Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องผสมอาหาร เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องผสมอาหาร เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset

เครื่องผสมอาหาร จัดเป็นอุปกรณ์สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ต้องมีอยู่คู่ครัว ด้วยคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยผ่อนแรงและประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับเตรียมส่วนผสมเพื่อทำเมนูเบเกอรี่ ขนมอบ ขนมปัง หรือแม้แต่ติ่มซำ เป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมในการนวดแป้งและคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ในปัจจุบันมีเครื่องผสมอาหารวางจำหน่ายอยู่มากมายหลายรุ่น บางรุ่นสามารถตั้งเวลาทำงานได้ล่วงหน้า ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อบ้านแม่บ้านได้มากขึ้น เพียงแค่เตรียมส่วนผสม แล้วกดปุ่ม เครื่องก็ทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ เตรียมพร้อมเมนูมื้อสำคัญให้กับทุกคนในครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว

1. ELECTROLUX เครื่องผสมอาหารแบบมีฐาน รุ่น EHSM3417

ELECTROLUX เครื่องผสมอาหารแบบมีฐาน รุ่น EHSM3417

เครื่องผสมอาหารแบรนด์ระดับโลกที่มั่นใจได้ในคุณภาพ ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดตา ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มาพร้อมหัวตีหลายแบบ เหมาะสำหรับใช้ผสมแป้ง นวดแป้ง ตีไข่ ตีครีม เพื่อทำอาหารและขนมอบต่างๆ ช่วยผ่อนแรงในการนวดแป้ง ผสมอาหารได้มากมาย ช่วยประหยัดเวลาและทำให้การทำอาหารสนุกสนานกว่าที่เคย ที่สำคัญสามารถประกอบชิ้นส่วนและถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย จึงจัดได้ว่าเป็นเครื่องผสมอาหารอีกหนึ่งรุ่นที่ต้องมีไว้คู่ครัว

  • ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ BPA Free
  • กำลังไฟฟ้า 450 วัตต์
  • สายไฟยาว 1.2 เมตร
  • น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม
  • ขนาดเครื่อง 30.9 x 21.9 x 36.6 ซม.
  • โถผสมอาหารสแตนเลส ความจุ 3.5 ลิตร
  • หัวตะกร้อสแตนเลส 2 หัว
  • หัวตะขอสแตนเลส 2 หัว
  • ปรับความเร็ว 5 ระดับ
  • ระยะเวลารับประกัน 2 ปี
  • ข้อดี

  • มีปุ่มเทอร์โบ ช่วยเพิ่มความเร็วชั่วขณะ
  • ชามหมุนอัตโนมัติ ช่วยให้วัตถุดิบผสมเข้ากันได้เป็นอย่างดี
  • ใช้กับเครื่องล้างจานได้
  • ประกอบง่าย ใช้งานสะดวก

 

2. Otto เครื่องผสมอาหารรุ่น HM-274

Otto เครื่องผสมอาหารรุ่น HM-274

เครื่องผสมอาหารรุ่นพิเศษ ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถปรับระดับความเร็วได้ถึง 8 ระดับ มาพร้อมฝาปิดป้องกันส่วนผสมกระเด็นเลอะเทอะขณะเครื่องทำงาน เพิ่มความสะดวกด้วยช่องใส่ส่วนผสม ที่กว้างพอสำหรับเทส่วนผสมต่างๆ ขณะเครื่องทำงาน ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่โถผสมหมุนไม่ได้ แต่ด้วยการออกแบบหัวตีให้เคลื่อนที่ได้โดยรอบ จึงสามารถคลุกเคล้าส่วนผสมในอ่างผสมได้ทั่วถึง ที่สำคัญสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย ทนทานต่อรอยขูดขีด อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ด้วยการรับประกันยาวนานถึง 1 ปี

  • ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ BPA Free
  • กำลังไฟฟ้า 400 วัตต์
  • ขนาดเครื่อง 30 x 20 x 32ซม.
  • โถผสมอาหารสแตนเลส ความจุ 3ลิตร
  • หัวตีสแตนเลส 3แบบ
  • ปรับความเร็ว 8 ระดับ
  • ระยะเวลารับประกัน 1 ปี
  • ข้อดี

