ไม่ว่าคุณจะเป็นคนผมหยักศก ผมดัด ผมตรง หรือสภาพผมแบบไหนก็ตาม ถ้าหากว่าต้องการจัดแต่งทรงผมให้งดงามทั้งแบบตรงงามยาวสลวย หรือม้วนเป็นลอนสวยงาม อุปกรณ์ที่จัดได้ว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ต้องมี นั่นก็คือเครื่องหนีบผม ซึ่งทำงานโดยส่งพลังงานความร้อนไปสู่เส้นผมเพื่อจัดแต่งทรงผมให้ได้รูปทรงตามต้องการ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือวัสดุที่ใช้ เพราะเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับเส้นผมโดยตรงนั้น ซึ่งมีผลอย่างมากที่จะทำให้ผมเสียหรือผมสวยได้อย่างไม่ต้องสงสัย ปัจจุบันเครื่องหนีบผมในท้องตลาดมีอยู่มากมายหลายรุ่น ซึ่งต้องวิเคราะห์เจาะลงลงไปว่าเครื่องไหนดีเครื่องไม่ดี อย่ารอช้าลองตามไปดูกันเลย
เทคนิคการใช้เครื่องหนีบผมอย่างปลอดภัย
1. เตรียมเส้นผมก่อนหนีบควรทำความสะอาดเส้นผมให้สะอาดหมดจดทุกครั้งก่อนหนีบผม เพราะเส้นผมที่สกปรกเต็มไปด้วยครีมตกแต่งผม สเปรย์ฉีดผม ผสมกับสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองต่างๆ เมื่อใช้เครื่องหนีบผมหนีบซ้ำลงไป ยิ่งทำให้สารเคมีเหล่านั้นฝังแน่นตกค้างบนเส้นผม ทำให้จัดทรงยากและทำให้ผมเสียโดยไม่ตั้งใจก่อนการจัดตกแต่งผมทุกครั้งขอให้เริ่มต้นจากการดูแลความสะอาดของเส้นผม เพื่อสุขอนามัยที่ดี
2. ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผม เครื่องหนีบผมทำงานด้วยการให้ความร้อนส่งตรงลงไปที่เส้นผม ไม่ว่าแผ่นความร้อนนั้นจะผลิตมาจากวัสดุประเภทใดก็ตาม ล้วนมีผลทำให้เส้นผมอ่อนแอเปราะหักง่าย ดังนั้นวิธีการหนึ่งที่แนะนำให้ทำทุกครั้งก่อนหนีบผม คือการใช้สารเคลือบปกป้องเส้นผม อย่างพวกเซรั่ม สเปรย์เคลือบผม หรือออยล์ชนิดบางเบา เคลือบเส้นผมทุกครั้งเป็นอันดับแรก และต้องใช้ก่อนครีมหรือมูสจัดตกแต่งผม ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนจากเครื่องหนีบผมแล้ว ยังช่วยให้เส้นผมเงางามเปล่งประกายมากขึ้นอีกด้วย
3. แบ่งผมเป็นช่อ โดยเฉพาะคนที่มีผมหนา การแบ่งผมจะช่วยให้จัดการเส้นผมแต่ละจุดได้ดีกว่า วิธีการง่ายๆ เพียงแค่ใช้กิ๊ปหรือที่หนีบผมหนีบแบ่งไว้ เหมือนที่ร้านทำผมทำ จากนั้นจึงไล่เซ็ทผมทีละส่วนผมจากด้านในออกมาด้านนอก ไม่ว่าจะรีดผมเรียบหรือทำลอนผม ค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น จัดการเส้นผมทีละส่วนจนหมด การแบ่งผมเป็นช่อแบบนี้นอกจากช่วยให้จัดทรงผมได้ง่ายแล้ว ยังช่วยให้การรีดหรือการดัดลอนเส้นผมออกมาได้สวยงามกว่าการทำครั้งเดียว
