Home ช็อปปิ้งรีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องบดสับอาหาร เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

รีวิวแนะนำ 5 อันดับ เครื่องบดสับอาหาร เลือกซื้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025

by admin
A+A-
Reset
เครื่องบดสับอาหาร ยี่ห้อไหนดี.

สำหรับแม่บ้านหรือพ่อบ้านที่ทำครัวเอง เครื่องบดสับอาหารถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการบดและสับวัตถุดิบอาหารให้มีความละเอียด พร้อมช่วยทำให้การทำอาหารมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องราคาดีจากแบรนด์คุณภาพที่คุณไว้วางใจได้ ขอแนะนำ 5 รุ่นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. Tefal เครื่องบดสับอาหาร รุ่น DPA130

Tefal เครื่องบดสับอาหารรุ่น DPA130 ยี่ห้อไหนดี

Tefalมาพร้อมเครื่องบดสับอาหารรุ่น DPA130 ที่เลือกใช้ใบมีดสแตนเลสทรงพลัง สามารถให้ทั้งการบดและการสับที่มีความละเอียดสูง ใช้งานได้ทั้งการบดของแห้งและของเหลว หรือแม้แต่การบดถั่วและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เป็นเม็ดหรือใบได้อย่างสะดวกทั้งหมด ให้กำลังไฟ 1,000 วัตต์ จึงไม่กินไฟมากเกินไปและตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้งานได้สะดวก ความจุของโถจะอยู่ที่ 300 กรัม การใช้งานง่ายและตัวโถกับตัวเครื่องทำความสะอาดได้ง่ายด้วยเช่นกัน ส่วนวัสดุที่ใช้กับตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงทนทาน ใบมีดเป็นสแตนเลสที่ถูกทำมาอย่างดีเยี่ยม ให้ความคมที่จะบดและสับอาหารทุกประเภทได้ดีทั้งหมด

  • ตัวเครื่องบดสับมีสีขาว
  • มีขนาดความจุของเครื่อง 300 กรัม
  • ขนาดของสินค้าโดยรวม 19.6 x 19.6 x 27.2 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 2.72 กิโลกรัม
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

2. LocknLock เครื่องบดสับ รุ่น EJM186SLV

LocknLock เครื่องบดสับ รุ่น EJM186SLV ยี่ห้อไหนดี

แบรนด์LocknLockมาพร้อมเครื่องบดสับในรุ่น EJM186SLV ที่ราคาไม่สูงมาก แต่ให้การใช้งานที่ดีเยี่ยม พร้อมให้การบดและสับอาหารที่ทรงพลัง โดยตัวเครื่องจะเป็น Material Glass,สแตนเลส และพลาสติก ABS คุณภาพสูง ที่ใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัว กำลังไฟอยู่ที่ 400 วัตต์ จึงไม่กินไฟมากเกินไป เครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้งานได้อย่างสะดวกทุกสถานที่ โถจุได้ถึง 2.4 ลิตร ใช้ในการทำอาหารสำหรับครอบครัวใหญ่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบผักหรือเนื้อสัตว์ก็ทำได้ทั้งการบดและสับที่ละเอียดดี ปรับระดับได้ถึง 2 ระดับด้วยกัน ให้ความละเอียดดีในระยะเวลาเพียงแค่ 2 นาที สำหรับโถแก้วเลือกใช้เป็นโบโรซิลิเกตที่ถูกคัดเกรดพรีเมี่ยมมาใช้งานโดยเฉพาะเพื่อทำให้เกิดความแข็งแรงในขณะที่ปั่น ได้เป็นอย่างดีและใต้โถจะมียางซิลิโคนที่จะช่วยลดการเสียดสีและลดเสียงรบกวนคุณจึงสามารถใช้งานได้อย่างสบายหูแน่นอน

  • ตัวเครื่องเป็นแก้วใสและมีฝาเป็นสแตนเลสสีเงินขอบดำ
  • มีขนาดความจุของเครื่อง 2.4 ลิตร
  • ขนาดเครื่องปั่นโดยรวม 20 2.35 x 1.90 x 2.74 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 2.37 กิโลกรัม
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

