เครื่องผสมอาหารมือถือ อีกหนึ่งอุปกรณ์ทำครัว ที่หลายคนให้ความสนใจ ช่วยในเรื่องของการปรุงอาหารที่รวดเร็วและสะดวก ทั้งยังประหยัดเวลาในการทำอาหารลงไปได้มาก เครื่องผสมเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทดแทนการผสมอาหารด้วยวิธีออร์แกนิค หรือการผสมอาหารด้วยมือ ไม่ว่าจะการตีไข่ ตีแป้ง และอื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถผสมอาหารได้รวดเร็วกว่า อีกทั้งยังผสมผสานกันได้ดีกว่า ครั้งนี้ทางเราจะมาพร้อมกับข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องผสมอาหารทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่
1. Tefal เครื่องผสมอาหารมือถือ กำลังไฟ 450 วัตต์ รุ่น HT410138
เครื่องผสมอาหารมือถือ รุ่นนี้สามารถปรับความเร็วได้ทั้งหมด 5 ระดับ เร่งความเร็วในการทำงานได้ด้วยปุ่ม Turboเพื่อความแรงในการผสมอาหาร ในส่วนของหัวตี เพื่อผสมอาหารมีทั้งหมด 2 รูปแบบคือ หัวตีขึ้นฟู และตะขอนวดแป้งแบบสเตนเลส รองรับการตีอาหารแต่ละรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนของดีไซน์ออกแบบด้วยสีขาวสะอาดตา มีที่จับถนัดมือ พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานที่มือจับ ช่วยให้การควบคุมเครื่องผสมอาหารมือถือ ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังออกแบบตัวเครื่องให้มีน้ำหนักเบา จึงใช้งานง่ายไม่เมื่อย ไม่ล้าขณะผสมอาหารโดยเครื่องปั่นอาหารรุ่นนี้จัดว่าสามารถผสมอาหารได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ไม่เมื่อยมากนัก
2. ELECTROLUX เครื่องผสมอาหารมือถือ รุ่น EHM3407
ในส่วนของคุณสมบัติอื่นๆ ยังรองรับการใช้งานที่สะดวก เหมาะสมกับการผสมอาหาร อย่างหัวตีที่มาพร้อมหัวตะกร้อสเตนเลส 2 หัวและหัวตะขอสเตนเลสอีก 2 หัว ด้านความทนทานนั้นวัสดุผลิตจากBPA Freeซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องของความทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน ตัวเครื่องออกแบบมาให้ถอดหัวตีล้างทำความสะอาดได้ง่ายด้วยปุ่มกด ทั้งยังสามารถล้างทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างจานได้
3. Netmego เครื่องผสมอาหารมือถือ รุ่น N20D
ทางด้านฟังก์ชั่นการทำงานของตัวเครื่องผสมอาหารมือถือรุ่นนี้ สามารถปรับระดับความแรงได้ 5 ระดับเช่นกัน มาพร้อมหัวตีผสมอาหาร 2 แบบตีแป้งก็ได้ ตีไข่ก็ดี เหมาะสำหรับการทำขนมโดยเฉพาะ แต่ก็ยังสามารถปรุงอาหารคาวได้ด้วย ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนทำครัวทุกๆ ราย เครื่องผสมอาหารรุ่นนี้ ออกแบบมาเพื่อการผสมอาหารที่ง่าย สะดวกสบายมากกว่า สามารถถือได้ไม่เมื่อยด้วยน้ำหนักของเครื่องที่ค่อนข้างเบา ในส่วนของความแรงเครื่องแต่ละระดับนั้นเหมาะสำหรับการทำอาหารที่หลากหลาย จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ตัวมอเตอร์ที่ค่อนข้างทนทาน ผลิตจากทองแดง รองรับการตีแป้งที่มีความหนืดสูงได้ดีทีเดียว