4. ผมแห้งดีกว่าผมหมาด ถึงแม้จะมีเครื่องหนีบผมรุ่นที่ใช้กับผมหมาดได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมมักจะแนะนำว่า หลังจากทำความสะอาดเส้นผมด้วยแชมพูถนอมเส้นผมแล้ว ควรจะรอให้ผมแห้งก่อนจะดีกว่า เพราะไม่เพียงแต่จัดทรงได้ง่ายแต่ยังถนอมรักษาเส้นผมให้แข็งแรงไม่แห้งเสีย ลองสังเกตดูเตารีดที่บ้าน ถ้าผ้าส่วนไหนมีความชื้นมากพอวางเตารีดลงไป ผ้าแทบจะเดือดไหม้ในทันที เส้นผมก็เช่นกันการรีดผมขณะที่ผมยังไม่แห้งนั้นถือเป็นการทำร้ายทำลายเส้นผมอย่างน่ากลัว
5. เพิ่มความร้อนทีละน้อย การปรับอุณหภูมิความร้อนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญ ควรเริ่มปรับระดับความร้อนที่อุณหภูมิต่ำก่อน จากนั้นลองใช้หนีบเส้นผมดู ถ้าสามารถจัดทรงได้ดีก็หยุดไว้ที่ความร้อนระดับนั้น การใช้ความร้อนสูงมากเกินไปย่อมทำให้เส้นผมแห้งกรอบเสียได้ง่าย สำหรับคนที่หนีบผมเป็นประจำควรใส่ใจ เพราะถึงแม้ผมจะงอกใหม่ได้แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าสามารถถนอมเส้นผมให้มีสุขภาพดีคงอยู่ยาวนาน
6. ทำความสะอาดเครื่องหนีบผมเป็นประจำ เพราะคราบไขมัน คราบสารเคมีที่ติดอยู่บนเส้นผมมักจะติดค้างอยู่บนตัวเครื่อง การนำมาใช้หนีบผมซ้ำย่อมไม่เป็นผลดี นอกจากจะจะมีคราบสกปรกตกค้างแล้ว ยังทำให้การรีดเส้นผมไม่เรียบไม่ลื่นเหมือนอย่างเคย วิธีการทำความสะอาดนั้นทำได้ง่าย เพียงแค่เช็ดผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ เช็ดถูบริเวณแผ่นให้ความร้อน แต่มีข้อควรระวังคือ ต้องทำความสะอาดเมื่อเครื่องเย็นแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันอันตรายจากการเผาไหม้
1. Lesasha เครื่องหนีบถนอมเส้นผม Straight & Curl Glamour รุ่น LS1145
เครื่องหนีบถนอมเส้นผมรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีไอโอนิค ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมชี้ฟู คงความเป็นประกายเงางาม แผ่นทำความร้อนผลิตจากเซรามิกชนิดพิเศษเคลือบสารทัวร์มาลีนและเคราติด ปกป้องถนอมเส้นผมไม่ให้แห้งเสีย พร้อมทั้งเก็บกักความชุ่มชื่นให้กับเส้นผม แผ่นเซรามิกมีคุณสมบัติให้ความร้อนได้เร็ว กระจายความร้อนได้ทั่วถึง พื้นผิวเรียบลื่นแนบสนิทไปกับเส้นผมจึงเหมาะสำหรับการจัดแต่งทรงผมไม่กินผม ไม่ทำให้ผมพันกันนอกจากนี้ยังมีซี่หวีโครเมียมที่ช่วยให้หวีได้ง่ายเส้นผมเรียงตัวสวยงามจัดแต่งทรงผมได้รวดเร็ว