3. OTTO เครื่องบดสับ รุ่น CP-390A

OTTO เครื่องบดสับ รุ่น CP-390A ยี่ห้อไหนดี

อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องบดและสับอาหารที่น่าสนใจ คือ แบรนด์ OTTO ในรุ่น CP-390A ที่สามารถบดวัตถุดิบอาหารได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์, เครื่องเทศ, ไข่ หรือวัตถุดิบใด ๆ ก็สามารถปั่นละเอียดและออกมามีคุณภาพแน่นอนส่วนตัวโถถูกทำมาจากแก้วที่มีคุณภาพ ให้การใช้งานอย่างแข็งแรงทนทานและเก็บเสียงได้ดี มีขนาดเล็กกะทัดรัดจึงเคลื่อนย้ายไปใช้งานตามที่ต่างๆได้ง่ายและสะดวก ฝาปิดด้านบนและใบมีดเป็นสแตนเลสสตีลคุณภาพเมื่อใช้งานแล้วจึงไม่เกิดสนิมและให้ความแข็งแรงในการปั่นอาหารอย่างดีเยี่ยมส่วนการถอดล้างทำความสะอาดไม่ยุ่งยากสามารถถอดชิ้นส่วนต่างๆออกแล้วนำกลับมาประกอบใหม่ได้ง่าย ใช้กำลังไฟเพียง 400 วัตต์ จึงไม่กินไฟแน่นอน นอกจากนี้ตัวโถยังมีแผ่นยางกันสะเทือนและกันลื่นจึงใช้งานได้อย่างมั่นใจและความปลอดภัยสูงอีกด้วย

  • ตัวโถปั่นเป็นแก้วใสและฝาปิดเป็นสแตนเลสสตีลสีเงิน ขอบสีดำ
  • มีขนาดความจุของเครื่อง 1 ลิตร
  • ขนาดเครื่องปั่นโดยรวม 14.5 x 14.5 x 22 เซนติเมตร
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

4. Kenwood เครื่องบดสับ รุ่น CH180

Kenwood เครื่องบดสับ รุ่น CH180 ยี่ห้อไหนดี

แบรนด์Kenwood มาพร้อมเครื่องบดสับอาหารในรุ่น CH180 ที่สามารถให้พลังการปั่นดีเยี่ยม ไม่ว่าจะวัตถุดิบอาหารแบบใดก็ปั่นได้อย่างละเอียดทั้งหมด โดยปรับระดับความเร็วในการปั่นได้ถึง 2 ระดับด้วยกัน ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัดและให้การใช้งานที่สะดวก ไม่ว่าจะนำไปตั้งวางไว้ที่ใดก็ไม่กินพื้นที่แน่นอน พร้อมให้รูปทรงที่มีความทันสมัย โดยใบมีดจะเป็นสแตนเลสสตีลแบบ 4 ชั้น จึงให้การปั่นสับและบดที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนกำลังไฟมีเพียง 300 วัตต์ จึงไม่เปลืองไฟและใช้แรงดันไฟฟ้าขนาด 220v ส่วนที่ใต้เครื่องบดจะมีแผ่นยางกันลื่น เพื่อทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น ส่วนโถและตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกคุณภาพในขนาด 350 มิลลิลิตรและมีตัวอินเตอร์ล็อคเพื่อทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยต่อการใช้งาน สำหรับฟังก์ชั่นของเครื่องนี้จะไม่ซับซ้อน จึงทำให้คุณและทุกคนภายในครอบครัวใช้งานได้อย่างสบายแน่นอน ปั่นได้ทุกวัตถุดิบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผัก, ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ก็สามารถปั่นได้ละเอียดถูกใจคุณแน่นอน

  • ตัวโถปั่นจะเป็นพลาสติกใสคุณภาพดีและตัวเครื่องจะเป็นสีขาว
  • มีขนาดความจุของเครื่อง 350 มิลลิลิตร
  • มีขนาดโดยรวมของเครื่อง 19 x 11.8 x 14.5 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก 0.9 15 กิโลกรัม
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