4. Russell Hobbs เครื่องผสมอาหารมือถือ Aura Hand Mixer รุ่น 18965-56
ในส่วนของกำลังไฟฟ้าของเครื่องผสมรุ่นนี้อยู่ที่ 380 วัตต์ นอกจากใช้งานแบบมือถือแล้ว ยังออกแบบมาให้สามารถตั้งได้ รองรับการจัดเก็บที่สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากการปรับความเร็วได้ 5 ระดับแล้ว ก็มีปุ่ม Turbo รองรับการเร่งความเร็วชั่วขณะเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมา
5. SMARTHOME เครื่องผสมอาหารมือถือและตั้งโต๊ะ เครื่องตีแป้ง รุ่น SM-MX150
มาพร้อมกำลังไฟ 150วัตต์ สามารถปรับระดับความแรงได้มากถึง 7 ระดับค่อนข้างโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆ ที่กล่าวมาในข้างต้น เปลี่ยนหัวผสมอาหารได้โดยตัวเครื่องมาพร้อมหัวตี 2 ชนิด นอกจากนี้ยังมีโถความจุ 2 ลิตรมาให้ในชุดเดียวกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องผสมอาหารมือถือ เหมาะสำหรับการผสมอาหารด้วยขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทั้งการทำขนมและอาหารคาว โดยทั้ง 5 รุ่นจะมีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถถือขณะผสมอาหารได้ ทั้งยังมีความเร็วแรง ที่ทำให้ผสมอาหารได้เร็ว
วิธีเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารมือถือให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยครับที่ซื้อเครื่องผสมอาหารมือถือมาแล้ว ใช้ได้แค่ครั้งสองครั้ง แล้วก็เอาไปซุกไว้ในตู้? หรือไม่ก็ซื้อมาแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ใช้คุ้ม เพราะมันไม่ตอบโจทย์กับสิ่งที่เราต้องการจริงๆ
ปัญหาตรงนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะตอนไปดูของในห้าง หรือเลื่อนดูในออนไลน์ เรามักจะตัดสินใจแค่ว่า “โอ้ ดีนะ ราคาก็ไม่แพง” แต่พอเอากลับมาใช้จริงๆ กลับพบว่ามันไม่ใช่แบบที่เราต้องการ บางคนอาจจะเจอว่า ใบมีดไม่แรงพอสำหรับผสมผลไม้แข็งๆ บางคนก็เจอว่า ถังผสมเล็กเกินไป ไม่เหมาะกับการทำสมูทตี้ให้ทั้งครอบครัว
แล้วจะเลือกยังไงให้ใช่ล่ะ? บอกเลยว่า ไม่ยากอย่างที่คิด แค่รู้จักตัวเองก่อนว่าจะใช้ทำอะไรบ้าง แล้วเช็กสเปกให้ตรงกับความต้องการ ก็เสร็จแล้ว วันนี้เราจะมาช่วยคุณเลือกแบบจับมือทำ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ รับรองว่าซื้อไปแล้วไม่มีเสียดาย ใช้ได้คุ้มค่าจริงๆ
ก่อนซื้อ รู้จักตัวเองก่อนว่าจะใช้ทำอะไร
นี่คือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด แต่กลับเป็นขั้นตอนที่คนมักจะข้ามไป ลองถามตัวเองดูว่า คุณจะใช้เครื่องผสมอาหารมือถือทำอะไรบ้าง?