- เครื่องหนีบผมชนิด Hair Curler and Styler
- เครื่องหนีบผมระบบไอโอนิค Ionic System
- แผ่นทำความร้อนชนิด Nano Keratin TourmalineCeramic Heat Plates
- หน้าจอแสดงผล Live Digital Display
- แรงดันไฟฟ้า 100 – 240 โวลต์
- ปรับอุณหภูมิได้ 130 – 230 องศาเซลเซียส
- แผ่นสปริง Floating Plate
- ซี่หวีผลิตจากโครเมียม
- สายไฟมีความยาว 3 เมตร หมุนได้ 360 องศา
- รับประกันสินค้า 2 ปี
- แผ่นทำความร้อนเซรามิก ให้ความร้อนได้ทั่วถึง ไม่กินผม
- ซี่หวีชนิดพิเศษ ช่วยจัดทรงผมให้เข้ารูปได้สะดวกง่ายดาย ลดการเสียดสีของเส้นผม
- เทคโนโลยีไอโอนิค ช่วยถนอมรักษาเส้นผมไม่ให้ชี้ฟู เส้นผมเงางามเป็นประกาย
- แผ่นสปริงคุณภาพดี ช่วยปรับความหนักเบาของการหนีบเส้นผมโดยไม่กดเส้นผมแรงเกินไปจนทำให้ผมเปราะหัก
- สายไฟแบบหมุนได้ 360 องศา หมดปัญหาสายไฟพันกัน
- มือจับมีปุ่มกันลื่น จับกระชับมือ ปลอดภัย ไม่ลื่นหลุด
- ปรับตั้งอุณหภูมิได้หลายระดับตามความต้องการ ล็อกอุณหภูมิที่ต้องการได้
- หน้าจอดิจิตอลแสดงอุณหภูมิขณะใช้งาน ป้องกันการตั้งอุณหภูมิผิดพลาด
- พกพาไปใช้งานได้ทั่วโลก ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่ครอบคลุมการใช้งานทุกพื้นที่
ข้อดี
2. Twosister V Super Inter Dee Dee เครื่องหนีบผม รุ่น su288
เครื่องหนีบผมคุ้มค่าราคาประหยัด ใช้ได้ทั้งรีดหนีบผมตรงและม้วนดัดผมให้เป็นลอน เพิ่มการปกป้องถนอมเส้นผมด้วยการเคลือบสารไอโอนิคช่วยให้รีดผมได้เรียบลื่น คงความชุ่มชื้นของเส้นผมหมดปัญหาเส้นผมชี้ฟู ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุมการทำงานเพียงปุ่มเดียว ปรับระดับความร้อนได้ตามความต้องการ พร้อมแถบแสดงอุณหภูมิมองเห็นได้ชัดเจน ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเพียงแบ่งผมเป็นช่อแล้วรีด เพียงเท่านี้ก็จัดแต่งทรงผมให้ได้ทรงสวยต้องตาต้องใจ
- แผ่นทำความร้อนเคลือบ Ionic ทำความร้อนภายใน 30 วินาที
- ปรับอุณหภูมิได้ 4 ระดับ 160, 180, 200และ 220 องศาเซลเซียส
- ควบคุมการทำงานด้วยปุ่ม เปิด/ปิด
- กำลังไฟ 220 วัตต์
- ขนาดสินค้า 5 x 27 x 4 ซม.
- น้ำหนัก 0.55 กก.
