Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ หม้ออบลมร้อน เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ หม้ออบลมร้อน เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

ในยุคนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงสุด ๆ บรรดาเครื่องครัวที่ช่วยให้การทำอาหารอร่อยและมีสุขภาพดีขึ้นจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มาก หนึ่งในเครื่องครัวที่หลาย ๆ บ้านกำลังมองหาคงหนีไม่พ้น “หม้ออบลมร้อน” ด้วยความพิเศษคือ จะช่วยให้อาหารกรอบอร่อยได้โดยไม่ต้องมีน้ำมันซึ่งดีต่อสุขภาพ ดังนั้นใครกำลังมองหาอยู่จึงขอแนะนำ 5 หม้ออบลมร้อน ยี่ห้อไหนดี ควรมีติดบ้านไว้ ได้เมนูอร่อย และร่างกายห่างไกลโรคภัย
ประเภทของหม้ออบลมร้อนแบ่งตามการใช้ไฟ

1. ประเภทขดลวด
ถือเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นหม้ออบลมร้อน ราคาถูก ลักษณะการทำงานคือเมื่อเปิดเครื่องขดลวดที่ม้วนอยู่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อให้พลังงานลมร้อน มีความแข็งแรง อายุใช้งานยาวนาน ในกรณีที่ทำอาหารประเภทมีไขมันเยอะก็ยังทำความสะอาดได้ง่าย

2. ประเภทฮาโลเจน
เป็นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมไม่ต่างกัน มีราคาสูงกว่าประเภทขดลวด เนื่องจากจะใช้พลังลมร้อนจากหลอดฮาโลเจนซึ่งให้แสงสว่างในขณะทำอาหาร มองเห็นระดับความสุกชัดเจน มีความคงทน ใช้งานง่าย และช่วยประหยัดไฟในการทำอาหารได้ดี
ประเภทของหม้ออบลมร้อนแบ่งตามวัสดุ

1. ประเภทโถแก้ว
ตัวโถจะทำมาจากแก้วทนความร้อนสูง มีความหนา แข็งแรง สามารถมองเห็นอาหารภายในได้ ช่วยให้กะระดับความสุกตามต้องการ จึงนิยมสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุเพราะไม่ต้องคอยจับเวลาให้ยุ่งยาก หรือลืมอาหารเอาไว้ภายใน

2. ประเภทโถสแตนเลส
ตัวโถผลิตจากสแตนเลสเกรดสำหรับทำอาหาร จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา จึงพกพาไปไหนมาไหนง่ายกว่า หรือหยิบไปล้างก็สะดวก เก็บความร้อนได้ดีมากจึงทำให้อาหารสุกไว ประหยัดเวลา และสีสันออกมาน่าทาน
รีวิว หม้ออบลมร้อน ยี่ห้อไหนดี ที่ควรมีติดบ้านเอาไว้

1. Clarte หม้ออบลมร้อน รุ่น FMV-001

Clarte หม้ออบลมร้อน รุ่น FMV-001 ยี่ห้อไหนดี


ให้ทุกเมนูเป็นเรื่องง่ายไม่ว่าจะเป็นสายอาหารคาวหรือเบเกอรี่ด้วยหม้ออบลมร้อนที่มาพร้อมระบบให้ความร้อนแบบขดลวดสแตนเลส ให้ความร้อนสูงและสม่ำเสมอ สามารถปรุงอาหารให้สุกได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วเท่ากันทั้งหม้อ มาพร้อมดีไซน์รูปทรงสวยงามและโถแก้วที่สามารถมองเห็นอาหารภายในขณะปรุงอาหารได้

  • ระบบให้ความร้อนแบบขดลวดสแตนเลส
  • เทคโนโลยีอินฟราเรดช่วยกักเก็บรสชาติและสารอาหารเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
  • สามารถปรับความร้อนได้ตั้งแต่ 65 – 250 องศาเซลเซียส
  • โถแก้วทนความร้อนสูงความจุ 12 ลิตร
  • กำลังไฟฟ้า 1,300 วัตต์ ใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 วัตต์
  • ขนาด 39 x 31.5 x 33 cm
  • น้ำหนัก 4,900 กรัม
  • รับประกันสินค้า 1 ปี
  • ข้อดี