5. HAFELE เครื่องบดสับอาหาร

HAFELE เครื่องบดสับอาหาร ยี่ห้อไหนดี

HAFELE สามารถบดและสับอาหารด้วยโถแก้วที่ให้ความจุ 2.0 ลิตร ได้อย่างทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก เนื้อสัตว์ หรือผลไม้ รวมไปถึงถั่วและธัญพืชต่าง ๆ ก็สามารถบดได้ละเอียดภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ใบมีดเป็นสแตนเลส4 ใบ ที่มีความแข็งแรงทนทานและความคมสูง มีตัวครอบป้องกันที่ถูกทำมาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันทั้งอาหารกระเด็นออกมานอกโถและป้องกันเสียงได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องโดยรวมให้ความสวยทันสมัย มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก โดยใช้พลังงานเพียง 400 วัตต์ และใช้กำลังไฟ 220-240V ได้ตามปกติ มีปุ่มกดที่คุณสามารถกดได้ทั้งแบบจังหวะเดียวและกดล็อค เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนด้านใต้ของเครื่องบดจะมีแผ่นยางรองเพื่อป้องกันการลื่นไถลในขณะที่ใช้งานอีกด้วย

  • ตัวโถปั่นเป็นแก้วใสและมีฝาปิดเป็นสแตนเลสสีเงิน ขอบสีดำ
  • มีขนาดความจุของเครื่อง 2.0 ลิตร
  • ใบมีดเป็นสแตนเลสสตีล4 ด้าน
  • รอบของการปั่นมีสูงถึง 24,000 รอบต่อนาที
  • งานรับประกันสินค้า 1 ปี

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องบดสับอาหารให้คุ้มค่า ฉบับจับมือทำ เหมาะกับทุกบ้านในปี 2025

เคยมั้ยครับที่ซื้อเครื่องบดสับอาหารมาใช้แล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ ทำไมมันไม่ใช่อ่ะ” บางทีก็บดไม่ละเอียด บางทีก็เสียงดังเกินไป หรือบางคนอาจจะซื้อมาแล้วกลับกลายเป็นว่าขนาดใหญ่เกินไปสำหรับครัวเล็กๆ ของตัวเอง แล้วก็กลายเป็นของตกแต่งมุมครัวไปซะงั้น

ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นได้บ่อยมาก เพราะหลายคนเลือกซื้อแบบไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ บางคนดูแต่ราคาถูก บางคนดูแต่ยี่ห้อดัง แต่ลืมไปว่าการใช้งานจริงของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน คนที่ทำข้าวปั้นทุกวันกับคนที่ทำอาทิตย์ละครั้ง ความต้องการมันต่างกันเลยนะ

บทความนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาดูกันว่า ถ้าจะเลือกซื้อเครื่องบดสับอาหารให้คุ้มค่าจริงๆ ควรดูอะไรบ้าง แบบจับมือทำทีละขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นคนอยู่คอนโดเล็กๆ หรือครอบครัวใหญ่ที่มีลูกหลายคน ก็สามารถหาตัวที่เหมาะกับตัวเองได้ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อผิดอีกด้วย

ก่อนซื้อ ถามตัวเองให้ชัดก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร

จริงๆ แล้วนี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเลย แต่หลายคนมักจะข้ามไป คิดว่า “ก็บดสับอาหารสิ มันก็ทำอย่างเดียว” แต่จริงๆ แล้วการใช้งานของแต่ละคนแตกต่างกันมาก ลองถามตัวเองดูว่า:

  • ทำกับข้าวบ่อยแค่ไหน วันละกี่มื้อ
  • ชอบทำอาหารประเภทไหน ต้มแกง ผัด หรือทำขนม
  • มักจะบดอะไรบ้าง กระเทียม พริก เนื้อสัตว์ หรือถั้วผลไม้
  • มีพื้นที่ในครัวเท่าไหร่
  • ใช้คนเดียวหรือครอบครัว

