหารเสริมบํารุงสายตา
สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ผสมลูทีน เบต้า-แคโรทีน และวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาของคุณให้แข็งแรงสดใสพร้อมใช้งานในทุกวัน โดยส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 เม็ด ก็ประกอบด้วย
- สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 100 มิลลิกรัม (ให้สารแอนโธไซยาโนไซม์ 25 มิลลิกรัม)
- ลูทีน &ซีแซนทีน 100 มิลลิกรัม (ให้ลูทีน 20 มก และ ซีแซนทีน 4 มิลลิกรัม)
- เบต้า-แคโรทีน 15.954 มิลลิกรัม (ให้วิตามินเอ 2656 IU)
- วิตามินอี 7.66 มิลลิกรัม (ให้วิตามินอี 10 หน่วยสากล)
วิธีเลือกซื้ออาหารเสริมบำรุงสายตาให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยที่ซื้ออาหารเสริมมากินแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ มันจะดีจริงเหรอ” หรือกินไปสักพักก็เลิก เพราะไม่แน่ใจว่ามันช่วยอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะมาช่วยให้คุณเลือกอาหารเสริมบำรุงสายตาแบบมั้นใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อผิดหรือเสียเงินไปเปล่า ๆ อีกต่อไป
จริง ๆ แล้วตอนนี้คนเราจ้องหน้าจอกันเยอะมาก ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูซีรีส์ หรือแม้แต่เด็กนักเรียนที่ต้องเรียนออนไลน์ สายตาก็เริ่มมีปัญหากันหมด ตาพร่ามัว แสบตา แห้ง หรือบางคนอาจจะเริ่มรู้สึกว่ามองอะไรไม่ชัดเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ เวลาเราเข้าไปในร้านขายยา หรือเปิดช็อปออนไลน์ กลับมีอาหารเสริมบำรุงสายตาให้เลือกเยอะมาก จนไม่รู้ว่าอันไหนเหมาะกับเราจริง ๆ
บางคนก็ซื้อตามโฆษณา บางคนซื้อตามเพื่อนแนะนำ แต่พอกินจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร หรือบางทีก็ลืมกินไปเลย เพราะไม่รู้ว่ามันควรกินยังไง หรือตัวไหนเหมาะกับอาการของเราที่สุด วันนี้เราจะมาแกะให้ดูว่า การเลือกซื้อ อาหารเสริมบำรุงสายตา ยี่ห้อไหนดี ในปี 2025 ต้องดูอะไรบ้าง ให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า
1. เริ่มจากดูอาการตัวเองก่อน อย่าเพิ่งรีบซื้อ
ก่อนจะไปดูว่าอาหารเสริมตัวไหนดี เราต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเองมีปัญหาอะไรกับสายตาบ้าง เพราะแต่ละคนมีอาการที่ไม่เหมือนกัน
ตาแห้ง แสบ ระคายเคือง
ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องจ้องหน้าจอทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าตาแห้ง แสบ หรือต้องกะพริบตาบ่อย ๆ นี่แหละคืออาการที่บอกว่าดวงตาของคุณขาดความชุ่มชื้น สิ่งที่ต้องมองหาคือ อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของโอเมก้า-3 หรือ DHA ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
มองไม่ชัด พร่ามัว โดยเฉพาะตอนกลางคืน
บางคนขับรถกลางคืนแล้วรู้สึกว่ามองไม่ค่อยชัด แสงไฟจากรถคันอื่นทำให้พร่ามัว หรือมองในที่มืด ๆ ไม่ค่อยเห็น อาการแบบนี้ควรเลือกอาหารเสริมที่มีวิตามินเอ หรือ บีตา-แคโรทีน ที่ช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้นในที่มืด
เหนื่อยตา อ่านหนังสือนาน ๆ ไม่ไหว
ถ้าคุณต้องอ่านเอกสาร ดูตัวเลข หรือใช้สายตาละเอียด ๆ บ่อย แล้วรู้สึกเหนื่อยตาเร็ว คุณอาจต้องการอาหารเสริมที่มี ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ที่ช่วยปกป้องจอประสาทตาจากแสงสีน้ำเงิน
2. อ่านส่วนผสมให้เป็น อย่าดูแค่ชื่อหรือแพ็คเกจสวย ๆ
หลายคนซื้ออาหารเสริมโดยดูแค่ชื่อหรือภาพบนกล่อง แต่จริง ๆ แล้วที่สำคัญที่สุดคือ “ส่วนผสม” และ “ปริมาณ” ที่อยู่ในแต่ละเม็ด
ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ควรมี
- ลูทีนและซีแซนทิน: ช่วยกรองแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอ ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ควรมีอย่างน้อย 10-20 มก. ต่อวัน
- วิตามินเอหรือบีตา-แคโรทีน: ช่วยให้มองเห็นได้ดีในที่มืด บำรุงเยื่อบุผิวตา
- วิตามินซี และ วิตามินอี: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ตา
- สังกะสี (Zinc): ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ดีขึ้น
- โอเมก้า-3 (DHA/EPA): ช่วยลดอาการตาแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น
- บิลเบอร์รี่หรือสารสกัดจากบลูเบอร์รี่: ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของดวงตา
ตอนซื้อ ลองเปิดดูฉลากด้านหลังว่ามีส่วนผสมพวกนี้ไหม แล้วปริมาณเท่าไหร่ ถ้าปริมาณน้อยเกินไป แม้จะมีชื่อดังแค่ไหนก็อาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
3. เลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้งานของคุณ
แต่ละคนใช้สายตาไม่เหมือนกัน ดังนั้นอาหารเสริมที่เหมาะก็ต่างกันด้วย มาดูกันว่าคุณอยู่กลุ่มไหน
คนทำงานออฟฟิศ จ้องหน้าจอทั้งวัน
ถ้าคุณต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ควรเลือกอาหารเสริมที่เน้น ลูทีน ซีแซนทิน และ โอเมก้า-3 เพราะจะช่วยลดอาการตาแห้ง และป้องกันแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาอีกด้วย
เกมเมอร์ นักเรียน หรือคนดูซีรีส์ติด
กลุ่มนี้มักจะจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในที่มืด ซึ่งทำให้สายตาเสียได้ง่าย ควรเลือกตัวที่มี วิตามินเอ, บีตา-แคโรทีน และ บิลเบอร์รี่ เพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น และลดอาการเหนื่อยล้า
คนสูงอายุ หรือคนที่เริ่มมีปัญหาสายตาเสื่อม
ถ้าเป็นคนสูงอายุ หรือเริ่มรู้สึกว่าสายตาไม่ดีเหมือนเดิม ควรเลือกตัวที่มีส่วนผสมครบถ้วน ทั้ง ลูทีน, ซีแซนทิน, วิตามินเอ, ซี, อี และ สังกะสี เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา และลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจก
คนขับรถบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
การขับรถกลางคืนต้องการสายตาที่ดี โดยเฉพาะการมองในที่มืด ควรเลือกอาหารเสริมที่มี วิตามินเอ และ บิลเบอร์รี่ ที่ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นในสภาพแสงน้อย
4. ดูรูปแบบการรับประทาน เลือกให้เหมาะกับตัวเอง
อาหารเสริมบำรุงสายตามีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเม็ด แคปซูล ซอฟท์เจล หรือแบบเคี้ยว แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน
- เม็ดหรือแคปซูล: กินง่าย พกพาสะดวก เหมาะกับคนที่ต้องกินอาหารเสริมเป็นประจำ
- ซอฟท์เจล: มักจะมีน้ำมันปลา หรือโอเมก้า-3 เหมาะกับคนที่มีปัญหาตาแห้ง
- แบบเคี้ยว: เหมาะกับคนที่กลืนยากหรือเด็ก ๆ แต่อาจจะมีรสหวานเพิ่มเติม
- แบบผง: สามารถผสมน้ำหรือนมได้ เหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่น
เลือกรูปแบบที่คุณกินได้สะดวก และกินได้ต่อเนื่อง เพราะอาหารเสริมต้องกินสม่ำเสมอถึงจะเห็นผล
5. ตรวจสอบมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ
อาหารเสริมที่ดีต้องผ่านมาตรฐาน อย. และควรมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพอื่น ๆ เช่น GMP หรือ ISO ที่บอกว่าผลิตในโรงงานที่มีมาตรฐาน
Checklist ก่อนซื้อ
- มีเลขที่ อย. ไหม
- มีฉลากภาษาไทยที่อ่านง่ายไหม
- ระบุส่วนผสมและปริมาณชัดเจนไหม
- มีคำแนะนำการรับประทานไหม
- มีวันหมดอายุที่ชัดเจนไหม