  • ให้ความร้อนสูงและทั่วถึงสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหม้อจึงสามารถปรุงอาหารได้อย่างรวดเร็วกว่าวิธีปกติ 2-3 เท่า
  • โถแก้วใสทนความร้อนสูงทำให้สามารถมองเห็นอาหารในระหว่างที่ปรุงได้
  • ไม่เกิดควันในขณะที่ปรุงอาหาร
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ได้แก่ ตะแกรงเตี้ย ตะแกรงสูง และคีมคีบ ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

 

2. OTTO หม้ออบลมร้อนโถแก้ว รุ่น CO-705

OTTO หม้ออบลมร้อนโถแก้ว รุ่น CO-705 ยี่ห้อไหนดี


หม้ออบลมร้อนรุ่นโถแก้วที่มาพร้อมดีไซน์เรียบง่ายสวยทันสมัย แข็งแรงปลอดภัยด้วยการผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก. ด้วยระบบให้ความร้อนสูงจึงสามารถผลิตน้ำมันและปรุงอาหารด้วยการอบ หรือจะเป็นเมนู ปิ้ง ย่าง ทอด รวมไปถึงการอุ่นอาหารได้อย่างง่ายดาย

  • ระบบให้ความร้อนแบบขดลวดฮีตเตอร์
  • มีพัดลมกระจายความร้อน
  • สามารถปรับความร้อนได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส
  • โถแก้วอย่างหนาทนความร้อนสูงความจุ 12 ลิตร
  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที พร้อมเสียงเตือนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด
  • กำลังไฟฟ้า 1,300 วัตต์ ใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 วัตต์
  • ขาตั้งทำจากสแตนเลส สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
  • มีไฟแสดงสถานะการทำงานและไฟโชว์การทำงานของความร้อน
  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโถแก้ว 33 ซม.สูง 17 cm
  • น้ำหนัก 4,000 กรัม
  • รับประกันสินค้า 1 ปี
  • ข้อดี

  • มีตารางสำหรับแนะนำการตั้งอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ของการประกอบอาหารแต่ละเมนูอยู่บนฝาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • มีโปรแกรมสำหรับละลายน้ำแข็ง
  • อาหารสุกได้อย่างทั่วถึงด้วยการกระจายความร้อนของระบบใบพัดทำให้อาหารสุกเร็วกว่าเตาอบ 3 ถึง 5 เท่า
  • มีระบบนิรภัยที่หูจับ เมื่อยกหูจับในแนวตั้งเครื่องก็จะหยุดทำงาน และจะทำงานต่อเมื่อพับหูจับลง
  • ไม่เกิดควันในขณะที่ปรุงอาหาร
  • โถแก้วใสทนความร้อนสูงทำให้สามารถมองเห็นอาหารในระหว่างที่ปรุงได้
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ได้แก่ ตะแกรงเตี้ย ตะแกรงสูง และคีมคีบ ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

 

3. Hanabishi หม้ออบลมร้อน รุ่น MV-007

Hanabishi หม้ออบลมร้อน รุ่น MV-007 ยี่ห้อไหนดี


หม้ออบลมร้อนที่มาพร้อมกับตัวหม้อสแตนเลสและฝาแก้วเทมเปอร์ทนความร้อนสูง พร้อมระบบกระจายความร้อนแบบฮาโลเจนช่วยทำให้สามารถปรุงอาหารได้สุกสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเมนูแบบไหนก็สามารถทำได้อย่างสะดวกในเวลาอันรวดเร็ว

  • กระจายความร้อนด้วยระบบฮาโลเจน
  • สามารถปรับความร้อนได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส
  • ตัวหม้อเป็นสแตนเลสความจุ 12 ลิตร
  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที
  • กำลังไฟฟ้า 1,300 วัตต์ ใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 วัตต์
  • ขาตั้งทำจากพลาสติกอย่างดีไม่นำความร้อน
  • มีไฟแสดงสถานะการทำงานและไฟโชว์การทำงานของความร้อน
  • ขนาด 32 x 39 x 30 cm
  • น้ำหนัก 3,700 กรัม
  • รับประกันสินค้า 1 ปี
  • ข้อดี

