อีกอุปกรณ์ทุ่นแรงที่ช่วยให้การทำงานบ้านของคุณเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นนั่นคือ เครื่องซักผ้า ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวเลือกให้ใช้งานเยอะมากไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า, ฝาบน แต่ถ้าจะเน้นความสะอาดและแห้งภายในระยะเวลารวดเร็ว “เครื่องซักผ้า 2 ถัง” ดูจะเป็นคำตอบที่ตรงใจมากที่สุด ใครที่กำลังสนใจอยากซื้อเข้าบ้านลองมาดู 5 รีวิว เครื่องซักผ้า 2 ถัง ที่จะช่วยทำให้คุณได้สิ่งดี ๆ เอาไว้ใช้งานอย่างที่คาดหวัง
ข้อดีของการใช้งานเครื่องซักผ้า 2 ถัง
1. มีราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าแบบอื่น
หากมองในมุมของการใช้งานเครื่องซักผ้าที่สามารถปั่นซักและปั่นแห้งเพื่อความรวดเร็วในการตากผ้าให้แห้ง การเลือกใช้เครื่องรุ่นนี้ถือว่ามีราคาประหยัดกว่าแบบฝาหน้าพอสมควร เพราะตัวถังจะแยกทำงานชัดเจนระบบจึงไม่ต้องใช้ความยุ่งยากใด ๆ มากนัก หากใครที่งบน้อยแต่มีเวลาจำกัดในการซักผ้าแล้วรอผ้าแห้ง บอกเลยว่าแบบนี้ตอบโจทย์สุด ๆ
2. เคลื่อนย้ายง่าย ไม่ต้องกลัวเสียหาย
ด้วยความที่มีช่องซักแบบ 2 ถัง จึงทำให้พื้นที่ว่างมีเยอะและสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทั้งการซื้อมาใช้งาน หรือการย้ายที่อยู่ใหม่ ไม่ต้องกลัวเรื่องของน้ำหนักที่จะทำให้การยกลำบาก ใครที่อยู่คอนโด ห้องพัก หรือต้องย้ายที่พักบ่อยแต่อยากมีเครื่องซักผ้าไว้ใช้งาน เครื่องซักผ้า 2 ถัง คือทางเลือกที่ดีมาก
3. ประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน
หากเป็นแบบฝาหน้าเวลาตั้งใช้งานอย่างน้อยพื้นที่ด้านหน้าต้องเปิดโล่งเพื่อให้เปิดฝาเอาผ้าเข้า-ออกเครื่อง แต่สำหรับการเป็นเครื่องแบบฝาบนแม้พื้นที่ขนาดเล็ก พื้นที่จำกัด ก็สามารถตั้งใช้งานได้ เนื่องจากตัวช่องสำหรับใส่ผ้าจะอยู่ด้านบน ไม่ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการเปิดฝานั่นเอง
4. จะใส่ท่อน้ำตรงหรือตักน้ำใส่ถังก็ตามสะดวก
อีกความพิเศษอันถือเป็นข้อดีของเครื่องซักผ้าประเภทนี้คือ สามารถเลือกได้ว่าต้องการใส่ท่อน้ำเพื่อเปิดน้ำเข้าเอง หรือใช้วิธีตักน้ำใส่ถัง เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่สะดวกในการต่อสายน้ำเข้าถังก็ยังสามารถซักผ้าได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลใจในเองนี้
5. ผ้าสะอาด ปั่นได้แห้งสนิท
ด้วยความที่เป็นระบบถังแบบปั่นไปมาทั้งถังซักและถั่วปั่นแห้ง จึงมั่นใจได้ว่าผ้าที่ซักในเครื่องประเภทนี้มีความสะอาดชัวร์ ไม่ต้องกลัวเรื่องของผงซักฟอกหลงเหลือ รวมถึงการปั่นแห้งก็แห้งสนิท ตากลมอีกนิดหน่อยผ้าก็แห้งเก็บได้ทันที ยิ่งในช่วงหน้าฝนการซักด้วยเครื่องประเภทนี้จะช่วยประหยัดเวลามาก ๆ หรือบางคนไม่อยากให้เสื้อผ้ายับเกินไปก็ใช้การปั่นซักอย่างเดียวแล้วตากไม่ต้องปั่นแห้งก็ได้
1. Samsung เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่น WT16J7PEC/XST
2. LG เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่น TT14WAPG