ถ้าตอบคำถามพวกนี้ได้ชัดเจน การเลือกเครื่องบดสับอาหารก็จะง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องไปงงว่าควรเอาแบบไหน เพราะรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร

ประเภทของเครื่องบดสับอาหาร เลือกให้ตรงกับสไตล์การใช้งาน

เครื่องบดสับอาหารแบ่งออกได้หลายประเภท แต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าแบบไหนเหมาะกับใคร

แบบมือหมุน เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้บ่อย

ถ้าทำกับข้าวไม่บ่อย อาจจะสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง และมักจะบดแค่กระเทียมหอมนิดหน่อย แบบมือหมุนน่าจะโอเคมาก ราคาไม่แพง เก็บง่าย ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แถมล้างทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก

แต่ข้อเสียคือต้องใช้แรงหน่อย ถ้าบดของแข็งหรือของเหนียวอาจจะเหนื่อยแขน กับอีกอย่างคือความละเอียดอาจจะไม่เท่าแบบไฟฟ้า

แบบไฟฟ้าขนาดเล็ก สำหรับคนอยู่คนเดียวหรือครอบครัวเล็ก

นี่เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยู่คอนโดหรือบ้านเล็กๆ ขนาดกะทัดรัด ไม่กินที่ใช้ไฟฟ้าไม่เยอะ บดได้ไวกว่าแบบมือหมุนเยอะ ราคาก็ไม่ได้แพงมาก

เหมาะกับคนที่ทำกับข้าวประมาณวันละมื้อ บดพริกกระเทียม หั่นผัก หรือปั่นน้ำผลไม้เล็กน้อย ขนาดถ้วยประมาณ 200-400 มล. ก็พอใช้ได้สบาย

แบบไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่ สำหรับครอบครัวที่ทำกับข้าวบ่อย

ถ้าบ้านไหนมีคนกินเยอะ ทำกับข้าววันละ 2-3 มื้อ แนะนำให้เลือกแบบนี้เลย มอเตอร์แรง บดได้เร็ว ถ้วยใหญ่จุได้เยอะ ทำครั้งเดียวพอทำอาหารได้หลายเมนู

แถมรุ่นใหญ่ๆ มักจะมีฟังก์ชันเพิ่ม เช่น บดน้ำแข็ง ปั่นเนื้อสัตว์ หั่นผักเป็นแผ่นบาง ใครที่ชอบทำอาหารหลากหลายแนวก็จะได้ประโยชน์เต็มที่

แบบหลายฟังก์ชัน (Multi-Function) สำหรับคนชอบทำอาหารจริงจัง

นี่คือตัวท็อปสุดของวงการเลย มาพร้อมหัวเปลี่ยนได้หลายแบบ ทั้งบด สับ หั่น ปั่น นวด บางรุ่นถึงกับนึ่งได้ด้วย ถ้าเป็นคนที่ชอบทำเบเกอรี่ ทำน้ำผลไม้สด หรือทำอาหารคลีนแบบจริงจัง ตัวนี้ตอบโจทย์สุด

แน่นอนว่าราคาจะสูงกว่าแบบอื่น แต่ถ้าใช้บ่อยจริงๆ ก็คุ้มค่า เพราะไม่ต้องซื้อเครื่องหลายตัว

สเปกที่ควรดูก่อนตัดสินใจซื้อ

พอรู้แล้วว่าจะเลือกประเภทไหน ขั้นต่อไปคือดูสเปก แต่ไม่ต้องดูเยอะจนปวดหัวหรอก เน้นดูแค่ตัวที่สำคัญพอ

กำลังไฟ (Watt) สำคัญแค่ไหน

ถ้าคิดว่ายิ่งวัตต์สูงยิ่งดี ก็ไม่เชิงนะ ต้องดูว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าแค่บดพริกกระเทียมธรรมดา 150-300 วัตต์ก็พอใช้ได้แล้ว แต่ถ้าจะบดน้ำแข็ง ปั่นเนื้อสัตว์ หรือบดของแข็งบ่อยๆ แนะนำให้เลือก 400 วัตต์ขึ้นไป