  • มีตารางสำหรับแนะนำการตั้งอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ของการประกอบอาหารแต่ละเมนูอยู่บนฝาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • สามารถใช้ละลายอาหารแช่แข็งได้
  • ไม่เกิดควันในขณะที่ปรุงอาหาร
  • อาหารสุกได้อย่างทั่วถึงและสุกเร็ว
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ได้แก่ ตะแกรงเตี้ย ตะแกรงสูง ตะแกรงแบบถี่สำหรับอบเฟรนช์ฟรายส์ และคีมคีบ ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

 

4. OTTO หม้ออบลมร้อน รุ่น CO-702A

OTTO หม้ออบลมร้อน 7 ลิตร รุ่น CO-702A ยี่ห้อไหนดี


หม้ออบลมร้อนขนาดเล็กกะทัดรัดกำลังดีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำอาหารหลากหลายเมนู มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย สามารถปรุงอาหารได้ทั้งการอบ อบกรอบ ปิ้ง ย่าง ทอด พร้อมระบบนิรภัยที่ช่วยให้การปรุงอาหารเป็นไปได้อย่างปลอดภัย

  • ระบบให้ความร้อนแบบขดลวดฮีตเตอร์
  • มีพัดลมกระจายความร้อน
  • สามารถปรับความร้อนได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส
  • โถแก้วอย่างหนาทนความร้อนสูงความจุ 7 ลิตร
  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที พร้อมเสียงเตือนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด
  • กำลังไฟฟ้า 700 วัตต์ ใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 วัตต์
  • ขาตั้งทำจากพลาสติก ABS ทนความร้อนสูงรับน้ำหนักได้ดี
  • มีไฟแสดงสถานะการทำงานและไฟโชว์การทำงานของความร้อน
  • ขนาด 31.5 x 29.5 x 27.3 cm
  • รับประกันสินค้า 1 ปี
  • ข้อดี

  • โถทำจากแก้วใสอย่างหนาทนความร้อนได้สูงจึงสามารถมองเห็นอาหารด้านในได้อย่างชัดเจนในขณะที่ปรุง
  • ไม่เกิดควันในขณะที่ปรุงอาหาร
  • อาหารสุกได้อย่างทั่วถึงด้วยการกระจายความร้อนของระบบใบพัดที่สามารถกระจายความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของอาหารได้อย่างทั่วถึง
  • มีระบบนิรภัยที่หูจับ โดยเมื่อยกหูจับในแนวตั้งเครื่องก็จะหยุดทำงาน และจะทำงานต่อเมื่อพับหูจับลง
  • โถแก้วใสทนความร้อนสูงทำให้สามารถมองเห็นอาหารในระหว่างที่ปรุงได้
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ได้แก่ ตะแกรงเตี้ย ตะแกรงสูง และคีมคีบ ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

 

5. Sonar หม้ออบลมร้อน รุ่น CV-307H

Sonar หม้ออบลมร้อน รุ่น CV-307H ยี่ห้อไหนดี


หม้ออบลมร้อนแบบโถแก้วขนาดเล็กกระทัดรัดที่ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยไม่มีสารตกค้างและคงคุณค่าของสารอาหารเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการอบ ทอด ปิ้ง ย่าง หรืออุ่นอาหาร ให้ทุกเมนูเป็นเรื่องง่ายและสะดวกรวดเร็ว

  • ระบบให้ความร้อนแบบขดลวด ร้อนไว ความร้อนกระจายทั่วถึง
  • สามารถปรับความร้อนได้สูงสุด 250 องศาเซลเซียส
  • โถแก้วอย่างหนาทนความร้อนสูงความจุ 7 ลิตร
  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที พร้อมเสียงเตือนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด
  • กำลังไฟฟ้า 1000 วัตต์ ใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 วัตต์
  • ฐานรองทำจากพลาสติกอย่างดี แข็งแรง ทนทาน
  • มีไฟแสดงสถานะการทำงาน
  • ขนาด 36x35x45 cm
  • รับประกันสินค้า 1 ปี
  • ข้อดี