3. TOSHIBA เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่น VH-H85MT
4. Haier เครื่องซักผ้า 2 ถัง รุ่น HWM-T90 OXS
5. SHARP เครื่องซักผ้า 2 รุ่น ES-TW70BL
วิธีเลือกซื้อเครื่องซักผ้า 2 ถังให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยที่ซื้อเครื่องซักผ้า 2 ถังมาแล้วใช้ไปสักพัก รู้สึกว่าเหมือนไม่ได้ตอบโจทย์เลย บางทีก็ถังหมุนแห้งช้าเกินไป บางทีก็ขนาดเล็กเกินกว่าเสื้อผ้าที่มี หรือเจอแบบที่เสียงดังมากจนเพื่อนบ้านมาเคาะประตู นี่คือปัญหาที่หลายคนเจอจริงๆ เพราะเวลาไปดูหน้าร้านหรือออนไลน์ มันดูดีไปหมดทุกรุ่นเลย
แถมพอเข้าไปอ่านรีวิว ยิ่งงง เพราะคนนึงบอกดี อีกคนบอกแย่ คนนึงบอกประหยัดไฟสุดๆ แต่อีกคนบอกค่าไฟพุ่ง เอาเข้าจริงแล้ว มันไม่ใช่ว่าสินค้าไหนดีหรือไม่ดี แต่มันขึ้นอยู่กับว่า “คุณใช้แบบไหน” และ “บ้านคุณเหมาะกับแบบไหน” มากกว่า วันนี้เราจะมาแกะทุกมุมให้ชัดๆ ว่าจะเลือกเครื่องซักผ้า 2 ถังยังไง ให้ใช้แล้วไม่เสียดาย
1. ทำความรู้จักเครื่องซักผ้า 2 ถังก่อน — มันคืออะไร และทำไมถึงฮิต?
เครื่องซักผ้า 2 ถังก็คือเครื่องซักผ้าที่แยกออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือ ถังซัก กับ ถังหมุนแห้ง ไม่เหมือนเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่ทำงานอัตโนมัติทั้งหมด แบบนี้คุณต้องเอาผ้าจากถังซักไปใส่ในถังหมุนแห้งเอง อาจจะดูยุ่งยากนิดหน่อย แต่จริงๆ แล้วมันมีข้อดีเยอะกว่าที่คิด
ทำไมถึงฮิตในไทย?
- ราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าเยอะ — เริ่มต้นแค่ 3-4 พันก็มีให้เลือกแล้ว
- ใช้น้ำน้อยกว่า — เหมาะกับบ้านที่น้ำไม่แรง หรือต้องการประหยัดค่าน้ำ
- ซักได้เร็ว — ไม่ต้องรอโปรแกรมยาวๆ แค่ 10-15 นาทีก็เสร็จ
- เคลื่อนย้ายง่าย — น้ำหนักเบา เหมาะกับคนที่ย้ายบ้านบ่อย หรืออยู่หอพัก
- ซ่อมง่าย — ถ้าเสียก็แค่เปลี่ยนมอเตอร์หรือแกนหมุน ไม่ซับซ้อน
แต่ข้อเสียก็มีนะ เช่น ต้องเอาผ้าไปใส่ถังหมุนแห้งเอง ซักไม่สะอาดเท่าฝาหน้า และบางรุ่นเสียงดังมาก ถ้าคุณไม่รังเกียจข้อนี้ แล้วต้องการเครื่องที่ราคาไม่แพง ใช้งานง่าย เครื่องซักผ้า 2 ถังคือคำตอบเลย
2. ก่อนซื้อ ต้องถามตัวเอง 5 คำถามนี้ก่อน
อย่าเพิ่งรีบกดสั่งซื้อ ลองหยุดคิดแป๊บนึงดีกว่า เพราะถ้าเลือกผิด ใช้ไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่
คำถามที่ 1: คุณอยู่กับใครบ้าง?
- คนเดียว / คู่รัก — เลือกขนาด 4-5 กิโลกรัมก็พอ ซักได้ประมาณ 3-4 วันต่อครั้ง
- ครอบครัวเล็ก (3-4 คน) — เลือกขนาด 6-7 กิโลกรัม ถังหมุนแห้งควรใหญ่กว่าถังซักนิดหน่อย
- ครอบครัวใหญ่ (5 คนขึ้นไป) — เลือกตั้งแต่ 8 กิโลกรัมขึ้นไป หรือไม่งั้นต้องซักหลายรอบ
คำถามที่ 2: พื้นที่บ้านคุณเป็นยังไง?
ถ้าอยู่คอนโดหรือหอพักเล็กๆ อย่าเลือกรุ่นที่ใหญ่จนเกินไป เดี๋ยวจะกินพื้นที่มาก ลองวัดพื้นที่ก่อนว่ามีเท่าไหร่ แล้วเช็คขนาดเครื่องให้ดี บางรุ่นดูเล็กแต่พอมาถึงบ้าน โอ้โห ใหญ่กว่าที่คิด
คำถามที่ 3: ซักผ้าบ่อยแค่ไหน?