- ปรับความร้อนได้หลายระดับตามสภาพเส้นผม
- ทำความร้อนได้เร็ว ไม่ต้องรอนาน
- ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน
- สารเคลือบ Ionic ช่วยปกป้องถนอมเส้นผมไม่ให้แห้งเสีย เรียบลื่นเงางาม
ข้อดี
3. LESASHA เครื่องหนีบผม Wet 2 Dry Pretty รุ่น LS0953
เครื่องหนีบผมรุ่นพิเศษ ใช้ได้กับทั้งผมหมาดและผมแห้ง ด้วยแผ่นกระจายความร้อนเซรามิกสีดำ มีคุณสมบัติส่งผ่านความร้อนได้ดี แนบสนิทชิดเส้นผม หนีบผมได้เรียบลื่น ผสานเคราตินปกป้องเส้นผม ช่วยให้เส้นผมตรงเป็นประกายเงางาม ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย ปรับอุณหภูมิได้หลายระดับตามความต้องการ นอกจากรีดผมตรงแล้วยังสามารถใช้ดัดลอนเส้นผมให้โค้งมนได้ดั่งใจ เครื่องรุ่นนี้ออกแบบด้ามจับให้กระชับถนัดมือ ม้วนเส้นผมได้ทั่วทั้งศีรษะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยแถบบอกอุณหภูมิที่มองเห็นได้ชัดเจน ป้องกันการจับตัวเครื่องโดยไม่ตั้งใจ
- แผ่นทำความร้อนเซรามิกสีดำ
- ปรับอุณหภูมิได้ 150 – 230 องศาเซลเซียส พร้อมแถบแสดงอุณหภูมิ
- กำลังไฟฟ้า 45 วัตต์
- แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์/50-60 เฮิรตซ์
- สายไฟมีความยาว 2 เมตร หมุนได้ 360 องศา
- รับประกันสินค้า 1 ปี
- แผ่นทำความร้อนเซรามิก ทำความร้อนได้เร็ว กระจายความร้อนทั่วถึง ให้ความร้อนสม่ำเสมอ
- แผ่นทำความร้อนแนบสนิทกับเส้นผม เรียบลื่น ไม่กินผม จัดทรงได้ง่ายช่วยให้เส้นผมมีน้ำหนัก
- หนีบผมหมาดได้ ไม่ทำให้ผมเสีย
- ขนาดกะทัดรัดพกสะดวก
- ดีไซน์สวยงามใช้งานง่าย ควบคุมอุณหภูมิได้หลายระดับ
- สายไฟหมุนรอบป้องกันสายไฟพันกัน
- สินค้าได้มาตรฐาน มอก. จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย
ข้อดี
4. CKL เครื่องหนีบผม รุ่น CKL-1033
เครื่องหนีบผมราคาประหยัดได้มาตรฐาน มอก. ใช้แผ่นเคลือบเซรามิกหน้ากว้างพิเศษสามารถกระจายความร้อนได้ทั่วถึง ทำความร้อนได้เร็วและคงที่ จึงช่วยถนอมรักษาความชุ่มชื้นในเส้นผม ป้องกันผมแห้งเสีย ไม่ว่าจะรีดผมตรงหรือดัดลอนเส้นผมก็มั่นใจได้ว่าเส้นผมจะเรียงตัวสวยมีน้ำหนักเป็นประกายเงางาม ด้วยการดีไซน์ออกแบบให้ด้ามจับเป็นคลื่นตามรูปนิ้วจึงจับถนัดมือไม่ลื่นหลุดขณะใช้งาน ป้องกันความร้อนได้ดี
- แผ่นทำความร้อนเซรามิกระบบไอโอนิค หน้าสัมผัสกว้าง 1.5 นิ้ว
- ปรับความร้อนได้ 4 ระดับ พร้อมแถบแสดงอุณหภูมิ
- กำลังไฟฟ้า 50 วัตต์
- แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์/50-60 เฮิรตซ์
- รับประกัน5 วัน
- ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเปิดปิด
- แผ่นทำความร้อนเซรามิก ไม่ทำให้ผมพันกัน รีดเรียบลื่น จัดทรงได้ตามต้องการ
- ออกแบบให้ด้ามจับถนัดมือ ไม่ลื่นหลุดง่าย
- ปุ่มบอกอุณหภูมิชัดเจน ปรับตั้งความร้อนได้แม่นยำ
- ปุ่มเปิดปิดปรับเลื่อนง่าย ใช้งานสะดวก
ข้อดี
5. เครื่องหนีบผม Kemei Professional Ceramic Hair Straightener KM-53/532
เครื่องหนีบผมราคาประหยัด มาพร้อมแผ่นทำความร้อนเซรามิกคุณภาพดี กระจายความร้อนได้ทั่วถึง รีดผมได้ลื่น ไม่ทำให้เส้นผมพันกัน รูปแบบทรงออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีที่จับด้านปลายเครื่องช่วยให้ควบคุมการใช้งานได้สะดวกง่ายดาย ปุ่มควบคุมใช้งานง่ายควบคุมอุณหภูมิได้ด้วยปุ่มเดียว เพียงกดปรับระดับความร้อน พร้อมแถบแสดงอุณหภูมิชัดเจน ป้องกันการหลงลืมได้เป็นอย่างดี มาพร้อมระบบไฟแจ้งเตือนการใช้งานเมื่อเปิดเครื่อง เพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งาน
- เครื่องหนีบผมชนิด Dry & Wet
- แผ่นทำความร้อนเซรามิก Ceramic Hot Plates
- ตัวนำความร้อน Aluminum alloy
- กำลังไฟฟ้า 30วัตต์
- แรงดันไฟฟ้า 220-240โวลต์/50-60 เฮิรตซ์
- ปรับความร้อนได้ 4 ระดับ: 160/180/200/220 องศาเซลเซียส
- ขนาด 4.2 x 10 x 29 ซม.