  • มีฝาปิดป้องกันส่วนผสมกระเด็นออกจากโถไม่ทำให้ครัวสกปรกเลอะเทอะ
  • ปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานเมื่อเครื่องมีความร้อนสูง

 

3. DJSHOP เครื่องผสมอาหารดิจิตอลตั้งเวลาได้ รุ่น LW-C1

DJSHOP เครื่องผสมอาหารดิจิตอลตั้งเวลาได้ รุ่น LW-C1

โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นตั้งเวลาทำงานล่วงหน้า จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำอาหาร เพียงแค่ใส่ส่วนผสมลงในอ่างผสม จากนั้นตั้งเวลา แล้วปล่อยให้เครื่องทำงาน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ส่วนผสมที่พร้อมอบพร้อมปรุงอย่างง่ายๆ สบายๆ มีเวลาเหลือไปจัดการงานอื่นได้อีกมากมาย เครื่องรุ่นนี้มาพร้อมฝาปิดโถพลาสติกคุณภาพดี ป้องกันส่วนผสมกระเด็นออกมาได้ดี สามารถปรับความเร็วได้หลายระดับ เหมาะกับการทำอาหารหลากหลายประเภท ใช้ได้ทั้งตีไข่ ตีเนย หรือใช้กับงานหนักอย่างการนวดแป้งขนมปัง หรือแป้งซาลาเปา เครื่องผสมรุ่นนี้ก็ทำงานได้อย่างสบาย

  • ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ BPA Free
  • กำลังไฟฟ้า 800 วัตต์
  • โถผสมอาหารสแตนเลส ความจุ 4.2 ลิตร พร้อมฝาปิดโถพลาสติก
  • หัวตะกร้อ3 แบบ สำหรับตีไข่ ตีเนย และนวดแป้ง
  • ปรับความเร็ว 6 ระดับ
  • ข้อดี

  • ตั้งเวลาทำงานได้สูงสุด 10 นาที

 

4. XPX เครื่องผสมอาหาร 4 ลิตร JD56

XPX เครื่องผสมอาหาร 4 ลิตร JD56

เครื่องผสมรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผสมแป้ง นวดแป้ง ด้วยมอเตอร์กำลังไฟสูงที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับงานหนัก อย่างการนวดแป้งซาลาเปา ขนมปัง รวมถึงส่วนผสมอื่นๆ ที่ต้องใช้กำลังในการตีการนวดสูง ที่สำคัญเครื่องทำงานได้เงียบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน เมื่อเทียบกับเครื่องที่มีกำลังไฟใกล้เคียงกัน นอกจากนี้หัวตีของเครื่องรุ่นนี้ยังออกแบบมาให้เคลื่อนที่อย่างทั่วถึง สามารถตีส่วนผสมให้เข้ากันได้เนียนละเอียดโดยไม่ต้องนวดมือเองให้เสียเวลา

  • ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ BPA Free
  • กำลังไฟฟ้า 1,200 วัตต์
  • น้ำหนัก 5.5 กิโลกรัม
  • โถผสมอาหารสแตนเลส ความจุ 4
  • หัวตะกร้อ 3 แบบ หัวตีแบบตะกร้อ แบบตะขอ และแบบใบไม้
  • ปรับความเร็ว 6 ระดับ
  • ข้อดี

  • กำลังไฟสูง แต่ไม่ส่งเสียงดังรบกวน
  • เหมาะสำหรับใช้งานหนัก อย่างการนวดแป้ง ตีแป้ง
  • มีอะไหล่จำหน่ายแยกตามห้างสรรพสินค้า
  • มีศูนย์ซ่อมบริการ

 

5. Casiko เครื่องผสมอาหาร รุ่น CK-5800

Casiko เครื่องผสมอาหาร รุ่นCK-5800

เครื่องผสมอาหารกำลังไฟสูง ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการทำเบเกอรี่ ขนมอบ ซาลาเปา ขนมปัง สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้สะดวกง่ายดาย เพียงเปลี่ยนหัวตีซึ่งมีไว้ให้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะตีไข่ ตีเนย นวดแป้ง ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมปุ่มปรับเร่งความเร็วได้ถึง 6 ระดับ จึงช่วยผ่อนแรง ประหยัดเวลาได้มาก ที่สำคัญสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอ่างผสม หัวตี รวมทั้งชิ้นส่วนอื่น ๆ จึงทำให้มั่นใจได้ในความสะอาดปลอดภัย