- ราคาสมเหตุสมผลไหม (ไม่ถูกหรือแพงผิดปกติ)
6. อย่าลืมดูปริมาณและระยะเวลาในการกิน
บางคนซื้อมาแล้วกินสักอาทิตย์สองอาทิตย์ แล้วบอกว่าไม่เห็นผล ความจริงแล้ว อาหารเสริมบำรุงสายตาต้องกินอย่างน้อย 1-3 เดือน ถึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน เพราะมันไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นการบำรุงระยะยาว
นอกจากนี้ยังต้องดูว่าแต่ละวันต้องกินกี่เม็ด ถ้าต้องกินวันละ 2-3 เม็ด แต่ขวดมีแค่ 30 เม็ด แปลว่าใช้ไม่ถึงเดือนก็หมดแล้ว ต้องคำนวณดูว่าคุ้มค่าไหม
7. ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าไม่ดี แต่ถ้าถูกเกินไปต้องระวัง
หลายคนคิดว่าอาหารเสริมที่แพงต้องดีกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่เสมอไป บางตัวราคาแพงเพราะค่าโฆษณาหรือแพ็คเกจหรู ในขณะที่ตัวที่ราคาปานกลางอาจจะมีส่วนผสมที่ดีพอ ๆ กัน หรือแม้แต่ดีกว่าก็ได้
แต่ถ้าราคาถูกเกินไป เช่น ขวดละไม่กี่สิบบาท ก็ต้องระวังด้วย เพราะอาจจะเป็นของไม่มีคุณภาพ หรือมีส่วนผสมน้อยมาก ๆ จนไม่ได้ผล
วิธีเลือกซื้ออาหารเสริมบำรุงสายตาให้คุ้มค่า
- เปรียบเทียบปริมาณส่วนผสมกับราคา ไม่ใช่แค่ดูว่าถูกหรือแพง
- ดูว่าในขวดมีกี่เม็ด แล้วต้องกินวันละกี่เม็ด จะได้คำนวณว่าใช้ได้นานแค่ไหน
- อ่านรีวิวจากคนที่เคยซื้อจริง ๆ เพื่อดูว่าได้ผลจริงไหม
- เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เจอของปลอม
8. กินอาหารเสริมอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลสายตาแบบองค์รวม
แม้ว่าอาหารเสริมจะช่วยบำรุงสายตาได้ แต่ถ้าคุณยังจ้องหน้าจอแบบไม่พักสายตา ไม่หลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือไม่ใส่ใจกับสิ่งที่กิน มันก็จะช่วยได้น้อย
เคล็ดลับดูแลสายตาควบคู่กับการกินอาหารเสริม
- พักสายตาทุก 20 นาที: ใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที มองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
- กินผักผลไม้สีเข้ม: เช่น แครอท โขม ฟักทอง บลูเบอร์รี่ ที่มีสารบำรุงสายตาตามธรรมชาติ
- ใส่แว่นกรองแสงสีน้ำเงิน: ถ้าต้องจ้องหน้าจอนาน ๆ
- หลับพักผ่อนให้เพียงพอ: เพราะสายตาก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน
- ตรวจสายตาประจำปี: เพื่อดูว่ามีปัญหาหรือไม่
9. สังเกตร่างกายตัวเอง อย่าพึ่งพาแต่อาหารเสริม
อาหารเสริมช่วยได้ แต่ถ้าคุณมีอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัดมาก ๆ มีจุดดำลอยมาในสายตา หรือเจ็บตาบ่อย ๆ ควรไปพบจักษุแพทย์ทันที อย่าคิดว่ากินอาหารเสริมแล้วจะหายเอง
อาหารเสริมคือการ “บำรุง” และ “ป้องกัน” ไม่ใช่การ “รักษา” เข้าใจตรงนี้แล้วจะช่วยให้คุณเลือกซื้อและใช้งานได้อย่างถูกวิธี
10. สรุป เลือกซื้ออาหารเสริมบำรุงสายตาอย่างไรให้คุ้มค่า
การเลือกซื้อ อาหารเสริมบำรุงสายตา ยี่ห้อไหนดี สำหรับปี 2025 ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่คุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้งาน ดูส่วนผสมให้ดี ตรวจสอบมาตรฐาน และกินอย่างสม่ำเสมอ คุณก็จะได้อาหารเสริมที่เหมาะกับคุณจริง ๆ
อย่าลืมว่าอาหารเสริมคือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก การดูแลสายตาที่ดีที่สุดคือการใช้งานอย่างถูกวิธี พักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ แต่ถ้าจะมีตัวช่วยที่ดี ก็จะทำให้สายตาของคุณแข็งแรงและใช้งานได้นานขึ้นแน่นอน
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าที่ตรงกับสไตล์การใช้งานของคุณได้เลย เพราะการเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าจริง ๆ