- น้ำหนัก 225 กรัม
- รับประกัน 1 เดือน
- ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเปิดปิดใช้งานง่าย พร้อมแถบอุณหภูมิ บอกระดับความร้อนชัดเจน
- ตัวนำความร้อนอลูมิเนียมอัลลอยด์ นำพาความร้อนได้ดี ทำความร้อนได้รวดเร็ว
- แผ่นทำความร้อนเซรามิก แนบชิดติดเส้นผม รีดเส้นผมได้ลื่นไม่พันกัน พร้อมปกป้องถนอมเส้นผม
- ปรับความร้อนได้หลายระดับตามความต้องการ ใช้ได้ทั้งผมหมาดและผมแห้ง
ข้อดี
ช่วยให้เส้นผมเรียงตัวสวย เงางาม
วิธีเลือกซื้อเครื่องหนีบผมให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025
เคยมั้ยที่ซื้อเครื่องหนีบผมมาแล้วใช้ไปได้ไม่กี่ครั้ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ บ้างก็ตีลอนไม่ติด บ้างก็ร้อนช้าเกินไป หรือบางทีก็ทำให้ผมเสียหายมากกว่าที่คิด สุดท้ายก็วางทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้า กลายเป็นของตกแต่งไปอีกชิ้น
จริงๆ แล้วเครื่องหนีบผมที่ดีไม่ใช่แค่ราคาแพงหรือถูก แต่มันต้องตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงๆ คนที่ผมยาวหนา กับคนที่ผมสั้นบาง ใช้เครื่องหนีบผมแบบเดียวกันไม่ได้หรอก หรือแม้แต่คนที่รีบทุกเช้า กับคนที่มีเวลาจัดผมช้าๆ ก็ต้องการสเปกที่ต่างกัน
บางคนอาจจะคิดว่า “ก็แค่เครื่องหนีบผม มันต่างกันมากเหรอ” แต่พอไปลองใช้ดูจริงๆ จะรู้เลยว่าความต่างนี้มันส่งผลตรงกับผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งเรื่องทรงผม ความเสียหายของเส้นผม และความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว
วันนี้เราจะมาคุยกันแบบจับมือทำ ตั้งแต่เริ่มต้นเลือกว่าควรดูอะไรบ้าง จนถึงเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราหาเครื่องหนีบผมที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงินเปล่าอีกต่อไป
1. เริ่มจากตัวเอง ไม่ใช่จากสเปก
ก่อนจะไปดูว่าเครื่องหนีบผมแบบไหนดี เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราต้องการอะไร ลองถามตัวเองดูตามนี้เลย
ผมของเราเป็นยังไงบ้าง
- ผมหนามาก หรือผมบางเส้นละเอียด
- ผมยาวสะเอว หรือแค่ระดับบ่า
- ผมหยักศกฟูตามธรรมชาติ หรือตรงอยู่แล้ว
- ผมแห้ง เสียง่าย หรือมันมาก
ถ้าผมเราหนา จะต้องใช้เครื่องที่มีแผ่นกว้างกว่าปกติ เพื่อจับผมได้ครั้งละมากๆ ประหยัดเวลา แต่ถ้าผมบาง ก็ควรเลือกแบบที่แผ่นเรียวกว่า เพื่อให้ควบคุมง่ายขึ้น