- ผสมสมูทตี้ผลไม้ตอนเช้าก่อนไปทำงาน
- ปั่นน้าซุปหรือน้าผักสำหรับลูกน้อย
- ทำน้าจิ้ม น้าพริก น้าสลัด
- บดน้าแข็งใส่เครื่องดื่ม
- ปั่นโปรตีนเชคหลังออกกำลังกาย
ถ้าคุณรู้แล้วว่าจะใช้ทำอะไรเป็นหลัก การเลือกก็จะง่ายขึ้นเยอะ เพราะแต่ละประเภทการใช้งาน ต้องการกำลังมอเตอร์และขนาดที่ต่างกัน
เช็กกำลังมอเตอร์ให้ตรงกับการใช้งาน
กำลังวัตต์ของมอเตอร์เป็นสิ่งที่บอกได้ว่า เครื่องตัวนี้แรงแค่ไหน ปั่นของแข็งหรือแข็งมากได้หรือเปล่า
กำลังวัตต์ต่ำ (150-250 วัตต์)
เหมาะกับคนที่ใช้ปั่นของนุ่มๆ เช่น กล้วยหอม ผลไม้สุก โยเกิร์ต หรือทำเครื่องดื่มง่ายๆ ตัวนี้ราคาไม่แพง ประหยัดไฟ แต่ถ้าเอาไปปั่นน้าแข็ง หรือผลไม้แข็งๆ อย่างแครอท มันอาจจะดิ้นรนหน่อย
กำลังวัตต์กลาง (250-400 วัตต์)
นี่คือโซนที่คนส่วนใหญ่เลือก เพราะใช้ได้หลากหลาย ทั้งปั่นผลไม้สด ผักใบเขียว ถั้วต่างๆ ได้ดี บดน้าแข็งก็พอไปได้ ราคาก็ยังไม่สูงมาก ถ้าคุณใช้ทำสมูทตี้เป็นประจำ แนะนำเลยว่าเลือกโซนนี้
กำลังวัตต์สูง (400 วัตต์ขึ้นไป)
สำหรับคนที่ใช้งานหนัก ปั่นของแข็งบ่อยๆ หรือต้องการความละเอียดสูง เช่น ทำน้าพริก บดเมล็ดธัญพืช หรือปั่นน้าแข็งเป็นประจำ ตัวนี้แรงจริง ปั่นอะไรก็ละเอียดไว ราคาแพงกว่า แต่ถ้าใช้บ่อย ก็คุ้มค่า
ขนาดถังผสมสำคัญกว่าที่คิด
อีกอย่างที่คนมักมองข้าม คือขนาดของถังผสม ลองนึกภาพดูว่าคุณจะทำให้กี่คนกินบ้าง?
ถ้าคุณอยู่คนเดียว หรือแค่สองคน ขนาด 300-400 มล. ก็พอใช้ได้แล้ว แต่ถ้าคุณมีครอบครัว 4-5 คน แล้วจะทำสมูทตี้ให้กินพร้อมกัน ขนาด 600 มล. ขึ้นไปจะเหมาะกว่า ไม่งั้นคุณต้องทำหลายรอบ เสียเวลา
แล้วก็ต้องดูด้วยว่า ขนาดมันเหมาะกับตู้เย็นของคุณมั้ย บางรุ่นมาพร้อมถังผสมที่ถอดได้ เอาไปแช่ตู้เย็นได้เลย สะดวกมาก แต่บางรุ่นสูงเกินไป เข้าชั้นตู้เย็นไม่ได้ ก็ต้องเทออกมาใส่ขวดใหม่
วัสดุของถังผสม: พลาสติก หรือแก้วดี?
เรื่องนี้ก็เป็นคำถามที่เจอบ่อย แล้วแต่ว่าคุณชอบแบบไหน
ถังพลาสติก (Tritan หรือ BPA-Free)
ข้อดีคือ เบา ทนทาน หกใส่พื้นไม่แตก ราคาไม่แพง เหมาะกับคนที่ชอบพกไปทำงาน หรือออกกำลังกาย ข้อเสียคือ ใช้ไปนานๆ อาจจะเกิดรอยขีดข่วน หรือติดคราบ ทำความสะอาดยากหน่อย
ถังแก้ว
ข้อดีคือ ดูดี สะอาด ไม่ติดกลิ่น ล้างง่าย ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ข้อเสียคือ หนัก แตกง่ายถ้าตกหล่น ราคาแพงกว่า เหมาะกับคนที่ใช้แต่ในบ้าน ไม่ค่อยพกพา
เราแนะนำว่า ถ้าคุณชอบพกไปไหนมาไหน เลือกพลาสติก แต่ถ้าใช้แต่ในครัว แก้วจะดูดีและสะอาดกว่า
ใบมีดต้องแข็งแรง แต่ถอดล้างได้ง่าย
ใบมีดคือหัวใจของเครื่องผสมอาหารมือถือเลยก็ว่าได้ ถ้าใบมีดทื่อ หรือไม่แข็งแรง ก็ไม่สามารถปั่นอะไรได้ดี
ส่วนใหญ่จะเป็นใบมีดสเตนเลส 304 ซึ่งทนทาน ไม่เป็นสนิม แต่บางรุ่นก็มีใบมีด 4 คม หรือ 6 คม ที่ช่วยให้ปั่นได้ละเอียดและเร็วขึ้น