  • กำลังไฟฟ้า 800วัตต์
  • น้ำหนัก 5 กิโลกรัม
  • ขนาดเครื่อง 42 x 27 x 35ซม.
  • โถผสมอาหารสแตนเลส ความจุ 5.5 ลิตร
  • หัวตะกร้อ 3 แบบ หัวตีแบบตะกร้อ แบบตะขอ และแบบใบไม้
  • ปรับความเร็ว 6ระดับ
  • ระยะเวลารับประกัน 2 ปี
  • ข้อดี

  • ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที
  • หัวตีหมุนสวิงโดยรอบ ผสมวัตถุดิบได้ทั่วถึง

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยที่ตื่นเช้ามาอยากดื่มสมูทตี้สักแก้ว แต่พอเอาผลไม้ใส่เครื่องปั่นแล้วมันไม่ละเอียด มีเมล็ดติดมาเต็ม หรือบางทีอยากทำน้ำพริกสักหม้อ แต่ใบมะกรูดยังเป็นใบเลย ไม่ละเอียดเหมือนที่แม่ทำ หรือซื้อเครื่องผสมอาหารมาแพงมาก แต่พอใช้งานจริงกลับไม่ได้ใช้บ่อยเท่าที่คิด นอนกินฝุ่นอยู่ในตู้

ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้บ่อยมาก เพราะเราอาจจะยังไม่รู้จริงๆ ว่าเราต้องการเครื่องผสมอาหารแบบไหนกันแน่ บางคนเห็นโฆษณาว่าดี ก็ซื้อไปเลย แต่พอใช้แล้วกลับไม่ตรงกับการใช้งานของเรา บางคนเลือกแบบเห็นราคาถูก คิดว่าคุ้มค่า แต่พอใช้ไปสักพักก็เสีย ต้องซื้อใหม่อีก เสียเงินซ้ำซ้อน

จริงๆ แล้วการเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารให้คุ้มค่า ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ แค่เราต้องรู้ว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด ใช้กี่คน และมีพื้นที่ในครัวเท่าไหร่ เพราะเครื่องผสมอาหารแต่ละประเภทมันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน ถ้าเราเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรา มันจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่ามาก

วันนี้เราจะมาจับมือพาทุกคนเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารกันแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ให้คุณได้เครื่องที่ใช่สำหรับบ้านคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่ซื้อไปเพราะคนอื่นบอกว่าดี แต่ไม่ได้ใช้เอง เริ่มกันเลยดีกว่า

รู้จักประเภทเครื่องผสมอาหารก่อน แล้วจะเลือกง่ายขึ้นเยอะ

ก่อนจะไปดูสเปกหรือราคา สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเครื่องผสมอาหารมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้ทำอะไรได้บ้าง เพราะบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเครื่องปั่นกับเครื่องบดมันเป็นเครื่องเดียวกัน หรือคิดว่าเครื่องผสมอาหารตัวเดียวทำได้ทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่นะ

เครื่องปั่น (Blender) – เหมาะกับคนชอบทำเครื่องดื่ม

เครื่องปั่นคือเครื่องที่มีใบมีดหมุนเร็วมากๆ ใช้สำหรับทำสมูทตี้ น้ำผลไม้ปั่น หรือน้ำแข็งปั่น ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้สดๆ ทุกเช้า หรือชอบทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เครื่องปั่นคือตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่ข้อจำกัดคือมันไม่เหมาะกับการบดเครื่องเทศหรือสิ่งที่แห้งๆ เพราะอาจจะไม่ละเอียดหรือติดที่ใบมีด

เครื่องบดอเนกประสงค์ (Food Processor) – คนทำอาหารบ่อยห้ามพลาด

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหารเอง ทำน้ำพริก แกงต่างๆ หรือทำขนมที่ต้องบดส่วนผสม เครื่องบดอเนกประสงค์คือคำตอบ มันมีใบมีดหลายแบบ สลับกันได้ตามงาน บดได้ทั้งแห้งและเปียก หั่นผักได้ ขูดได้ นวดแป้งได้ ถือว่าเป็นเครื่องที่ครบเครื่องที่สุดสำหรับคนที่ใช้งานหนัก แต่ตัวเครื่องจะใหญ่กว่าเครื่องปั่นทั่วไป