คนที่ผมยาวมาก ต้องเลือกเครื่องที่ร้อนเร็วและร้อนสม่ำเสมอ ไม่งั้นจะเสียเวลามาก ส่วนคนที่ผมสั้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงมากหรอก
เราใช้บ่อยแค่ไหน
- ทุกวัน – ต้องเลือกแบบที่มีระบบปกป้องผม
- สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง – เลือกแบบที่ใช้งานง่าย คุ้มค่า
- นานๆ ทีเมื่อมีงาน – เลือกตามบรรยากาศและงบประมาณ
ใช้บ่อยแค่ไหนสำคัญมาก เพราะจะบอกได้เลยว่าเราควรลงทุนมากขนาดไหน คนที่ใช้ทุกวันอาจจะต้องซื้อแบบที่มีเทคโนโลยีดูแลผม เพราะไม่งั้นผมจะเสียหายเร็วมาก
รีบมั้ยตอนเช้า
ถ้าเป็นคนที่ตื่นมาแล้วต้องรีบไปทำงาน เครื่องหนีบผมที่ร้อนไวภายใน 30 วินาที จะช่วยชีวิตเราได้มาก แต่ถ้าเป็นคนที่มีเวลาจัดตัวเยอะ ก็ไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องนี้มากนัก
2. แผ่นเคลือบ คือหัวใจสำคัญที่สุด
หลายคนมักจะดูแค่ราคา แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดของเครื่องหนีบผม คือแผ่นเคลือบ เพราะมันคือส่วนที่สัมผัสกับผมเราโดยตรง
เซรามิก – เอาไว้ใช้ประจำ
แผ่นเซรามิกเนียนลื่น กระจายความร้อนได้ดี เหมาะกับคนที่ใช้บ่อยเพราะไม่ทำร้ายผมมาก ถ้าเป็นเครื่องหนีบผมตัวแรกแนะนำให้เลือกแบบนี้เลย
ไทเทเนียม – สำหรับคนผมหนา
ไทเทเนียมร้อนเร็วกว่าเซรามิก และทนทานกว่า คนที่ผมหนามากจะชอบแบบนี้ เพราะใช้ความร้อนสูงได้โดยที่แผ่นไม่เสียหาย ลื่นผ่านได้ดี ไม่ติดขัด
ทัวร์มาลีน – ดูแลผมระดับพรีเมียม
ทัวร์มาลีนช่วยลดไฟฟ้าสถิตในผม ทำให้ผมดูเงางามขึ้น แต่ราคาจะสูงกว่า เหมาะกับคนที่ใช้ทุกวันและอยากดูแลผมให้ดีที่สุด
ถ้าไม่แน่ใจ ลองจับดูที่ร้านก่อนว่าแผ่นเรียบมั้ย มีรอยขีดข่วนหรือเปล่า แผ่นที่ดีต้องเนียนลื่นจริงๆ ไม่มีตำหนิ เพราะถ้ามีรอยแม้แต่นิดเดียว ผมจะติดง่าย
3. ความร้อนปรับได้ ไม่ใช่แค่ร้อนสูงสุด
หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งร้อนมาก ผมยิ่งตรง แต่จริงๆ แล้วถ้าใช้ความร้อนมากเกินไป ผมจะเสียหายง่าย และอาจจะทำให้หักง่ายอีกด้วย
ระดับความร้อนที่เหมาะสม
- ผมบางหรือเสียแล้ว – ใช้แค่ 140-170 องศา
- ผมธรรมดาหนาปานกลาง – ใช้ 170-200 องศา
- ผมหนามากหรือหยักศกมาก – ใช้ได้ถึง 200-230 องศา
เครื่องหนีบผมที่ดีควรมีปุ่มปรับความร้อนได้หลายระดับ ไม่ใช่แค่เปิด-ปิด หรือแค่ 2-3 ระดับ ยิ่งปรับได้เยอะยิ่งดี เพราะเราจะได้ใช้ตามสภาพผมในแต่ละวัน
