Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องชงกาแฟสด เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องชงกาแฟสด เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

กาแฟ คือ เครื่องดื่มซึ่งเป็นที่ยอดนิยมในฐานะเครื่องดื่มชูกำลังประเภทหนึ่งที่ต้องดื่มทุกเช้า เพื่อให้คาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งว่ากันว่าแต่เดิมนั้นเมล็ดของต้นกาแฟถูกค้นพบเป็นครั้งแถวประเทศเยเมน แถบอาระเบีย เริ่มมีการทานกาแฟในอาหรับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ในปัจจุบันนิยมทานกว่า 70 ประเทศวันนี้เราจึงขอแนะนำเครื่องชงกาแฟสดสุดล้ำทำง่ายที่ควรมีติดบ้านกันครับ

1. Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM5000B

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM5000B

เครื่องชงกาแฟสดตัวแรกที่จะขอแนะนำเป็นของยี่ห้อ Duchess รุ่น CM5000Bเป็นเครื่องชงกาแฟขนาดเล็กกระทัดรัดไม่ใหญ่เหมือนกับในร้านกาแฟบางร้าน ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในกาใช้วางตั้งเครื่องในห้องครัว ซึ่งมาพร้อมระบบหม้อต้มพิเศษแบบ Thermoblockซึ่งจะช่วยให้น้ำเดือดเร็ว เดือดไว เดือดทันใจ ทั่วถึงทั้งหม้อต้ม อีกทั้ง ยังมีระบบเป่าฟองนมพิเศษเพลทอุ่นแก้วด้านบนตัวเครื่อง

ตัวเครื่องบรรจุน้ำได้ 1.5 ลิตร มีระบบปุ่มการใช้งานต่าง ๆ ที่สามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย สะดวกรวดเร็ว ที่หาซื้อมาใช้ชงกาแฟร้อน ๆ ในตอนเช้า สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ใน 7 วัน หลังจากซื้อสินค้า และรับประกันยาว 1 ปีเต็ม

2. MBK เครื่องชงกาแฟสด แบบก้านโยก Fresh coffee maker รุ่น CRM2008

MBK เครื่องชงกาแฟสด แบบก้านโยก Fresh coffee maker รุ่น CRM2008

เครื่องชงกาแฟสดรุ่นต่อไปที่จะแนะนำเป็นของยี่ห้อ MBK แบบก้านโยก Fresh coffee maker รุ่น CRM2008 เป็นเครื่องขนาดเล็กที่สามารถชงกาแฟได้หลากหลาย ไม่ว่าจะการชงกาแฟแบบ 3 ชั้น อเมริกาโน ลาเต้ มอคค่า กาแฟเย็น และกาแฟช็อคโกแล็ต การสกัดน้ำมันและไขมัน สตรีมฟองนม เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีคนหลากหลายและชอบกาแฟแบบต่าง ๆ ไม่เหมือนกันเลย แรงดัน 5 บาร์

ใช้กำลังไฟขนาด 800 W ความจุ 240 ml. จึงทำให้ชงได้ประมาณ 4 แก้วต่อครั้ง ทำแม้จะอยู่ที่บ้านก็สามารถทำกาแฟอร่อย ๆ หลายแบบ รับประกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าสั้นกว่าเจ้าอื่น ๆ นั้นเอง

3. SKG เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SK-1203

SKG เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SK-120

เครื่องชงกาแฟสดยี่ห้อ SKG รุ่น รุ่น SK-1203 สีเงิน ไม่ว่าจะใช้สำหรับติดบ้านไว้ทำการแฟดื่มตอนเช้า ๆ หรือเอาไว้ชงดื่มชิล ๆ เวลาพักเที่ยงที่ทำงานละ หากจะเอาไว้ชงกาแฟให้กับลูกค้าในร้านกาแฟเล็ก ๆ สักแห่งก็ยังไหว มีระบบไอน้ำ และระบบทำฟองนมมีลูกบิดปรับแรงดันเพื่อเพิ่มความละเอียดด้วยกำลังไฟ1050W จึงชงกาแฟกับเมล็ดกาแฟคั่วบดได้ง่ายกับดีไซน์เรียบหรูดูดีติดบาร์ห้องรับแขกโชว์คนก็ยังไหว