รุ่นที่มีกำลังไฟสูงจะทำงานได้เร็วกว่า และมอเตอร์ก็จะทนทานกว่า ไม่ร้อนง่าย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นและเสียงที่ดังกว่า

ขนาดถ้วยหรือชาม

นี่ก็สำคัญมาก ถ้าซื้อถ้วยเล็กเกินไป แล้วบ้านมีคนกินเยอะ ก็ต้องบดหลายรอบ เสียเวลาและเหนื่อยกว่า แต่ถ้าซื้อถ้วยใหญ่เกินไป ครัวเล็ก ก็เก็บยาก

แนะนำให้ดูจากจำนวนคนในบ้าน ถ้าอยู่คนเดียวหรือสองคน เลือก 200-400 มล. ถ้า 3-4 คน เลือก 500-800 มล. ถ้ามากกว่านี้หรือทำขายด้วย เลือก 1 ลิตรขึ้นไป

วัสดุและความทนทาน

ใบมีดควรเป็นสแตนเลสคุณภาพดี ไม่เป็นสนิม คมนาน ส่วนตัวถ้วยมีทั้งพลาสติก แก้ว และสแตนเลส แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

  • พลาสติก: เบา ราคาถูก แต่อาจจะเหลืองตามกาลเวลา หรือติดกลิ่นได้
  • แก้ว: ดูสวย ไม่ติดกลิ่น แต่หนักและแตกง่าย
  • สแตนเลส: ทนทานที่สุด ไม่ติดกลิ่น ไม่เป็นสนิม แต่ราคาแพงกว่า

ถ้าจะซื้อใช้นานๆ แนะนำให้เลือกวัสดุดีหน่อย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

ระบบความปลอดภัย

เรื่องนี้บางคนอาจจะไม่ได้คิดถึง แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก ควรมีระบบล็อคฝาปิด กันมอเตอร์ร้อนเกินไป หรือสลับอัตโนมัติเมื่อมีปัญหา

ถ้าบ้านมีเด็กเล็ก ยิ่งต้องเลือกรุ่นที่มีระบบป้องกันดี เพราะใบมีดมันหมุนเร็วมาก ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะอันตรายได้

เคล็ดลับเลือกซื้อแบบไม่พลาด

นอกจากดูสเปกแล้ว ยังมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เลือกได้คุ้มค่ามากขึ้น

อ่านรีวิวจากคนใช้จริง

นี่สำคัญมาก อย่าเพิ่งเชื่อแต่คำโฆษณาหรือคำอธิบายในเว็บ ลองหารีวิวจากคนที่ซื้อไปใช้จริงๆ ดู จะได้รู้ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ทนทานขนาดไหน เสียงดังมั้ย บดได้ละเอียดจริงมั้ย

แนะนำให้อ่านทั้งรีวิวดีและรีวิวไม่ดี จะได้เห็นภาพรอบด้าน บางทีข้อเสียที่คนอื่นบอกอาจจะไม่ใช่ข้อเสียสำหรับเราก็ได้

ดูเรื่องการรับประกันและบริการหลังการขาย

เครื่องใช้ไฟฟ้ามันไม่มีอะไรแน่นอน บางทีใช้ไปสักพักก็อาจจะเสีย การมีการรับประกันที่ดีจะช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้น ควรดูว่า

  • รับประกันกี่ปี รับประกันอะไรบ้าง
  • มีศูนย์บริการในเมืองไทยมั้ย ถ้ามีปัญหาจะส่งซ่อมได้ง่ายมั้ย
  • หาอะไหล่ง่ายมั้ย ราคาเท่าไหร่
  • มีบริการเปลี่ยนใบมีดหรือชิ้นส่วนที่สึกหรอได้มั้ย

ยี่ห้อใหญ่ๆ มักจะมีบริการดีกว่า แต่บางยี่ห้อเล็กก็มีบริการดีเหมือนกัน ต้องลองหาข้อมูลดู