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ มันถอดออกล้างได้ง่ายมั้ย? เพราะถ้าใบมีดติดแน่นกับตัวเครื่อง คุณจะล้างยากมาก เศษอาหารจะเกาะอยู่ตรงซอก เน่าเหม็นได้ แนะนำให้เลือกแบบที่ใบมีดถอดได้ หรือออกแบบให้ล้างง่าย
ฟีเจอร์พิเศษที่ควรมี
บางรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นเยอะ ลองดูว่าอันไหนตอบโจทย์คุณบ้าง
ถังผสมหลายขนาด
บางเซ็ตมาพร้อมถัง 2-3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ตามความต้องการได้ ทำแค่แก้วเดียวก็ใช้ถังเล็ก ทำให้หลายคนก็เปลี่ยนเป็นถังใหญ่ สะดวกมาก
ปุ่มปั่นหลายความเร็ว
มีประโยชน์ถ้าคุณทำเมนูหลากหลาย ความเร็วต่ำใช้กับของนุ่ม ความเร็วสูงใช้กับของแข็ง ควบคุมได้ตามใจ
ระบบป้องกันมอเตอร์ร้อนเกิน
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เครื่องอยู่ได้นาน เพราะถ้าคุณใช้งานหนักติดต่อกันนาน มอเตอร์อาจจะร้อนเกินไป ระบบนี้จะตัดไฟอัตโนมัติ ป้องกันไม่ให้เครื่องเสีย
ฝาปิดกันสาด
บางรุ่นมีฝาปิดที่ป้องกันไม่ให้ของสาดออกมาระหว่างปั่น ดีมากถ้าคุณใส่ของเหลวเยอะๆ หรือปั่นความเร็วสูง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ
ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม?
ราคาของเครื่องผสมอาหารมือถือมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับแบรนด์ สเปก และฟีเจอร์
ถ้าคุณใช้แค่เบาๆ สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เลือกแบบราคา 500-1,000 บาท ก็พอใช้ได้แล้ว แต่ถ้าคุณใช้บ่อย วันละครั้ง แนะนำให้ลงทุนมากกว่านั้นหน่อย เพราะเครื่องคุณภาพดีจะใช้ได้นาน ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย
อย่าไปหลงแค่ราคาถูก เพราะบางทีถูกแต่ไม่ทน ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็เสีย กลับต้องซื้อใหม่อีก กลายเป็นเสียเงินมากกว่า เลือกให้ดูคุณภาพประกอบด้วย
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
เอาเป็นว่า ถ้าคุณยังสับสนอยู่ว่าจะเลือกยังไง ลองเช็กตามลิสต์นี้ดู ถ้าตอบได้หมด แสดงว่าคุณพร้อมซื้อแล้ว
- รู้แล้วว่าจะใช้ทำอะไรบ้าง (สมูทตี้ น้าซุป น้าพริก หรืออื่นๆ)
- เช็กแล้วว่ากำลังวัตต์เหมาะกับการใช้งาน
- ขนาดถังผสมพอดีกับจำนวนคนที่จะกิน
- วัสดุของถังเหมาะกับไลฟ์สไตล์ (พกพาหรือใช้ในบ้าน)
- ใบมีดแข็งแรง ถอดล้างได้ง่าย
- มีฟีเจอร์พิเศษที่คุณต้องการ (ถ้าต้องการ)
- ราคาอยู่ในงบที่วางไว้
- มีการรับประกัน และบริการหลังการขายที่ดี
อย่าลืมดูเรื่องการรับประกันและบริการหลังการขาย
นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เหมือนของใช้ทั่วไป มันอาจจะเสียได้
ลองเช็กดูว่า แบรนด์มีการรับประกันกี่ปี? ศูนย์บริการมีให้บริการในประเทศไทยมั้ย? ถ้าเสียแล้วซ่อมง่าย หาอะไหล่ได้ มั้ย? เพราะถ้าซื้อแบรนด์ที่ไม่มีศูนย์บริการ พอเสียก็ต้องทิ้งเลย ไม่คุ้มเลย