ตัวเครื่องชงกาแฟ รองรับน้ำได้ 1.6ลิตร ระบบชงกาแฟที่เป็นปุ่มกดอัตโนมัติ และมีไฟแจ้งสถานะ คืนสินค้าใน 7 วันถ้ามีปัญหา กับบริการรับประกัน 1 ปี

4. Duches เครื่องชงกาแฟสด รุ่น sCM5300B

Duchess เครื่องชงกาแฟสด รุ่น CM5000B

เครื่องชงการแฟสดจากยี่ห้อ Duchesรุ่น sCM5300B สามารถชงกาแฟได้หลายแบบมาก ๆ ทั้ง พ็อดส์ กาแฟบด หรือจะเป็นแบบแคปซูลก็ทำได้ โดยที่แต่งต่างจากยี่ห้ออื่นคือมาเป็นชุดขนาดใหญ่มี เครื่องบดเมล็ดกาแฟ รุ่น CG9200B และอุปกรณ์เสริมชุดเล็ก พร้อมกาแฟแคปซูล 40 แคปซูล มาให้ด้วยในคราวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ต้องการเป็นนักชงกาแฟมือเอกหรือบาริตต้า พร้อมหัวฟองนมซึงถอดออกล้างได้

ด้วยแรงดันน้ำขนาด 20 บาร์และเทอร์โบบล็อค ทำให้น้ำร้อนเร็วและชงการแฟได้ดีขึ้น จุน้ำได้ 1.25 ลิตร ระบบทำกาแฟที่สามารถเลือกชนิดกาแฟและวิธีการชงได้ง่าย ๆ ตามปต่ความชอบ ระบบสวิสช์ควบคุมการปิดเปิดและไฟบอกสถานะให้ทราบ กำลังไฟ 1350 W ที่ AC 220 V. หากแต่มีน้ำหนักที่มากประมาณ 3.8 กก.รับประกันสินค้าถึง 1 ปี

5. JOWSUA เครื่องชงกาแฟสดพร้อมตีฟองนม Coffee Maker+ เครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้า

JOWSUA เครื่องชงกาแฟสดพร้อมตีฟองนม Coffee Maker+ เครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้า

เครื่องชงกาแฟสดที่เราจะขอแนะนำเป็นลำดับสุดท้ายในบทความก็คือเครื่องชงกาแฟสด ยี่ห้อ JOWSUAJOWSUAซึ่งมีทั้งระบบตีฟองนม Coffee Makerและเครื่องบดเมล็ดกาแฟไฟฟ้า ดีไซน์เรียบหรูดุงดงามคู่กับครัวคุณได้อย่างดี ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ มีกำลังไฟทีมากถึง 730-870 Wส่วนเครื่องบทดเม็ดกาแฟนั้นทำงานด้วย กำลังไฟ 150W

ใบมีดทำจากสแตนเลส ทำให้ไม่ต้องกลัวสนิมสามารถเปลี่ยนสิ้นค้าได้ภายใน14 วัน อันมีเหตุมาจาก สินค้ามีตำหนิ ไม่ตรงกับที่สั่ง หรือมีปัญหาจากทางร้านเอง และรับประกันความชำรุดเสียหายเป็นเวลาถึง 1 ปี
การดื่มกาแฟให้ถูกต้องเพื่อเสริมสร้างร่างกายที่ดี

ควรสำรวจว่าตนเองนั้นมีร่างกายที่ตอบสนองกับกาแฟมากน้อยแค่ไหน ไม่ควรดื่มมากเกินไป หากดื่มได้ 3 แก้วต่อวัน ควรลดลงเป็น2 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟนช่วงบ่ายหรือเย็นสำหรับคนที่นอนหลับยาก ห้ามดื่มกาแฟเพื่อกระตุ้นร่างกายให้ฝืนทำงานหนักกาแฟมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้ไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่างเด็ดขาดเพราะจะไปกัดกระเพาะและลำไส้ได้

วิธีเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสดให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

ตื่นเช้ามาอยากได้กาแฟสักแก้ว แต่ไม่อยากต้องออกไปซื้อข้างนอก หรือเคยซื้อกาแฟสำเร็จรูปมาชงแล้วรู้สึกว่ารสชาติไม่ถึงใจเท่าไหร่? เชื่อมั้ยว่าหลายคนเริ่มหันมาซื้อเครื่องชงกาแฟสดไว้ที่บ้านกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ดื่มกาแฟสดใหม่ทุกวัน และที่สำคัญคือปรับความเข้มข้นได้ตามใจชอบ

แต่ปัญหาที่หลายคนเจอก็คือ เครื่องชงกาแฟสดมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบกึ่งอัตโนมัติ อัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือแบบแคปซูล แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนเหมาะกับเรา? บางคนซื้อมาแล้วใช้ไม่ถึงเดือนก็ทิ้งไว้กินฝุ่น เพราะดูแลยาก หรือชงยุ่งยากเกินไป บางคนก็ซื้อเครื่องแพงมาแล้วกลับใช้ฟีเจอร์ไม่หมด สุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่คุ้มค่า

วันนี้เราเลยอยากมาช่วยให้ทุกคนเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสดให้ตรงใจและคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว หรือแค่อยากมีกาแฟสดดื่มตอนเช้าเบาๆ เราจะพาไปดูกันว่าต้องเช็คอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะหมดปัญหาเลือกไม่ถูกแน่นอน

เริ่มจากตัวเองก่อน: คุณชอบดื่มกาแฟแบบไหน?

ก่อนจะไปดูสเปกหรือราคา สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองก็คือ “เราชอบดื่มกาแฟแบบไหน?” เพราะมันจะช่วยให้เราเลือกประเภทเครื่องชงได้ตรงจุดเลย มาดูกันว่าแต่ละสไตล์การดื่มกาแฟเหมาะกับเครื่องชงแบบไหน

ชอบดื่มแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟดำหรือเอสเพรสโซ่ตรงๆ ไม่ค่อยชอบใส่นม หรือทำเมนูวุ่นวาย แนะนำเลยให้เลือกเครื่องชงแบบ เอสเพรสโซ่แมชชีน หรือที่เรียกกันว่าเครื่องชงกาแฟแบบกึ่งอัตโนมัติ เครื่องประเภทนี้จะให้คุณบดเมล็ดกาแฟเองแล้วอัดใส่พอร์ตฟิลเตอร์ (Portafilter) เหมาะกับคนที่อยากได้ความเข้มข้นของกาแฟแบบเต็มรสชาติ

ข้อดีคือคุณควบคุมรสชาติได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การบดเมล็ด ปริมาณกาแฟ ไปจนถึงแรงดันน้ำ แต่ข้อเสียก็คือต้องใช้เวลาเรียนรู้นิดหน่อย และต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าเครื่องแบบอื่น

อยากได้กาแฟนมหรือเมนูพิเศษ

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบคาปูชิโน่ ลาเต้ หรือมอคค่า แนะนำให้เลือกเครื่องที่มี หัวตีฟองนม (Steam Wand) มาให้ด้วย หรือจะเลือกแบบที่มี ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ที่ตีฟองนมให้อัตโนมัติก็ได้ เครื่องแบบนี้จะทำให้คุณทำเมนูกาแฟหลากหลายได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอีก

แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากมาก ก็ลองดูเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล มันง่ายสุดแล้ว แค่เสียบแคปซูลแล้วกดปุ่ม รอแป๊บเดียวก็ได้กาแฟสดร้อนๆ มาดื่มแล้ว เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลามากหรือไม่อยากยุ่งกับการล้างทำความสะอาด