  • โถทำจากแก้วใสอย่างหนาทนความร้อนได้สูงจึงสามารถมองเห็นอาหารด้านในได้อย่างชัดเจนในขณะที่ปรุง
  • ไม่เกิดควันในขณะที่ปรุงอาหาร
  • สามารถทำความร้อนได้เร็วความร้อนกระจายทั่วถึง อาหารสุกไว
  • ตะแกรงรองอาหารล้างออกง่ายไม่เป็นสนิม
  • โถแก้วใสทนความร้อนสูงทำให้สามารถมองเห็นอาหารในระหว่างที่ปรุงได้
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ได้แก่ ตะแกรงเตี้ย ตะแกรงสูง และคีมคีบ ตอบโจทย์การปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

 

วิธีเลือกซื้อหม้ออบลมร้อนให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับที่ซื้อหม้ออบลมร้อนมาแล้วใช้ไปได้แค่ 2-3 เดือน ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวที่เราต้องการจริงๆ บางทีก็เล็กไป อุ่นอาหารไม่พอกิน บางทีก็ใหญ่เกินไป กินไฟเยอะ แต่ใช้แค่อุ่นข้าวเหนียวหมูปิ้งวันละมื้อ หรือบางคนก็เจอแบบว่า ซื้อมาแพงๆ แต่กลับมาใช้ฟังก์ชันเดิมๆ แค่ 1-2 อย่าง ส่วนที่เหลือปล่อยทิ้งไว้

ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยเฉพาะตอนที่เราไปดูของในห้าง เห็นโปรโมชันลดแรง หรือเพื่อนแนะนำว่ายี่ห้อนี้ดี เราก็ตัดสินใจซื้อไปเลย โดยไม่ได้คิดให้รอบคอบว่า มันจะตอบโจทย์ชีวิตเราจริงๆ หรือเปล่า ผลก็คือ เงินหายไป แต่ความคุ้มค่ายังไม่ได้มาครบ

วันนี้เราเลยอยากชวนมาคุยกันแบบตรงๆ ว่าถ้าจะซื้อหม้ออบลมร้อนในปี 2025 ควรเลือกยังไง ให้มันเข้ากับสไตล์การใช้ชีวิตของเราจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูสเปกแล้วซื้อ แต่ต้องดูว่าเราใช้มันทำอะไรบ่อยที่สุด อยู่บ้านคนเดียวหรือครอบครัวใหญ่ ทำกับข้าวบ่อยแค่ไหน แล้วค่อยเลือกให้ตรงจุด เพราะหม้ออบลมร้อนที่ดีที่สุดสำหรับเรา ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่คือตัวที่ใช้แล้วรู้สึกว่า “ใช่เลย ซื้อมาคุ้มจริงๆ”

1. เริ่มจากถามตัวเองก่อนว่า “เราจะใช้มันทำอะไรบ่อยที่สุด”

ก่อนจะไปดูยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเอาหม้ออบลมร้อนไปใช้ทำอะไรเป็นหลัก คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “ก็อุ่นอาหารสิ ใช้ได้หมดแหละ” แต่จริงๆ แล้วการใช้งานของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย

  • ถ้าซื้อกับข้าวกล่องกลับบ้านบ่อย แค่อุ่นให้ร้อนก็พอ ไม่ต้องเน้นฟังก์ชันเยอะ เลือกแบบพื้นฐานราคาไม่แพง ประหยัดไฟ ใช้ง่าย
  • ถ้าชอบทำอาหารเอง ต้องเลือกแบบที่มีโหมดหลากหลาย เช่น อบ ย่าง ทอด อบขนม เพราะจะได้ใช้งานครบจบในเครื่องเดียว
  • ถ้าอยู่คนเดียวหรือสองคน ขนาด 12-15 ลิตรก็เพียงพอ ไม่ต้องซื้อตัวใหญ่จนกินไฟเปล่าๆ
  • ถ้ามีครอบครัวใหญ่ ควรเลือกแบบ 20 ลิตรขึ้นไป เพราะจะได้อุ่นอาหารหรือทำอาหารได้เยอะพอกิน
  • ถ้าอยู่คอนโด ครัวเล็ก ต้องดูขนาดตัวเครื่องด้วย บางรุ่นใหญ่เกินไปอาจจะวางไม่ได้