แบรนด์ดังๆ ส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน 1-2 ปี และมีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วไป ส่วนแบรนด์เล็กๆ อาจจะรับประกันแค่ 6 เดือน หรือไม่มีศูนย์บริการเลย ต้องระวังตรงนี้
เทคนิคการใช้งานให้อยู่นาน
พอเลือกซื้อได้แล้ว ก็มาดูกันว่าจะใช้ยังไงให้เครื่องอยู่กับเรานานๆ
อย่าใส่ของร้อนจัดลงไปปั่น
ถ้าคุณทำน้าซุปร้อนๆ ให้ปล่อยให้เย็นสักหน่อยก่อนปั่น ไม่งั้นความร้อนจะทำให้พลาสติกเสียหาย หรือแม้แต่ทำให้มอเตอร์ร้อนเกิน
อย่าปั่นนานเกินไป
ปั่นทีละ 30-60 วินาที แล้วพักเครื่องสักครู่ ถ้าต้องการปั่นต่อ ให้พักเครื่องก่อน ไม่งั้นมอเตอร์จะร้อนเกินไป อายุการใช้งานก็จะสั้นลง
ล้างทันทีหลังใช้
อย่าปล่อยให้เศษอาหารแห้งติดอยู่ที่ใบมีดหรือถังผสม ล้างทันทีจะง่ายกว่า ใช้น้าอุ่นกับสบู่ล้างจานธรรมดาก็พอ ถ้าติดมาก ให้ใส่น้าอุ่นกับสบู่ลงไป แล้วปั่นสักครู่ ก็จะหลุดออกมาง่ายๆ
เก็บในที่แห้ง
หลังจากล้างแล้ว ให้เช็ดให้แห้งก่อนเก็บ อย่าเก็บทับกันตอนยังเปียก ไม่งั้นจะเกิดกลิ่นอับ หรือเชื้อราได้
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนเครื่องใหม่?
ถ้าเครื่องของคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ อาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว
- มอเตอร์ดังผิดปกติ หรือมีกลิ่นไหม้
- ปั่นไม่ละเอียดเหมือนเดิม แม้จะเปลี่ยนใบมีดใหม่แล้ว
- เครื่องดับเองบ่อยๆ ระหว่างใช้งาน
- ถังผสมแตก หรือมีรอยร้าวมาก
- ใบมีดทื่อจนลับไม่ได้แล้ว
ถ้าเจออาการเหล่านี้ อย่าฝืนใช้ เพราะอาจจะไม่ปลอดภัย และอาจจะใช้ไฟมากขึ้นด้วย ถือโอกาสเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ที่ดีกว่าเลยดีกว่า
สรุป: เลือกให้ตรงใจ ใช้ให้คุ้มค่า
เครื่องผสมอาหารมือถือไม่ใช่ของแพง แต่ถ้าเลือกไม่ถูก ก็อาจจะกลายเป็นของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ เสียดายเงิน เสียที่ในครัว แล้วก็เสียใจทีหลัง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ รู้จักตัวเองก่อนว่าคุณต้องการอะไร จะใช้บ่อยแค่ไหน ทำอะไรบ้าง แล้วค่อยเลือกสเปกให้ตรงกับความต้องการ อย่าไปหลงแค่ราคาถูก หรือแบรนด์ดัง เพราะสิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุด
ลองย้อนกลับไปดูเช็กลิสต์ที่เราแชร์ไว้ตอนต้น ถ้าคุณตอบคำถามทุกข้อได้แล้ว แสดงว่าคุณพร้อมเลือกซื้อแล้ว อย่าลืมเช็กดูรีวิวจากคนที่ใช้จริงด้วย จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้น
และพอซื้อมาแล้ว อย่าลืมดูแลมันให้ดีนะ ล้างทันทีหลังใช้ อย่าใช้งานหนักเกินไป เก็บในที่แห้ง แค่นี้เครื่องของคุณก็จะอยู่กับคุณได้นานๆ ใช้งานได้คุ้มค่าจริงๆ
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย หรือถ้ายังไม่แน่ใจ ก็เก็บบทความนี้ไว้อ่านซ้ำก่อนตัดสินใจก็ได้ สำคัญที่สุดคือ เลือกให้ใช่ใจ แล้วคุณจะได้ใช้มันทุกวันอย่างมีความสุข