เครื่องบดแห้ง (Grinder) – เหมาะกับคนที่บดเครื่องเทศบ่อย

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำกะทิสด บดพริกแห้ง บดเมล็ดกาแฟ หรือบดเมล็ดงา เครื่องบดแห้งคือตัวที่ใช่ มันเล็ก กะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ และราคาไม่แพง แต่ข้อจำกัดคือทำได้แค่บดของแห้งเท่านั้น ถ้าใส่ของเปียกเข้าไปอาจจะทำให้เครื่องเสียได้

เครื่องปั่นพกพา (Portable Blender) – สำหรับคนที่ต้องพกติดตัว

คนที่ทำงานนอกบ้านบ่อย หรือชอบออกกำลังกายแล้วอยากดื่มโปรตีนเชคสดๆ เครื่องปั่นพกพาคือสิ่งที่เหมาะสม มันชาร์จแบตได้ พกพาสะดวก แต่กำลังจะน้อยกว่าเครื่องปั่นแบบปกติ และบางรุ่นอาจจะปั่นน้ำแข็งไม่ได้

จับจุดการใช้งานของคุณให้ชัด แล้วเลือกจะง่ายขึ้นเอง

เวลาเลือกซื้อเครื่องผสมอาหาร คำถามแรกที่ต้องถามตัวเองคือ “เราจะเอาไปใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด” เพราะถ้าตอบคำถามนี้ได้ชัด เราจะรู้เลยว่าควรเลือกเครื่องแบบไหน

ถ้าคุณเป็นคนที่ดื่มสมูทตี้หรือน้ำผลไม้ทุกวัน

ให้เลือกเครื่องปั่นที่มีกำลังวัตต์สูง อย่างน้อย 300 วัตต์ขึ้นไป และมีใบมีดที่แข็งแรง เพราะบางทีเราอาจจะต้องปั่นน้ำแข็ง หรือผลไม้แข็งๆ เช่น แครอท หรือผักโขม ถ้ากำลังวัตต์น้อยเกินไป เครื่องจะร้อน หรืออาจจะเสียเร็ว

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำอาหารไทย ทำแกง ทำน้ำพริก

แนะนำให้เลือกเครื่องบดอเนกประสงค์ที่มีใบมีดสำหรับบดเครื่องเทศโดยเฉพาะ เพราะเครื่องเทศไทยมักจะแข็ง เหนียว ต้องใช้แรงบดพอสมควร ถ้าเลือกเครื่องที่กำลังไม่พอ น้ำพริกจะไม่ละเอียด มีเม็ดติดมาด้วย ไม่อร่อยแน่นอน

ถ้าคุณอยู่คนเดียว หรืออยู่กับคนเดียว

เลือกเครื่องที่มีถ้วยปั่นขนาดเล็กกะทัดรัด ประมาณ 300-500 มล. ก็พอ เพราะถ้าเลือกขนาดใหญ่เกินไป มันจะกินพื้นที่ในครัวมาก และเวลาล้างก็ยุ่งยาก แถมถ้าใส่วัตถุดิบน้อยๆ ในถ้วยใหญ่ เครื่องอาจจะปั่นไม่ละเอียด เพราะวัตถุดิบไม่ถึงใบมีด

ถ้าคุณมีครอบครัวใหญ่ หรือทำอาหารหลายคนบ่อยๆ

ให้เลือกเครื่องที่มีถ้วยปั่นขนาดใหญ่ อย่างน้อย 1-1.5 ลิตร และมีกำลังวัตต์สูง เพราะจะได้ทำทีเดียวจบ ไม่ต้องมาทำหลายรอบ ประหยัดเวลามากขึ้น แถมยังประหยัดไฟด้วย เพราะเปิดเครื่องครั้งเดียวก็พอ

ฟีเจอร์ไหนสำคัญจริง ฟีเจอร์ไหนไม่จำเป็น

เวลาดูสเปกเครื่องผสมอาหาร มันจะมีฟีเจอร์เยอะแยะมากมาย บางอันฟังแล้วดูดีมาก แต่พอใช้จริงกลับไม่ได้ใช้เลย เสียเปล่าที่จ่ายเงินไปกับฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ มาดูกันว่าอันไหนสำคัญจริง อันไหนไม่จำเป็น