บางวันผมเราอาจจะแห้งมาก ก็ควรลดความร้อนลง บางวันผมชุ่มชื้นดี ก็ใช้ความร้อนปกติได้ การที่มีตัวเลือกเยอะทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
4. ฟีเจอร์เสริม ที่ไม่ใช่แค่ของเล่น
มีฟีเจอร์เสริมบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ แต่พอได้ใช้จริงจะรู้ว่ามันช่วยได้เยอะมาก
ปุ่มล็อคอุณหภูมิ
เคยมั้ยที่กำลังหนีบผมอยู่ดีๆ มือไปกดปุ่มปรับอุณหภูมิไปโดยไม่ตั้งใจ แล้วอุณหภูมิเปลี่ยนไป ปุ่มล็อคจะช่วยป้องกันเรื่องแบบนี้ได้
ระบบปิดอัตโนมัติ
สำหรับคนที่ลืมปิดเครื่องบ่อยๆ ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก เพราะจะปิดเครื่องให้เองถ้าไม่ได้ใช้งานเกินเวลาที่กำหนด ช่วยประหยัดไฟและปลอดภัยอีกด้วย
จอแสดงอุณหภูมิแบบดิจิตอล
ดีกว่าแบบมีแค่ไฟแสดงสถานะ เพราะเราจะรู้ชัดเจนว่าตอนนี้อุณหภูมิเท่าไหร่ ไม่ต้องเดา ใช้งานได้แม่นยำกว่า
สายไฟหมุนได้ 360 องศา
ฟังดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ลองใช้แบบที่สายพันกันดูสิ จะรู้เลยว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน สายที่หมุนได้จะทำให้จับใช้งานได้สะดวกกว่าเยอะ
5. ดูขนาดและน้ำหนักด้วย
ถ้าเราจัดผมทุกวัน เราจะต้องยกมือขึ้นหนีบผมอยู่พักนึง เครื่องที่หนักเกินไปจะทำให้มือเมื่อยง่าย โดยเฉพาะคนที่ผมยาว ต้องใช้เวลานานขึ้น
ลองจับดูก่อนซื้อว่าถือแล้วรู้สึกยังไง หนักหรือเบาเกินไป สมดุลดีมั้ย บางเครื่องดูดี แต่พอจับแล้วไม่ค่อยถนัด
ขนาดแผ่นที่เหมาะสม
- แผ่นแคบ 2-2.5 ซม. – เหมาะกับผมสั้นหรือทำทรงผมที่ต้องการความละเอียด
- แผ่นกลาง 2.5-3 ซม. – ใช้ได้กับผมหลากหลายความยาว
- แผ่นกว้าง 3-4 ซม. – สำหรับผมยาวหนา ประหยัดเวลา
คนที่ผมสั้นไม่ควรซื้อแผ่นกว้างมาก เพราะจะจับผมยาก ส่วนคนที่ผมยาวถ้าซื้อแผ่นแคบ จะต้องหนีบหลายรอบมาก เปลืองเวลา
6. อ่านรีวิวจริงจากคนใช้จริง
รีวิวบนเว็บมีให้อ่านเยอะมาก แต่ต้องดูให้ดีว่ารีวิวไหนเป็นของจริง ลองหาคนที่มีสภาพผมคล้ายเรา แล้วดูว่าเขาใช้แล้วผลเป็นยังไง
สิ่งที่ควรดูในรีวิว:
- ใช้ได้นานแค่ไหนก่อนเสีย
- ผมเสียหายมากมั้ย
- ร้อนเร็วจริงไหม
- ลื่นดีหรือติดขัด
- บริการหลังการขายเป็นยังไง
อย่าดูแค่รีวิว 5 ดาวอย่างเดียว ลองดูรีวิว 3-4 ดาวด้วย เพราะจะบอกปัญหาจริงๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วเราจะได้ตัดสินใจได้ว่ารับได้มั้ย
7. ดูเรื่องการรับประกันด้วย