ลองนั่งคิดดูสักนาทีว่า ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราใช้หม้ออบลมร้อนทำอะไรบ้าง ถ้ารู้แล้ว ก็จะเลือกได้ง่ายขึ้นเยอะ

2. ขนาดความจุ สำคัญกว่าที่คิด

หลายคนมักจะคิดว่า ซื้อตัวใหญ่ไว้ดีกว่า จะได้ใช้ได้หลากหลาย แต่จริงๆ แล้วถ้าซื้อใหญ่เกินความต้องการ มันก็แค่กินไฟมากขึ้น แถมยังเปลืองพื้นที่วางด้วย ลองดูว่าขนาดไหนเหมาะกับเรา

ขนาด 9-12 ลิตร เหมาะกับใคร

  • คนอยู่คนเดียว หรือคู่รัก
  • ใช้แค่อุ่นอาหาร อบขนมปัง
  • ไม่ค่อยทำอาหารเยอะ
  • อยู่คอนโด ห้องเล็ก ประหยัดพื้นที่

ขนาด 15-20 ลิตร เหมาะกับใคร

  • ครอบครัวเล็ก 3-4 คน
  • ชอบทำอาหารบ้างเป็นบางครั้ง
  • อยากได้ฟังก์ชันหลากหลายกว่าแค่อุ่น
  • พอมีพื้นที่วางในครัว

ขนาด 25 ลิตรขึ้นไป เหมาะกับใคร

  • ครอบครัวใหญ่ 5 คนขึ้นไป
  • ทำอาหารบ่อย ทำเยอะ
  • อยากอบไก่ทั้งตัว หรือทำอาหารปริมาณมาก
  • บ้านมีครัวกว้าง ไม่กังวลเรื่องพื้นที่

เคล็ดลับง่ายๆ คือ ลองคิดว่าเวลาอุ่นข้าวกล่อง หรือทำอาหาร เราต้องใส่อะไรบ้าง ถ้าแค่กล่องเดียวก็พอ เลือกขนาดเล็กได้เลย แต่ถ้าต้องอุ่นหลายกล่องพร้อมกัน ก็ควรเลือกตัวใหญ่กว่า

3. ฟังก์ชันต้องดูให้ดี อย่าเอาแค่ชื่อหรู

ตอนนี้หม้ออบลมร้อนมีฟังก์ชันเยอะมาก บางรุ่นมีปุ่มกดมากจนงง แต่จริงๆ แล้วเราใช้ได้กี่อย่าง ลองดูฟังก์ชันหลักๆ ที่ควรมี

ฟังก์ชันพื้นฐานที่ทุกรุ่นควรมี

  • ปรับอุณหภูมิได้ สำคัญมาก เพราะอาหารแต่ละอย่างต้องการความร้อนไม่เท่ากัน
  • ตั้งเวลาได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งจับเวลาเอง
  • ระบบปิดอัตโนมัติ ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวลืมปิด

ฟังก์ชันเสริมที่มีก็ดี

  • โหมดละลายน้ำแข็ง ถ้าเก็บอาหารแช่แข็งบ่อย
  • โหมดทอดแบบไร้น้ำมัน สำหรับคนรักสุขภาพ
  • โหมดหมักย่าง ถ้าชอบทำอาหารสไตล์เกาหลี
  • โหมดอบขนม สำหรับคนชอบทำเบเกอรี่

แต่อย่าลืมนะว่า ฟังก์ชันเยอะ ราคาก็แพงตาม ถ้าเรารู้ว่าจะใช้แค่อุ่นกับอบ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มไปซื้อตัวที่มีโหมด 20 อย่าง แล้วใช้แค่ 2 อย่าง