กำลังวัตต์ – สำคัญมาก

กำลังวัตต์คือสิ่งที่บอกว่าเครื่องมีแรงมากแค่ไหน ถ้ากำลังต่ำเกินไป เครื่องจะปั่นไม่ละเอียด หรืออาจจะร้อนเร็ว เครื่องดับเอง สำหรับการใช้งานทั่วไป แนะนำให้เลือกเครื่องที่มีกำลังอย่างน้อย 300 วัตต์ขึ้นไป แต่ถ้าใช้งานหนัก ทำอาหารบ่อย ควรเลือก 500 วัตต์ขึ้นไปจะดีกว่า

ความจุของถ้วยปั่น – ดูตามจำนวนคนใช้

ถ้าอยู่คนเดียว เลือกขนาด 300-500 มล. ก็พอ แต่ถ้ามีครอบครัว ควรเลือกขนาด 1-1.5 ลิตร จะได้ทำทีเดียวจบ ไม่ต้องทำหลายรอบ บางรุ่นจะมีถ้วยให้มาหลายขนาด ก็จะยิ่งดี สลับใช้ได้ตามความต้องการ

ใบมีดและวัสดุ – ดูให้ดีก่อนซื้อ

ใบมีดควรเป็นสเตนเลสคุณภาพดี ไม่เป็นสนิม คมทนทาน ส่วนถ้วยปั่นควรเป็นแก้วหรือพลาสติกที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษ ถ้าเป็นแก้วจะดีกว่า เพราะไม่เหม็นคาว ทำความสะอาดง่ายกว่า แต่จะหนักกว่าพลาสติก

ระบบความปลอดภัย – ห้ามมองข้าม

เครื่องที่ดีควรมีระบบป้องกันการทำงานเมื่อฝาไม่ปิดสนิท หรือมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเครื่องร้อนเกินไป เพื่อป้องกันอันตราย โดยเฉพาะถ้ามีเด็กในบ้าน ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก

ความเงียบของเครื่อง – ดีแต่ไม่จำเป็นมาก

บางรุ่นจะโฆษณาว่าเสียงเบามาก ซึ่งก็ดีนะ แต่ถ้าคุณไม่ได้ใช้ตอนดึกหรือตอนเช้าตรู่ ฟีเจอร์นี้อาจจะไม่จำเป็น เพราะราคาจะแพงขึ้นด้วย แล้วเครื่องผสมอาหารส่วนใหญ่ใช้งานแค่ 1-2 นาทีต่อครั้ง ก็ไม่ได้รบกวนมากขนาดนั้น

ฟังก์ชั่นเยอะแยะ – คิดให้ดีว่าจะใช้จริงมั้ย

บางเครื่องจะมีฟังก์ชั่นให้เลือกเยอะมาก เช่น ปั่นเนื้อละเอียด ปั่นหยาบ ปั่นน้ำแข็ง ทำซุป ฯลฯ ฟังดูดีมาก แต่คำถามคือคุณจะใช้ทุกฟังก์ชั่นจริงมั้ย ถ้าใช้แค่ปั่นน้ำผลไม้ธรรมดา ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่มีฟังก์ชั่นเยอะแยะ เพราะราคาจะแพงกว่า และบางทีฟังก์ชั่นพวกนี้ก็ไม่ได้ใช้เลย

เช็กลิสต์ง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะกดสั่งซื้อ ลองถามตัวเองตามเช็กลิสต์นี้ก่อน จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก

  • คุณจะใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด? ปั่นน้ำผลไม้ บดเครื่องเทศ ทำอาหาร หรือทำทุกอย่างหน่อย
  • ใช้กี่คน? คนเดียว สองคน หรือครอบครัวใหญ่
  • มีพื้นที่ในครัวเท่าไหร่? ถ้าพื้นที่น้อย ควรเลือกเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด
  • งบประมาณเท่าไหร่? อย่าเลือกแพงเกินไปจนไม่คุ้มกับการใช้งาน
  • ต้องการฟีเจอร์พิเศษมั้ย? เช่น เสียงเบา ล้างง่าย หรือมีถ้วยหลายขนาด
  • ดูแลรักษาง่ายมั้ย? ถอดล้างได้ง่าย อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย
  • รับประกันนานแค่ไหน? อย่างน้อยควรมีรับประกัน 1 ปีขึ้นไป