ดื่มบ่อย วันละหลายแก้ว

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว หรือมีคนในบ้านหลายคนที่ดื่มกาแฟด้วยกัน แนะนำให้เลือกเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มีถังน้ำขนาดใหญ่และมีระบบบดเมล็ดกาแฟในตัว เครื่องแบบนี้จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ ไม่ต้องคอยเติมน้ำหรือเติมเมล็ดกาแฟบ่อย

อีกจุดที่ต้องดูคือความเร็วในการชง บางเครื่องใช้เวลาอุ่นเครื่องนานหรือชงช้า ถ้าเป็นคนรีบตอนเช้า ก็ต้องเลือกเครื่องที่ชงได้เร็วหน่อย ไม่งั้นจะเสียเวลาเปล่าๆ

ประเภทเครื่องชงกาแฟสด แบบไหนเหมาะกับใคร?

มาดูกันแบบละเอียดกว่านี้ว่าเครื่องชงกาแฟสดมีประเภทไหนบ้าง และแต่ละแบบเหมาะกับคนแบบไหน

1. เครื่องชงกาแฟแบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic Espresso Machine)

เครื่องแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากเป็น Home Barista จริงๆ ชอบลองปรับรสชาติเองตามความชอบ คุณจะต้องบดเมล็ดกาแฟเอง อัดกาแฟลงพอร์ตฟิลเตอร์ และกดปุ่มให้น้ำร้อนผ่านผงกาแฟ ฟังดูยุ่งยากนะ แต่พอทำเป็นแล้วมันจะสนุกดี

เหมาะกับ:

  • คนที่ชอบทดลองและปรับแต่งรสชาติกาแฟเอง
  • คนที่มีเวลาและความอดทนในการเรียนรู้
  • คนที่ดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่หรือกาแฟดำเป็นหลัก
  • อยากควบคุมทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง

ข้อดี: ควบคุมรสชาติได้เต็มที่ ราคาไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับความสามารถ

ข้อเสี่ย: ต้องใช้เวลาเรียนรู้ และต้องทำความสะอาดบ่อย

2. เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automatic Espresso Machine)

เครื่องแบบนี้คือเวอร์ชั่นสุดสะดวก กดปุ่มเดียวได้กาแฟมาเลย ไม่ต้องบดเมล็ดเอง ไม่ต้องอัดกาแฟเอง เครื่องจะทำให้หมด บางรุ่นยังมีระบบตีฟองนมอัตโนมัติอีกด้วย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้กาแฟสดแต่ไม่อยากยุ่งยาก

เหมาะกับ:

  • คนที่ต้องการความสะดวกสบาย
  • ครอบครัวที่มีคนดื่มกาแฟหลายคน
  • ออฟฟิศหรือร้านค้าที่ต้องทำกาแฟบ่อยๆ
  • คนที่ไม่มีเวลามากในการเรียนรู้การชงกาแฟ

ข้อดี: สะดวก รวดเร็ว ชงได้หลายเมนู

ข้อเสี่ย: ราคาแพงกว่า ทำความสะอาดต้องใส่ใจเพราะมีชิ้นส่วนภายในเยอะ

3. เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule Coffee Machine)

ถ้าอยากได้ความง่ายสุดๆ เครื่องแบบแคปซูลคือคำตอบ แค่เสียบแคปซูล กดปุ่ม รอแป๊บเดียวก็ได้กาแฟมาดื่มแล้ว ทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องบดเมล็ดเอง แต่ข้อเสียคือต้องซื้อแคปซูลเฉพาะยี่ห้อ ซึ่งถ้าดื่มบ่อยอาจจะเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้เมล็ดกาแฟธรรมดา

เหมาะกับ:

  • คนที่อยากได้ความสะดวกสุดๆ
  • คนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟบ่อยมาก
  • คนที่อยู่คอนโดหรือพื้นที่เล็ก
  • คนที่ไม่อยากยุ่งกับการทำความสะอาด

ข้อดี: ง่ายที่สุด สะอาดที่สุด ไม่เสียเวลา

ข้อเสี่ย: ค่าใช้จ่ายต่อแก้วสูงกว่า เลือกรสชาติได้จำกัด

4. เครื่องชงกาแฟแบบดริป (Drip Coffee Maker)