- ซักทุกวัน — เลือกรุ่นที่มีมอเตอร์แข็งแรง ทนทาน เพราะจะได้ใช้ได้นาน
- ซักสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง — เลือกรุ่นกลางๆ ไม่ต้องแรงเกินไปก็ได้
- ซักน้อย — เลือกรุ่นเล็กๆ ราคาถูก เพราะไม่ได้ใช้บ่อย
คำถามที่ 4: ประหยัดน้ำ-ไฟ สำคัญแค่ไหน?
ถ้าสำคัญมาก ให้เลือกรุ่นที่มี ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะกินไฟน้อยกว่า และถ้าอยากประหยัดน้ำ ให้เลือกรุ่นที่ระบุว่าใช้น้ำน้อย หรือมีระบบหยุดน้ำอัตโนมัติ
คำถามที่ 5: งบประมาณเท่าไหร่?
เครื่องซักผ้า 2 ถังมีราคาตั้งแต่ 2,000 กว่าบาท ไปจนถึง 10,000 กว่าบาท แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3,000-6,000 บาท ถ้างบน้อย ก็เลือกยี่ห้อที่รู้จักกันดี ราคาไม่แพง ส่วนถ้างบมากหน่อย ก็เลือกรุ่นที่มีฟีเจอร์เยอะกว่า เช่น มีตัวตั้งเวลา มีล้อเลื่อน หรือมีถังหมุนแห้งที่แรงกว่า
3. ดูอะไรบ้างตอนเลือกซื้อ — Checklist ที่ต้องเช็ค
มาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะรู้แล้วว่าต้องการแบบไหน ขั้นต่อไปคือ ดูรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่าดูแค่ราคาอย่างเดียว
✅ ขนาดความจุ — ต้องพอดีกับจำนวนผ้า
ถังซักกับถังหมุนแห้งจะมีขนาดไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ถังหมุนแห้งจะเล็กกว่า เช่น ถังซัก 7 กก. แต่ถังหมุนแห้ง 5 กก. ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณซักเต็มถัง คุณต้องแบ่งหมุนแห้ง 2 รอบ นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม แล้วก็เสียดายทีหลัง
เทคนิค: เลือกรุ่นที่ถังหมุนแห้งใหญ่ใกล้เคียงกับถังซัก จะได้ไม่ต้องแบ่งหมุน
✅ กำลังมอเตอร์ — ยิ่งแรงยิ่งดี
มอเตอร์คือหัวใจของเครื่อง ถ้ามอเตอร์อ่อน ซักไม่สะอาด หมุนไม่แห้ง ใช้ไปได้ไม่นาน มอเตอร์ก็เริ่มอ่อนแรง ส่วนใหญ่จะเขียนไว้ว่า มอเตอร์ทองแดง 100% หรือ มอเตอร์เหล็ก ถ้าเป็นทองแดงจะดีกว่า ทนกว่า แต่ราคาก็แพงกว่านิดหน่อย
✅ วัสดุถัง — พลาสติก หรือสแตนเลส?
- ถังพลาสติก — เบา ราคาถูก แต่อาจจะมีกลิ่นเหม็นอับถ้าไม่ทำความสะอาด
- ถังสแตนเลส — ทนทาน ไม่มีกลิ่น ไม่เป็นสนิม แต่ราคาแพงกว่า
ถ้างบพอ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ถังหมุนแห้งเป็นสแตนเลส เพราะเป็นส่วนที่หมุนเร็วที่สุด ถ้าเป็นพลาสติกอาจจะแตกร้าวได้
✅ ระดับเสียง — สำคัญมากถ้าอยู่คอนโด
เครื่องซักผ้า 2 ถังบางรุ่นเสียงดังมาก โดยเฉพาะตอนหมุนแห้ง ถ้าคุณอยู่คอนโด หรือมีห้องติดกับเพื่อนบ้าน ควรเลือกรุ่นที่ระบุว่าเสียงเบา หรือลองอ่านรีวิวว่าคนอื่นว่าเสียงดังไหม
✅ ฟีเจอร์เสริม — มีดีกว่าไม่มี
- ตัวตั้งเวลา — ตั้งเวลาซักได้ ไม่ต้องคอยดู
- ล้อเลื่อน — เคลื่อนย้ายง่าย
- ฝาใส — ดูผ้าข้างในได้ รู้ว่าซักสะอาดหรือยัง
- ระบบป้องกันน้ำล้น — ปลอดภัยกว่า
4. เทคนิคการใช้งานให้คุ้มค่า — ซื้อมาแล้วต้องใช้ให้เป็น
ซื้อมาแล้ว อย่าเพิ่งใช้ลุยเลย มีเทคนิคนิดหน่อยที่จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้น และอายุยืนขึ้น
เทคนิคที่ 1: อย่าซักเกินความจุ