เทคนิคการใช้งานให้เครื่องอยุ่ได้นาน

ซื้อมาแล้วก็อย่าลืมดูแลรักษานะ เพราะถ้าใช้ผิดวิธี เครื่องอาจจะเสียเร็วกว่าที่ควร มาดูเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้เครื่องผสมอาหารของคุณอยู่กับคุณได้นานๆ

อย่าใส่วัตถุดิบเกินความจุ

ถ้าเครื่องระบุว่าความจุสูงสุด 1 ลิตร ก็อย่าใส่เกิน เพราะจะทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป มอเตอร์ร้อน และอาจจะเสียได้ ใส่แค่ 70-80% ของความจุก็พอ เครื่องจะทำงานได้ดีกว่า

หั่นวัตถุดิบให้เป็นชิ้นเล็กก่อนใส่

อย่าใส่ผลไม้หรือผักทั้งก้อนเข้าไปเลย ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน จะช่วยให้เครื่องปั่นได้เร็วขึ้น ละเอียดขึ้น และไม่ทำให้ใบมีดทื่อเร็ว

อย่าปล่อยให้เครื่องทำงานนานเกินไป

เครื่องผสมอาหารไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องนานๆ ถ้าใช้เกิน 1-2 นาที ควรหยุดพักให้เครื่องเย็นลงก่อน แล้วค่อยใช้ต่อ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

ล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้

อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะเหม็นคาว เกิดคราบสกปรก และล้างยากขึ้น หลังใช้เสร็จควรถอดล้างทันที จะง่ายกว่า ถ้าเป็นคราบติดแน่น ให้แช่น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานก่อน แล้วค่อยล้าง

เช็ดให้แห้งก่อนเก็บ

อย่าเก็บเครื่องทันทีหลังล้าง ควรเช็ดให้แห้งก่อน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นมอเตอร์ เพราะถ้าเก็บทั้งเปียก น้ำอาจจะซึมเข้าไปทำให้เครื่องเสียได้

อย่าลืมเช็ครีวิวจากคนใช้จริง

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นคือการดูรีวิวจากคนที่ใช้จริง เพราะโฆษณาอาจจะดูดีหมด แต่พอใช้จริงอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คิด ลองเข้าไปอ่านรีวิวในเว็บช็อปออนไลน์ หรือดูรีวิววิดีโอใน YouTube จะได้เห็นข้อดีข้อเสียที่แท้จริง

แต่ระวังรีวิวปลอมด้วยนะ บางรีวิวอาจจะเป็นการจ้างมาเขียน ดูจากรีวิวที่มีรูปถ่ายสินค้าจริง มีรายละเอียดการใช้งาน และมีทั้งข้อดีข้อเสีย จะน่าเชื่อถือกว่า

สรุปแบบง่ายๆ ให้จำได้

การเลือกซื้อเครื่องผสมอาหารให้คุ้มค่าไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้ว่าเราต้องการอะไร ใช้กับใคร และใช้บ่อยแค่ไหน ถ้าเป็นคนที่ชอบทำเครื่องดื่ม ก็เลือกเครื่องปั่น ถ้าชอบทำอาหาร ก็เลือกเครื่องบดอเนกประสงค์ อย่าไปเลือกเครื่องที่มีฟีเจอร์เยอะแยะแต่ไม่ได้ใช้ เพราะเสียเงินเปล่า

ก่อนซื้อ ลองถามตัวเองตามเช็กลิสต์ที่เราบอกไว้ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และอย่าลืมดูรีวิวจากคนใช้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องที่เราจะซื้อมันใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ดูดีในโฆษณา

สุดท้าย อย่าลืมดูแลรักษาเครื่องให้ดี ล้างทุกครั้งหลังใช้ อย่าใส่วัตถุดิบเกินความจุ และอย่าให้เครื่องทำงานนานเกินไป เครื่องผสมอาหารของคุณจะอยู่กับคุณได้นานๆ แน่นอน

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ลองดูจากสิ่งที่คุณใช้บ่อยที่สุด แล้วเลือกให้คุ้มที่สุดกับสไตล์ของคุณก็พอ ไม่ต้องเลือกแพงที่สุดหรือฟีเจอร์เยอะที่สุด เลือกที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณดีกว่า

Related Articles