เครื่องแบบดริปคือเครื่องชงกาแฟที่เราเห็นกันบ่อยในออฟฟิศหรือโรงแรม ใส่ผงกาแฟลงกระดาษกรอง เทน้ำร้อนผ่านแล้วกาแฟก็จะหยดลงมาในหม้อ เหมาะมากถ้าอยากชงกาแฟปริมาณมากๆ ในครั้งเดียว

เหมาะกับ:

  • คนที่ดื่มกาแฟแบบ Americano หรือกาแฟดำเบาๆ
  • ครอบครัวใหญ่หรือออฟฟิศ
  • คนที่ต้องการชงกาแฟหลายแก้วพร้อมกัน

ข้อดี: ราคาถูก ใช้งานง่าย ชงได้เยอะในครั้งเดียว

ข้อเสี่ย: รสชาติไม่เข้มข้นเท่าเอสเพรสโซ่ ทำเมนูพิเศษไม่ได้

ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมีในเครื่องชงกาแฟสด

นอกจากเลือกประเภทเครื่องชงแล้ว ยังมีฟีเจอร์อีกหลายอย่างที่คุณควรดูก่อนตัดสินใจซื้อ

เครื่องบดเมล็ดกาแฟในตัว

ถ้าเครื่องมีเครื่องบดในตัว คุณก็ไม่ต้องซื้อเครื่องบดแยกอีก ประหยัดทั้งเงินและพื้นที่ แถมยังได้กาแฟสดที่บดใหม่ทุกครั้งที่ชง ซึ่งทำให้รสชาติดีกว่าการใช้ผงกาแฟที่บดไว้นานแล้ว แต่ถ้าเครื่องไม่มีเครื่องบด ก็ไม่เป็นไร ซื้อเครื่องบดแยกก็ได้ แค่ต้องมีพื้นที่วางเพิ่มอีกนิดหน่อย

ขนาดถังน้ำ

ดูให้ดีว่าถังน้ำจุน้ำได้เท่าไหร่ ถ้าดื่มกาแฟวันละหลายแก้วหรือมีคนในบ้านหลายคน ควรเลือกเครื่องที่มีถังน้ำใหญ่หน่อย ไม่งั้นจะต้องคอยเติมน้ำบ่อยมาก แต่ถ้าดื่มไม่บ่อย ถังน้ำเล็กๆ ก็พอใช้แล้ว

ระบบทำฟองนม

ถ้าคุณชอบดื่มกาแฟนม คาปูชิโน่ หรือลาเต้ เช็คให้ดีว่าเครื่องมีหัวตีฟองนม (Steam Wand) หรือระบบตีฟองนมอัตโนมัติมั้ย บางเครื่องมีแค่หัวตีฟองนมธรรมดา คุณต้องตีเอง บางเครื่องตีให้อัตโนมัติเลย ซึ่งสะดวกกว่ามาก แต่ก็แพงกว่าด้วย

ความสามารถในการปรับแต่ง

บางเครื่องให้คุณปรับความเข้มข้นของกาแฟได้ บางเครื่องปรับอุณหภูมิน้ำได้ หรือปรับปริมาณน้ำได้ ยิ่งปรับแต่งได้เยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำกาแฟได้ตรงใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าไม่ได้เป็นคนจู้จี้ ฟีเจอร์พื้นฐานก็พอใช้แล้ว

ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ

ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มากจริงๆ เพราะทำความสะอาดให้คุณเองโดยที่ไม่ต้องถอดชิ้นส่วนออกมา บางเครื่องมีโปรแกรมล้างอัตโนมัติ หรือแจ้งเตือนเวลาถึงเวลาทำความสะอาด ยิ่งดูแลรักษาง่ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ได้นานและรสชาติกาแฟดีอยู่เสมอ

Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟสด

เอาล่ะ ก่อนที่จะกดสั่งซื้อ ลองเช็คลิสต์นี้ดูก่อนว่าครบหรือยัง:

  • รู้แล้วว่าชอบดื่มกาแฟแบบไหน – เอสเพรสโซ่, กาแฟนม, หรือกาแฟดำ?
  • คิดแล้วว่าจะดื่มบ่อยแค่ไหน – วันละแก้วหรือวันละหลายแก้ว?
  • เช็คพื้นที่ในครัว – เครื่องใหญ่หรือเล็กเหมาะกว่ากัน?
  • ดูว่ามีเวลาทำความสะอาดมั้ย – ถ้าไม่มีเวลา เลือกเครื่องที่ดูแลง่ายๆ
  • งบประมาณพอไหม – ถ้าไม่แน่ใจ ลองเริ่มจากเครื่องราคาปานกลางก่อน
  • เช็คว่ามีหาอะไหล่ง่ายมั้ย – ยี่ห้อที่มีศูนย์บริการในไทยจะสะดวกกว่า
  • อ่านรีวิวจากคนที่ซื้อจริง – ดูว่าเขาเจอปัญหาอะไรบ้างหลังใช้งานไปสักพัก

เคล็ดลับการดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟสด

ซื้อเครื่องมาแล้ว อย่าลืมดูแลให้ดีนะ เพราะถ้าดูแลไม่ดี เครื่องจะเสื่อมสภาพเร็วและรสชาติกาแฟก็จะแย่ลง นี่คือสิ่งที่ควรทำ:

  • ล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้ – อย่าปล่อยให้คราบกาแฟแห้งติดค้างไว้
  • ล้างถังน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง – ไม่งั้นจะมีตะกรันหรือเชื้อราเกิดขึ้น
  • ถอดและล้างส่วนที่ถอดได้ทุกอาทิตย์ – เช่น พอร์ตฟิลเตอร์ หัวชง ถาดรองหยด
  • ใช้โปรแกรมล้างระบบทุกเดือน – ช่วยขจัดคราบน้ำมันและตะกรันในระบบ
  • เปลี่ยนกระดาษกรองบ่อยๆ – ถ้าเครื่องใช้กระดาษกรอง
  • ใช้น้ำสะอาดเสมอ – น้ำกรองจะดีกว่าน้ำประปาธรรมดา

ถ้าทำตามนี้ เครื่องชงกาแฟจะใช้ได้นานและรสชาติกาแฟจะยังคงอร่อยเหมือนเดิม

สรุป: ลองมองจากสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องรู้ว่าเราต้องการอะไรจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูว่าเครื่องไหนดูดีหรือเครื่องไหนแพงที่สุด

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทดลองและปรับแต่งรสชาติเอง ลองดูเครื่องชงแบบกึ่งอัตโนมัติ คุณจะสนุกกับมันแน่นอน แต่ถ้าอยากได้ความสะดวก กดปุ่มเดียวได้กาแฟมาเลย เครื่องอัตโนมัติเต็มรูปแบบหรือแบบแคปซูลก็ตอบโจทย์ได้ดี

อย่าลืมนะว่าเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดคือเครื่องที่คุณใช้บ่อยและใช้ได้นาน ไม่ใช่เครื่องที่แพงที่สุดหรือมีฟีเจอร์เยอะที่สุด เพราะถ้าเครื่องยุ่งยากเกินไป สุดท้ายก็จะกลายเป็นของตกแต่งในครัวไปเฉยๆ

ลองนึกถึงช่วงเช้าของคุณดูสิ ว่าคุณมีเวลาเท่าไหร่ อยากดื่มกาแฟแบบไหน แล้วเลือกเครื่องที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด เท่านี้คุณก็จะได้เครื่องชงกาแฟสดที่คุ้มค่าและใช้ได้นานแน่นอน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะ แล้วอย่าลืมดูแลเครื่องให้ดีด้วย เพื่อให้ได้ดื่มกาแฟสดอร่อยๆ ทุกวันอย่างยาวนาน ขอให้เจอเครื่องชงกาแฟที่ใช่สำหรับคุณเร็วๆ นี้!

Related Articles