หลายคนชอบยัดผ้าให้เต็มถังเลย คิดว่าจะได้ประหยัดเวลา แต่จริงๆ มันทำให้ซักไม่สะอาด และมอเตอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ ลองใส่แค่ 70-80% ของความจุ จะได้ผลดีกว่า
เทคนิคที่ 2: แยกผ้าตามสีและชนิด
ผ้าสีเข้มกับสีอ่อนควรซักแยกกัน เพราะสีอาจจะติด และผ้าบางๆ กับผ้าหนาก็ควรแยก เพราะระยะเวลาที่ใช้ไม่เท่ากัน
เทคนิคที่ 3: ใส่ผงซักฟอกพอดี
อย่าใส่เยอะเกินไป คิดว่าจะได้สะอาดกว่า แต่จริงๆ มันจะทำให้มีฟองเยอะ ล้างออกยาก และอาจจะทำให้เครื่องเสีย ลองอ่านฉลากผงซักฟอกดูว่าแนะนำให้ใส่เท่าไหร่
เทคนิคที่ 4: ทำความสะอาดเครื่องบ้างสักเดือนละครั้ง
ถังซักและถังหมุนแห้งควรทำความสะอาดบ้าง เพราะจะมีคราบผงซักฟอก หรือเศษผ้าติดอยู่ ลองใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ แล้วเปิดเครื่องทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้น
เทคนิคที่ 5: ตั้งเครื่องให้ได้ระดับ
ถ้าพื้นไม่เรียบ เครื่องจะสั่นมาก โดยเฉพาะตอนหมุนแห้ง ลองใช้ลูกยางรองขา หรือปรับขาเครื่องให้ได้ระดับ จะช่วยลดเสียงและลดการสั่นได้
5. ข้อผิดพลาดที่คนมักทำ — อย่าทำตามนะ
ก่อนจะจบบทความ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คนมักจะทำผิด แล้วเสียดายทีหลัง
❌ ผิดพลาดที่ 1: เลือกตามราคาถูกที่สุด
ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป บางทีเลือกราคาถูกมากๆ แล้วใช้ไปได้ไม่กี่เดือนก็เสีย ต้องซื้อใหม่อีกรอบ กลายเป็นเสียเงินมากกว่าเดิม ลองเลือกราคากลางๆ จากยี่ห้อที่รู้จัก จะปลอดภัยกว่า
❌ ผิดพลาดที่ 2: ไม่อ่านรีวิวก่อนซื้อ
หลายคนดูแค่รูปสวยๆ ในเว็บ แล้วกดสั่งเลย แต่พอมาถึงบ้าน โอ้โห เสียงดังสุดๆ หรือหมุนแห้งไม่ค่อยแห้ง อ่านรีวิวจากคนที่ใช้จริงก่อน จะช่วยให้รู้ข้อดีข้อเสียที่แท้จริง
❌ ผิดพลาดที่ 3: ไม่ดูการรับประกัน
ของอิเล็กทรอนิกส์ควรมีการรับประกัน อย่างน้อย 1 ปี ถ้าไม่มี แสดงว่าแบรนด์ไม่มั่นใจในคุณภาพของตัวเอง ลองเช็คดูว่ารับประกันอะไรบ้าง มอเตอร์รับประกันกี่ปี ถังรับประกันไหม
❌ ผิดพลาดที่ 4: ไม่วัดพื้นที่ก่อนซื้อ
ซื้อมาแล้วพบว่าใหญ่เกินไป วางไม่ได้ ต้องเอาไปคืน หรือไม่ก็ต้องยัดเยียดจนพื้นที่แคบมาก ลองวัดพื้นที่ก่อน แล้วเช็คขนาดเครื่องให้ดี เผื่อพื้นที่ไว้นิดหน่อยด้วย เพราะบางทีต้องเปิดฝาออก
6. สรุปแบบไม่เยิ่นเย้อ
เลือกเครื่องซักผ้า 2 ถังให้คุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และดูรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่าเพิ่งรีบ อย่าเลือกตามราคาถูกที่สุด และอย่าลืมอ่านรีวิวจากคนที่ใช้จริง
ลองดูจากสิ่งที่คุณใช้บ่อยที่สุด จำนวนคนในบ้าน พื้นที่ที่มี และงบประมาณ แล้วเลือกให้คุ้มที่สุดกับสไตล์ของคุณ ถ้าเลือกได้ดี เครื่องซักผ้า 2 ถังก็สามารถอยู่กับคุณได้นานหลายปีเลยล่ะ
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย เพราะแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน เลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด แล้วคุณก็จะได้เครื่องซักผ้าที่ใช้แล้วไม่เสียดายแน่นอน