ทดลองใช้หรือดูของจริงก่อนซื้อ

ถ้าเป็นไปได้ ลองไปดูของจริงที่ร้านก่อน จับดู ลองกด ลองดูว่าหนักเบาแค่ไหน เสียงดังมั้ย ใช้งานง่ายมั้ย ฝาเปิด-ปิดสะดวกมั้ย

บางทีดูในรูปแล้วดูดี แต่พอเห็นของจริงกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ หรือบางทีก็อาจจะชอบมากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

เปรียบเทียบราคาหลายที่

ของชิ้นเดียวกันอาจจะมีราคาต่างกันในแต่ละร้าน ลองเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งดู ทั้งร้านออนไลน์และร้านหน้าบ้าน บางทีมีโปรโมชั่นลดราคา มีของแถม หรือมีส่วนลดพิเศษ ก็จะช่วยให้ซื้อได้คุ้มกว่า

แต่อย่าไปดูแต่ราคาอย่างเดียว ต้องดูเรื่องการรับประกัน การจัดส่ง และบริการหลังการขายด้วย บางทีแพงกว่านิดหน่อยแต่ได้บริการดีกว่า ก็คุ้มกว่าแบบถูกแต่ไม่มีอะไรรองรับเลย

ข้อผิดพลาดที่คนมักทำเวลาเลือกซื้อ

มาดูกันว่ามีคนพลาดอะไรบ้าง เผื่อจะได้ระวังไม่ให้ตัวเองทำผิดพลาดแบบเดียวกัน

ซื้อตามยี่ห้อดังอย่างเดียว

หลายคนคิดว่ายี่ห้อดังต้องดี แต่จริงๆ แล้วบางยี่ห้อเล็กก็มีคุณภาพดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือต้องดูว่าตรงกับความต้องการของเราหรือเปล่า

ยี่ห้อดังมักจะแพงกว่า ถ้าไม่ได้ใช้ฟีเจอร์พิเศษหรือไม่ได้ใช้บ่อย การจ่ายเงินแพงไปอาจจะไม่คุ้ม ลองเปิดใจดูยี่ห้ออื่นบ้าง อ่านรีวิวให้ดี อาจจะเจอของดีราคาถูกกว่าก็ได้

เลือกแค่ดูราคาถูก

อีกด้านหนึ่งก็มีคนที่มองแค่ราคาถูก ซื้อมาแล้วใช้ไม่นาน ใบมีดทื่อ มอเตอร์เสีย หรือพลาสติกแตก ก็ต้องไปซื้อใหม่อีก รวมๆ แล้วก็ไม่ได้ถูกเลย

การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าควรมองในระยะยาว ถ้าจะใช้บ่อยๆ ควรลงทุนกับของดีหน่อย จะได้ใช้นานและไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องซ่อมหรือเปลี่ยนบ่อย

ซื้อตัวที่ใหญ่หรือเล็กเกินไป

หลายคนคิดว่าซื้อตัวใหญ่ไว้ดีกว่า ได้ใช้ครั้งละเยอะ แต่ลืมคิดว่าตัวใหญ่มันกินพื้นที่ หนัก เก็บยาก แถมถ้าใช้ไม่บ่อยก็เสียที่

ในทางกลับกัน ถ้าซื้อตัวเล็กเกินไป แล้วทำกับข้าวบ่อย ก็ต้องบดหลายรอบ เสียเวลาและเหนื่อย การเลือกขนาดให้พอดีกับการใช้งานจริงจะทำให้ใช้ได้สบายที่สุด

ไม่อ่านคู่มือการใช้งาน

นี่เป็นข้อผิดพลาดที่คนทำกันบ่อยมาก ซื้อมาแล้วเอาออกจากกล่อง เสียบปลั๊ก กดใช้เลย ไม่ได้อ่านคู่มือ ก็เลยไม่รู้ว่ามันมีฟังก์ชันอะไรบ้าง ใช้งานอย่างไรให้ถูกต้อง ทำความสะอาดอย่างไร

การอ่านคู่มือจะช่วยให้เราใช้เครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น แถมยังป้องกันอุบัติเหตุได้อีกด้วย

Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อ

มาสรุปเป็น Checklist ง่ายๆ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองเช็คดูว่าครบหรือยัง

  • ☐ รู้แล้วว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง บ่อยแค่ไหน
  • ☐ เลือกประเภทที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานแล้ว
  • ☐ ดูกำลังไฟว่าพอใช้ปั่นหรือบดของที่ตัวเองต้องการมั้ย
  • ☐ เลือกขนาดถ้วยให้พอดีกับจำนวนคนในบ้าน
  • ☐ ตรวจสอบวัสดุและความทนทานของใบมีดและตัวเครื่อง
  • ☐ มีระบบความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • ☐ อ่านรีวิวจากคนใช้จริงแล้ว
  • ☐ ตรวจสอบการรับประกันและศูนย์บริการ
  • ☐ เปรียบเทียบราคาหลายแหล่งแล้ว
  • ☐ มีงบประมาณที่พร้อมจะจ่าย

ถ้าเช็คครบทุกข้อแล้ว แสดงว่าพร้อมจะตัดสินใจซื้อแล้ว

เคล็ดลับการใช้งานให้คุ้มค่าและอยู่นาน

พอซื้อมาแล้วก็ไม่ใช่เสร็จเลย ต้องดูแลรักษาให้ดีด้วย จะได้ใช้ได้นานและคุ้มค่า

อย่าบดเกินขีดความสามารถ

ถ้าเครื่องเล็กอย่าเอาไปบดของแข็งหรือของเหนียวมากเกินไป จะทำให้มอเตอร์ทำงานหนัก ร้อนเกินไป และเสียเร็ว ควรดูคู่มือว่าบดอะไรได้บ้าง แล้วก็ใช้ตามนั้น

ล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้

อย่าปล่อยให้เศษอาหารค้างอยู่ในเครื่อง จะทำให้เกิดกลิ่น เชื้อโรค และอาจจะทำให้เครื่องเสียได้ ควรล้างให้สะอาดทุกครั้ง แล้วเช็ดให้แห้งก่อนเก็บ

ส่วนใหญ่ถ้วยและใบมีดถอดออกมาล้างได้ แต่ส่วนมอเตอร์ห้ามให้โดนน้ำ ควรเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้ง

ไม่ควรใช้งานติดต่อกันนานเกินไป

มอเตอร์มันต้องพักบ้าง ถ้าใช้นานเกินไปจะร้อนเกิน แนะนำให้ใช้ครั้งละไม่เกิน 1-2 นาที แล้วให้พักสักครู่ก่อนจะใช้ต่อ จะทำให้เครื่องอยู่ได้นานขึ้น

เก็บในที่แห้งและไม่ร้อนจัด

อย่าเก็บเครื่องในที่ชื้นหรือใกล้เตา จะทำให้เครื่องชำรุดเร็ว ควรเก็บในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี และไม่โดนแดดโดยตรง

สรุป ตัดสินใจอย่างไรให้ไม่เสียใจ

การเลือกซื้อเครื่องบดสับอาหารให้คุ้มค่าจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้งานแบบไหน แล้วก็เลือกให้ตรงกับสไตล์ของตัวเอง

อย่าไปดูแต่ราคาหรือยี่ห้ออย่างเดียว ต้องดูรายละเอียดต่างๆ ทั้งกำลังไฟ ขนาด วัสดุ ความปลอดภัย การรับประกัน และรีวิวจากคนใช้จริง จะทำให้เราเลือกได้ดีขึ้นแน่นอน

พอซื้อมาแล้วก็อย่าลืมดูแลรักษา ใช้งานตามคู่มือ ล้างทำความสะอาดทุกครั้ง เครื่องก็จะอยู่กับเรานานๆ ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าควรเลือกแบบไหนดี ลองเอาไปใช้เป็นแนวทางดูนะ แล้วก็ขอให้เจอเครื่องบดสับอาหารที่ตอบโจทย์และใช้งานได้อย่างมีความสุข

Related Articles