4. วัสดุและความทนทาน เรื่องที่ห้ามมองข้าม

หลายคนมักจะดูแต่ฟังก์ชันกับราคา แต่ลืมดูเรื่องวัสดุและความทนทาน ซึ่งจริงๆ แล้วมันสำคัญมาก เพราะเราต้องการให้มันใช้ได้นานๆ ไม่ใช่ซื้อมาแล้วเสียใน 1 ปี

ตัวเครื่องควรเป็นอะไร

  • สแตนเลส ทนทาน ทำความสะอาดง่าย ดูดี แต่ราคาจะสูงกว่า
  • เหล็กเคลือบ ราคาถูกกว่า แต่ต้องระวังเรื่องสนิม
  • พลาสติกคุณภาพดี เบา ราคาประหยัด แต่อาจไม่ทนเท่าโลหะ

ภายในควรเคลือบด้วยอะไร

  • ควรเป็นเคลือบกันติด ทำความสะอาดง่าย
  • ไม่มีสารตกค้างอันตราย
  • ทนความร้อนสูง ไม่ลอกง่าย

ประตูกระจกดีกว่าไหม

มีประตูกระจกจะดูอาหารข้างในได้ ไม่ต้องเปิดบ่อย ความร้อนไม่หลุด แต่ต้องระวังเรื่องแตก ถ้าทำตก หรือใช้งานหนักๆ

เคล็ดลับคือ ลองอ่านรีวิวจากคนที่ใช้งานมาแล้วว่า รุ่นนี้ทนทานไหม มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วค่อยตัดสินใจ

5. เรื่องความปลอดภัย สำคัญกว่าที่คิด

หม้ออบลมร้อนใช้ความร้อนสูง ถ้าเลือกไม่ดี อาจจะเกิดอันตรายได้ ต้องดูว่ามีระบบความปลอดภัยแบบไหนบ้าง

  • ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ถ้าเกิดความร้อนสูงเกินไป
  • ด้ามจับกันร้อน จะได้ไม่โดนไฟลวก
  • ฐานกันลื่น ตั้งแล้วมั่นคง ไม่พลิกคว่ำง่าย
  • มาตรฐานไฟฟ้า ต้องมีตรารับรอง ปลอดภัยแน่นอน

ถ้ามีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน ควรเลือกรุ่นที่มีระบบล็อกประตู เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดตอนใช้งาน

6. การทำความสะอาด ยิ่งง่ายยิ่งดี

เรื่องนี้หลายคนมักจะลืมคิด แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก เพราะถ้าทำความสะอาดยาก เราก็จะขี้เกียจใช้ แล้วสุดท้ายมันก็กลายเป็นของตกแต่งครัวไปอีก

ควรเลือกแบบที่

  • ถาดด้านในถอดออกได้ ล้างง่าย
  • ผิวเคลือบกันติด ไม่ต้องขัดแรง
  • มุมต่างๆ ไม่มีซอกมุมลึก ที่สะสมคราบ
  • อะไหล่ต่างๆ หาซื้อได้ง่าย กรณีเสียหรือสูญหาย

ถ้าเป็นคนขี้เกียจล้าง ก็ต้องยอมจ่ายเพิ่มไปซื้อรุ่นที่ทำความสะอาดง่าย เพราะมันจะช่วยประหยัดเวลาและแรงได้เยอะ

7. ค่าไฟ เรื่องที่ต้องคิด

เครื่องที่กินไฟเยอะ แม้ราคาซื้อถูก แต่ถ้าใช้บ่อยๆ ค่าไฟก็จะพุ่งตาม ลองดูว่าแต่ละขนาดใช้ไฟประมาณเท่าไหร่

  • ขนาดเล็ก 9-12 ลิตร ประมาณ 800-1,000 วัตต์
  • ขนาดกลาง 15-20 ลิตร ประมาณ 1,200-1,500 วัตต์
  • ขนาดใหญ่ 25 ลิตรขึ้นไป ประมาณ 1,600-2,000 วัตต์