เครื่องใช้ไฟฟ้ามันมีโอกาสเสียได้เสมอ ยิ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ความร้อนสูงยิ่งต้องระวัง ถ้าซื้อมาแล้วใช้ได้แค่เดือนสองเดือนก็เสีย คงไม่คุ้ม
เช็คให้ชัดว่ารับประกันกี่เดือน หรือกี่ปี ถ้ามีปัญหาต้องส่งซ่อมที่ไหน ค่าใช้จ่ายเป็นยังไง มีศูนย์บริการในเมืองไทยหรือเปล่า
บางยี่ห้อรับประกันแค่ 6 เดือน บางยี่ห้อรับประกันถึง 2 ปี ถ้าราคาใกล้เคียงกัน ควรเลือกที่รับประกันนานกว่า เพราะอย่างน้อยถ้ามีปัญหาก็ยังมีทางแก้
8. งบประมาณ vs คุณภาพ
เครื่องหนีบผมมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อย จนถึงหลายพัน ไม่ได้หมายความว่าแพงกว่าจะดีกว่าเสมอไป แต่ก็ไม่ควรเลือกแบบถูกสุดเหมือนกัน
ช่วงงบประมาณที่แนะนำ
ถ้าใช้นานๆ ทีเมื่อมีงาน งบประมาณไม่ถึงพันก็พอใช้ได้ แค่เลือกให้ดีว่ามีแผ่นเคลือบที่ดี ปรับความร้อนได้
ถ้าใช้ทุกสัปดาห์ แนะนำให้ลงทุนหน่อย เพราะถ้าซื้อถูกมาแล้วทำให้ผมเสียหาย ต้องไปทำผมซ่อมผมอีก กลายเป็นเสียเงินมากกว่าเดิมอีก
ถ้าใช้ทุกวันและอยากดูแลผมให้ดีที่สุด ควรเลือกแบบที่มีเทคโนโลยีดูแลผม มีระบบไอออนหรือทัวร์มาลีน ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่คุ้มค่าในระยะยาว
9. ลองคิดถึงระยะยาว
อย่าคิดแค่ว่าตอนนี้ต้องการอะไร ลองคิดต่อไปอีกนิดว่า 1-2 ปีข้างหน้าจะยังใช้แบบนี้มั้ย
ถ้าตอนนี้ผมสั้น แต่กำลังปล่อยยาว อาจจะควรเลือกแบบที่แผ่นใหญ่กว่าหน่อย หรือถ้าตอนนี้ใช้นานๆ ครั้ง แต่กำลังจะเริ่มดัดผมบ่อยขึ้น ก็ควรเลือกแบบที่ดูแลผมดีหน่อย
การซื้อของใช้ที่วางแผนไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ประหยัดเงินในระยะยาว
10. สรุปสั้นๆ แบบจับประเด็น
เลือกเครื่องหนีบผมไม่ยาก ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไรจริงๆ อย่าไปตามกระแสหรือดูแค่ว่าคนอื่นใช้อะไร เพราะสภาพผมแต่ละคนไม่เหมือนกัน
จำไว้ว่าแผ่นเคลือบคือหัวใจสำคัญ เลือกให้ดี เพราะมันสัมผัสผมเราโดยตรง ความร้อนต้องปรับได้ ไม่ใช่แค่ร้อนสูงสุด และฟีเจอร์เสริมต่างๆ ก็มีประโยชน์จริงถ้าเราใช้บ่อย
ที่สำคัญคือ อย่าตัดสินใจเพราะราคาอย่างเดียว ให้ดูที่คุณภาพและการรับประกันด้วย เพราะสุดท้ายแล้วเครื่องหนีบผมที่ดี ต้องใช้ได้นาน ไม่ทำร้ายผม และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอมองเห็นภาพชัดขึ้นว่าเครื่องหนีบผมแบบไหนถูกใจเราที่สุด ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น แล้วเจอกับผมสวยเงางามที่เราฝันไว้กันนะ