ถ้าใช้วันละ 1 ชั่วโมง คิดค่าไฟที่ 4 บาทต่อหน่วย รุ่นที่กินไฟ 1,500 วัตต์ จะมีค่าไฟเดือนละประมาณ 180 บาท ซึ่งไม่ได้เยอะมาก แต่ถ้าใช้บ่อยขึ้น ก็ควรเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟ

8. ราคากับคุณภาพ สมดุลยังไง

หลายคนมักจะคิดว่า ซื้อถูกได้ของดี หรือบางคนก็คิดว่า ต้องซื้อแพงถึงจะดี แต่จริงๆ แล้วคำตอบคือ ต้องดูว่าคุ้มค่ากับการใช้งานหรือเปล่า

ช่วงราคาต่างๆ ได้อะไรบ้าง

  • ราคาประหยัด ได้ฟังก์ชันพื้นฐาน เหมาะกับคนใช้ไม่บ่อย
  • ราคากลาง ได้ฟังก์ชันครบ คุณภาพดี เหมาะกับคนใช้บ่อย
  • ราคาสูง ได้ฟังก์ชันครบ วัสดุดี ทนทาน มีเทคโนโลยีใหม่ๆ

แนะนำว่า ถ้าเราใช้บ่อย ควรลงทุนซื้อตัวที่คุณภาพดีกว่า เพราะจะคุ้มค่าในระยะยาว แต่ถ้าใช้นานๆ ครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อแพงมาก

9. การรับประกันและบริการหลังการขาย

อย่าลืมดูเรื่องนี้ เพราะถ้าเครื่องเสีย หรือมีปัญหา การรับประกันที่ดีจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเงินซ่อมเพิ่ม

  • รับประกันอย่างน้อย 1 ปี
  • มีศูนย์บริการที่ไปถึงง่าย
  • อะไหล่หาได้ไม่ยาก
  • ติดต่อได้ง่าย ตอบเร็ว

บางยี่ห้อให้การรับประกันยาวถึง 2-3 ปี ซึ่งถือว่าดีมาก แสดงว่าเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของตัวเอง

10. เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

ตอนนี้มีหม้ออบลมร้อนที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น

  • จอดิจิตอล ดูอุณหภูมิและเวลาได้ชัด
  • ควบคุมผ่านแอป เปิด-ปิด ตั้งค่าผ่านมือถือได้
  • สูตรอาหารในตัว เลือกเมนูแล้วมันปรับเองอัตโนมัติ
  • ระบบหมุนเวียนอากาศ ทำให้อาหารสุกทั่ว ไม่ดิบไม่ไหม้

แต่ถ้าไม่ได้อยากได้ฟีเจอร์พวกนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่ม เลือกแบบพื้นฐานก็พอ

สรุปง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะไปจ่ายเงินซื้อหม้ออบลมร้อน ลองถามตัวเองให้ชัดๆ ว่า

  • เราจะใช้มันทำอะไรบ่อยที่สุด
  • บ้านเรามีกี่คน อาหารที่ทำต้องใส่ได้เท่าไหร่
  • พื้นที่ในครัวมีเท่าไหร่ วางได้ขนาดไหน
  • งบที่เตรียมไว้เท่าไหร่ อยากได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง
  • ใช้บ่อยแค่ไหน คุ้มไหมที่จะลงทุนซื้อตัวดีๆ

พอได้คำตอบแล้ว ก็จะรู้เลยว่าตัวไหนเหมาะกับเราที่สุด ไม่ต้องไปหลงทางกับโปรโมชัน หรือคำแนะนำจากคนอื่นที่อาจจะไม่ตรงกับสไตล์เรา

จำไว้นะว่า หม้ออบลมร้อนที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด หรือมีฟังก์ชันเยอะที่สุด แต่คือตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ดีที่สุด ใช้แล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า ไม่เสียดายเงินที่จ่ายไป

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ลองเข้าไปดูรายละเอียดสินค้าแต่ละรุ่นเพิ่มเติมได้ อ่านรีวิวจากคนที่ซื้อไปใช้แล้ว จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แล้วเลือกตัวที่ใช่ที่สุดสำหรับบ้านคุณได้เลย

Related Articles